หลังจากพันธสัญญาใต้เงาจันทรา เฟิ่งหลินยังคงจมอยู่ในห้วงความคิด ความรู้สึกขององค์ชายเหวินหลงยังคงก้องอยู่ในใจ แต่หน้าที่และความรับผิดชอบที่แบกรับอยู่ก็หนักอึ้งไม่แพ้กัน นางต้องพักเรื่องส่วนตัวไว้ก่อน เพื่อมุ่งมั่นกับการฟื้นฟูกองทัพและเตรียมรับมือกับภัยคุกคามจากแคว้นเยี่ยน
ภายใต้การนำของเฟิ่งหลิน กองทัพที่เคยแตกพ่ายกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ทหารผู้จงรักภักดีที่รอดชีวิตจากการรบที่ผาพยัคฆ์และหุบเขาเหมันต์ต่างพากันกลับมารวมพล เฟิ่งหลินใช้เวลาในการฝึกฝนทหารใหม่ และปรับปรุงยุทธวิธีให้ทันสมัยยิ่งขึ้น หลี่หยางยังคงเป็นรองแม่ทัพคู่ใจ คอยช่วยเหลือเฟิ่งหลินในทุกเรื่อง
องค์จักรพรรดิซึ่งทรงมีพระอาการดีขึ้นหลังจากทรงทราบความจริงทั้งหมด ได้ทรงมอบพระราชอำนาจเต็มที่ให้แก่เฟิ่งหลินในการบัญชาการรบ ทำให้เฟิ่งหลินสามารถทำงานได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ
“ท่านแม่ทัพ กองทัพแคว้นเยี่ยนยังคงตั้งค่ายอยู่ที่ชายแดน แต่ดูเหมือนว่าพวกมันจะเริ่มอ่อนแอลง หลังจากพ่ายแพ้ในศึกที่หุบเขาเหมันต์” หลี่หยางรายงาน
เฟิ่งหลินพยักหน้า “พวกมันคงคิดว่าเราไม่มีแม่ทัพแล้ว และหวังจะใช้โอกาสนี้บุกเข้าเมืองหลวง แต่เราจะทำให้พวกมันรู้ว่าพวกมันคิดผิด”
นางได้วางแผนการรบอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่องค์ชายเหวินหลงและขันทีหลงได้รวบรวมมาให้เกี่ยวกับจุดอ่อนของกองทัพแคว้นเยี่ยน และเส้นทางลับที่พวกมันใช้ในการเคลื่อนพล
“เราจะใช้กลยุทธ์ตีโฉบฉวย เพื่อตัดเสบียงและบั่นทอนกำลังใจของพวกมัน” เฟิ่งหลินกล่าว “จากนั้นเราจะเปิดฉากโจมตีอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อขับไล่พวกมันออกไปจากแผ่นดินของเรา”
ทัพหงส์ซึ่งหมายถึงกองทัพของเฟิ่งหลิน บัดนี้ได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขามุ่งหน้าสู่ชายแดนทางเหนือด้วยขวัญกำลังใจที่เต็มเปี่ยม ธงรบสีเงินที่ปักรูปหงส์คู่กำลังโบกสะบัดอย่างสง่างาม ท่ามกลางเสียงโห่ร้องกึกก้องของทหารที่พร้อมจะพลีชีพเพื่อแผ่นดิน
ระหว่างทางที่เคลื่อนพล เฟิ่งหลินยังคงได้รับความช่วยเหลือจากประชาชนที่อยู่ตามหมู่บ้านต่างๆ พวกเขาต่างพากันมอบเสบียงและให้กำลังใจแก่ทหารของเฟิ่งหลิน ทำให้เฟิ่งหลินรู้สึกอบอุ่นใจและมีกำลังใจที่จะต่อสู้มากยิ่งขึ้น
“ท่านแม่ทัพ ประชาชนต่างเชื่อมั่นในตัวท่าน” หลี่หยางกล่าว “พวกเขาเชื่อว่าท่านจะนำชัยชนะกลับมา”
เฟิ่งหลินพยักหน้า “ข้าจะไม่ทำให้พวกเขาผิดหวัง”
เมื่อกองทัพของเฟิ่งหลินมาถึงชายแดน พวกเขาก็เริ่มปฏิบัติการตามแผนการที่วางไว้ เฟิ่งหลินสั่งให้หน่วยจู่โจมขนาดเล็กเข้าโจมตีค่ายเสบียงของแคว้นเยี่ยนในยามค่ำคืน สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับพวกมัน
“หน่วยจู่โจมรายงานว่าค่ายเสบียงของแคว้นเยี่ยนถูกทำลายไปกว่าครึ่งขอรับท่านแม่ทัพ” หลี่หยางรายงานด้วยความยินดี
เฟิ่งหลินแย้มสรวลเล็กน้อย “ดีมาก! จงทำเช่นนี้ต่อไป เพื่อบั่นทอนกำลังใจของพวกมันให้ถึงที่สุด”
ตลอดหลายวันต่อมา กองทัพของเฟิ่งหลินยังคงใช้กลยุทธ์ตีโฉบฉวยอย่างต่อเนื่อง ทำให้กองทัพแคว้นเยี่ยนต้องประสบปัญหาเรื่องเสบียงและกำลังใจอย่างหนัก ทหารของแคว้นเยี่ยนเริ่มอ่อนแอลง และบางส่วนก็เริ่มหนีทัพ
ในขณะเดียวกัน เฟิ่งหลินก็ได้รับข่าวสารจากองค์ชายเหวินหลงว่า องค์จักรพรรดิได้ทรงส่งกำลังเสริมมาให้เฟิ่งหลินแล้ว เป็นกำลังพลที่เหลืออยู่จากป้อมปราการต่างๆ ที่ยังไม่ถูกแคว้นเยี่ยนยึดครอง
“กำลังเสริมกำลังจะมาถึงในอีกสองวันขอรับท่านแม่ทัพ” หลี่หยางรายงาน
เฟิ่งหลินพยักหน้า “ดีมาก! เมื่อกำลังเสริมมาถึง เราจะเปิดฉากโจมตีอย่างเต็มรูปแบบ!”
ในวันที่สาม กำลังเสริมก็มาถึง กองทัพของเฟิ่งหลินบัดนี้มีกำลังพลถึงแปดหมื่นนาย พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับกองทัพแคว้นเยี่ยนที่เหลืออยู่ประมาณหกหมื่นนาย
“ทหารทุกนาย! จงฟังข้า!” เฟิ่งหลินประกาศก้องต่อหน้ากองทัพของนาง “วันนี้เราจะต่อสู้เพื่อแผ่นดินของเรา! เพื่อครอบครัวของเรา! และเพื่อความยุติธรรม!”
เสียงโห่ร้องกึกก้องของทหารดังกังวานไปทั่วสนามรบ พวกเขาพร้อมที่จะพลีชีพเพื่อแม่ทัพหญิงผู้เป็นที่รัก
การรบเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด กองทัพของเฟิ่งหลินบุกทะลวงเข้าใส่กองทัพแคว้นเยี่ยนอย่างไม่ลดละ เฟิ่งหลินบัญชาการรบอย่างเด็ดขาดและแม่นยำ นางใช้ยุทธวิธีที่หลากหลาย ตั้งแต่การจัดรูปขบวนทัพ การใช้ธนูไฟ ไปจนถึงการจัดกองกำลังขนาดเล็กเข้าตีโฉบฉวย
องค์ชายอู๋จิ้นแห่งแคว้นเยี่ยนซึ่งยังคงบัญชาการรบอยู่ด้วยพระองค์เอง ถึงกับตกใจเมื่อเห็นกองทัพของเฟิ่งหลินที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง และการโจมตีที่รุนแรงของพวกนาง
“เป็นไปไม่ได้! แม่ทัพหญิงผู้นั้นยังไม่ตายอย่างนั้นหรือ!” องค์ชายอู๋จิ้นคำรามด้วยความโกรธ
การรบดำเนินไปนานหลายชั่วโมง โลหิตสีแดงฉานไหลย้อมพื้นดิน ศพทหารเกลื่อนกลาดไปทั่วสนามรบ
ในที่สุด กองทัพแคว้นเยี่ยนก็เริ่มอ่อนกำลังลง ทหารของพวกมันเริ่มแตกพ่ายและหนีทัพ องค์ชายอู๋จิ้นพยายามจะรวบรวมกำลังพลที่เหลืออยู่เพื่อต่อสู้ แต่ก็ไม่เป็นผล
“องค์ชายอู๋จิ้น! ยอมแพ้เสียเถิด! ท่านไม่มีทางรอด!” เฟิ่งหลินตะโกนด้วยเสียงก้อง
องค์ชายอู๋จิ้นมองไปยังเฟิ่งหลินด้วยแววตาอาฆาตแค้น “ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้ต่อเจ้าแม่ทัพหญิง!”
พระองค์ทรงพุ่งเข้าใส่เฟิ่งหลินด้วยดาบในมือ เฟิ่งหลินรับการโจมตีของพระองค์ด้วยกระบี่ในมืออย่างรวดเร็วและแม่นยำ การปะทะกันของดาบและกระบี่ดังสนั่นไปทั่วสนามรบ
เฟิ่งหลินใช้กระบี่ฟาดฟันเข้าใส่องค์ชายอู๋จิ้นอย่างรุนแรง ทำให้พระองค์ต้องถอยหลังไปเล็กน้อย ก่อนที่เฟิ่งหลินจะใช้กระบี่จ่อไปที่ลำคอของพระองค์
“ยอมแพ้เสียเถิด องค์ชายอู๋จิ้น” เฟิ่งหลินกล่าว “หากท่านยังคงดื้อรั้น ท่านจะต้องตายที่นี่”
องค์ชายอู๋จิ้นกัดฟันแน่น พระองค์มองไปยังทหารของพระองค์ที่กำลังแตกพ่าย และมองไปยังเฟิ่งหลินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพ่ายแพ้
“ข้า... ข้ายอมแพ้!” องค์ชายอู๋จิ้นกล่าวในที่สุด
เสียงโห่ร้องกึกก้องของทหารทัพหงส์ดังกังวานไปทั่วสนามรบ ชัยชนะเป็นของพวกเขาแล้ว!
เฟิ่งหลินรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก นางมองไปยังธงรบสีเงินที่โบกสะบัดอยู่เหนือสนามรบ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและความสุข
ทัพหงส์ได้กลับคืนรังแล้ว และชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้คือสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่าความภักดีและความกล้าหาญย่อมนำมาซึ่งชัยชนะเสมอ
แต่เฟิ่งหลินรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่ยังคงอีกยาวไกล การฟื้นฟูอาณาจักรที่บอบช้ำจากสงครามและการทรยศหักหลังนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่รอคอยนางอยู่เบื้องหน้า

จอมทัพหงส์พิชิตมังกร
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก