จอมทัพหงส์พิชิตมังกร

ตอนที่ 9 — เงาปริศนาในเงามืดแห่งราชสำนัก

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

34 ตอน · 1,186 คำ

ลมหายใจของแม่ทัพอิงจันทร์แผ่วเบาและสม่ำเสมอในยามราตรีที่สงัดเงียบภายใต้วงล้อมของค่ายทหารที่ตื่นตัวอยู่เสมอ ควันธูปหอมระรวยจากกระถางเล็กๆ ข้างแท่นบูชาเทพคุ้มครองแผ่นดินช่วยขับไล่กลิ่นอายดินปืนและเหงื่อไคลจากการฝึกซ้อมอันหนักหน่วงตลอดทั้งวัน สองมือของนางวางทาบแผนที่ยุทธศาสตร์ที่กางอยู่บนโต๊ะไม้ สายนางกวาดไล่ไปตามเส้นทางเดินทัพ เมืองหน้าด่าน และช่องเขาที่อาจเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ แคว้นเหลียงทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือยังคงคุกคาม ‌ชายแดนไม่เคยสงบสุข และในยามนี้เองที่ข่าวคราวจากเมืองหลวงกลับสร้างความกระวนกระวายใจให้นางยิ่งกว่าการศึกที่ประชิดเข้ามา

จดหมายลับที่เพิ่งมาถึงเมื่อหัวค่ำจากท่านราชครูจาง ผู้ซึ่งเป็นอาจารย์และผู้ให้ความเมตตานางมาตั้งแต่เยาว์วัย วางอยู่ข้างแผนที่นั้น ตัวอักษรที่บรรจงเขียนบ่งบอกถึงความรีบร้อนและกังวลใจของท่านราชครู สารในจดหมายมิได้กล่าวถึงเรื่องการศึกสงครามโดยตรง หากแต่เป็นเรื่องราวภายในราชสำนักที่เริ่มคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายของความไม่ชอบมาพากล “...เสนาบดีหลี่เริ่มเคลื่อนไหวผิดปกติ ​มีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการสำคัญหลายตำแหน่งโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร องค์จักรพรรดิทรงประชวรหนักขึ้นทุกวัน องค์รัชทายาทเทียนหลงทรงพยายามควบคุมสถานการณ์ แต่พระองค์ยังทรงพระเยาว์และไร้ประสบการณ์ การสนับสนุนจากบรรดาขุนนางเริ่มแบ่งแยกออกเป็นฝักฝ่าย ข้าเกรงว่านี่จะเป็นลางร้ายสำหรับแผ่นดิน...”

อิงจันทร์ถอนหายใจยาว นางหลับตาลง ภาพขององค์จักรพรรดิเทียนจงผู้ทรงพระชราและอ่อนแอลงทุกวันผุดขึ้นในมโนสำนึก ‍พระองค์เคยเป็นกษัตริย์ผู้กล้าหาญและชาญฉลาด แต่กาลเวลาได้กัดกินเรี่ยวแรงและสติปัญญาของพระองค์ไปจนเกือบหมดสิ้น ทิ้งไว้เพียงบัลลังก์ที่สั่นคลอน และองค์รัชทายาทเทียนหลง ผู้เป็นศิษย์รักอีกคนของท่านราชครูจาง ชายหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรมและความมุ่งมั่น แต่ยังขาดความแหลมคมและความเด็ดขาดในการปกครอง อิงจันทร์รู้สึกผิดชอบชั่วดีต่อแผ่นดินและต่อองค์รัชทายาทผู้เป็นความหวังสุดท้ายของราชวงศ์ ‌นางสาบานว่าจะปกป้องพวกเขาด้วยชีวิต

เสียงเคาะประตูเบาๆ ดึงอิงจันทร์ออกจากภวังค์ “แม่ทัพขอรับ ข่าวจากหน่วยสอดแนมเพิ่งมาถึง” เสียงของรองแม่ทัพหลินเฟิง ลูกศิษย์คนสนิทของนางดังขึ้น อิงจันทร์เก็บจดหมายลับใส่ลงในลิ้นชักอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพยักหน้าให้หลินเฟิงเข้ามา

หลินเฟิงก้าวเข้ามาในกระโจมพร้อมสีหน้าเคร่งเครียด ‍มือถือม้วนผ้าไหมที่บรรจุรายงาน “แม่ทัพขอรับ หน่วยสอดแนมรายงานว่าแคว้นเหลียงได้ระดมพลครั้งใหญ่ที่ชายแดนแล้ว ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเตรียมพร้อมสำหรับการรุกรานเต็มรูปแบบ”

อิงจันทร์รับม้วนผ้าไหมมาคลี่ออกอ่าน สายตากวาดไปตามตัวอักษรอย่างรวดเร็ว ข้อมูลที่ได้รับยืนยันสิ่งที่นางคาดการณ์ไว้ สภาพอากาศที่เริ่มหนาวจัดทางเหนือมักเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเคลื่อนไหวของแคว้นเหลียง ซึ่งมักจะฉวยโอกาสในช่วงที่ฤดูหนาวเริ่มอ่อนกำลังลง ​เพื่อหลีกเลี่ยงหิมะที่ตกหนัก แต่ก็ยังใช้ความหนาวเย็นเป็นอุปสรรคต่อกองทัพของต้าฉีที่คุ้นเคยกับภูมิประเทศอบอุ่นมากกว่า

“มีรายละเอียดเกี่ยวกับกำลังพลและแม่ทัพฝ่ายข้าศึกหรือไม่?” อิงจันทร์ถาม น้ำเสียงของนางยังคงสงบนิ่ง แต่นัยน์ตาฉายแววคมกริบ

“มีขอรับ พวกเขานำโดยแม่ทัพหลงเหยียน ฉายา ‘มังกรทมิฬแห่งเหลียง’ ​ผู้ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและกลยุทธ์ที่คาดเดาได้ยาก กำลังพลประมาณห้าหมื่นนาย และกำลังเสริมอีกจำนวนหนึ่งที่กำลังเคลื่อนตามมา” หลินเฟิงรายงานอย่างกระชับ

ห้าหมื่นนาย! นั่นคือกำลังพลที่มากกว่าที่ต้าฉีมีประจำการอยู่ตามชายแดนถึงสองเท่า อิงจันทร์กัดริมฝีปากเบาๆ สถานการณ์ภายนอกเริ่มวิกฤต ในขณะที่ภายในราชสำนักก็สั่นคลอน ​อิงจันทร์รู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นจากทุกทิศทาง

“หลินเฟิง เจ้าส่งข่าวไปยังกองกำลังป้องกันชายแดนทางใต้ ให้เตรียมพร้อมรับมือกับการรุกคืบที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ สั่งให้ทุกหน่วยลาดตระเวนเพิ่มความเข้มงวดเป็นสองเท่า และเตรียมเสบียงให้พร้อมสำหรับการปิดล้อม หากจำเป็น” อิงจันทร์ออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด

“ขอรับแม่ทัพ” หลินเฟิงรับคำสั่งและรีบเดินออกไป

เหลือเพียงอิงจันทร์ผู้เดียวในกระโจม นางเดินไปที่แผนที่อีกครั้ง คิ้วเรียวขมวดมุ่น มองไปยังจุดที่กองทัพเหลียงกำลังรวมพล ห้าหมื่นนาย พร้อมกับมังกรทมิฬหลงเหยียน แม่ทัพผู้นี้เคยสร้างความเสียหายให้ต้าฉีมาแล้วหลายครั้ง ด้วยความบ้าบิ่นและไม่เกรงกลัวความตาย หากต้าฉีต้องรับศึกพร้อมกันทั้งภายในและภายนอกเช่นนี้ โอกาสที่จะพ่ายแพ้ย่อมมีสูงลิ่ว

ความคิดของนางวกกลับมาที่จดหมายจากราชครูจาง เสนาบดีหลี่ผู้ทะเยอทะยานและมีอิทธิพลในราชสำนักมานานหลายทศวรรษ เขาเป็นคนฉลาดแกมโกงและมีเครือข่ายอำนาจที่แผ่กว้าง หากเขากำลังใช้ช่วงเวลาที่องค์จักรพรรดิทรงประชวรเพื่อบงการราชกิจและขจัดผู้ที่ขัดขวาง ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก

อิงจันทร์หยิบพู่กันขึ้นมาเขียนจดหมายตอบราชครูจางทันที นางบรรยายถึงสถานการณ์ชายแดนที่กำลังตึงเครียด และขอให้ท่านราชครูจับตาดูเสนาบดีหลี่อย่างใกล้ชิด “...หากมีสิ่งใดผิดปกติ โปรดส่งข่าวให้ข้าทราบโดยเร็วที่สุด ข้าเกรงว่าศัตรูภายนอกและภายในอาจประสานงานกัน ก่อให้เกิดหายนะแก่แผ่นดินได้...” นางเขียนด้วยลายมือที่มั่นคงและชัดเจน ก่อนจะผนึกจดหมายและเรียกทหารคนสนิทเข้ามาส่งมอบให้รีบเดินทางกลับเมืองหลวงโดยเร็วที่สุด

ในยามนี้ อิงจันทร์ตระหนักดีว่าภาระหนักอึ้งได้ตกอยู่บนบ่าของนางแล้ว ในฐานะแม่ทัพสูงสุดแห่งกองทัพต้าฉี นางต้องรับผิดชอบชีวิตทหารนับหมื่น ปกป้องแผ่นดินจากศัตรูภายนอก และยังต้องคอยระแวดระวังภัยจากคมหอกคมดาบที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของราชสำนัก

หลายคืนที่ผ่านมา อิงจันทร์แทบไม่ได้หลับได้นอน ความกังวลกัดกินหัวใจ นางเป็นสตรี แต่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างเข้มข้นไม่ต่างจากบุรุษเพศ นางเติบโตมาในค่ายทหาร ตั้งแต่จำความได้ก็เห็นดาบ หอก ธนู และเสียงกระทบกันของอาวุธเป็นเรื่องปกติ พ่อของนางเป็นแม่ทัพใหญ่ผู้ภักดีเสียชีวิตในสนามรบ แม่ของนางเป็นหมอทหารที่เสียสละชีวิตช่วยรักษาทหารบาดเจ็บจากการศึก นางจึงเติบโตมาภายใต้การดูแลของท่านราชครูจางและเหล่าทหารหาญผู้ภักดีต่อพ่อของนาง ความจงรักภักดีต่อราชวงศ์และแผ่นดินจึงฝังรากลึกอยู่ในจิตวิญญาณของอิงจันทร์

แต่ความจงรักภักดีนี้เองที่อาจกลายเป็นจุดอ่อนของนาง หากคนที่นางไว้ใจกลับเป็นผู้ทรยศ อิงจันทร์รู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ นางต้องระมัดระวังทุกก้าวเดิน ต้องเชื่อใจคนให้น้อยลงกว่าเดิม

“แม่ทัพอิงจันทร์ ท่านคงเหน็ดเหนื่อยมากแล้ว โปรดพักผ่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ” เสียงทุ้มนุ่มนวลขององครักษ์เงาซ่อนเร้นที่ประจำการอยู่รอบกระโจมดังขึ้นเบาๆ เป็นเสียงของ "เงามืด" ผู้ภักดีที่องค์รัชทายาทเทียนหลงส่งมาดูแลความปลอดภัยของนางโดยเฉพาะ

อิงจันทร์หันไปมองเงามืดที่ยืนนิ่งอยู่ตรงมุมกระโจม ร่างกายของเขากลืนไปกับความมืดมิดจนแทบมองไม่เห็นตัวตน “ข้ายังพักไม่ได้หรอกเงามืด หากแผ่นดินยังไม่สงบสุข” นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่น

“แต่สุขภาพของท่านก็สำคัญพ่ะย่ะค่ะ หากท่านล้มป่วยไป ใครเล่าจะนำทัพต่อสู้” เงามืดกล่าวเตือนด้วยความเป็นห่วง

อิงจันทร์ยิ้มบางๆ “ข้ารู้ ข้าจะพักผ่อนเมื่อถึงเวลาอันควร แต่ตอนนี้ ข้าต้องคิดให้รอบคอบถึงทุกความเป็นไปได้” นางเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาที่วางอยู่ข้างแผนที่ ชาอุ่นๆ ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดได้บ้างเล็กน้อย

ในใจของอิงจันทร์ยังคงครุ่นคิดถึงเสนาบดีหลี่ พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของเขา การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการสำคัญโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือแม้แต่การที่เขาเข้าพบองค์จักรพรรดิบ่อยครั้งขึ้นในยามที่พระองค์ประชวรหนัก ล้วนเป็นสัญญาณที่ไม่ดีนัก หากเขามีแผนการร้ายจริง เขาจะทำเพื่ออะไร? เพื่ออำนาจ? เพื่อโค่นล้มราชวงศ์? หรือมีใครอยู่เบื้องหลังเขาอีกที?

คำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวของอิงจันทร์ นางพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวจากข้อมูลที่ได้รับจากราชครูจาง กับข่าวลือบางอย่างที่เล็ดลอดมาถึงค่ายทหาร เรื่องความไม่พอใจของขุนนางบางกลุ่มต่อการบริหารราชการแผ่นดินขององค์จักรพรรดิในช่วงท้าย และความไม่มั่นใจในตัวองค์รัชทายาทที่ยังทรงพระเยาว์

“เงามืด เจ้าพอจะสืบข่าวจากเมืองหลวงได้หรือไม่ เรื่องของเสนาบดีหลี่” อิงจันทร์ตัดสินใจถามออกไป

“ข้าน้อยจะพยายามพ่ะย่ะค่ะ แต่ข้าราชการระดับสูงเช่นเสนาบดีหลี่ ย่อมมีคนคุ้มกันและเครือข่ายของตนเอง การสืบความลับของเขาเป็นเรื่องยากยิ่ง” เงามืดตอบด้วยน้ำเสียงที่แสดงความกังวล

“ข้ารู้ว่ามันยาก แต่จำเป็นต้องทำ หากเราไม่รู้ว่าใครเป็นมิตร ใครเป็นศัตรูที่แท้จริง เราจะปกป้องแผ่นดินได้อย่างไร” อิงจันทร์กล่าวอย่างหนักใจ “จงระมัดระวังตัวให้มาก อย่าให้ใครจับพิรุธได้”

“ขอรับแม่ทัพ” เงามืดรับคำอย่างนอบน้อม

อิงจันทร์หันกลับมามองแผนที่อีกครั้ง แสงไฟจากตะเกียงส่องกระทบใบหน้าของนาง เผยให้เห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว แม้จะมีความกังวลแฝงอยู่ลึกๆ แต่ความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ที่แบกรับไว้บนบ่า ทำให้แม่ทัพหญิงผู้นี้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเข้มแข็งและยืนหยัด

นางรู้ดีว่าสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ ไม่ได้มีเพียงสนามรบที่ชายแดนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสมรภูมิแห่งการช่วงชิงอำนาจและผลประโยชน์ภายในราชสำนัก ซึ่งอาจอันตรายกว่าคมดาบของศัตรูภายนอกเสียด้วยซ้ำ เพราะมันคือการต่อสู้กับเงาที่มองไม่เห็น การต่อสู้กับความไว้ใจที่อาจถูกหักหลัง

“จอมทัพหงส์พิชิตมังกร” ชื่อที่เหล่าทหารหาญขนานนามให้นาง ยามนี้นางรู้สึกว่าตำแหน่งนี้หนักอึ้งเหลือเกิน นางจะต้องเป็นหงส์ที่โบยบินอย่างสง่างามท่ามกลางพายุแห่งการทรยศหักหลัง และพิชิตมังกรทั้งภายนอกและภายในให้จงได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม

อิงจันทร์เดินไปที่หน้าต่างกระโจม เปิดผ้าคลุมออก ลมหนาวพัดโชยเข้ามาปะทะใบหน้า ความมืดมิดของยามราตรีปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า แต่ในความมืดนั้น นางยังคงมองเห็นแสงดาวระยิบระยับอยู่ไกลๆ แสงดาวเหล่านั้นเป็นเหมือนความหวังริบหรี่ที่ช่วยนำทางให้นางเดินหน้าต่อไป

“แผ่นดินต้าฉี... ข้าจะปกป้องเจ้าด้วยชีวิต” อิงจันทร์พึมพำกับตัวเอง เสียงของนางแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า


หน้านิยาย
หน้านิยาย
จอมทัพหงส์พิชิตมังกร

จอมทัพหงส์พิชิตมังกร

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!