สามวันผ่านไปราวกับความฝัน องค์จักรพรรดิคิมหันต์ทรงเฝ้ารอคอยวันที่จะได้กลับไปพบกับบุปผาอีกครั้งอย่างใจจดใจจ่อ ราชกิจที่เคยเป็นภาระหนักอึ้ง บัดนี้กลับดูเบาบางลงไปบ้าง เพราะพระองค์มีสิ่งหนึ่งที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า พระองค์ทรงเก็บซ่อนความรู้สึกนี้ไว้ภายในพระทัยอย่างมิดชิด มิให้ผู้ใดในราชสำนักล่วงรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงภายในจิตใจของพระองค์
กระนั้น ท่านขันทีเฉิงผู้ถวายการรับใช้อย่างใกล้ชิด ก็สังเกตเห็นถึงความผิดปกติบางอย่าง องค์จักรพรรดิผู้ทรงงานหนักและไม่ค่อยมีเวลาส่วนพระองค์ บัดนี้กลับดูมีชีวิตชีวามากขึ้น มีรอยแย้มสรวลประดับพระพักตร์บ่อยครั้ง และมักจะทรงทอดพระเนตรออกไปยังทิวทัศน์ภายนอกราชวังด้วยแววพระเนตรที่เหม่อลอยคล้ายกำลังนึกถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
“ฝ่าบาททรงมีเรื่องใดให้ทรงกังวลพระทัยหรือพ่ะย่ะค่ะ” ท่านขันทีเฉิงเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง ในขณะที่ถวายน้ำชาช่วงบ่าย
องค์จักรพรรดิทรงหันมามองท่านขันทีเฉิง พระพักตร์แย้มสรวลเล็กน้อย “ไม่มีอะไรหรอกเฉิง เพียงแต่เรากำลังคิดถึงบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้ใจสงบเท่านั้น”
ท่านขันทีเฉิงเพียงค้อมตัวลงรับคำอย่างนอบน้อม แต่ในใจเขาก็พอจะคาดเดาได้ว่า ‘บางสิ่งบางอย่าง’ ที่ว่านั้นคงจะเกี่ยวข้องกับหญิงสาวสามัญชนนามบุปผาเป็นแน่
ในช่วงบ่ายคล้อย องค์จักรพรรดิทรงฉลองพระองค์ชุดเดียวกับเมื่อสามวันก่อน และเสด็จออกจากราชวังอีกครั้ง โดยมีท่านขันทีเฉิงติดตามไปเพียงลำพัง เรือนแพล่องไปตามลำน้ำสายเดิม มุ่งหน้าสู่ต้นหลิวใหญ่ที่ริมฝั่ง พระทัยขององค์จักรพรรดิทรงเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เมื่อเรือนแพเทียบท่า องค์จักรพรรดิทรงก้าวเดินขึ้นฝั่งด้วยพระบาทที่มั่นคง และแล้วพระองค์ก็ทรงเห็นบุปผา นางนั่งรออยู่ใต้ต้นหลิวใหญ่เช่นเคย บนตักของนางมีภาพวาดผืนหนึ่งที่ถูกห่อไว้อย่างประณีต
“ท่านคิม!” บุปผาลุกขึ้นยืนทันทีที่เห็นพระองค์ นางยิ้มอย่างสดใส ใบหน้าของนางดูเปล่งปลั่งกว่าเมื่อสามวันก่อน
“แม่นางบุปผา” องค์จักรพรรดิทรงทักทายด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “ข้ามาตามสัญญา”
“เจ้าค่ะ ข้าก็เฝ้ารอท่านคิมอยู่เหมือนกัน” บุปผาเดินเข้ามาหาพระองค์ พร้อมกับยื่นม้วนภาพวาดให้ “ภาพดอกบัวที่ท่านคิมขอไว้เจ้าค่ะ”
องค์จักรพรรดิทรงรับม้วนภาพมาคลี่ออกอย่างช้าๆ เมื่อภาพวาดปรากฏสู่สายพระเนตร พระองค์ถึงกับทรงนิ่งงันไปชั่วขณะ
ภาพดอกบัวสีขาวบริสุทธิ์กำลังผลิบานอย่างอ่อนช้อยอยู่กลางสระน้ำยามเช้า หยดน้ำค้างเกาะพราวบนกลีบดอกไม้ บ่งบอกถึงความสดชื่นและชีวิตชีวา แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงมาบนผิวน้ำที่นิ่งสงบ สร้างเงาสะท้อนของดอกบัวที่งดงามราวกับกระจกสะท้อนเงาใจ
แต่สิ่งที่ทำให้องค์จักรพรรดิทรงประทับใจที่สุดคือความรู้สึกที่แฝงอยู่ในภาพนั้น มันไม่ใช่เพียงแค่ภาพดอกบัว แต่เป็นภาพที่เปี่ยมไปด้วยความสงบ ความบริสุทธิ์ และความหวัง ราวกับว่าบุปผาได้ใส่จิตวิญญาณของนางลงไปในทุกฝีแปรง
“งดงาม... งดงามยิ่งนักแม่นางบุปผา” องค์จักรพรรดิทรงพึมพำด้วยน้ำเสียงชื่นชมอย่างสุดซึ้ง “ราวกับว่าข้าได้ยืนอยู่หน้าสระบัวนั้นจริงๆ และสัมผัสได้ถึงความสงบที่แผ่ออกมาจากภาพนี้”
บุปผายิ้มอย่างเขินอาย “ข้าดีใจที่ท่านคิมชอบเจ้าค่ะ ข้าพยายามวาดให้ภาพนี้สะท้อนความบริสุทธิ์ของดอกบัวออกมาให้มากที่สุด”
“มันสะท้อนได้ดีเยี่ยมยิ่งกว่าที่ข้าคาดคิดไว้เสียอีก” องค์จักรพรรดิทรงตรัสพร้อมรอยแย้มสรวล “ฝีมือของแม่นางนั้นเป็นเลิศอย่างแท้จริง”
ทั้งสองเริ่มสนทนากันอีกครั้ง คราวนี้บทสนทนาดูจะลึกซึ้งและเป็นกันเองมากขึ้น องค์จักรพรรดิทรงเล่าเรื่องราวการเดินทางของพระองค์ (ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ทรงแต่งขึ้นมา) และบุปผาก็เล่าเรื่องราวชีวิตของนางให้พระองค์ฟังอย่างเปิดใจ
“ข้าเคยคิดว่าชีวิตของข้านั้นเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยว ไม่มีผู้ใดเข้าใจความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในใจของข้า” องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “แต่เมื่อได้พบกับแม่นางบุปผา และได้เห็นงานศิลปะของแม่นาง ข้าก็รู้สึกราวกับว่าได้พบกับกระจกที่สะท้อนเงาใจของข้าเอง”
บุปผาเงยหน้าขึ้นมองพระองค์ด้วยความประหลาดใจ นางไม่เคยมีผู้ใดพูดเช่นนี้กับนางมาก่อน “ข้าก็รู้สึกเช่นนั้นเจ้าค่ะ ท่านคิม การได้พูดคุยกับท่าน ทำให้ข้ารู้สึกราวกับว่ามีผู้ที่เข้าใจในสิ่งที่ข้าพยายามจะสื่อสารออกมาผ่านภาพวาด”
ความรู้สึกผูกพันระหว่างทั้งสองเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ และมั่นคง องค์จักรพรรดิทรงรู้สึกว่านางคือผู้หญิงที่สามารถเติมเต็มความว่างเปล่าในพระทัยของพระองค์ได้ ในขณะที่บุปผาก็รู้สึกว่าชายผู้นี้คือผู้ที่มองเห็นคุณค่าในตัวนางอย่างแท้จริง
“ข้าคงจะต้องขอให้แม่นางวาดภาพให้ข้าอีกหลายภาพเป็นแน่” องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยพระพักตร์ที่แย้มสรวล “ข้าอยากจะให้แม่นางวาดภาพชีวิตของผู้คนริมน้ำ ภาพของตลาดที่คึกคัก และภาพของธรรมชาติที่งดงาม”
บุปผาพยักหน้าด้วยความยินดี “ข้าจะวาดให้ท่านคิมทุกภาพที่ท่านต้องการเจ้าค่ะ”
องค์จักรพรรดิทรงหยิบถุงผ้าไหมเล็กๆ ออกมาจากแขนเสื้อ “นี่คือค่าตอบแทนสำหรับภาพวาดของแม่นาง และเป็นค่ามัดจำสำหรับภาพวาดในอนาคต”
บุปผารับถุงผ้าไหมมาเปิดออกดู ภายในบรรจุเหรียญทองคำเปล่งประกายอยู่หลายเหรียญ นางถึงกับตกใจ “ท่านคิม! นี่มันมากเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ข้าไม่สามารถรับไว้ได้ทั้งหมด”
“ไม่มากเกินไปหรอกแม่นาง ฝีมือของแม่นางนั้นคู่ควรกับสิ่งนี้” องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “และข้าก็อยากจะอุดหนุนศิลปินผู้มีพรสวรรค์เช่นแม่นาง”
บุปผาไม่สามารถปฏิเสธได้อีก นางจึงรับถุงเหรียญทองคำมาด้วยความซาบซึ้งใจ เงินจำนวนนี้มากพอที่จะทำให้นางสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายไปอีกหลายปี และยังสามารถซื้ออุปกรณ์วาดภาพดีๆ ได้อีกมากมาย
“ขอบพระคุณท่านคิมมากเจ้าค่ะ ข้าไม่รู้จะตอบแทนท่านอย่างไรดี”
“เพียงแค่แม่นางยังคงสร้างสรรค์ผลงานที่งดงามออกมาให้ข้าได้ชื่นชม นั่นก็เป็นการตอบแทนที่เพียงพอแล้วสำหรับข้า” องค์จักรพรรดิทรงตรัสพร้อมรอยแย้มสรวล
การสนทนาดำเนินไปอีกพักใหญ่ ก่อนที่องค์จักรพรรดิจะต้องเสด็จกลับ แต่ก่อนจากกัน องค์จักรพรรดิทรงทอดพระเนตรบุปผาด้วยแววพระเนตรที่ลึกซึ้ง “แม่นางบุปผา ข้าคงจะต้องกลับมาหาแม่นางอีกบ่อยๆ เป็นแน่”
“ข้าจะรอท่านคิมเสมอเจ้าค่ะ” บุปผากล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม
เมื่อเรือนแพลอยลำห่างออกมา องค์จักรพรรดิทรงหันกลับไปมองบุปผาอีกครั้ง นางยังคงยืนอยู่ที่เดิม โบกมือลาพระองค์อย่างช้าๆ ภาพของนางในชุดเรียบง่าย แต่กลับดูงดงามและโดดเด่นกว่าสตรีสูงศักดิ์คนใดที่พระองค์เคยพบเจอ
ในขณะเดียวกัน ณ อีกมุมหนึ่งของเมืองหลวง ท่านอัครมหาเสนาบดีผู้สูงวัยผู้หนึ่งกำลังนั่งจิบชาอยู่ในเรือนของตนเอง เขากำลังครุ่นคิดถึงความเปลี่ยนแปลงขององค์จักรพรรดิในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
“องค์จักรพรรดิทรงเสด็จออกจากราชวังไปถึงสองครั้งในสัปดาห์นี้หรือ” ท่านอัครมหาเสนาบดีเอ่ยถามกับลูกน้องคนสนิท “ทรงไปที่ใดกันแน่”
“กระหม่อมได้ยินมาว่าทรงเสด็จไปทางริมแม่น้ำพ่ะย่ะค่ะ และทรงฉลองพระองค์อย่างเรียบง่าย ราวกับไม่ต้องการให้ผู้ใดจดจำได้” ลูกน้องรายงาน
ท่านอัครมหาเสนาบดีขมวดคิ้ว “แปลกยิ่งนัก องค์จักรพรรดิมิเคยเสด็จออกนอกราชวังโดยไม่จำเป็นเช่นนี้มาก่อน ต้องมีเรื่องผิดปกติเป็นแน่”
เขาเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล ความเปลี่ยนแปลงในตัวองค์จักรพรรดิอาจนำมาซึ่งความวุ่นวายในราชสำนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกี่ยวข้องกับเรื่องสตรีสามัญชน
ในค่ำคืนนั้น องค์จักรพรรดิคิมหันต์ทรงประทับอยู่ลำพังในห้องทรงพระอักษร ทรงทอดพระเนตรภาพวาดดอกบัวของบุปผาอีกครั้ง พระองค์ทรงตระหนักว่าความรู้สึกที่พระองค์มีต่อนางนั้นไม่ใช่เพียงแค่ความชื่นชมในฝีมือศิลปะ แต่มันคือความรัก ความรักที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ ท่ามกลางความโดดเดี่ยวของราชบัลลังก์
พระองค์ทรงตระหนักดีว่าการมีความสัมพันธ์กับหญิงสาวสามัญชนนั้นเป็นเรื่องที่ผิดธรรมเนียมปฏิบัติของราชวงศ์ และอาจนำมาซึ่งปัญหามากมาย แต่ในขณะเดียวกัน พระองค์ก็ไม่สามารถหักห้ามใจตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว
พระองค์เริ่มคิดหาวิธีที่จะนำบุปผาเข้ามาใกล้ชิดพระองค์มากขึ้น โดยไม่ให้เกิดความวุ่นวายในราชสำนักมากที่สุด พระองค์ปรารถนาที่จะให้นางมาอยู่เคียงข้างพระองค์ มาเติมเต็มความว่างเปล่าในราชวังแห่งนี้
แต่เส้นทางสู่ความรักของทั้งสองนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ อุปสรรคจากกฎเกณฑ์อันเคร่งครัดและสายตาจับจ้องของขุนนางผู้ใหญ่กำลังรอคอยพวกเขาอยู่เบื้องหน้า องค์จักรพรรดิคิมหันต์ทรงต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งสำคัญ ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของพระองค์และของบุปผาไปตลอดกาล

บุปผาเคียงบัลลังก์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก