บุปผาเคียงบัลลังก์

ตอนที่ 81 — บุปผาเคียงบัลลังก์นิรันดร์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

90 ตอน · 886 คำ

ค่ำคืนนั้นผ่านไปอย่างเชื่องช้าสำหรับองค์จักรพรรดิหลงเฟย พระองค์ทรงประทับอยู่เคียงข้างพระสนมอ้ายที่ยังคงหลับใหลอยู่บนเตียง ดวงเนตรคมกริบทอดมองไปยังใบหน้าอันอ่อนโยนของนาง พลางครุ่นคิดถึงหนทางที่จะปกป้องนางและองค์ชายหลงเทียนจากพายุร้ายที่กำลังโหมกระหน่ำในราชสำนัก พระองค์ทราบดีว่าการปฏิเสธข้อเรียกร้องของเหล่าขุนนางโดยตรงนั้นมิใช่ทางออกที่ยั่งยืน การเผชิญหน้าโดยไร้กลยุทธ์อาจนำมาซึ่งความพินาศได้

แสงแรกของอรุณรุ่งสาดส่องเข้ามาในห้องบรรทม องค์จักรพรรดิทรงตัดสินพระทัยแล้ว พระองค์ทรงลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบเชียบ ‌สวมฉลองพระองค์ และเสด็จไปยังท้องพระโรงแต่เช้าตรู่ โดยมีขันทีหลี่ติดตามมาด้วยสีหน้ากังวล

เมื่อเหล่าขุนนางผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเสนาบดีซ่ง มาถึงท้องพระโรง พวกเขาก็พบว่าองค์จักรพรรดิทรงประทับอยู่บนบัลลังก์ทองคำแล้ว พระพักตร์ของพระองค์ดูสงบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดขาดที่ยากจะหยั่งถึง

“วันนี้ ​ข้าจะตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องของพระสนมอ้ายและองค์ชายหลงเทียน” องค์จักรพรรดิรับสั่งด้วยพระสุรเสียงกังวานไปทั่วท้องพระโรง

เหล่าขุนนางต่างพากันก้มหน้าลง แม้จะรู้สึกยินดีที่องค์จักรพรรดิทรงยอมอ่อนข้อ แต่ก็ยังคงรอฟังคำตัดสินอย่างระมัดระวัง

“ข้าตระหนักดีถึงความกังวลของพวกเจ้าเกี่ยวกับความไม่สงบในแผ่นดิน และอนาคตของราชวงศ์” พระองค์รับสั่งต่อ “และข้าก็ได้ใคร่ครวญถึงเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วนแล้ว”

เสนาบดีซ่งเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาของท่านฉายแววแห่งความหวัง

“เพื่อเป็นการรักษาความสงบสุขของแผ่นดิน ‍และเพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของข้าในการปกครองอาณาจักร” องค์จักรพรรดิรับสั่งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้าจะออกราชโองการให้จัดพิธีอภิเษกสมรสระหว่างองค์ชายหลงเทียนกับธิดาของเสนาบดีซ่ง ในอีกห้าปีข้างหน้า”

คำรับสั่งขององค์จักรพรรดิทำให้ท้องพระโรงเงียบกริบ เหล่าขุนนางต่างพากันเงยหน้าขึ้นมองพระองค์ด้วยความประหลาดใจระคนตกใจ โดยเฉพาะเสนาบดีซ่ง ใบหน้าของท่านซีดเผือดลงทันที

“ฝ่าบาท… ทรงหมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ” ‌เสนาบดีซ่งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “องค์ชายหลงเทียนยังทรงพระเยาว์ยิ่งนัก”

“ข้ารู้” องค์จักรพรรดิรับสั่ง “แต่การหมั้นหมายแต่เนิ่นๆ จะเป็นการผูกสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์กับตระกูลซ่ง และสร้างความมั่นคงให้แก่ราชสำนัก ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเจ้าปรารถนามิใช่หรือ” พระองค์ทรงทอดพระเนตรไปยังเสนาบดีซ่งด้วยสายพระเนตรที่ยากจะคาดเดา ‍“และเพื่อเป็นการยืนยันถึงความชอบธรรมขององค์ชายหลงเทียนในฐานะผู้สืบทอดบัลลังก์”

จากนั้น องค์จักรพรรดิก็ทรงกระทำสิ่งที่ทำให้ทุกคนในท้องพระโรงถึงกับตกตะลึง พระองค์ทรงหยิบราชโองการที่ถูกเตรียมไว้อย่างลับๆ ออกมา และทรงประกาศด้วยพระสุรเสียงอันทรงอำนาจ “และในวันนี้ ข้าขอประกาศแต่งตั้งพระสนมอ้าย ให้ขึ้นเป็น ​‘พระมเหสีอ้าย’ ผู้เป็นมเหสีเอกแห่งจักรพรรดิหลงเฟย! และองค์ชายหลงเทียน จะได้รับการสถาปนาเป็น ‘องค์รัชทายาท’ อย่างเป็นทางการ!”

สิ้นเสียงราชโองการ ท้องพระโรงก็ตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ก่อนที่จะมีเสียงฮือฮาดังขึ้นอย่างกึกก้อง ​เหล่าขุนนางต่างพากันเงยหน้าขึ้นมององค์จักรพรรดิด้วยความตกใจอย่างที่สุด การกระทำของพระองค์นั้นเหนือความคาดหมายของทุกคน

เสนาบดีซ่งถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้น ใบหน้าของท่านเต็มไปด้วยความสับสนและอับอาย พระองค์ทรงใช้แผนการของพวกเขาเองย้อนกลับมาเล่นงานพวกเขา การแต่งตั้งองค์ชายหลงเทียนให้หมั้นหมายกับธิดาของเสนาบดีซ่งนั้น เป็นการผูกมัดตระกูลซ่งให้ต้องสนับสนุนองค์รัชทายาทอย่างเลี่ยงไม่ได้ และการสถาปนาพระสนมอ้ายเป็นพระมเหสีเอก ก็เป็นการยกระดับสถานะของนางอย่างสมบูรณ์แบบ ​ทำให้มิมีผู้ใดกล้าก้าวล่วงนางได้อีก

“พวกเจ้ามีผู้ใดจะคัดค้านหรือไม่” องค์จักรพรรดิรับสั่งด้วยพระสุรเสียงที่หนักแน่น ทรงกวาดพระเนตรไปทั่วท้องพระโรง

เหล่าขุนนางต่างพากันก้มหน้าลง ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยคำคัดค้านใดๆ อีกต่อไป เพราะหากคัดค้านองค์รัชทายาท ก็เท่ากับคัดค้านธิดาของเสนาบดีซ่งเอง และหากคัดค้านพระมเหสี ก็เท่ากับไม่ยอมรับองค์รัชทายาทซึ่งถูกผูกมัดกับตระกูลซ่งไปแล้ว แผนการขององค์จักรพรรดินั้นแยบยลและเด็ดขาด ทำให้พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่มิอาจถอยหลังได้

พระเจ้าหลงเฟยทรงแย้มพระโอษฐ์บางๆ อย่างพอพระทัย “ดี เช่นนั้นก็ถือว่าทุกคนเห็นชอบ”

ในวันเดียวกันนั้น อ้ายหลินได้เข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิในห้องบรรทมส่วนพระองค์ นางยังคงตกตะลึงกับข่าวการแต่งตั้งที่พระองค์ทรงประกาศออกไป

“ฝ่าบาท… ทรงกระทำเช่นนี้ได้อย่างไรเพคะ” อ้ายหลินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเครือ “ทรงแต่งตั้งหม่อมฉันเป็นพระมเหสี… และองค์ชายหลงเทียนเป็นรัชทายาท…”

พระเจ้าหลงเฟยทรงยื่นพระหัตถ์ออกไปกุมมือของนางไว้แน่น “ข้าทำเพื่อเจ้า เพื่อบุตรของเรา และเพื่อความมั่นคงของแผ่นดิน” พระองค์รับสั่งด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “นี่คือหนทางเดียวที่จะทำให้ทุกคนยอมรับพวกเจ้า และมิมีผู้ใดกล้าก้าวล่วงพวกเจ้าได้อีก”

“แต่… เสนาบดีซ่งและเหล่าขุนนางจะไม่พอใจหรือเพคะ”

“พวกเขาจะคัดค้านมิได้อีกแล้ว” พระองค์ทรงยิ้มอย่างมีเลศนัย “การที่องค์ชายหลงเทียนจะต้องอภิเษกสมรสกับธิดาของเสนาบดีซ่งนั้น ทำให้ตระกูลซ่งต้องผูกพันกับราชวงศ์อย่างหลีกเลี่ยงมิได้ และพวกเขาก็จะต้องสนับสนุนองค์รัชทายาทอย่างเต็มที่”

อ้ายหลินมองพระองค์ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ พระองค์ทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์ และทรงวางแผนการอย่างแยบยลเพื่อปกป้องนางและบุตรชาย ความรักที่พระองค์มีให้นางนั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าที่นางจะจินตนาการได้

พิธีสถาปนาพระมเหสีอ้ายและองค์รัชทายาทหลงเทียนถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และสมพระเกียรติ ท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนางและประชาชนที่มาเข้าร่วมพิธี อ้ายหลินในชุดพระมเหสีอันงดงามสง่า ยืนเคียงข้างองค์จักรพรรดิหลงเฟยบนบัลลังก์ทองคำ พระองค์ทรงฉายรัศมีแห่งความสุขและความภาคภูมิใจอย่างเต็มเปี่ยม

ภาพขององค์จักรพรรดิผู้ทรงอำนาจและพระมเหสีสามัญชนผู้เปี่ยมพรสวรรค์ ยืนเคียงข้างกันอย่างสง่างาม ได้กลายเป็นภาพที่ประจักษ์แก่สายตาของทุกคน ว่าความรักแท้นั้นมิได้ขึ้นอยู่กับชนชั้นหรือยศศักดิ์ หากแต่ขึ้นอยู่กับความจริงใจและความผูกพันที่แท้จริง

จากนั้นเป็นต้นมา พระมเหสีอ้ายได้ถวายการรับใช้องค์จักรพรรดิอย่างเต็มที่ นางมิได้เป็นเพียงแค่พระมเหสีที่งดงามเท่านั้น หากแต่ยังเป็นที่ปรึกษาที่ชาญฉลาดและเป็นกำลังใจสำคัญให้แก่พระองค์เสมอมา นางยังคงใช้พรสวรรค์ด้านศิลปะของนางในการสร้างสรรค์ผลงานที่งดงาม เพื่อประดับประดาพระราชวังและเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คน

องค์รัชทายาทหลงเทียนเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงและเฉลียวฉลาด พระองค์ได้รับการอบรมสั่งสอนจากทั้งองค์จักรพรรดิและพระมเหสีอ้าย ทำให้พระองค์เป็นผู้ที่เปี่ยมด้วยสติปัญญา ความเมตตา และความเข้าใจในชีวิตของสามัญชน

กาลเวลาผันผ่านไป ราชสำนักที่เคยเต็มไปด้วยความตึงเครียดและกระแสซุบซิบ ได้แปรเปลี่ยนเป็นความสงบสุขและความรุ่งเรืองภายใต้การปกครองขององค์จักรพรรดิหลงเฟยและพระมเหสีอ้าย ความรักของทั้งสองได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามิได้เป็นเพียงเรื่องส่วนตัว หากแต่เป็นพลังที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงและนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่แผ่นดินได้

ในที่สุด บุปผางามแห่งสามัญชนก็ได้เบ่งบานอย่างสง่างามเคียงข้างบัลลังก์แห่งจักรพรรดิ ความรักของพวกเขาได้กลายเป็นตำนานเล่าขานสืบไปชั่วลูกชั่วหลาน เป็นบทพิสูจน์ว่าแม้จะแตกต่างชนชั้น แต่ความรักแท้ที่บริสุทธิ์และเสียสละ ก็สามารถงดงามและยั่งยืนได้ตลอดกาล เฉกเช่นบุปผาที่ผลิบานอยู่เคียงบัลลังก์ทองคำนิรันดร์

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บุปผาเคียงบัลลังก์

บุปผาเคียงบัลลังก์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!