บุปผาเคียงบัลลังก์

ตอนที่ 71 — มรสุมแห่งชะตากรรม

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

90 ตอน · 1,070 คำ

กาลเวลาผ่านไปดุจสายน้ำเชี่ยวไหลพัดพาเรื่องราวมากมายให้เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลง ความรักระหว่างองค์จักรพรรดิอัคราและบุปผาได้เบ่งบานอย่างงดงามและแข็งแกร่งท่ามกลางอุปสรรคนานัปการ บุปผาได้รับการแต่งตั้งเป็น 'พระสนมเอกบุปผา' ตำแหน่งที่สูงส่งเกินกว่าที่หญิงสามัญชนจะจินตนาการถึงได้ แต่นางก็ยังคงรักษาความบริสุทธิ์และถ่อมตนไว้เสมอ นางมิได้หลงระเริงในยศถาบรรดาศักดิ์ แต่ใช้ตำแหน่งของตนให้เป็นประโยชน์ต่อราษฎร ‌และคอยเป็นที่ปรึกษาด้านศิลปะและวัฒนธรรมแก่องค์จักรพรรดิอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

อย่างไรก็ตาม การขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงส่งของบุปผา ยิ่งทำให้ความอิจฉาริษยาและแผนการร้ายในราชสำนักทวีความรุนแรงขึ้นเป็นทวีคูณ พระมเหสีจันทร์ฉายและเสนาบดีใหญ่หลี่ยังคงเป็นขั้วอำนาจเก่าที่พยายามโค่นล้มบุปผาและองค์จักรพรรดิผู้ทรงสนับสนุนนางมาโดยตลอด พวกเขาได้สะสมกำลังและวางแผนการร้ายมานานหลายปี รอคอยโอกาสที่จะโจมตีในยามที่องค์จักรพรรดิทรงอ่อนแอที่สุด

และโอกาสนั้นก็มาถึง เมื่อเกิดภัยแล้งครั้งใหญ่ทั่วอาณาจักร พืชผลเสียหาย ​ผู้คนอดอยาก เกิดความไม่สงบในหัวเมืองต่างๆ องค์จักรพรรดิอัคราทรงต้องใช้พระราชทรัพย์และกำลังทหารจำนวนมากในการช่วยเหลือราษฎรและปราบปรามกบฏ ทำให้สถานะทางการเงินของราชสำนักสั่นคลอน และพระราชอำนาจของพระองค์ก็เริ่มถูกท้าทาย

ในยามที่แผ่นดินกำลังเผชิญกับมรสุมแห่งชะตากรรม เสนาบดีใหญ่หลี่และพระมเหสีจันทร์ฉายก็เริ่มแผนการขั้นสุดท้ายของพวกเขา พวกเขาสมคบคิดกับขุนนางบางส่วนในราชสำนัก และแม่ทัพผู้ทรงอิทธิพลในหัวเมืองหนึ่ง ‍เพื่อโค่นล้มองค์จักรพรรดิอัครา และตั้งโอรสของพระมเหสีจันทร์ฉายขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่ โดยมีเสนาบดีใหญ่หลี่เป็นผู้สำเร็จราชการแทน

แผนการของพวกเขาเริ่มต้นด้วยการเผยแพร่ข่าวลืออันเป็นเท็จว่าองค์จักรพรรดิอัคราทรงใช้พระราชทรัพย์ในการปรนเปรอพระสนมบุปผาและสร้างตำหนักอันหรูหราให้แก่นาง ในขณะที่ราษฎรกำลังอดอยาก ข่าวลือเหล่านี้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงและหัวเมืองต่างๆ ทำให้ประชาชนเริ่มเสื่อมศรัทธาในองค์จักรพรรดิ

วันหนึ่ง ขณะที่องค์จักรพรรดิอัครากำลังทรงออกว่าราชการกับเหล่าเสนาบดี เสนาบดีใหญ่หลี่ก็ก้าวออกมาเบื้องหน้า ‌ทูลกล่าวโทษองค์จักรพรรดิอย่างเปิดเผยว่าทรงละเลยพระราชกิจ และทรงใช้พระราชทรัพย์อย่างฟุ่มเฟือยเพื่อประโยชน์ส่วนตน พร้อมทั้งนำเอกสารปลอมที่อ้างว่าเป็นหลักฐานการทุจริตมาแสดงต่อหน้าเหล่าเสนาบดี

"ฝ่าบาททรงละเลยแผ่นดิน ทรงปล่อยให้ราษฎรอดอยาก แต่กลับทรงใช้จ่ายพระราชทรัพย์อย่างไม่สมควร" เสนาบดีใหญ่หลี่ทูลด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความแข็งกร้าว "หม่อมฉันในฐานะเสนาบดีใหญ่ ขอทูลให้ฝ่าบาททรงสละราชสมบัติ ‍เพื่อรักษาไว้ซึ่งเกียรติภูมิของราชวงศ์!"

