ในขณะที่โลกกำลังเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทีมวิจัยที่จัดตั้งขึ้นโดยองค์กรพิทักษ์สันติภาพระหว่างประเทศก็ได้ค้นพบข้อมูลที่สำคัญบางอย่าง พวกเขาได้พบว่าพลังงานแห่งการเปลี่ยนแปลงที่กำลังมุ่งหน้ามายังโลกนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่พลังงานที่ไร้รูปแบบ แต่มันถูกควบคุมโดยสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังและมีสติปัญญา
สิ่งมีชีวิตนั้นถูกเรียกว่า ‘ผู้กลืนกินดวงดาว’ มันเป็นสิ่งมีชีวิตโบราณที่เดินทางไปทั่วจักรวาลและกลืนกินดวงดาวเพื่อเป็นพลังงาน มันไม่สนใจว่าจะมีสิ่งมีชีวิตใดๆ อาศัยอยู่บนดาวเคราะห์เหล่านั้นหรือไม่ มันสนใจเพียงแค่การอยู่รอดของตัวเองเท่านั้น
การค้นพบนี้ได้สร้างความสิ้นหวังให้กับทุกคน พวกเขาจะต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตที่สามารถกลืนกินดวงดาวได้อย่างไร มันเป็นไปไม่ได้เลย
หลินเยว่และหลงเฟยเองก็รู้สึกสิ้นหวังไม่ต่างกัน พลังของผู้พิทักษ์จักรวาลของพวกเขาอาจจะยิ่งใหญ่ แต่ก็ไม่สามารถเทียบได้กับพลังของผู้กลืนกินดวงดาว
แต่พวกเขาก็ไม่ยอมแพ้ พวกเขาเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลนี้ล้วนมีจุดอ่อน และผู้กลืนกินดวงดาวก็เช่นกัน
พวกเขาได้ขอความช่วยเหลือจากผู้พิทักษ์ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง ผู้พิทักษ์ได้ใช้พลังสุดท้ายของเขาในการย้อนรอยอดีตและค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้กลืนกินดวงดาว
เขาได้พบว่าผู้กลืนกินดวงดาวเคยถูกขับไล่ออกจากกาแล็กซีอื่นมาแล้วในอดีต โดยกลุ่มพันธมิตรของสิ่งมีชีวิตที่ทรงปัญญาจากหลายๆ ดาวเคราะห์
“พวกเขาทำได้อย่างไร” หลินเยว่ถาม
“พวกเขาไม่ได้ต่อสู้กับผู้กลืนกินดวงดาวโดยตรง” ผู้พิทักษ์ตอบ “แต่พวกเขาได้ค้นพบจุดอ่อนของมัน”
ผู้พิทักษ์ได้อธิบายว่าผู้กลืนกินดวงดาวนั้นไม่ได้มีร่างกายที่เป็นกายภาพ แต่มันเป็นเพียงแค่กลุ่มของพลังงานที่รวมตัวกันอยู่ และมันก็มีจุดอ่อนที่สำคัญอย่างหนึ่ง นั่นคือมันไม่สามารถทนต่อคลื่นความถี่เสียงบางอย่างได้
คลื่นความถี่เสียงนั้นจะทำให้พลังงานของผู้กลืนกินดวงดาวสั่นสะเทือนและแตกสลายไปในที่สุด
“นี่คือความหวังเดียวของเรา” หลงเฟยกล่าว
องค์กรพิทักษ์สันติภาพระหว่างประเทศได้เริ่มโครงการสร้างเครื่องกำเนิดคลื่นความถี่เสียงขนาดใหญ่ขึ้นมาทันที พวกเขาได้ระดมสมองและทรัพยากรจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อสร้างเครื่องนี้ให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด
นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรทำงานกันอย่างหามรุ่งหามค่ำเพื่อออกแบบและสร้างเครื่องกำเนิดคลื่นความถี่เสียงที่ทรงพลังพอที่จะส่งผลกระทบต่อผู้กลืนกินดวงดาวได้
หลินเยว่และหลงเฟยได้ใช้พลังของพวกเขาในการช่วยเหลือในการสร้างเครื่องนี้ พวกเขาได้ใช้พลังในการเคลื่อนย้ายวัสดุขนาดใหญ่และในการสร้างชิ้นส่วนที่ซับซ้อน
ในที่สุด หลังจากที่ทำงานกันอย่างหนักมาเป็นเวลาหลายเดือน เครื่องกำเนิดคลื่นความถี่เสียงก็สร้างเสร็จสมบูรณ์ มันเป็นเครื่องขนาดมหึมาที่ตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก และมันก็พร้อมที่จะใช้งานแล้ว
แต่ก็ยังมีปัญหาอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือพวกเขาไม่รู้ว่าผู้กลืนกินดวงดาวจะมาถึงเมื่อไหร่ และพวกเขาจะมีเวลาพอที่จะเปิดใช้งานเครื่องนี้ได้ทันหรือไม่
หลินเยว่ได้เสนอตัวที่จะเดินทางออกไปในอวกาศเพื่อเผชิญหน้ากับผู้กลืนกินดวงดาวและถ่วงเวลาให้ได้มากที่สุด
“มันอันตรายเกินไป” หลงเฟยคัดค้าน “เจ้าอาจจะไม่มีวันได้กลับมาอีก”
“ข้ารู้” หลินเยว่ตอบ “แต่นี่เป็นวิธีเดียวที่เราจะปกป้องโลกได้”
หลงเฟยรู้ดีว่าเขาไม่สามารถเปลี่ยนใจหลินเยว่ได้ เขากอดเธอแน่นและกล่าวคำอำลา
“ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่นี่” หลงเฟยกล่าว “ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม”
หลินเยว่ยิ้มให้เขาและบินขึ้นไปบนท้องฟ้า เธอได้กลายเป็นลำแสงสีรุ้งและพุ่งทะยานออกไปในอวกาศ
การเดินทางครั้งสุดท้ายของเธอได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และครั้งนี้เธออาจจะต้องสละชีวิตของตัวเองเพื่อปกป้องทุกสิ่งที่เธอรัก

บุปผาเคียงบัลลังก์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก