ความตึงเครียดในราชสำนักเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การที่องค์จักรพรรดิทรงประทานที่พำนักในวังหลวงแก่อ้ายหลิน ศิลปินสามัญชนผู้นั้น ได้สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงแก่เหล่าขุนนางผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสนาบดีซ่ง ผู้ซึ่งมองว่าการกระทำนี้เป็นการหมิ่นพระเกียรติราชวงศ์และทำลายขนบธรรมเนียมประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์
วันหนึ่ง ในท้องพระโรงอันโอ่อ่าภายใต้แสงไฟที่สลัวจากตะเกียงน้ำมัน หลังจากการประชุมราชกิจอันยาวนานสิ้นสุดลง เมื่อขุนนางส่วนใหญ่ถวายบังคมทูลลาแล้ว เสนาบดีซ่งก็มิได้จากไปพร้อมกับผู้อื่น ท่านยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับมีเรื่องสำคัญที่ต้องการกราบทูล
พระเจ้าหลงเฟยทรงสังเกตเห็นท่าทางของเสนาบดีซ่ง พระองค์ทรงถอนหายใจแผ่วเบาในพระทัย ทรงทราบดีว่าเรื่องใดกำลังจะถูกหยิบยกขึ้นมา “เสนาบดีซ่ง มีเรื่องใดจะกราบทูลอีกหรือ” พระสุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น แฝงไว้ด้วยความเหนื่อยหน่ายเล็กน้อย
เสนาบดีซ่งถวายบังคมลงต่ำ ใบหน้าเหี่ยวย่นของท่านดูเคร่งเครียด “กราบทูลฝ่าบาท กระหม่อมมีเรื่องสำคัญยิ่งที่จะต้องกราบทูลต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทพ่ะย่ะค่ะ”
“เชิญว่ามาเถิด”
“กระหม่อมใคร่ขอกราบทูลถามถึงเรื่องของหญิงสาวอ้ายหลินพ่ะย่ะค่ะ” เสนาบดีซ่งเอ่ยขึ้นทันทีที่ได้รับอนุญาต น้ำเสียงของท่านหนักแน่นและจริงจัง “การที่ฝ่าบาททรงประทานที่พำนักในวังหลวงแก่นาง ทั้งๆ ที่นางเป็นเพียงสามัญชน มิได้มีตำแหน่งแห่งหนอันใดในราชสำนัก นับเป็นการกระทำที่มิเคยมีมาแต่ครั้งโบราณกาลพ่ะย่ะค่ะ”
พระเจ้าหลงเฟยทรงจ้องมองเสนาบดีซ่งด้วยสายพระเนตรคมกริบ “แล้วอย่างไรเล่าเสนาบดีซ่ง”
“นี่เป็นการหมิ่นพระเกียรติราชวงศ์อย่างร้ายแรงพ่ะย่ะค่ะ” เสนาบดีซ่งกราบทูลอย่างไม่เกรงกลัว “และยังเป็นช่องทางให้ผู้ไม่หวังดีใช้เป็นเครื่องมือในการปั่นป่วนราชสำนัก กระหม่อมเกรงว่านี่จะนำมาซึ่งความวุ่นวายและทำให้ราษฎรเกิดความกังขาในพระบารมีของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้ากำลังกล่าวหาว่าอ้ายหลินเป็นผู้ไม่หวังดีเช่นนั้นหรือ” พระสุรเสียงขององค์จักรพรรดิเย็นชาลงหลายส่วน “นางเป็นเพียงศิลปินผู้บริสุทธิ์ นางมิได้มีความเกี่ยวข้องกับการเมืองอันใด”
“แต่นางเข้ามาอยู่ในวังหลวงด้วยพระเมตตาของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ” เสนาบดีซ่งยังคงยืนกราน “หากฝ่าบาททรงมีพระเมตตาต่อนางเพียงเพราะพรสวรรค์ด้านศิลปะ ก็ควรจะให้นางพำนักอยู่ภายนอกวังหลวง และเข้ามาถวายงานตามวาระที่เหมาะสมพ่ะย่ะค่ะ”
“มิได้!” พระเจ้าหลงเฟยทรงตวาดขึ้นด้วยพระสุรเสียงอันทรงอำนาจ “อ้ายหลินเป็นศิลปินหลวงที่ข้าแต่งตั้งขึ้น นางมีหน้าที่วาดภาพถวายข้าทุกวัน และข้าเห็นว่าการให้นางพำนักอยู่ในวังหลวงจะสะดวกต่อการทำงานของนางที่สุด”
“แต่ราชประเพณี…”
“ราชประเพณีมีไว้เพื่อความสงบสุขของแผ่นดิน มิใช่มีไว้เพื่อจองจำผู้คนที่มีความสามารถ!” พระเจ้าหลงเฟยทรงลุกขึ้นจากพระที่นั่ง เสด็จลงมาประทับยืนเบื้องหน้าเสนาบดีซ่ง พระพักตร์ของพระองค์เคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความไม่พอพระทัย “หากราชประเพณีขัดขวางการพัฒนาและพรสวรรค์อันบริสุทธิ์ เช่นนั้นก็ควรจะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมของราชประเพณีนั้นเสียใหม่”
เสนาบดีซ่งถึงกับอึ้งไปกับพระสุรเสียงและพระพักตร์ที่เคร่งขรึมขององค์จักรพรรดิ ท่านมิเคยเห็นองค์จักรพรรดิทรงแสดงความไม่พอพระทัยอย่างรุนแรงเช่นนี้มาก่อน
“ข้ารู้ดีว่าพวกเจ้าคิดอย่างไร” พระเจ้าหลงเฟยรับสั่งต่อด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลง แต่ยังคงแฝงไว้ด้วยอำนาจ “พวกเจ้าคิดว่านางเป็นเพียงสามัญชน ไร้ค่า ไร้ประโยชน์ และไม่คู่ควรที่จะอยู่ใกล้ชิดกับข้า แต่ข้าขอบอกเจ้าว่า อ้ายหลินมีความสามารถที่ยิ่งใหญ่กว่าขุนนางบางคนในท้องพระโรงแห่งนี้เสียอีก”
พระองค์ทรงก้าวพระบาทกลับไปยังพระที่นั่ง ทรงประทับลงอย่างสง่างาม “พรุ่งนี้เช้า ข้าจะจัดให้มีการแสดงผลงานศิลปะของอ้ายหลิน ณ ลานกว้างหน้าท้องพระโรง” พระองค์รับสั่งด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด “ข้าจะให้ทุกคนในวังหลวงได้เห็นว่า พรสวรรค์ของนางนั้นคู่ควรแก่พระมหากรุณาธิคุณที่ข้ามอบให้ และหลังจากนั้น… ข้าหวังว่าจะไม่มีผู้ใดกล้าก้าวล่วงเรื่องส่วนตัวของข้าอีก”
คำรับสั่งขององค์จักรพรรดิทำให้เสนาบดีซ่งถึงกับตัวชา ท่านถวายบังคมด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน ทั้งประหลาดใจ อับอาย และไม่สบายใจ ท่านทราบดีว่าองค์จักรพรรดิทรงตัดสินพระทัยเด็ดขาดแล้ว และพระองค์ก็ทรงพร้อมที่จะปกป้องอ้ายหลินอย่างถึงที่สุด
ในวันรุ่งขึ้น ลานกว้างหน้าท้องพระโรงถูกจัดเตรียมอย่างยิ่งใหญ่ ภาพวาดหลายสิบภาพของอ้ายหลินถูกนำมาตั้งแสดง ผู้คนในวังหลวง ทั้งขุนนาง นางกำนัล และขันที ต่างมารวมตัวกันอย่างคับคั่งด้วยความสงสัยระคนอยากรู้อยากเห็น
อ้ายหลินยืนอยู่ท่ามกลางผลงานของนาง หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความประหม่า นางมิเคยต้องเผชิญหน้ากับผู้คนมากมายเช่นนี้มาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายตาที่เต็มไปด้วยคำวิพากษ์วิจารณ์และสายตาจับจ้องจากเหล่าผู้ใหญ่ในราชสำนัก
พระเจ้าหลงเฟยทรงเสด็จมายังลานแสดงพร้อมกับเหล่าขุนนางผู้ใหญ่ พระองค์ทรงฉายรัศมีแห่งอำนาจและความสง่างามออกมาอย่างเต็มเปี่ยม สายพระเนตรของพระองค์กวาดมองไปทั่วฝูงชน ก่อนจะมาหยุดลงที่อ้ายหลิน พระองค์ทรงแย้มพระโอษฐ์บางๆ เพื่อส่งกำลังใจให้นาง
“วันนี้ ข้าได้เรียกพวกเจ้าทุกคนมารวมกันที่นี่ เพื่อให้พวกเจ้าได้ประจักษ์ถึงพรสวรรค์อันบริสุทธิ์ของศิลปินหลวงอ้ายหลิน” พระเจ้าหลงเฟยรับสั่งด้วยพระสุรเสียงกังวานไปทั่วลานกว้าง “นางเป็นผู้ที่สามารถถ่ายทอดความงดงามของธรรมชาติและความรู้สึกของผู้คนออกมาในภาพวาดได้อย่างน่าอัศจรรย์”
พระองค์ทรงก้าวพระบาทไปยังภาพวาดภาพหนึ่ง ซึ่งเป็นภาพทิวทัศน์ของสวนหลวงในยามเช้าที่อ้ายหลินเคยถวายให้พระองค์ทอดพระเนตรเป็นครั้งแรก “จงดูภาพนี้ให้ดี” พระองค์รับสั่ง “นี่มิใช่แค่ภาพวาดธรรมดา แต่มันคือจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติที่ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ”
ผู้คนต่างพากันเดินเข้าไปใกล้ภาพวาด พินิจพิจารณาด้วยความสนใจ ในตอนแรก หลายคนยังคงมีอคติ แต่เมื่อได้เห็นผลงานของอ้ายหลินอย่างใกล้ชิด ความเคลือบแคลงสงสัยก็เริ่มคลายลง ภาพวาดของนางเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ประณีต สีสันที่สดใส และความรู้สึกที่ลึกซึ้ง หลายคนถึงกับอุทานออกมาด้วยความชื่นชม
เสนาบดีซ่งเองก็เดินเข้าไปพิจารณาภาพวาด ท่านจ้องมองไปยังภาพทิวทัศน์อันงดงามนั้นอย่างเงียบเชียบ ใบหน้าของท่านฉายแววประหลาดใจ แม้จะพยายามเก็บอาการ แต่ก็มิอาจซ่อนความรู้สึกทึ่งในฝีมือของอ้ายหลินไว้ได้ ท่านเคยเห็นภาพวาดมากมาย แต่ภาพของอ้ายหลินนั้นแตกต่างออกไป มันเต็มไปด้วยชีวิตชีวาที่สัมผัสได้
หลังจากที่ผู้คนได้ชมผลงานของอ้ายหลินจนทั่วแล้ว พระเจ้าหลงเฟยก็ทรงหันกลับมาประจันหน้ากับเหล่าขุนนางอีกครั้ง “บัดนี้ พวกเจ้ายังคงคิดว่าพรสวรรค์เช่นนี้มิควรค่าแก่การได้รับโอกาสหรือ” พระองค์รับสั่งด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง “อ้ายหลินพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่านางมีคุณค่ามากกว่าเพียงแค่ยศศักดิ์หรือชาติตระกูล”
แล้วพระองค์ก็ทรงกระทำสิ่งที่มิมีผู้ใดคาดคิด พระองค์ทรงถอดแหวนหยกที่ทรงสวมอยู่บนพระดัชนี ซึ่งเป็นแหวนหยกประจำพระองค์ที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน และทรงยื่นไปให้อ้ายหลิน “นี่คือแหวนหยกประจำตัวของข้า” พระองค์รับสั่ง “ข้ามอบให้เจ้า เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าเจ้าคือผู้ที่ได้รับความไว้วางพระทัยและพระเมตตาจากข้าอย่างแท้จริง”
อ้ายหลินรับแหวนหยกมาด้วยมือที่สั่นเทา ดวงตาของนางเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความตื้นตัน แหวนหยกเย็นเฉียบในฝ่ามือของนาง แต่หัวใจของนางกลับอบอุ่นราวกับถูกโอบกอดด้วยแสงตะวัน นางรู้ว่านี่มิใช่แค่แหวนธรรมดา หากแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก ความเชื่อใจ และการปกป้องจากองค์จักรพรรดิ
การกระทำขององค์จักรพรรดิในครั้งนี้ ถือเป็นการประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนต่อหน้าสาธารณชน พระองค์ทรงยืนยันที่จะปกป้องอ้ายหลิน และทรงยอมรับความรู้สึกที่พระองค์มีต่อนางอย่างเปิดเผย บททดสอบจากเบื้องบนได้ผ่านพ้นไปแล้ว ด้วยการแสดงออกถึงพรสวรรค์และความรักที่มิได้ขึ้นอยู่กับชนชั้น
เหล่าขุนนางต่างพากันถวายบังคมด้วยความเคารพยำเกรง มิมีผู้ใดกล้าเอ่ยคำคัดค้านอีกต่อไป แม้ในใจจะยังคงมีความรู้สึกไม่เห็นด้วยอยู่บ้าง แต่การที่องค์จักรพรรดิทรงแสดงออกอย่างเด็ดขาดเช่นนี้ ก็ทำให้พวกเขาทราบดีว่ามิอาจต้านทานพระประสงค์ของพระองค์ได้
อ้ายหลินยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น โดยมีแหวนหยกประจำพระองค์ขององค์จักรพรรดิอยู่ในมือ นางเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรพระองค์ด้วยความรักและความซาบซึ้งใจ หัวใจของนางเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขและความหวัง แม้จะรู้ว่าหนทางข้างหน้าอาจจะยังคงเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่การที่ได้ยืนอยู่เคียงข้างองค์จักรพรรดิผู้ทรงปกป้องนางเช่นนี้ ก็ทำให้นางรู้สึกว่าพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งทุกอย่าง
แสงอาทิตย์ยามสายสาดส่องลงมายังลานกว้าง อาบไล้ร่างขององค์จักรพรรดิและอ้ายหลินให้สว่างไสว ราวกับเป็นพยานรักที่งดงามท่ามกลางความยิ่งใหญ่ของพระราชวัง พู่กันของอ้ายหลินได้สื่อใจของนางไปถึงองค์จักรพรรดิ และบัดนี้ ความรักของทั้งสองก็กำลังจะเบ่งบานอย่างงดงาม แม้จะอยู่ท่ามกลางกระแสคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลงและบททดสอบครั้งใหญ่ที่รออยู่เบื้องหน้า

บุปผาเคียงบัลลังก์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก