จอมทัพหงส์พิชิตมังกร

ตอนที่ 17 — ข้อกล่าวหาและการคุมขัง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

34 ตอน · 997 คำ

สายลมหนาวพัดโชยเข้ามาในห้องโถงใหญ่ของท้องพระโรง เสียงกระซิบกระซาบดังอื้ออึงราวกับฝูงผึ้งแตกรัง สายตานับร้อยคู่จับจ้องไปยังร่างบอบบางของสตรีผู้หนึ่งที่ยืนอยู่กลางห้อง นางอยู่ในชุดเกราะสีเงินที่ยังคงมีร่องรอยของการศึก ใบหน้าเปื้อนเขม่าดินปืนและรอยแผลเล็กๆ แต่แววตาของนางยังคงฉายแววเด็ดเดี่ยวไม่เกรงกลัว

แม่ทัพอิงจันทร์ถูกเรียกตัวกลับเมืองหลวงอย่างเร่งด่วน ภายหลังจากความพ่ายแพ้ที่เมืองเจิ้งหยาง ข่าวการเสียเมืองและการถูกทำลายกองเสบียงแพร่สะพัดไปทั่ว ‌สร้างความแตกตื่นและไม่พอใจให้กับราษฎรและเหล่าขุนนางจำนวนมาก

เบื้องหน้าของนางคือบัลลังก์อันว่างเปล่า องค์จักรพรรดิเทียนจงยังคงประชวรหนักจนไม่อาจเสด็จออกว่าราชการได้ ทำให้เสนาบดีหลี่ ผู้ที่สวมเสื้อผ้าแพรพรรณหรูหรา ใบหน้าเปี่ยมด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ นั่งอยู่บนเก้าอี้สูงข้างบัลลังก์ ทำหน้าที่ประธานในการพิจารณาคดี

“แม่ทัพอิงจันทร์!” เสียงของเสนาบดีหลี่ดังขึ้นกังวานในห้องโถง ​“เจ้าได้นำกองทัพต้าฉีเข้าสู่ความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับที่เมืองเจิ้งหยาง ทำให้แคว้นเหลียงสามารถบุกรุกเข้ามาในแผ่นดินของเราได้อย่างง่ายดาย เจ้าจะปฏิเสธความผิดนี้ได้อย่างไร!”

อิงจันทร์เงยหน้าขึ้นมองเสนาบดีหลี่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดูถูก “ข้ามิได้ปฏิเสธความพ่ายแพ้ แต่ข้าปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าข้าเป็นผู้ผิดแต่เพียงผู้เดียว”

“โอ้? เช่นนั้นเจ้าจะกล่าวโทษผู้ใดเล่า? หรือจะกล่าวโทษองค์จักรพรรดิที่มอบหมายให้เจ้าเป็นแม่ทัพใหญ่?” เสนาบดีหลี่ยิ้มเยาะ

“ข้าจะกล่าวโทษผู้ที่ทรยศต่อแผ่นดินและราชวงศ์!” ‍อิงจันทร์กล่าวเสียงดังฟังชัด “ผู้ที่สมรู้ร่วมคิดกับศัตรูภายนอก วางแผนทำลายกองเสบียงของเรา และกำจัดผู้ภักดีในราชสำนัก!”

เสียงฮือฮาดังขึ้นในห้องโถง ขุนนางบางคนถึงกับแสดงสีหน้าตกใจกับความกล้าหาญของอิงจันทร์ที่กล้ากล่าวหาเสนาบดีหลี่ต่อหน้าธารกำนัล

“บังอาจ!” เสนาบดีหลี่ตบโต๊ะเสียงดัง “เจ้ากล่าวหาผู้บริสุทธิ์โดยไม่มีหลักฐาน! นี่คือการใส่ร้ายป้ายสี! ‌เจ้ากำลังพยายามเบี่ยงเบนความผิดของเจ้าเอง!”

“หลักฐานหรือ?” อิงจันทร์ยิ้มเย็น “หลักฐานคือจดหมายจากราชครูจางที่เตือนข้าถึงแผนการร้ายของท่าน! หลักฐานคือทหารของข้าที่เห็นทหารฝ่ายเราเองเป็นผู้จุดไฟเผากองเสบียง! หลักฐานคือการที่ท่านปลดและคุมขังราชครูจางทันทีที่ท่านมีอำนาจเบ็ดเสร็จในราชสำนัก!”

“จดหมายจากจางไห่? เขาก็เป็นพวกกบฏ! คำพูดของคนทรยศจะเชื่อถือได้อย่างไร?” เสนาบดีหลี่หัวเราะอย่างเหยียดหยาม ‍“ส่วนเรื่องทหารของเจ้าที่เห็นผู้จุดไฟเผากองเสบียง ใครจะรู้เล่าว่าพวกเขาเหล่านั้นไม่ใช่พวกของเจ้าที่ถูกส่งไปสร้างสถานการณ์เพื่อใส่ร้ายผู้อื่น?”

อิงจันทร์รู้สึกราวกับถูกบีบคั้น ความจริงถูกบิดเบือนอย่างหน้าด้านๆ นางไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนพอที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองได้ในตอนนี้

“ท่านแม่ทัพอิงจันทร์!” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากกลุ่มขุนนาง เป็นเสียงขององค์รัชทายาทเทียนหลง พระองค์ก้าวออกมาจากแถวขุนนางด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ข้าเชื่อในความจงรักภักดีของแม่ทัพอิงจันทร์ ​นางไม่มีทางทรยศต่อแผ่นดิน!”

“องค์รัชทายาท!” เสนาบดีหลี่หันไปมององค์รัชทายาทด้วยแววตาไม่พอใจ “พระองค์ทรงพระเยาว์และไร้เดียงสาเกินไปที่จะเข้าใจเล่ห์เหลี่ยมของแม่ทัพผู้นี้! ผู้ที่แพ้สงครามย่อมต้องถูกลงโทษ! นี่คือกฎของแผ่นดิน!”

“แต่แม่ทัพอิงจันทร์ได้รับความดีความชอบมามากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมา!” องค์รัชทายาททรงพยายามปกป้อง “ความพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียวมิอาจลบล้างความภักดีของนางได้!”

“ความพ่ายแพ้ครั้งเดียวที่นำมาซึ่งการเสียเมืองสำคัญและเปิดทางให้ศัตรูเข้าสู่ใจกลางแผ่นดินได้ง่ายดาย? นั่นมิใช่ความผิดเล็กน้อย!” ​เสนาบดีหลี่กล่าวเสียงดังฟังชัด “หากเราไม่ลงโทษผู้ที่รับผิดชอบ แผ่นดินจะอยู่ได้อย่างไร? ข้าขอเสนอให้ถอดยศแม่ทัพอิงจันทร์ทั้งหมด และคุมขังนางไว้รอการไต่สวนเพิ่มเติม!”

เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง ขุนนางบางคนแสดงสีหน้าเห็นด้วย บางคนแสดงสีหน้าไม่เห็นด้วย แต่ไม่มีใครกล้าคัดค้านเสนาบดีหลี่อย่างเปิดเผย ​เพราะอำนาจของเขาในยามนี้ช่างยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ใครจะต่อกรได้

องค์รัชทายาทเทียนหลงทรงพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสนาบดีหลี่ก็ตัดบทเสียก่อน “มติเป็นเอกฉันท์! แม่ทัพอิงจันทร์ถูกถอดยศและคุมขัง!”

ทหารองครักษ์สองนายก้าวเข้ามาจับกุมอิงจันทร์ นางมิได้ขัดขืน นางยอมให้พวกเขาจับกุมแต่โดยดี ดวงตาของนางยังคงจ้องมองไปยังเสนาบดีหลี่ด้วยแววตาที่เย็นชาและเต็มไปด้วยความแค้นเคือง

“เสนาบดีหลี่... ท่านจะต้องเสียใจกับการกระทำของท่าน!” อิงจันทร์กล่าวเสียงแผ่วเบา แต่คำพูดนั้นเต็มไปด้วยน้ำหนักที่น่าสะพรึงกลัว

เสนาบดีหลี่ยิ้มเยาะ “เสียใจหรือ? ข้าจะเสียใจได้อย่างไร ในเมื่อข้ากำลังจะกอบกู้แผ่นดินที่กำลังจะล่มสลายในมือของคนไร้ความสามารถเช่นเจ้า!”

อิงจันทร์ถูกนำตัวออกจากห้องโถงไป นางเดินผ่านองค์รัชทายาทเทียนหลงที่ยืนนิ่งด้วยสีหน้าสิ้นหวัง นางส่งยิ้มบางๆ ให้พระองค์ เป็นรอยยิ้มที่บอกว่านางยังคงเชื่อมั่นในตัวพระองค์ และนางจะไม่มีวันยอมแพ้

ระหว่างทางไปยังคุกหลวง อิงจันทร์ถูกทหารนำทางผ่านตรอกซอกซอยที่มืดมิดของเมืองหลวง นางเคยได้รับเสียงเชียร์สรรเสริญจากประชาชนยามที่นำทัพกลับจากชัยชนะ แต่บัดนี้กลับต้องเดินผ่านไปในฐานะนักโทษ ทว่าในความมืดมิดนั้น นางยังคงเห็นรอยยิ้มและแววตาให้กำลังใจจากประชาชนบางส่วนที่แอบมองมาจากหน้าต่าง นั่นคือพลังที่ทำให้นางยังคงยืนหยัดได้

คุกหลวงเป็นสถานที่ที่น่าหดหู่ ซุ่มทึบ และเหม็นอับ กลิ่นสาบเลือด กลิ่นปัสสาวะ และกลิ่นอับชื้นคละคลุ้งไปทั่ว ห้องขังของนางเป็นห้องเล็กๆ มืดมิด มีเพียงช่องหน้าต่างเล็กๆ ที่บานเหล็กปิดกั้นอยู่ อิงจันทร์ถูกโยนเข้าไปในห้องขังอย่างไม่ใยดี ประตูเหล็กถูกปิดลงด้วยเสียงอันดังสนั่นหวั่นไหว

นางทรุดตัวลงนั่งบนพื้นดินที่เย็นเฉียบ ความรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกทรยศหักหลัง การถูกใส่ร้ายป้ายสี และความรู้สึกผิดต่อทหารที่เสียชีวิตในสนามรบถาโถมเข้ามาในใจ นางกำมือแน่นจนเล็บจิกเนื้อ น้ำตาไหลรินลงมาอย่างเงียบเชียบ นี่คือครั้งแรกในรอบหลายปีที่นางได้ร้องไห้

“ท่านแม่ทัพ...” เสียงแผ่วเบาหนึ่งดังขึ้นจากมุมมืดของห้องขัง อิงจันทร์เงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ

ในมุมมืดนั้น นางเห็นร่างของชายชราผู้หนึ่งนั่งขดตัวอยู่ เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ใบหน้าซูบผอม แต่แววตาของเขายังคงฉายแววเฉลียวฉลาด นางจำได้ทันที “ท่านราชครูจาง!”

ราชครูจางยิ้มบางๆ “ในที่สุดเจ้าก็มาถึงที่นี่จนได้อิงจันทร์ ข้าคาดเดาไว้แล้วว่าเสนาบดีหลี่จะต้องทำเช่นนี้กับเจ้า”

อิงจันทร์รีบคลานเข้าไปหาท่านราชครูจางด้วยความรู้สึกผิด “ท่านราชครู ข้าขอโทษ ที่ข้าช่วยท่านไม่ได้”

“ไม่เป็นไรอิงจันทร์ เจ้าไม่ต้องโทษตัวเอง การมาของเจ้าที่นี่คือโอกาสอันดีต่างหาก” ราชครูจางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง “ข้ารู้ว่าเจ้ายังคงมุ่งมั่นที่จะต่อสู้ใช่หรือไม่?”

“แน่นอนขอรับท่านราชครู! ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ!” อิงจันทร์กล่าวอย่างหนักแน่น

“ดี! เช่นนั้นเจ้าจงฟังข้าให้ดี” ราชครูจางกระซิบ “ข้าได้เก็บรวบรวมหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับแผนการร้ายของเสนาบดีหลี่ไว้แล้ว มันเป็นหลักฐานที่สามารถโค่นล้มเขาได้ แต่หลักฐานเหล่านั้นถูกซ่อนไว้อย่างดีในที่ที่ไม่มีใครคาดคิด”

อิงจันทร์เบิกตากว้างด้วยความหวัง “ที่ไหนขอรับท่านราชครู?”

“อยู่ในตำราโบราณที่ข้าสะสมไว้ในห้องสมุดส่วนตัวของข้า เล่มหนึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์โบราณ อีกเล่มหนึ่งเป็นตำราแพทย์แผนจีนโบราณ รหัสลับถูกซ่อนอยู่ระหว่างหน้ากระดาษเหล่านั้น” ราชครูจางอธิบายด้วยเสียงแผ่วเบา “แต่การจะนำออกมาได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”

อิงจันทร์รู้ดีว่าการจะออกจากคุกหลวงแห่งนี้เป็นเรื่องยากยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ แต่การที่ราชครูจางมีหลักฐานสำคัญนี้ ทำให้ประกายแห่งความหวังกลับมาส่องสว่างในใจของนางอีกครั้ง

“ข้าจะหามันให้พบขอรับท่านราชครู! ข้าจะต้องออกไปจากที่นี่ และนำความจริงมาเปิดเผยให้ทุกคนได้รู้!” อิงจันทร์กล่าวอย่างมุ่งมั่น

ราชครูจางพยักหน้าด้วยความพอใจ “ดีแล้วอิงจันทร์ ข้ารู้ว่าเจ้าทำได้ เจ้าคือความหวังสุดท้ายของแผ่นดินต้าฉี และขององค์รัชทายาท”

ในความมืดมิดของห้องขัง สองผู้ภักดีต่อแผ่นดินได้พบกัน และได้จุดประกายแห่งความหวังขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะถูกคุมขังและถูกทรยศหักหลัง แต่จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของแม่ทัพอิงจันทร์กลับยิ่งลุกโชนขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นางจะต้องออกไปจากที่นี่ และทำลายแผนการร้ายของเสนาบดีหลี่ให้จงได้!


หน้านิยาย
หน้านิยาย
จอมทัพหงส์พิชิตมังกร

จอมทัพหงส์พิชิตมังกร

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!