การเดินทางของหลินเยว่และหลงเฟยในดินแดนแห่งมนตรายังคงดำเนินต่อไป พวกเขาได้พบกับสิ่งมหัศจรรย์มากมายและได้เรียนรู้บทเรียนที่ล้ำค่าจากชนเผ่าต่างๆ ที่พวกเขาได้พบเจอ แต่ยิ่งเดินทางลึกเข้าไปในดินแดนแห่งนี้มากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงพลังงานมืดที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นเหมือนเงาที่คอยติดตามพวกเขาไปทุกหนทุกแห่ง
วันหนึ่ง พวกเขาได้เดินทางมาถึงซากปรักหักพังของเมืองโบราณแห่งหนึ่ง เมืองนี้เคยเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองและสวยงาม แต่บัดนี้กลับเหลือเพียงซากของอาคารที่พังทลายและถนนที่เต็มไปด้วยวัชพืช
หลินเยว่สัมผัสได้ถึงพลังงานที่น่าเศร้าและเจ็บปวดที่แผ่ซ่านออกมาจากซากปรักหักพังแห่งนี้ เธอรู้ดีว่าที่นี่เคยเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ขึ้น
พวกเขาเดินสำรวจไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงใจกลางของเมือง ที่นั่นมีลานกว้างขนาดใหญ่และแท่นบูชาที่ทำจากหินอ่อนสีดำ บนแท่นบูชานั้นมีร่องรอยของการต่อสู้และคราบเลือดที่แห้งกรัง
หลินเยว่วางมือลงบนแท่นบูชาและหลับตาลง เธอใช้พลังของเธอในการย้อนรอยอดีตและมองเห็นภาพเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นที่นี่
เธอเห็นเมืองที่เคยเจริญรุ่งเรืองและเต็มไปด้วยผู้คนที่มีความสุข แต่แล้ววันหนึ่ง พลังมืดก็ได้คืบคลานเข้ามา มันเข้าครอบงำจิตใจของผู้คน ทำให้พวกเขาเกิดความโลภ ความเกลียดชัง และความขัดแย้ง
ผู้คนเริ่มต่อสู้กันเอง พี่น้องฆ่าฟันกันเอง เพื่อนบ้านกลายเป็นศัตรู เมืองทั้งเมืองตกอยู่ในความโกลาหลและความรุนแรง
ในที่สุด พลังมืดก็ได้ปลดปล่อยสัตว์อสูรออกมาทำลายล้างเมือง สัตว์อสูรนั้นโหดร้ายและกระหายเลือด มันทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า ผู้คนล้มตายเป็นใบไม้ร่วง เมืองทั้งเมืองถูกเผาทำลายจนเหลือแต่ซาก
หลินเยว่ลืมตาขึ้นมาด้วยน้ำตาที่นองหน้า เธอรู้สึกเจ็บปวดกับภาพที่ได้เห็น เธอไม่เคยคิดว่าพลังมืดจะสามารถทำลายล้างได้ถึงเพียงนี้
หลงเฟยเข้ามากอดเธอไว้และปลอบโยนเธอ “มันไม่ใข่ความผิดของเจ้าหลินเยว่” เขากล่าว “มันคือบทเรียนจากอดีตที่เราต้องเรียนรู้”
หลินเยว่พยักหน้า เธอรู้ดีว่าสิ่งที่เธอได้เห็นนั้นคือคำเตือน คำเตือนว่าหากพวกเขาไม่สามารถหยุดยั้งพลังมืดได้ ประวัติศาสตร์ก็จะซ้ำรอยอีกครั้ง
“เราจะทำอย่างไรดีหลงเฟย” หลินเยว่ถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “พลังมืดมันแข็งแกร่งเกินไป”
“เราจะไมยอมแพ้” หลงเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “เราจะหาทางทำลายมันให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม”
พวกเขาตัดสินใจที่จะพักอยู่ที่ซากปรักหักพังแห่งนั้นสองสามวันเพื่อศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับพลังมืดให้มากขึ้น พวกเขาค้นหาตำราและบันทึกโบราณที่อาจหลงเหลืออยู่ และพยายามที่จะปะติดปะต่อเรื่องราวในอดีต
พวกเขาพบว่าเมืองโบราณแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่ของนักปราชญ์และนักเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ พวกเขาได้สร้างเครื่องรางและคาถาต่างๆ ขึ้นมาเพื่อต่อต้านพลังมืด แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถต้านทานพลังที่แข็งแกร่งของมันได้
แต่พวกเขาก็ได้ทิ้งเบาะแสบางอย่างไว้ เบาะแสที่อาจนำไปสู่การค้นพบจุดอ่อนของพลังมืด
หลินเยว่และหลงเฟยได้พบกับแผนที่ลับที่ซ่อนอยู่ในห้องใต้ดินของวิหารแห่งหนึ่ง แผนที่นั้นชี้ไปยังสถานที่ที่เรียกว่า ‘หุบเขาแห่งการชำระล้าง’ ซึ่งเป็นสถานที่ที่กล่าวกันว่ามีพลังในการชำระล้างความชั่วร้ายทั้งหมด
“นี่อาจเป็นความหวังเดียวของเรา” หลงเฟยกล่าว
“แต่การเดินทางไปยังหุบเขาแห่งการชำระล้างนั้นอันตรายมาก” หลินเยว่กล่าว “มันตั้งอยู่ในใจกลางของดินแดนที่ถูกพลังมืดครอบงำ”
“ข้ารู้” หลงเฟยกล่าว “แต่เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เราต้องไปที่นั่น”
หลินเยว่พยักหน้า เธอรู้ดีว่าหลงเฟยพูดถูก พวกเขาจะต้องเสี่ยงทุกอย่างเพื่อปกป้องโลกใบนี้
ก่อนที่จะออกเดินทาง หลินเยว่ได้ทำพิธีเพื่อปลดปล่อยวิญญาณที่ถูกจองจำอยู่ในซากปรักหักพังแห่งนี้ เธอใช้พลังของเธอในการนำทางวิญญาณเหล่านั้นไปสู่สุคติ
เมื่อพิธีเสร็จสิ้นลง บรรยากาศที่น่าเศร้าและเจ็บปวดก็จางหายไป เหลือเพียงความสงบและความหวัง
หลินเยว่และหลงเฟยออกเดินทางอีกครั้ง มุ่งหน้าสู่หุบเขาแห่งการชำระล้าง พวกเขารู้ดีว่าหนทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอันตรายและความท้าทาย แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน
เพราะพวกเขามีบทเรียนจากอดีตเป็นเครื่องเตือนใจ และพวกเขามีความหวังที่จะสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิม
ตำนานของบุปผาพเนจรเคียงบัลลังก์มังกรยังคงดำเนินต่อไป และการผจญภัยของพวกเขาก็ยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

บุปผาเคียงบัลลังก์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก