หลังจากเหตุการณ์ในท้องพระโรงที่เสนาบดีหลี่ถูกเปิดโปงและจับกุม องค์จักรพรรดิเทียนจง (ซึ่งเดิมคือองค์รัชทายาทเทียนหลง) ก็ได้ขึ้นครองราชย์อย่างเป็นทางการ พิธีบรมราชาภิเษกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความหมาย ท่ามกลางเสียงสรรเสริญของเหล่าขุนนางผู้ภักดีและประชาชนที่ต่างโล่งใจ อิงจันทร์ยืนอยู่เบื้องหน้าบัลลังก์ สวมชุดเกราะเต็มยศ เป็นผู้พิทักษ์บัลลังก์อย่างแท้จริง
“แม่ทัพอิงจันทร์ เจ้าได้สร้างคุณูปการอันใหญ่หลวงแก่แผ่นดินต้าฉี” องค์จักรพรรดิเทียนจงตรัสด้วยพระสุรเสียงที่เปี่ยมด้วยความเคารพ “ข้าขอแต่งตั้งเจ้าเป็น ‘จอมทัพพิทักษ์แผ่นดิน’ ผู้ซึ่งมีอำนาจบัญชาการกองทัพสูงสุด และขอคืนยศตำแหน่งทั้งหมดให้แก่เจ้า พร้อมทั้งปูนบำเหน็จความดีความชอบอย่างสมพระเกียรติ”
อิงจันทร์คุกเข่าลง “ข้าน้อยน้อมรับพระราชโองการขอรับฝ่าบาท”
“จงลุกขึ้นเถิดแม่ทัพอิงจันทร์” องค์จักรพรรดิเทียนจงตรัส “เจ้ามิใช่เพียงแม่ทัพ แต่เป็นผู้กอบกู้แผ่นดินของเรา”
แม้จะได้รับเกียรติสูงสุด แต่ในใจของอิงจันทร์ยังคงมีความกังวลอยู่ลึกๆ แคว้นเหลียงได้ถอยทัพไปแล้วก็จริง แต่การศึกที่ชายแดนยังไม่จบสิ้น และบาดแผลจากการทรยศหักหลังยังคงฝังลึกในใจของนางและเหล่าทหารหาญ
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้น อิงจันทร์ได้ใช้เวลาในการจัดระเบียบกองทัพใหม่ ปลดข้าราชการและทหารที่สมคบคิดกับเสนาบดีหลี่ออก และแต่งตั้งผู้ภักดีเข้ามาแทนที่ แม่ทัพหานผู้ซึ่งกลับใจและช่วยเปิดโปงเสนาบดีหลี่ ได้รับโอกาสให้ไถ่โทษด้วยการนำทัพไปประจำการที่ชายแดน เพื่อพิสูจน์ความจงรักภักดีอีกครั้ง
แต่การฟื้นฟูความเชื่อมั่นและศรัทธาในกองทัพนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย อิงจันทร์ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบจากทหารบางส่วน ที่ยังคงไม่พอใจกับการที่นางสั่งถอยทัพที่เมืองเจิ้งหยาง ทำให้เสียเมืองและทหารไปเป็นจำนวนมาก แม้ว่าความจริงจะถูกเปิดเผยแล้วว่ามีคนทรยศภายในที่บ่อนทำลายกองเสบียง แต่ความพ่ายแพ้ก็ยังคงเป็นรอยด่างพร้อยในประวัติศาสตร์ของนาง
ในค่ายทหารที่อิงจันทร์ประจำการอยู่ มีทหารรุ่นใหม่หลายนายที่มองนางด้วยความสงสัย ไม่ใช่ความเคารพอย่างที่เคยเป็น นั่นคือรอยร้าวแห่งศรัทธาที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ
“แม่ทัพขอรับ ทหารบางนายยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงต้องถอยทัพในวันนั้น” หลินเฟิงเดินเข้ามาหาร่างของอิงจันทร์ที่กำลังยืนมองแผนที่ในกระโจม
อิงจันทร์ถอนหายใจ “ข้ารู้หลินเฟิง แต่ในยามนั้น เราไม่มีทางเลือกอื่น หากเรายังฝืนสู้ต่อ ทหารทั้งหมดจะต้องตายอย่างเปล่าประโยชน์ และแคว้นเหลียงก็จะสามารถบุกเข้าสู่ใจกลางแผ่นดินได้ง่ายขึ้น”
“ข้าน้อยเข้าใจขอรับ แต่ทหารบางคนก็ยังคิดว่าท่านกลัวที่จะสู้” หลินเฟิงกล่าวอย่างลำบากใจ
อิงจันทร์ยิ้มเย็น “ให้พวกเขาคิดไปเถิดหลินเฟิง วันหนึ่งพวกเขาจะเข้าใจเองว่าการตัดสินใจของแม่ทัพมิได้มีเพียงความกล้าหาญ แต่ยังต้องมีสติปัญญาและความรอบคอบด้วย”
แต่ความกังวลของอิงจันทร์มิได้มีเพียงเรื่องภายในกองทัพเท่านั้น ข่าวคราวจากชายแดนเริ่มส่งสัญญาณที่ไม่ดีนัก แม้แคว้นเหลียงจะถอยทัพไปแล้ว แต่ก็มีกลุ่มโจรป่าและกลุ่มกบฏเล็กๆ ที่อาศัยจังหวะชุลมุนเข้ามาปล้นสะดมและก่อความไม่สงบตามแนวชายแดน ทำให้ประชาชนเดือดร้อน
และที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่านั้นคือ มีข่าวลือว่ามีกลุ่มทหารรับจ้างจากต่างแดนปรากฏตัวขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นทิศทางที่ไม่เคยมีภัยคุกคามมาก่อน กลุ่มทหารรับจ้างเหล่านี้มีฝีมือร้ายกาจ และดูเหมือนจะได้รับการสนับสนุนจากใครบางคน
“เงามืด เจ้าสืบเรื่องกลุ่มทหารรับจ้างทางตะวันออกเฉียงใต้ได้หรือไม่?” อิงจันทร์ถามเงามืดในคืนหนึ่ง
“ข้าน้อยกำลังดำเนินการอยู่พ่ะย่ะค่ะแม่ทัพ แต่พวกเขาลึกลับมาก ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปของพวกเขาเลย” เงามืดรายงาน
“พวกเขาไม่ใช่กลุ่มโจรป่าธรรมดา” อิงจันทร์กล่าวอย่างครุ่นคิด “ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนกำลังพยายามสร้างความวุ่นวายให้แผ่นดินของเราอีกครั้ง”
ไม่นานหลังจากนั้น องค์จักรพรรดิเทียนจงได้เรียกอิงจันทร์เข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ในตำหนักที่ประทับ บรรยากาศในตำหนักดูเคร่งเครียดกว่าปกติ
“แม่ทัพอิงจันทร์ ข้ามีเรื่องสำคัญจะปรึกษาเจ้า” องค์จักรพรรดิเทียนจงตรัส “หน่วยสอดแนมของเราได้รายงานว่า มีการเคลื่อนไหวผิดปกติของแคว้นชิงหยวนทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ พวกเขาเริ่มระดมพลที่ชายแดนแล้ว”
อิงจันทร์เบิกตากว้าง แคว้นชิงหยวน! นั่นคือแคว้นที่ขึ้นชื่อเรื่องความมั่งคั่งและกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาแคว้นรอบๆ ต้าฉี พวกเขาไม่เคยแสดงท่าทีเป็นศัตรูกับต้าฉีมาก่อน และยังคงรักษาความสัมพันธ์อันดีมาโดยตลอด
“แคว้นชิงหยวนหรือพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท? เป็นไปได้อย่างไร?” อิงจันทร์ถามด้วยความสงสัย
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจ” องค์จักรพรรดิเทียนจงถอนหายใจ “แต่ข่าวสารที่ได้รับนั้นน่าเชื่อถือ และที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ มีข่าวลือว่าผู้อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของแคว้นชิงหยวนคือ ‘จอมมารทมิฬ’ บุรุษลึกลับผู้ซึ่งมีอำนาจบารมีมหาศาล และต้องการที่จะครอบครองแผ่นดินทั้งหมด”
จอมมารทมิฬ! อิงจันทร์รู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมาทันที นางเคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับบุรุษผู้นี้มาบ้าง เขามักจะปรากฏตัวในยามที่แผ่นดินใดแผ่นดินหนึ่งกำลังตกอยู่ในความวุ่นวาย และมักจะใช้โอกาสนั้นในการเข้ายึดครองแผ่นดินนั้นๆ
“นี่คือภัยคุกคามครั้งใหม่ และอาจจะยิ่งใหญ่กว่าที่ผ่านมา” อิงจันทร์กล่าวอย่างเคร่งเครียด “แคว้นชิงหยวนมีกำลังพลและทรัพยากรที่มหาศาล หากพวกเขาบุกเข้ามาจริง แผ่นดินต้าฉีอาจจะทานทานไม่ไหว”
“ข้ารู้ดีแม่ทัพอิงจันทร์” องค์จักรพรรดิเทียนจงตรัส “ดังนั้นข้าจึงขอฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่เจ้าอีกครั้ง เจ้าคือจอมทัพหงส์ผู้พิชิตมังกร ข้าเชื่อว่าเจ้าจะสามารถปกป้องแผ่นดินของเราได้”
อิงจันทร์คุกเข่าลง “ข้าน้อยขอรับพระราชโองการขอรับฝ่าบาท ข้าน้อยจะปกป้องแผ่นดินต้าฉีด้วยชีวิต!”
เมื่อออกจากตำหนักขององค์จักรพรรดิ อิงจันทร์ก็รีบกลับไปยังกระโจมของตนเองทันที นางกางแผนที่ขนาดใหญ่ออกมาบนโต๊ะ สายนางกวาดไล่ไปตามเส้นทางเดินทัพของแคว้นชิงหยวน และพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด
จอมมารทมิฬ... ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของแคว้นชิงหยวน เขาคือใครกันแน่? และทำไมเขาถึงต้องการที่จะครอบครองแผ่นดินต้าฉี?
นี่คือการต่อสู้ครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่และอันตรายกว่าเดิม อิงจันทร์รู้ดีว่านางจะต้องใช้สติปัญญาและความสามารถทั้งหมดที่มี เพื่อรับมือกับภัยคุกคามครั้งนี้
“หลินเฟิง! เงามืด!” อิงจันทร์เรียกทั้งสองเข้ามาในกระโจม “เตรียมทัพ! เรากำลังจะออกเดินทางไปยังชายแดนตะวันออกเฉียงใต้!”
หลินเฟิงและเงามืดมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร พวกเขารู้ดีว่าหากแม่ทัพอิงจันทร์ออกคำสั่งเช่นนี้ ย่อมต้องมีเหตุผลที่สำคัญอย่างยิ่ง
“ขอรับแม่ทัพ!” ทั้งสองรับคำอย่างหนักแน่น
อิงจันทร์มองไปยังแผนที่อีกครั้ง ดวงตาของนางฉายแววแห่งความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว แคว้นชิงหยวนและจอมมารทมิฬ... นางจะพิชิตพวกมันให้จงได้!
แต่ในความมุ่งมั่นนั้น ยังคงมีรอยร้าวเล็กๆ ที่เกิดจากความสงสัยในใจของนาง ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังกลุ่มทหารรับจ้างทางตะวันออกเฉียงใต้? และมันเกี่ยวข้องกับแคว้นชิงหยวนหรือไม่? คำถามเหล่านี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของนาง ท่ามกลางสัญญาณใหม่แห่งหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามา

จอมทัพหงส์พิชิตมังกร
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก