ท้องพระโรงหลวงยังคงอบอวลไปด้วยความตึงเครียด คำกล่าวท้าทายของสนมเอกบุปผาดังก้องอยู่ในโสตประสาทของทุกคน ท่านอัครมหาเสนาบดีซ่งยืนนิ่ง ใบหน้าของเขาฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน โหรหลวงต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพราะไม่มีหลักฐานอื่นใดนอกเหนือจากคำทำนายที่พวกเขาได้กล่าวไป
“หากท่านอัครมหาเสนาบดีและท่านโหรหลวงไม่มีหลักฐานอื่นใดอีกแล้ว” สนมเอกบุปผากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้น “แล้วการกล่าวหาหม่อมฉันว่านำภัยพิบัติมาสู่แผ่นดินนั้น จะถือว่าเป็นเรื่องจริงได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”
ท่านอัครมหาเสนาบดีซ่งพยายามที่จะโต้แย้ง “คำทำนายของโหรหลวงนั้นเป็นความจริงเสมอ สตรีสามัญชนเช่นเจ้าไม่ควรอยู่ในวังหลวงตั้งแต่แรกแล้ว การที่ฝ่าบาททรงโปรดปรานเจ้ามากเกินไป ย่อมนำมาซึ่งความวุ่นวาย”
บุปผาไม่หวั่นไหว “ชาติกำเนิดของหม่อมฉันอาจจะต่ำต้อย แต่หม่อมฉันไม่เคยคิดที่จะทำร้ายผู้ใด และไม่เคยคิดที่จะทำให้ราชสำนักต้องเสื่อมเสีย สิ่งที่หม่อมฉันทำมาโดยตลอดคือการใช้ความสามารถของหม่อมฉันรับใช้ฝ่าบาทและแผ่นดิน”
นางหันไปสบตาองค์จักรพรรดิคิมหันต์ แววตาของนางเต็มไปด้วยความรักและความภักดี องค์จักรพรรดิทรงพยักหน้าเล็กน้อย เป็นสัญญาณให้กำลังใจนาง
“ฝ่าบาททรงมีพระเมตตาต่อหม่อมฉัน ให้โอกาสหม่อมฉันได้เข้ามาในวังหลวง ได้ใช้ความสามารถในการวาดภาพเพื่อเชิดชูความงามของแผ่นดิน” สนมเอกบุปผากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่เริ่มมีอารมณ์ความรู้สึก “หากการที่หม่อมฉันได้เข้ามาอยู่ในวังแห่งนี้ ทำให้เกิดความไม่สบายใจแก่ผู้ใด หม่อมฉันก็พร้อมที่จะรับผิดชอบ”
คำกล่าวของสนมเอกบุปผาทำให้ทุกคนในท้องพระโรงถึงกับเงียบกริบ ไม่มีใครคาดคิดว่านางจะแสดงความกล้าหาญและความเสียสละได้ถึงเพียงนี้
“เจ้าจะรับผิดชอบเช่นไรเล่า” พระพันปีหลวงทรงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เยียบเย็น “เจ้าจะยอมออกจากวังหลวงไปอย่างนั้นรึ”
สนมเอกบุปผาทอดถอนใจเล็กน้อย “หากการที่หม่อมฉันต้องออกจากวังหลวงไป จะทำให้แผ่นดินสงบสุข และทำให้ทุกท่านสบายใจขึ้น หม่อมฉันก็ยินดีพ่ะย่ะค่ะ”
คำพูดของนางสร้างความตกตะลึงให้แก่ทุกคน โดยเฉพาะองค์จักรพรรดิคิมหันต์ พระองค์ถึงกับทรงลุกขึ้นจากบัลลังก์ด้วยความตกใจและไม่พอพระทัย
“บุปผา! เจ้าจะพูดเช่นนั้นได้อย่างไร” องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจ “เจ้าคือสนมเอกของเรา เจ้าคือผู้ที่อยู่เคียงข้างเรา จะมีผู้ใดบังอาจขับไล่เจ้าออกจากวังหลวงได้!”
พระองค์ทรงก้าวลงจากบัลลังก์ เดินตรงไปยังสนมเอกบุปผา ทรงยืนประทับอยู่ข้างนาง และหันไปเผชิญหน้ากับเหล่าขุนนางและพระพันปีหลวง
“พวกเจ้าทุกคนจงฟังให้ดี!” องค์จักรพรรดิทรงประกาศเสียงดังก้องไปทั่วท้องพระโรง “สนมเอกบุปผาคือผู้บริสุทธิ์ และนางจะไม่มีวันออกจากวังหลวงไปไหนเป็นอันขาด!”
“ฝ่าบาท! โปรดทรงไตร่ตรองให้ดีพ่ะย่ะค่ะ การที่ฝ่าบาททรงโปรดปรานสตรีสามัญชนผู้นี้มากเกินไป จะทำให้ราชบัลลังก์สั่นคลอนได้นะพ่ะย่ะค่ะ” ท่านอัครมหาเสนาบดีซ่งกล่าวด้วยความไม่พอใจ
“ราชบัลลังก์ของเราจะไม่สั่นคลอนด้วยความรักที่บริสุทธิ์” องค์จักรพรรดิทรงตรัสตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แต่ราชบัลลังก์จะสั่นคลอนด้วยความอิจฉาริษยา ความโลภ และความไม่ซื่อสัตย์ของพวกเจ้าบางคนต่างหาก!”
องค์จักรพรรดิทรงกวาดสายพระเนตรไปทั่วท้องพระโรง พระองค์ทรงมองไปยังท่านอัครมหาเสนาบดีซ่งด้วยแววพระเนตรที่คมกริบ
“เราได้สืบสวนเรื่องราวทั้งหมดแล้ว และเราก็ได้พบความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังแผนการร้ายนี้” องค์จักรพรรดิทรงประกาศ “โรคระบาดที่เกิดขึ้นกับเหล่าทหารยามนั้น เกิดจากการวางยาพิษในอาหาร และการตายของม้าทรงตัวโปรดของเรานั้น ก็เกิดจากการลอบวางยาพิษเช่นกัน”
คำประกาศขององค์จักรพรรดิทำให้ทุกคนในท้องพระโรงถึงกับตกตะลึง ท่านอัครมหาเสนาบดีซ่งถึงกับหน้าถอดสี
“และผู้ที่อยู่เบื้องหลังแผนการร้ายทั้งหมดนี้ ก็คือท่านอัครมหาเสนาบดีซ่ง และพรรคพวกของเขา!” องค์จักรพรรดิทรงตรัสเสียงดังก้อง
ท่านอัครมหาเสนาบดีซ่งทรุดตัวลงคุกเข่าทันที “ฝ่าบาท! กระหม่อมไม่ทราบเรื่องเลยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมถูกใส่ร้าย!”
“อย่าได้คิดโกหกเราเลยท่านอัครมหาเสนาบดี” องค์จักรพรรดิทรงตรัส “เรามีหลักฐานทุกอย่าง ทั้งคำสารภาพจากผู้ที่ร่วมมือกับเจ้า และหลักฐานจากห้องเก็บยาพิษของเจ้า”
องค์จักรพรรดิทรงโบกพระหัตถ์ ทหารองครักษ์หลายนายก็ก้าวเข้ามาในท้องพระโรง พร้อมกับนำตัวชายฉกรรจ์สองสามคนเข้ามาด้วย พวกเขาคือผู้ที่ท่านอัครมหาเสนาบดีซ่งได้ใช้เป็นเครื่องมือในการก่อแผนการร้าย
ชายฉกรรจ์เหล่านั้นต่างคุกเข่าลง และสารภาพความผิดทั้งหมดต่อหน้าองค์จักรพรรดิและทุกคนในท้องพระโรง โดยกล่าวโทษว่าท่านอัครมหาเสนาบดีซ่งเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง
ความจริงที่ถูกเปิดเผยทำให้ทุกคนในท้องพระโรงถึงกับตกตะลึง ไม่มีใครคาดคิดว่าท่านอัครมหาเสนาบดีซ่งผู้ทรงอำนาจและเป็นที่นับหน้าถือตา จะกล้าก่อแผนการร้ายเช่นนี้ เพื่อโค่นล้มสนมเอกบุปผา
“ท่านอัครมหาเสนาบดีซ่ง” องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “เจ้าได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนเองในการก่อแผนการร้าย พยายามทำร้ายผู้บริสุทธิ์ และทำให้ราชสำนักต้องวุ่นวาย การกระทำของเจ้าถือเป็นการทรยศต่อแผ่นดินและต่อเรา”
“ฝ่าบาท โปรดทรงเมตตาด้วยพ่ะย่ะค่ะ!” ท่านอัครมหาเสนาบดีซ่งอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เราจะไม่มีวันเมตตาผู้ที่คิดร้ายต่อแผ่นดินและต่อผู้บริสุทธิ์” องค์จักรพรรดิทรงตรัส “เราขอมีพระบัญชาให้ถอดถอนท่านอัครมหาเสนาบดีซ่งออกจากตำแหน่งทั้งหมด และคุมขังเขาไว้ในคุกหลวงตลอดชีวิต!”
คำประกาศขององค์จักรพรรดิทำให้ทุกคนในท้องพระโรงถึงกับสะท้าน ท่านอัครมหาเสนาบดีซ่งถูกทหารองครักษ์คุมตัวออกไปทันที
หลังจากนั้น องค์จักรพรรดิทรงหันไปมองเหล่าโหรหลวง “ส่วนพวกเจ้า ที่ได้กล่าวคำทำนายที่บิดเบือนความจริง และร่วมมือกับท่านอัครมหาเสนาบดีซ่ง เราขอมีพระบัญชาให้ถอดถอนพวกเจ้าออกจากตำแหน่ง และเนรเทศออกจากเมืองหลวง!”
เหล่าโหรหลวงต่างพากันคุกเข่าอ้อนวอน แต่ก็ไม่เป็นผล พวกเขาถูกทหารคุมตัวออกไปเช่นกัน
ท้องพระโรงกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทุกคนต่างพากันก้มหน้าลง ไม่กล้าสบตาองค์จักรพรรดิผู้ทรงอำนาจ
องค์จักรพรรดิทรงหันไปมองสนมเอกบุปผา พระองค์ทรงจับมือของนางขึ้นมาอย่างอ่อนโยน “บุปผา เจ้าคือผู้บริสุทธิ์ และเจ้าคือผู้ที่อยู่เคียงข้างเราเสมอมา”
สนมเอกบุปผาน้ำตาไหล นางไม่เคยคิดเลยว่าองค์จักรพรรดิจะทรงปกป้องนางได้ถึงเพียงนี้
“เราขอประกาศให้ทุกคนในที่นี้รับรู้” องค์จักรพรรดิทรงตรัสเสียงดังก้องอีกครั้ง “นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สนมเอกบุปผาจะได้รับการแต่งตั้งเป็น ‘ฮองเฮา’ ผู้เป็นราชินีเคียงบัลลังก์ของเรา และจะไม่มีผู้ใดบังอาจดูหมิ่นหรือทำร้ายนางได้อีกเป็นอันขาด!”
คำประกาศขององค์จักรพรรดิสร้างความตกตะลึงให้แก่ทุกคนในท้องพระโรง ไม่มีใครคาดคิดว่าองค์จักรพรรดิจะทรงตัดสินพระทัยแต่งตั้งสตรีสามัญชนขึ้นเป็นฮองเฮา
พระพันปีหลวงถึงกับทรงถอนหายใจ แต่ก็ไม่กล้าโต้แย้งใดๆ อีกต่อไป เพราะหลักฐานที่องค์จักรพรรดินำมาแสดงนั้นชัดเจนเกินกว่าที่จะปฏิเสธได้
สนมเอกบุปผาถึงกับน้ำตาไหลพราก นางไม่เคยคิดฝันถึงตำแหน่งอันสูงส่งเช่นนี้มาก่อน นางคุกเข่าลงเบื้องหน้าองค์จักรพรรดิ “ฝ่าบาท... หม่อมฉันไม่คู่ควรกับตำแหน่งอันสูงส่งเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ”
องค์จักรพรรดิทรงประคองนางให้ลุกขึ้น “เจ้าคู่ควรแล้วบุปผา ความรักของเจ้า ความบริสุทธิ์ของเจ้า และความเข้มแข็งของเจ้า คือสิ่งที่คู่ควรกับบัลลังก์แห่งนี้”
พระองค์ทรงสวมกอดนางอย่างอ่อนโยน ท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ที่ต่างพากันก้มหน้าลงยอมรับในพระบัญชาขององค์จักรพรรดิ
พายุแห่งความขัดแย้งในราชสำนักได้ผ่านพ้นไปแล้ว และบุปผาผู้บริสุทธิ์ก็ได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าความรักแท้สามารถงดงามได้ แม้จะแตกต่างชนชั้น และนางก็ได้ยืนหยัดเคียงข้างองค์จักรพรรดิบนบัลลังก์แห่งอำนาจอย่างภาคภูมิ
แม้ว่าเส้นทางในอนาคตอาจจะยังมีอุปสรรคอีกมากมาย แต่บัดนี้ บุปผาและองค์จักรพรรดิคิมหันต์ก็ได้จับมือกันอย่างมั่นคง พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเข้ามาในชีวิตของพวกเขา
บุปผาเคียงบัลลังก์ ดอกไม้แห่งความรักและความบริสุทธิ์ ได้ผลิบานอย่างงดงามท่ามกลางพายุราชันย์ และจะคงอยู่คู่บัลลังก์แห่งนี้ไปตลอดกาล

บุปผาเคียงบัลลังก์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก