ในขณะที่หลินเยว่กำลังเดินทางออกไปในอวกาศเพื่อเผชิญหน้ากับผู้กลืนกินดวงดาว หลงเฟยและทีมงานบนโลกก็กำลังเตรียมพร้อมที่จะเปิดใช้งานเครื่องกำเนิดคลื่นความถี่เสียง พวกเขารู้ดีว่าเวลาของพวกเขามีจำกัด และพวกเขาจะต้องทำงานแข่งกับเวลา
แต่ในระหว่างที่กำลังเตรียมการอยู่นั้น พวกเขาก็ได้พบกับปริศนาบางอย่างที่ยังไม่คลี่คลาย
ทีมวิจัยได้พบว่าคลื่นความถี่เสียงที่สามารถทำลายผู้กลืนกินดวงดาวได้นั้นมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา มันไม่ใช่แค่คลื่นความถี่เดียว แต่เป็นชุดของคลื่นความถี่ที่จะต้องถูกปล่อยออกมาในลำดับที่ถูกต้องและในเวลาที่เหมาะสม
“มันเหมือนกับรหัสลับ” นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งกล่าว “และเราก็ยังไม่สามารถถอดรหัสได้”
การค้นพบนี้ได้สร้างความกังวลให้กับทุกคนอีกครั้ง หากพวกเขาไม่สามารถถอดรหัสลำดับของคลื่นความถี่ได้ทันเวลา เครื่องกำเนิดคลื่นความถี่เสียงก็จะไร้ประโยชน์
หลงเฟยรู้สึกกดดันอย่างมาก เขาไม่เพียงแต่ต้องกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของหลินเยว่ แต่เขายังต้องรับผิดชอบต่อชะตากรรมของโลกทั้งใบอีกด้วย
เขาได้ใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนในการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผู้กลืนกินดวงดาวและพยายามที่จะหารูปแบบของคลื่นความถี่นั้น เขาได้ปรึกษากับนักวิทยาศาสตร์และนักคณิตศาสตร์ที่เก่งที่สุดในโลก แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถถอดรหัสได้
ในขณะที่ทุกคนกำลังจะสิ้นหวัง ผู้พิทักษ์ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เขาได้มอบม้วนคัมภีร์โบราณให้กับหลงเฟย
“นี่คือบทเพลงแห่งจักรวาล” ผู้พิทักษ์กล่าว “มันคือบทเพลงที่บรรพบุรุษของเจ้าได้ใช้ในการสร้างโลกใบนี้ และมันก็คือรหัสลับที่เจ้ากำลังตามหาอยู่”
หลงเฟยเปิดม้วนคัมภีร์ออกและเห็นโน้ตดนตรีที่แปลกประหลาดเขียนอยู่เต็มไปหมด มันเป็นภาษาดนตรีที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
“ข้าจะอ่านมันได้อย่างไร” หลงเฟยถาม
“เจ้าไม่ต้องอ่านมัน” ผู้พิทักษ์ตอบ “เจ้าต้องรู้สึกถึงมัน บทเพลงนี้อยู่ในสายเลือดของเจ้าอยู่แล้ว”
หลงเฟยหลับตาลงและพยายามที่จะรู้สึกถึงบทเพลงนั้น ในตอนแรก เขาไม่ได้ยินอะไรเลย แต่เมื่อเขาตั้งสมาธิและเปิดใจให้กว้างขึ้น เขาก็เริ่มได้ยินเสียงดนตรีที่แผ่วเบาแว่วมาจากในความเงียบ
มันเป็นเสียงดนตรีที่ไพเราะและทรงพลัง มันเป็นเสียงของดวงดาวที่กำลังร้องเพลง เป็นเสียงของกาแล็กซีที่กำลังเต้นรำ และเป็นเสียงของจักรวาลที่กำลังหายใจ
หลงเฟยเริ่มฮัมเพลงตามเสียงดนตรีนั้น และโน้ตดนตรีบนม้วนคัมภีร์ก็เริ่มส่องสว่างขึ้น
เขารู้แล้วว่าเขาจะต้องทำอย่างไร เขาจะต้องเล่นบทเพลงแห่งจักรวาลนี้ด้วยเครื่องกำเนิดคลื่นความถี่เสียง
เขาได้นำม้วนคัมภีร์ไปให้กับทีมงานและอธิบายให้พวกเขาฟังถึงวิธีการป้อนข้อมูลบทเพลงนี้เข้าไปในเครื่อง
ทีมงานทำงานกันอย่างรวดเร็วและแม่นยำเพื่อป้อนข้อมูลบทเพลงแห่งจักรวาลเข้าไปในเครื่องกำเนิดคลื่นความถี่เสียง
ในที่สุด ทุกอย่างก็พร้อมแล้ว พวกเขารอเพียงแค่สัญญาณจากหลินเยว่เท่านั้น
ในขณะเดียวกัน หลินเยว่ก็ได้เดินทางมาถึงเขตแดนของระบบสุริยะแล้ว เธอได้เห็นผู้กลืนกินดวงดาวด้วยตาของตัวเอง มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่โตและน่าสะพรึงกลัวกว่าที่เธอจินตนาการไว้มากนัก มันกำลังมุ่งหน้ามายังดวงอาทิตย์อย่างช้าๆ และดูเหมือนว่าไม่มีอะไรที่จะหยุดมันได้
หลินเยว่รู้ดีว่าเธอไม่สามารถต่อสู้กับมันได้โดยตรง แต่เธอสามารถถ่วงเวลาได้
เธอได้ใช้พลังทั้งหมดที่มีในการสร้างสนามพลังขนาดใหญ่ขึ้นมารอบๆ ดวงอาทิตย์ สนามพลังนั้นจะช่วยชะลอความเร็วของผู้กลืนกินดวงดาวและซื้อเวลาให้กับโลกได้
ผู้กลืนกินดวงดาวดูเหมือนจะรำคาญกับสนามพลังนั้น มันได้ปล่อยพลังงานเข้าใส่สนามพลังอย่างรุนแรง แต่สนามพลังของหลินเยว่ก็แข็งแกร่งพอที่จะต้านทานไว้ได้
หลินเยว่รู้ดีว่าเธอไม่สามารถต้านทานได้นานนัก เธอได้ส่งสัญญาณกลับไปยังโลกว่าเธอได้เริ่มการต่อสู้แล้ว
“ถึงเวลาแล้ว” หลงเฟยกล่าวกับทีมงาน “เปิดเครื่องได้เลย”
เครื่องกำเนิดคลื่นความถี่เสียงเริ่มทำงาน มันได้ปล่อยคลื่นความถี่เสียงที่ทรงพลังออกไปในอวกาศ คลื่นความถี่เสียงนั้นได้เดินทางด้วยความเร็วแสงและมุ่งหน้าไปยังผู้กลืนกินดวงดาว
บทเพลงแห่งจักรวาลได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และมันจะเป็นบทเพลงที่จะตัดสินชะตากรรมของโลก

บุปผาเคียงบัลลังก์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก