เช้าวันหนึ่งที่อากาศแจ่มใส บุปผากำลังจัดเตรียมสีและพู่กันเพื่อจะออกไปวาดภาพที่ริมแม่น้ำเช่นเคย ชีวิตของนางเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยนับตั้งแต่ได้พบกับท่านคิม เงินทองที่ได้รับจากเขาทำให้นางไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้องอีกต่อไป และยังสามารถซื้ออุปกรณ์วาดภาพที่ดีขึ้นได้ แต่นางก็ยังคงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายเช่นเดิม ความสุขของนางยังคงอยู่ที่การได้จับพู่กันและสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ
ขณะที่นางกำลังจะก้าวออกจากบ้าน เสียงเคาะประตูที่หนักแน่นและเป็นทางการก็ดังขึ้น บุปผาเดินไปเปิดประตูด้วยความประหลาดใจ และสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้านางนั้น ทำให้นางถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
เบื้องหน้านางคือชายสูงวัยในชุดข้าราชการชั้นสูง พร้อมด้วยทหารราชองครักษ์ในชุดเกราะที่ดูน่าเกรงขามจำนวนหนึ่ง ชายสูงวัยผู้นั้นมีใบหน้าที่เคร่งขรึม ดวงตาคมกริบจ้องมองมาที่นางราวกับจะทะลุทะลวงเข้าไปในจิตใจ
“แม่นางบุปผาใช่หรือไม่” ชายผู้นั้นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจ
บุปผารู้สึกถึงความหวาดกลัวที่แล่นไปทั่วร่าง นางไม่เคยพบเจอผู้คนในชุดเช่นนี้มาก่อนในชีวิต “เจ้าค่ะ ข้าคือบุปผา มีอะไรหรือเจ้าคะท่าน”
“ข้าคือท่านราชเลขาธิการหลี่ มาตามพระบัญชาขององค์จักรพรรดิ” ท่านราชเลขาธิการกล่าว “องค์จักรพรรดิทรงมีพระประสงค์ให้เจ้าเข้าเฝ้า ณ พระราชวังหลวงในวันนี้”
คำพูดของท่านราชเลขาธิการทำให้บุปผาถึงกับใจหายวาบ นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าชีวิตของนางจะต้องเข้าไปพัวพันกับราชสำนัก องค์จักรพรรดิ! นางไม่รู้จักจักรพรรดิ และไม่เคยทำสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับราชสำนักเลย
“แต่... แต่ข้าเป็นเพียงสามัญชนเจ้าค่ะท่านราชเลขาธิการ ข้าไม่เคยเข้าเฝ้าผู้ใดในราชสำนัก” บุปผากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“นี่คือพระบัญชาขององค์จักรพรรดิ มิใช่เรื่องที่เจ้าจะปฏิเสธได้” ท่านราชเลขาธิการกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าเดิม “เจ้าจงจัดเตรียมตัวให้พร้อม เราจะรอเจ้าอยู่ด้านนอก”
บุปผาทำได้เพียงพยักหน้าด้วยความหวาดกลัว นางรีบกลับเข้าไปในบ้าน จัดเตรียมข้าวของที่จำเป็นเพียงเล็กน้อย สวมชุดที่ดีที่สุดที่นางมี และเดินออกมาพบกับท่านราชเลขาธิการด้วยใจที่เต้นระรัว
รถม้าที่หรูหราจอดรออยู่เบื้องหน้า บุปผาก้าวขึ้นรถม้าด้วยความรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึง นี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่นางไม่เคยคาดคิดมาก่อน การเดินทางที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของนางไปตลอดกาล
รถม้าเคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านอันเงียบสงบ มุ่งหน้าสู่ใจกลางเมืองหลวงที่ดูยิ่งใหญ่และโอ่อ่า ความรู้สึกอ้างว้างและหวาดกลัวเริ่มกัดกินหัวใจของบุปผา นางไม่รู้ว่าชะตากรรมใดกำลังรอคอยนางอยู่เบื้องหน้า
เมื่อรถม้าเคลื่อนเข้ามาใกล้เขตพระราชวัง บุปผาก็ต้องตะลึงกับความยิ่งใหญ่ของกำแพงวังที่สูงตระหง่านและประตูวังที่ดูแข็งแกร่ง พระราชวังที่นางเคยเห็นแต่ในภาพวาด บัดนี้ได้ปรากฏอยู่เบื้องหน้าอย่างแท้จริง มันดูสวยงาม แต่ก็ให้ความรู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก
รถม้าหยุดลงที่ลานกว้างด้านในพระราชวัง บุปผาก้าวลงจากรถม้าด้วยความรู้สึกประหม่า สายตาของเหล่านางกำนัลและขันทีที่เดินผ่านไปมา ต่างก็จับจ้องมาที่นางด้วยความสนใจปนสงสัย
ท่านราชเลขาธิการหลี่นำทางนางไปยังท้องพระโรงที่โอ่อ่า ภายในท้องพระโรงนั้นประดับประดาไปด้วยลวดลายแกะสลักที่วิจิตรบรรจง และภาพวาดอันงดงามมากมาย แต่สิ่งที่ทำให้บุปผาถึงกับตัวแข็งทื่อคือบุคคลที่ประทับอยู่บนบัลลังก์สูงตระหง่านเบื้องหน้า
องค์จักรพรรดิคิมหันต์! ชายหนุ่มผู้ที่นางรู้จักในนาม ‘ท่านคิม’ บัดนี้ประทับอยู่บนบัลลังก์ทองคำ สวมฉลองพระองค์ชุดมังกรสีเหลืองทอง และมีมงกุฎประดับเพชรพลอยระยิบระยับอยู่บนพระเศียร พระพักตร์ของพระองค์ดูเคร่งขรึมและทรงอำนาจ แตกต่างจากท่านคิมผู้ใจดีที่นางเคยพบเจออย่างสิ้นเชิง
บุปผารู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาด นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าท่านคิมคือองค์จักรพรรดิผู้ปกครองแผ่นดิน ความรู้สึกตกใจ หวาดกลัว และสับสนปะปนกันไปหมด
“ถวายบังคมองค์จักรพรรดิ!” ท่านราชเลขาธิการหลี่คุกเข่าลงพร้อมกับบุปผาที่ถูกบังคับให้คุกเข่าตามไปอย่างงุนงง
องค์จักรพรรดิทรงทอดพระเนตรบุปผาด้วยแววพระเนตรที่ยากจะคาดเดา “ลุกขึ้นเถิดแม่นางบุปผา” พระสุรเสียงของพระองค์ฟังดูคุ้นเคย แต่กลับแฝงไว้ด้วยอำนาจที่ทำให้บุปผารู้สึกเกรงกลัว
บุปผาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ นางไม่กล้าสบตาพระองค์ ได้แต่ก้มหน้าลงมองพื้น
“เราได้ยินมาว่าเจ้ามีพรสวรรค์ด้านการวาดภาพ และฝีมือของเจ้าเป็นที่เลื่องลือ” องค์จักรพรรดิทรงตรัส “เราจึงมีพระประสงค์ให้เจ้าเข้ามาเป็นจิตรกรหลวงในราชสำนัก ทำหน้าที่วาดภาพต่างๆ ให้แก่ราชวัง”
คำประกาศขององค์จักรพรรดิทำให้บุปผาถึงกับตกตะลึง จิตรกรหลวง! นางไม่เคยคิดฝันถึงตำแหน่งเช่นนี้มาก่อน
“แต่... แต่ข้าเป็นเพียงสามัญชนเจ้าค่ะฝ่าบาท ข้าไม่คู่ควรกับตำแหน่งอันสูงส่งเช่นนี้” บุปผากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ความสามารถของเจ้าต่างหากที่สำคัญ ไม่ใช่ชาติกำเนิด” องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เจ้าไม่ต้องกังวล เราจะจัดเตรียมที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกให้เจ้าอย่างเหมาะสม”
แม้จะรู้สึกหวาดกลัว แต่บุปผาก็ไม่มีทางเลือก นางจำต้องก้มหน้ายอมรับพระบัญชาขององค์จักรพรรดิ
“เป็นพระมหากรุณาธิคุณพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท กระหม่อมจะตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถ” บุปผากล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะให้มั่นคงที่สุด
องค์จักรพรรดิทรงแย้มสรวลเล็กน้อย แต่รอยยิ้มนั้นไม่ได้ทำให้บุปผารู้สึกสบายใจขึ้นเลยแม้แต่น้อย
หลังจากนั้น ท่านราชเลขาธิการหลี่ก็นำพาบุปผาไปยังส่วนหนึ่งของพระราชวัง ที่จัดเตรียมไว้สำหรับนาง เป็นเรือนพักเล็กๆ ที่ดูเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้าน มีห้องนอน ห้องนั่งเล่น และห้องสำหรับวาดภาพโดยเฉพาะ
“นี่คือเรือนพักของเจ้า นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าคือจิตรกรหลวงแห่งราชสำนัก จงจำไว้ว่าทุกการกระทำของเจ้าจะถูกจับตามอง” ท่านราชเลขาธิการหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่กำชับ “จงปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าให้ดีที่สุด อย่าได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ราชสำนักเป็นอันขาด”
บุปผารู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่ถาโถมเข้ามา นางพยักหน้ารับคำอย่างเงียบๆ ท่านราชเลขาธิการหลี่ถอยออกไป ทิ้งให้นางอยู่ลำพังในเรือนพักที่ไม่คุ้นเคย
บุปผาทรุดตัวลงนั่งบนเตียงอย่างหมดแรง นางมองไปรอบๆ ห้องที่หรูหราเกินกว่าที่นางจะเคยจินตนาการได้ ชีวิตของนางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากหญิงสาวสามัญชนผู้เรียบง่าย บัดนี้นางได้เข้ามาอยู่ในรั้ววังหลวง สถานที่ที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์อันเคร่งครัดและอันตรายที่มองไม่เห็น
ในค่ำคืนนั้น บุปผานอนไม่หลับ นางคิดถึงท่านคิม... องค์จักรพรรดิ ความรู้สึกที่นางเคยมีต่อเขาในฐานะชายหนุ่มผู้ใจดี บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวและสับสน นางไม่รู้ว่าองค์จักรพรรดิทรงมีพระประสงค์ใดกันแน่ในการนำนางเข้ามาในวังแห่งนี้
ในขณะเดียวกัน ณ อีกมุมหนึ่งของพระราชวัง องค์จักรพรรดิคิมหันต์ทรงประทับอยู่ในห้องทรงพระอักษร ทรงทอดพระเนตรภาพวาดดอกบัวของบุปผาอีกครั้ง พระพักตร์ของพระองค์ดูเคร่งเครียด แต่แววพระเนตรกลับฉายประกายแห่งความหวัง
“ฝ่าบาท ทรงแน่พระทัยแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะที่จะนำนางสามัญชนผู้นั้นเข้ามาในวัง” ท่านขันทีเฉิงเอ่ยถามด้วยความกังวล “เกรงว่าอาจจะสร้างความไม่พอใจให้แก่พระพันปีหลวงและเหล่าขุนนางได้พ่ะย่ะค่ะ”
องค์จักรพรรดิทรงถอนหายพระทัย “เรารู้ดีเฉิง แต่เราไม่สามารถปล่อยให้นางอยู่ข้างนอกได้อีกต่อไปแล้ว เราต้องการให้นางมาอยู่ใกล้ชิดเรา”
“แต่การกระทำเช่นนี้อาจนำมาซึ่งความวุ่นวายได้นะพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”
“เราจะปกป้องนางเอง” องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “และเราจะทำให้ทุกคนเห็นว่าความรักที่บริสุทธิ์นั้นสามารถงดงามได้ แม้จะแตกต่างชนชั้นก็ตาม”
องค์จักรพรรดิทรงทราบดีว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะนำมาซึ่งอุปสรรคมากมาย แต่พระองค์ก็ไม่สามารถหักห้ามใจได้อีกต่อไปแล้ว บุปผาคือแสงสว่างที่เข้ามาในชีวิตอันโดดเดี่ยวของพระองค์ และพระองค์จะไม่ยอมปล่อยให้นางจากไป
ในวันรุ่งขึ้น บุปผาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะจิตรกรหลวง นางถูกพาไปยังห้องวาดภาพขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์วาดภาพชั้นดีมากมาย นางได้รับคำสั่งให้เริ่มวาดภาพทิวทัศน์ของพระราชวัง และภาพเหมือนของเหล่าเชื้อพระวงศ์
ความสามารถของบุปผาเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของเหล่าข้าราชบริพารและนางกำนัลที่ได้เห็นผลงานของนาง ความงดงามและชีวิตชีวาในภาพวาดของนางเป็นสิ่งที่ศิลปินหลวงคนอื่นๆ ไม่สามารถทำได้
แต่กระนั้น การปรากฏตัวของบุปผาในวังหลวงก็เริ่มสร้างความไม่พอใจให้แก่บางคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางที่เคยชินกับกฎเกณฑ์อันเคร่งครัดของราชสำนัก
พระพันปีหลวง ทรงเป็นหนึ่งในผู้ที่รู้สึกไม่พอใจมากที่สุด “หญิงสาวสามัญชนเช่นนั้น จะเข้ามาอยู่ในวังหลวงได้อย่างไรกัน” พระองค์ตรัสด้วยน้ำเสียงไม่พอพระทัย “นี่มันผิดธรรมเนียมปฏิบัติของราชวงศ์อย่างร้ายแรง”
ความหอมหวานของความรักที่กำลังก่อตัวขึ้นระหว่างองค์จักรพรรดิและบุปผา กำลังจะถูกทดสอบด้วยพายุแห่งความขัดแย้งและอุปสรรคมากมายในราชสำนักแห่งนี้

บุปผาเคียงบัลลังก์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก