จอมทัพหงส์พิชิตมังกร

ตอนที่ 20 — แสงแห่งความหวังท่ามกลางเงามืด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

34 ตอน · 1,023 คำ

ความหวังเป็นเหมือนแสงเทียนริบหรี่ในความมืดมิดของคุกหลวง อิงจันทร์ใช้เวลาหลายวันที่ผ่านมาในห้องขังเพื่อรวบรวมสติและวางแผนการ ราชครูจางได้มอบรหัสลับและรายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งของหลักฐานสำคัญให้แก่นางอย่างละเอียดถี่ถ้วน แม้จะอยู่ในสภาพที่อ่อนล้าและป่วยไข้ แต่สติปัญญาของท่านราชครูยังคงเฉียบคม

“กุญแจสำคัญคือการส่งข่าวออกไปภายนอก” ราชครูจางกระซิบกับอิงจันทร์ในคืนหนึ่ง “ข้ารู้ว่าเจ้ามีคนของเจ้าที่ยังคงภักดีอยู่”

อิงจันทร์พยักหน้า “ข้ามีเงามืด ‌องครักษ์ส่วนพระองค์ขององค์รัชทายาท เขาเป็นเงาที่ซ่อนเร้นและภักดี”

“ดีมาก” ราชครูจางยิ้มบางๆ “จงส่งข่าวไปถึงเขา ให้เขาสืบหาตำราเหล่านั้นและนำหลักฐานออกมาให้ได้”

ปัญหาคือจะส่งข่าวออกไปได้อย่างไร? คุกหลวงแห่งนี้ถูกเฝ้ายามอย่างเข้มงวด มีทหารลาดตระเวนตลอดเวลา อิงจันทร์พยายามคิดหาวิธีต่างๆ ​ทั้งการเขียนจดหมายลับแล้วโยนออกไป หรือพยายามพูดคุยกับผู้คุมที่อาจจะยังมีคุณธรรม แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีทางสำเร็จ

จนกระทั่งคืนหนึ่ง อิงจันทร์สังเกตเห็นว่าผู้คุมคนหนึ่งที่นำอาหารมาให้นางนั้นมีท่าทีแปลกไป เขามักจะแอบมองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสารและเคารพ อิงจันทร์จำได้ว่าชายผู้นี้เคยเป็นทหารในกองทัพของนางมาก่อน เขาเคยได้รับบาดเจ็บในการรบและนางเคยช่วยเหลือเขาไว้

“ท่านแม่ทัพ… ท่านยังจำข้าน้อยได้หรือไม่ขอรับ” ‍ผู้คุมคนนั้นกระซิบเบาๆ ในขณะที่วางถาดอาหารลงในห้องขัง

อิงจันทร์เงยหน้าขึ้นมองเขา “เจ้าคือหลี่ซาน ทหารจากหน่วยลาดตระเวนใช่หรือไม่?”

หลี่ซานพยักหน้า ดวงตาของเขาแดงก่ำ “ขอรับท่านแม่ทัพ ข้าน้อยเสียใจที่ต้องเห็นท่านมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ เสนาบดีหลี่มันช่างเลวทรามนัก”

อิงจันทร์เห็นประกายแห่งความภักดีในดวงตาของหลี่ซาน ‌นางรู้ทันทีว่านี่คือโอกาสเดียวที่นางจะส่งข่าวออกไปได้ “หลี่ซาน เจ้ากล้าพอที่จะช่วยเหลือข้าหรือไม่? นี่เป็นภารกิจที่อันตรายถึงชีวิต”

หลี่ซานไม่ลังเล “ข้าน้อยพร้อมทำทุกอย่างเพื่อท่านแม่ทัพ! ท่านเคยช่วยชีวิตข้าน้อยไว้ ข้าน้อยไม่เคยลืมบุญคุณนี้!”

อิงจันทร์ยิ้มบางๆ “ดีมาก ‍หลี่ซาน จงฟังข้าให้ดี...” นางอธิบายถึงสถานการณ์ทั้งหมด และมอบรหัสลับที่จะใช้ติดต่อกับเงามืดให้แก่เขา

“เจ้าจะต้องไปตามหาชายผู้หนึ่งชื่อเงามืด เขาเป็นองครักษ์ส่วนพระองค์ขององค์รัชทายาท ให้เขานำจดหมายลับฉบับนี้ไปให้เงามืด และบอกเขาว่าหลักฐานสำคัญที่จะเปิดโปงเสนาบดีหลี่ซ่อนอยู่ในห้องสมุดของราชครูจาง ในตำราประวัติศาสตร์โบราณและตำราแพทย์แผนจีนโบราณ” ​อิงจันทร์กระซิบรายละเอียดให้หลี่ซานฟังอย่างถี่ถ้วน นางฉีกชายเสื้อของตนเองมาหนึ่งชิ้น แล้วกัดนิ้วตัวเองเขียนข้อความสั้นๆ ด้วยเลือดลงไป เป็นรหัสลับที่เงามืดจะรู้ว่ามาจากนางจริง

หลี่ซานรับจดหมายเลือดนั้นมาอย่างระมัดระวัง ซ่อนไว้ในอกเสื้อ “ข้าน้อยจะทำทุกวิถีทางเพื่อส่งสารนี้ให้ถึงเงามืดให้ได้ขอรับท่านแม่ทัพ”

“เจ้าต้องระวังตัวให้มาก อย่าให้ใครจับพิรุธได้ ​หากเจ้าถูกจับได้ ชีวิตของเจ้าก็สิ้นสุด” อิงจันทร์เตือนด้วยความเป็นห่วง

“ข้าน้อยเข้าใจขอรับ” หลี่ซานกล่าวอย่างหนักแน่น ก่อนจะรีบเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ

หลายวันผ่านไปอย่างเชื่องช้าในคุกหลวง อิงจันทร์ได้แต่ภาวนาให้หลี่ซานทำภารกิจสำเร็จ ราชครูจางเองก็เริ่มมีอาการทรุดหนักลงเรื่อยๆ ด้วยความชราและการถูกทารุณกรรมในคุก ​ทำให้อิงจันทร์ยิ่งเร่งร้อนที่จะต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้

ในที่สุด คืนหนึ่ง เสียงเคาะประตูห้องขังของนางก็ดังขึ้นเบาๆ หลี่ซานเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้า “ท่านแม่ทัพ! เงามืดได้รับสารแล้วขอรับ! และเขากำลังดำเนินการตามแผน”

อิงจันทร์รู้สึกโล่งใจอย่างที่สุด “ดีมากหลี่ซาน! เจ้าทำได้ดีมาก!”

“แต่มีข่าวร้ายขอรับท่านแม่ทัพ” หลี่ซานกล่าวด้วยน้ำเสียงหม่นหมอง “เสนาบดีหลี่ได้ออกคำสั่งให้ประหารชีวิตท่านราชครูจางในอีกสามวันข้างหน้า ในข้อหาขัดขวางราชการแผ่นดิน”

อิงจันทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ “อะไรนะ! ไม่ได้! เราต้องหยุดเขาให้ได้!”

“ข้าน้อยเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรขอรับท่านแม่ทัพ” หลี่ซานกล่าวอย่างสิ้นหวัง

อิงจันทร์หันไปมองราชครูจางที่นอนซมอยู่ ราชครูจางลืมตาขึ้นมองนางอย่างอ่อนแรง “ไม่ต้องห่วงข้าอิงจันทร์ ชีวิตของข้ามิได้สำคัญเท่าอนาคตของแผ่นดิน”

“ไม่ขอรับท่านราชครู! ข้าจะไม่มีวันยอมให้เสนาบดีหลี่ทำร้ายท่านได้!” อิงจันทร์กล่าวอย่างมุ่งมั่น “หลี่ซาน! เจ้าต้องช่วยข้าหนีจากที่นี่คืนนี้!”

หลี่ซานลังเล “แต่… การหนีจากคุกหลวงเป็นไปไม่ได้ขอรับท่านแม่ทัพ การเฝ้ายามแน่นหนาเกินไป”

“ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หลี่ซาน! เราไม่มีเวลาแล้ว! หากราชครูจางถูกประหาร หลักฐานทุกอย่างก็จะไร้ความหมาย!” อิงจันทร์กล่าวอย่างเด็ดขาด “เจ้ามีแผนที่ของคุกหลวงหรือไม่? และมีอาวุธให้ข้าบ้างไหม?”

หลี่ซานพยักหน้า “ข้าน้อยพอจะมีแผนที่และมีมีดสั้นเล่มหนึ่งขอรับ แต่...”

“ไม่มีแต่! เจ้าจงไปเตรียมทุกอย่างให้พร้อม ข้าจะรออยู่ที่นี่” อิงจันทร์ตัดบท

หลี่ซานเห็นแววตาที่มุ่งมั่นของอิงจันทร์ เขารู้ว่าไม่มีอะไรจะมาหยุดแม่ทัพหญิงผู้นี้ได้แล้ว เขาจึงรีบจากไปเพื่อเตรียมการหนี

ในคืนนั้นเอง อิงจันทร์และหลี่ซานก็เริ่มแผนการแหกคุก พวกเขารอจนกระทั่งยามกลางดึกที่ทหารเฝ้ายามส่วนใหญ่เริ่มง่วงงุน หลี่ซานใช้กุญแจที่เขาแอบขโมยมาเปิดห้องขังของอิงจันทร์และราชครูจางอย่างเงียบเชียบ

“ท่านราชครู ท่านไหวหรือไม่ขอรับ?” อิงจันทร์ประคองร่างที่อ่อนล้าของราชครูจางขึ้นมา

ราชครูจางยิ้มอย่างอ่อนแรง “ไหวอิงจันทร์ เพื่อแผ่นดินข้าต้องไหว”

พวกเขาเคลื่อนที่ไปตามทางเดินมืดมิดของคุกหลวงอย่างเงียบเชียบ หลี่ซานเป็นผู้นำทาง เขาคุ้นเคยกับเส้นทางของคุกหลวงเป็นอย่างดี พวกเขาต้องหลบเลี่ยงทหารยามหลายครั้ง บางครั้งก็ต้องแอบซ่อนอยู่ในซอกหลืบมืดๆ เพื่อรอให้ทหารยามเดินผ่านไป

ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงกำแพงด้านนอกของคุกหลวง หลี่ซานชี้ไปยังช่องระบายน้ำทิ้งขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ “ช่องนี้จะนำเราออกไปนอกกำแพงได้ขอรับท่านแม่ทัพ แต่ท่านราชครูอาจจะลอดผ่านได้ยาก”

อิงจันทร์มองช่องระบายน้ำที่แคบและมืดมิด นางรู้ว่าราชครูจางที่ชราและอ่อนแรงคงไม่สามารถลอดผ่านไปได้ง่ายๆ “หลี่ซาน เจ้าพาท่านราชครูไปก่อน ข้าจะถ่วงเวลาให้”

“ไม่ได้ขอรับท่านแม่ทัพ! ข้าน้อยไม่มีทางทิ้งท่านไว้ที่นี่!” หลี่ซานปฏิเสธ

“นี่คือคำสั่ง! หากเราออกไปพร้อมกันทั้งหมด เราอาจจะถูกจับได้ทั้งหมด! เจ้าต้องพาท่านราชครูไปให้ถึงที่ปลอดภัย!” อิงจันทร์ออกคำสั่งเสียงเข้ม

ราชครูจางมองอิงจันทร์ด้วยแววตาที่เข้าใจ เขารู้ว่าอิงจันทร์กำลังเสียสละตัวเองเพื่อพวกเขา “ไปเถิดหลี่ซาน จงพานางไปให้ได้”

“ขอรับ!” หลี่ซานรับคำอย่างจำใจ เขาช่วยพยุงราชครูจางให้ลอดผ่านช่องระบายน้ำไปอย่างทุลักทุเล

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของทหารยามก็ดังขึ้นใกล้เข้ามา อิงจันทร์หันไปมอง เห็นทหารยามสองนายกำลังเดินมาทางพวกเขา นางชักมีดสั้นที่หลี่ซานมอบให้ขึ้นมา ใบหน้าของนางฉายแววเด็ดเดี่ยว

“ไปให้พ้น!” อิงจันทร์พึมพำกับตัวเอง นางตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับทหารยามเพื่อถ่วงเวลาให้หลี่ซานและราชครูจางได้หนีรอด

เมื่อทหารยามเห็นนาง พวกเขาก็ตกใจ “นั่นแม่ทัพอิงจันทร์! หยุดเดี๋ยวนี้!”

อิงจันทร์ไม่ตอบโต้ นางพุ่งเข้าใส่ทหารยามทั้งสองอย่างรวดเร็ว มีดสั้นในมือวาดฟันเป็นประกาย นางใช้ทักษะการต่อสู้ที่เหนือกว่าของตนเองจัดการกับทหารยามทั้งสองอย่างรวดเร็ว ทำให้พวกเขาหมดสติไปในพริบตา

แต่เสียงการต่อสู้ก็ได้เรียกความสนใจของทหารยามคนอื่นๆ ให้กรูกันเข้ามา อิงจันทร์รู้ดีว่านางไม่สามารถต่อสู้กับคนจำนวนมากได้เพียงลำพัง นางมองไปยังช่องระบายน้ำที่ราชครูจางและหลี่ซานเพิ่งลอดผ่านไป ก่อนจะตัดสินใจกระโดดลงไปในช่องนั้นอย่างไม่ลังเล

ร่างของนางร่วงลงไปในความมืดมิดที่เต็มไปด้วยน้ำสกปรกและกลิ่นเหม็นอับ อิงจันทร์พยายามกลั้นหายใจและคลานไปตามช่องระบายน้ำที่แคบและมืดมิด ความรู้สึกหวาดกลัวเริ่มคืบคลานเข้ามา แต่ภาพของราชครูจางและองค์รัชทายาทเทียนหลงก็ผุดขึ้นมาในใจ ทำให้พลังใจของนางกลับคืนมา

ในที่สุด อิงจันทร์ก็สามารถคลานออกมาจากช่องระบายน้ำได้สำเร็จ นางโผล่ขึ้นมาในป่าทึบที่อยู่ไม่ไกลจากคุกหลวง เสื้อผ้าของนางเปียกชุ่มและสกปรกไปหมด แต่ดวงตาของนางยังคงฉายแววแห่งความมุ่งมั่น

“เราจะต้องรอด” อิงจันทร์พึมพำกับตัวเอง “และเราจะกลับมาทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่าง”

แสงจันทร์ส่องทะลุยอดไม้ลงมาเป็นลำแสงเล็กๆ ส่องสว่างเส้นทางให้นางเดินหน้าต่อไป อิงจันทร์รู้ว่าการเดินทางของนางเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลและเต็มไปด้วยอันตราย แต่สำหรับแม่ทัพหญิงผู้นี้ การยอมแพ้ไม่ใช่ทางเลือก นางจะต้องเป็นหงส์ที่ลุกขึ้นจากเถ้าถ่าน และพิชิตมังกรที่คุกคามแผ่นดินให้จงได้


หน้านิยาย
หน้านิยาย
จอมทัพหงส์พิชิตมังกร

จอมทัพหงส์พิชิตมังกร

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!