จอมทัพหงส์พิชิตมังกร

ตอนที่ 14 — เพลิงสงครามและเงาอัปยศ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

34 ตอน · 1,066 คำ

เปลวเพลิงสีแดงฉานลุกโชนขึ้นกลางฟ้ายามราตรี แสงไฟสะท้อนบนใบหน้าของแม่ทัพอิงจันทร์ที่ยืนอยู่บนเชิงเทินของเมืองหน้าด่านเจิ้งหยาง เสียงระเบิดตูมตามสนั่นหวั่นไหว ดินและหินพุ่งกระจัดกระจายไปทั่ว กลิ่นควันดินปืนและกลิ่นสาบเลือดคละคลุ้งในอากาศ แม่ทัพหลงเหยียนแห่งแคว้นเหลียงได้เปิดฉากการโจมตีอย่างเต็มกำลังแล้ว

การโจมตีครั้งนี้ดุเดือดกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก กองทัพเหลียงมิได้เพียงใช้กำลังพลเข้าห้ำหั่น แต่ยังนำอาวุธชนิดใหม่ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนมาใช้ ‌ลักษณะคล้ายปืนใหญ่ที่ยิงก้อนหินติดไฟได้ไกลและแม่นยำ สร้างความเสียหายแก่กำแพงเมืองอย่างหนัก และยังสร้างความขวัญเสียแก่ทหารต้าฉีที่ไม่เคยรับมือกับอาวุธทำลายล้างเช่นนี้มาก่อน

“ส่งทหารหน่วยเฝ้าระวังกำแพงขึ้นไปเสริมกำลัง! หน่วยธนูเตรียมพร้อม! ยิงสกัดข้าศึกที่พยายามปีนกำแพง!” อิงจันทร์ออกคำสั่งเสียงกังวาน แม้ใบหน้าจะเปื้อนเขม่าดินปืน แต่แววตาของนางยังคงคมกริบและเด็ดเดี่ยว

หลินเฟิง ​รองแม่ทัพคู่ใจ วิ่งเข้ามาหานางด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “แม่ทัพขอรับ กำแพงด้านตะวันตกเฉียงเหนือเริ่มรับน้ำหนักไม่ไหวแล้ว หากยังถูกโจมตีด้วยอาวุธนั้นอีก กำแพงอาจพังทลายลงได้!”

อิงจันทร์หันไปมองทิศทางที่หลินเฟิงชี้เห็น กำแพงหินที่เคยแข็งแกร่งบัดนี้มีรอยร้าวขนาดใหญ่หลายแห่ง ควันไฟและเศษหินยังคงร่วงหล่นลงมาอย่างต่อเนื่อง ‍“เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยันไว้ให้ได้ หลินเฟิง! ส่งหน่วยซ่อมบำรุงไปเสริมกำลังที่นั่นทันที! และบอกให้หน่วยพลหอกเตรียมพร้อมรับมือกับการทะลวงเข้ามาของข้าศึก หากกำแพงพังลง!”

ในขณะที่สถานการณ์ภายนอกกำลังเลวร้ายถึงขีดสุด ข่าวสารจากเมืองหลวงที่เพิ่งมาถึงเมื่อเช้านี้กลับยิ่งทำให้ใจของอิงจันทร์หนักอึ้งกว่าเดิม ท่านราชครูจางถูกปลดจากตำแหน่งและถูกคุมขังในข้อหา “สมรู้ร่วมคิดกับฝ่ายกบฏ” ‌โดยคำสั่งของเสนาบดีหลี่ผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในราชสำนักยามที่องค์จักรพรรดิทรงประชวรหนักจนไม่อาจว่าราชการได้ องค์รัชทายาทเทียนหลงถูกจำกัดพระราชอำนาจ ไม่สามารถทำสิ่งใดได้

นี่คือการทรยศหักหลังอย่างแท้จริง! แผนการของเสนาบดีหลี่ได้ปรากฏชัดแจ้งแล้ว เขากำลังใช้ช่วงเวลาที่แผ่นดินอ่อนแอที่สุด เพื่อกำจัดผู้ที่ภักดีต่อราชวงศ์และครอบครองอำนาจทั้งหมดไว้ในมือ อิงจันทร์รู้สึกราวกับถูกมีดแทงทะลุหัวใจ ความจงรักภักดีที่นางมีให้กลับถูกตอบแทนด้วยการทรยศหักหลังเช่นนี้

“ท่านแม่ทัพ! ‍ข้าศึกโจมตีหนักขึ้น! พวกมันกำลังใช้บันไดปีนกำแพงเข้ามาแล้ว!” เสียงทหารตะโกนดังขึ้น อิงจันทร์สะบัดความคิดเรื่องเมืองหลวงออกไปจากหัวชั่วขณะ นางต้องมุ่งมั่นกับการศึกตรงหน้าก่อน

นางชักกระบี่คู่กายออกจากฝัก แสงจันทร์ส่องกระทบปลายกระบี่วาววับ “เตรียมพร้อม! อย่าให้พวกมันเข้ามาในเมืองได้แม้แต่ก้าวเดียว! ​ใครก็ตามที่บุกเข้ามาได้ จงกำจัดมันให้สิ้นซาก!”

อิงจันทร์พุ่งตัวเข้าสู่สมรภูมิบนกำแพงเมืองราวกับพยัคฆ์สาว นางวาดกระบี่ฟาดฟันใส่ทหารเหลียงที่พยายามปีนขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง กระบวนท่าของนางสง่างามแต่ร้ายกาจ ทุกการเคลื่อนไหวคือการปลิดชีพ ทหารเหลียงล้มตายลงภายใต้คมกระบี่ของนางทีละคนสองคน ด้วยความกล้าหาญของแม่ทัพ ทำให้ขวัญกำลังใจของทหารต้าฉีกลับคืนมา ​พวกเขาร่วมกันต่อสู้อย่างดุเดือด

แต่จำนวนของข้าศึกและอาวุธที่เหนือกว่ายังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ กำแพงด้านตะวันตกเฉียงเหนือเริ่มส่งเสียงครืนครั่น และในที่สุดก็พังทลายลงมาด้วยเสียงสนั่นหวั่นไหว ก้อนหินขนาดใหญ่และเศษซากกำแพงทับถมทหารต้าฉีไปจำนวนมาก

“กำแพงพังแล้ว!” เสียงร้องด้วยความหวาดกลัวดังขึ้น ทหารเหลียงจำนวนมากกรูกันเข้ามาในเมืองผ่านช่องว่างที่เปิดออก

“ตั้งขบวนพลหอก! ยันพวกมันไว้!” อิงจันทร์ตะโกนสั่งเสียงก้อง ​นางรู้ดีว่าหากไม่สามารถหยุดยั้งข้าศึกไว้ได้ เมืองเจิ้งหยางจะต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของแคว้นเหลียงอย่างแน่นอน

ท่ามกลางความโกลาหล อิงจันทร์เห็นแม่ทัพหลงเหยียนขี่ม้าสีดำทะมึนเข้ามาในเมือง สายตาที่อำมหิตของเขาจับจ้องมาที่นาง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน “ในที่สุดก็เจอเจ้า แม่ทัพหงส์แห่งต้าฉี! วันนี้แหละที่เจ้าจะต้องพ่ายแพ้!”

อิงจันทร์ไม่ตอบโต้ นางพุ่งเข้าใส่หลงเหยียนทันที กระบี่ในมือวาดเป็นประกาย หลงเหยียนชักดาบใหญ่คู่กายออกมารับมือ เสียงดาบกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ทั้งสองแม่ทัพต่อสู้กันอย่างดุเดือดกลางสนามรบที่เต็มไปด้วยเลือดและศพ

ทักษะการต่อสู้ของหลงเหยียนนั้นร้ายกาจและดุดัน เขาโจมตีอย่างไม่ปรานี หวังจะปลิดชีพนางให้ได้ในคราเดียว แต่อิงจันทร์ก็มิได้อ่อนแอ นางตอบโต้ด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ ทุกการฟาดฟันของนางมีเป้าหมายที่จุดตาย ทว่าในยามที่กำลังต่อสู้อย่างดุเดือด เสียงรายงานอันน่าใจหายก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“แม่ทัพขอรับ! กองเสบียงของเราถูกลอบวางเพลิง! และมีคนเห็นทหารของเราเองเป็นผู้จุดไฟ!” เสียงของทหารคนหนึ่งตะโกนเข้ามาในความสับสน

อิงจันทร์เบิกตากว้าง ความตกใจแล่นไปทั่วร่าง การทรยศหักหลังจากภายใน! เสนาบดีหลี่ไม่เพียงแต่จะกำจัดผู้ภักดีในเมืองหลวง แต่ยังส่งคนมา sabotag กองทัพของนางในสนามรบอีกด้วย! นี่มันเกินไปแล้ว!

จังหวะที่นางชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที หลงเหยียนก็ฉวยโอกาสฟันดาบใหญ่เข้าใส่ อิงจันทร์รีบใช้กระบี่ปัดป้อง แต่ด้วยความที่ยังตกใจกับข่าวร้าย แรงปะทะจากดาบของหลงเหยียนจึงทำให้ร่างของนางกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว กระบี่ในมือแทบหลุด

“ฮ่าๆๆ! ดูเหมือนว่าพวกเดียวกันของเจ้ากำลังจะทรยศเจ้าแล้ว แม่ทัพหงส์! ไร้ประโยชน์ที่จะต่อต้าน! ยอมแพ้เสียเถิด!” หลงเหยียนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

อิงจันทร์พยายามรวบรวมสติ นางมองไปยังกองไฟที่ลุกโชนขึ้นอีกแห่งหนึ่ง นั่นคือกองเสบียงที่สำคัญที่สุดของกองทัพ ทหารที่เหน็ดเหนื่อยจากการต่อสู้มาราธอนกำลังขาดแคลนอาหารและน้ำ หากกองเสบียงถูกทำลาย พวกเขาจะหมดกำลังใจและพ่ายแพ้ในที่สุด

นี่คือแผนการของเสนาบดีหลี่ เขากำลังใช้แคว้นเหลียงเป็นหมาก เพื่อกำจัดนางและกองทัพที่จงรักภักดีต่อองค์รัชทายาท จากนั้นเขาก็จะสามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์

ความโกรธแค้นแผดเผาในหัวใจของอิงจันทร์ นางกัดฟันแน่น “ไม่มีทาง! ข้าไม่มีวันยอมแพ้!”

นางพุ่งเข้าใส่หลงเหยียนอีกครั้ง คราวนี้ด้วยแรงที่เหนือกว่าเดิม ความโกรธแค้นเปลี่ยนเป็นพลังในการต่อสู้ กระบี่ในมือของนางวาดฟันเป็นวงรัศมี กดดันให้หลงเหยียนต้องตั้งรับอย่างยากลำบาก ทว่าแม้จะต่อสู้อย่างสุดกำลัง กองทัพของต้าฉีก็ยังคงเสียเปรียบ จำนวนข้าศึกที่ทะลักเข้ามาในเมืองมีมากเกินไป

“แม่ทัพ! เราต้องถอยขอรับ! หากยังอยู่ต่อ เราจะถูกล้อมทั้งหมด!” หลินเฟิงตะโกนบอก พลางพยายามพาอิงจันทร์ถอยร่น

อิงจันทร์มองไปรอบตัว ทหารต้าฉีล้มตายไปจำนวนมาก บางส่วนกำลังต่อสู้อย่างสิ้นหวัง บางส่วนเริ่มท้อแท้และพยายามหนีตาย หากยังฝืนอยู่ต่อที่นี่ พวกเขาทั้งหมดจะต้องตายอย่างไร้ความหมาย

นางกำกระบี่แน่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความเจ็บปวดและแค้นเคือง “ถอย! สั่งให้ทหารที่เหลือถอยไปยังป่าทางใต้! เราจะจัดระเบียบกำลังพลใหม่ที่นั่น!” อิงจันทร์ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ แต่มั่นคง

หลินเฟิงรีบนำทหารที่เหลือถอยร่นทันที อิงจันทร์เองก็พยายามถอยออกมาจากวงล้อมของหลงเหยียน นางยังคงต่อสู้อย่างดุเดือดเพื่อเปิดทางให้ทหารของตนเองได้หนี

ในที่สุด กองทัพต้าฉีที่เหลือรอดก็สามารถถอนตัวออกจากเมืองเจิ้งหยางที่กำลังลุกเป็นไฟได้สำเร็จ แต่เมืองแห่งนี้ได้กลายเป็นซากปรักหักพังไปแล้ว และการพ่ายแพ้ครั้งนี้มิใช่แค่การเสียเมืองหน้าด่าน หากแต่เป็นการเสียขวัญกำลังใจและชื่อเสียงของแม่ทัพอิงจันทร์ไปอย่างย่อยยับ

อิงจันทร์ยืนอยู่บนเนินเขาที่ห่างจากเมืองเจิ้งหยางไม่ไกลนัก มองดูเปลวเพลิงที่ยังคงโชติช่วงอยู่ในความมืดมิดของยามราตรี ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและผิดหวัง ความรู้สึกผิดที่ไม่อาจปกป้องเมืองและทหารของตนเองได้กัดกินหัวใจ

“แม่ทัพ…” หลินเฟิงเดินเข้ามาหานางด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

อิงจันทร์หันมามองหลินเฟิง ดวงตาของนางฉายแววความมุ่งมั่นที่น่ากลัว “หลินเฟิง เราจะไม่มีวันยอมแพ้”

“แต่ว่าตอนนี้เราเหลือทหารเพียงไม่กี่พันนาย กำลังเสบียงก็ถูกทำลายไปเกือบทั้งหมด แถมพวกทรยศในราชสำนักก็...” หลินเฟิงยังพูดไม่ทันจบ อิงจันทร์ก็ยกมือขึ้นห้าม

“ข้ารู้ดีว่าสถานการณ์เลวร้ายเพียงใด แต่สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้คือรวบรวมกำลังใจและวางแผนใหม่ เราจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าใครคือผู้ทรยศที่แท้จริง และเราจะทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนมา” อิงจันทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเด็ดเดี่ยว

นางเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า ความรู้สึกผิดหวังและโกรธแค้นยังคงคุกรุ่นอยู่ในใจ แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือความมุ่งมั่นที่จะล้างแค้นให้แก่ผู้บริสุทธิ์ที่ต้องตายไป และปกป้องแผ่นดินต้าฉีจากเงื้อมมือของทรราชย์ทั้งภายนอกและภายใน

“เสนาบดีหลี่... และหลงเหยียน... พวกเจ้าจะต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกเจ้าทำ!” อิงจันทร์พึมพำกับตัวเอง คำพูดนั้นเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นที่นางไม่เคยรู้สึกมาก่อน นี่คือจุดต่ำสุดในชีวิตของแม่ทัพอิงจันทร์ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการลุกขึ้นสู้ครั้งใหม่ที่ดุดันและแข็งแกร่งกว่าเดิม


หน้านิยาย
หน้านิยาย
จอมทัพหงส์พิชิตมังกร

จอมทัพหงส์พิชิตมังกร

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!