คำกล่าวหาของเสนาบดีใหญ่สร้างความตกตะลึงไปทั่วท้องพระโรง เหล่าขุนนางบางส่วนที่สมคบคิดกับเขาก็พากันสนับสนุนคำกล่าวหานั้น องค์จักรพรรดิอัคราทรงพยายามจะอธิบาย แต่เสียงของพระองค์ก็ถูกกลบด้วยเสียงคัดค้านของเหล่าขุนนางที่ถูกเสนาบดีใหญ่ชักจูง

ในขณะที่เหตุการณ์กำลังวุ่นวาย แม่ทัพแห่งหัวเมืองที่สมคบคิดกับเสนาบดีใหญ่หลี่ ก็ได้นำกำลังทหารจำนวนมากเข้ายึดพระราชวัง การกบฏเริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างไม่ทันตั้งตัว

ข่าวการกบฏแพร่สะพัดไปถึงตำหนักของพระสนมบุปผาอย่างรวดเร็ว บุปผากำลังจัดเตรียมของใช้ส่วนตัวเพื่อเตรียมนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยแล้ง ​เมื่อขันทีคนสนิทวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาทูลข่าว

"พระสนมเพคะ เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ! เสนาบดีใหญ่หลี่ก่อกบฏ แม่ทัพ... แม่ทัพนำทหารเข้ายึดพระราชวังแล้วเพคะ!" ขันทีทูลด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

บุปผาถึงกับหน้าซีดเผือด หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความตกใจและหวาดกลัว นางไม่เคยคิดว่าเรื่องราวจะบานปลายมาถึงเพียงนี้ ​สิ่งแรกที่นางนึกถึงคือความปลอดภัยขององค์จักรพรรดิ

"องค์จักรพรรดิเล่า! พระองค์ทรงเป็นเช่นไรบ้าง" บุปผาถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน

"ทูลพระสนม องค์จักรพรรดิทรงถูกควบคุมตัวไว้ในท้องพระโรงพะยะค่ะ พวกกบฏกำลังจะบังคับให้พระองค์ทรงสละราชสมบัติ"

บุปผารู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า นางมิอาจทนเห็นองค์จักรพรรดิผู้เป็นที่รักต้องทรงเผชิญกับชะตากรรมเช่นนี้ได้ นางรวบรวมสติและตัดสินใจที่จะทำบางสิ่งบางอย่าง

"เจ้าจงไปรวบรวมขันทีและนางกำนัลที่จงรักภักดีต่อองค์จักรพรรดิให้มากที่สุด" บุปผาสั่งขันทีคนสนิทด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว ​"เราจะต้องหาทางช่วยองค์จักรพรรดิให้ได้!"

ในขณะเดียวกัน องค์จักรพรรดิอัครากำลังประทับอยู่ในท้องพระโรง ทรงถูกล้อมรอบด้วยเหล่าทหารของกบฏ และเสนาบดีใหญ่หลี่กำลังบังคับให้พระองค์ทรงลงพระปรมาภิไธยในเอกสารสละราชสมบัติ

"ฝ่าบาท ได้โปรดทรงลงพระปรมาภิไธยเสียเถิดพะยะค่ะ เพื่อความสงบสุขของแผ่นดิน" เสนาบดีใหญ่ทูลด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน

องค์จักรพรรดิอัคราทรงจ้องมองเสนาบดีใหญ่ด้วยสายพระเนตรที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น "เจ้าคิดว่าการกระทำเช่นนี้จะนำมาซึ่งความสงบสุขอย่างนั้นรึ เสนาบดีใหญ่ เจ้ากำลังทำลายแผ่นดินด้วยความทะเยอทะยานของเจ้าต่างหาก"

ในขณะที่องค์จักรพรรดิอัครากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่คับขัน เสียงของบุปผาก็ดังขึ้นมาจากด้านนอกท้องพระโรง

"หยุดเดี๋ยวนี้! พวกเจ้ากำลังทำอะไรกับองค์จักรพรรดิ!"

บุปผาก้าวเข้ามาในท้องพระโรงอย่างกล้าหาญ นางสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้าของนางซีดเผือด แต่แววตาของนางกลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและไม่เกรงกลัว นางนำเหล่าขันทีและนางกำนัลที่จงรักภักดีจำนวนหนึ่งมาด้วย ซึ่งพยายามจะขัดขวางทหารของกบฏ

"พระสนมบุปผา! เจ้ามาทำอะไรที่นี่" เสนาบดีใหญ่หลี่ร้องขึ้นด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าบุปผาจะกล้าปรากฏตัวในสถานการณ์เช่นนี้

"ข้ามาเพื่อปกป้ององค์จักรพรรดิผู้เป็นที่รักของข้า" บุปผาตอบด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น "พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทำร้ายพระองค์!"

องค์จักรพรรดิอัคราทอดพระเนตรบุปผาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งห่วงใยและชื่นชมในความกล้าหาญของนาง พระองค์ทรงรู้ดีว่าการมาปรากฏตัวของบุปผาในเวลานี้ จะยิ่งทำให้นางตกอยู่ในอันตราย

"บุปผา! เจ้ากลับไปเดี๋ยวนี้!" องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยความกังวล

"หม่อมฉันไม่ไปไหนเพคะ ฝ่าบาท" บุปผาตอบ "หม่อมฉันจะอยู่เคียงข้างพระองค์ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม"

คำพูดของบุปผาทำให้องค์จักรพรรดิอัคราทรงรู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความรักที่นางมีให้พระองค์นั้นบริสุทธิ์และแข็งแกร่งเกินกว่าสิ่งใด

"จับนางบุปผาไว้!" เสนาบดีใหญ่หลี่สั่งทหาร "นางเป็นผู้สมคบคิดกับองค์จักรพรรดิ"

ทหารของกบฏพุ่งเข้าหาบุปผา แต่บุปผากลับไม่แสดงอาการหวาดกลัว นางยืนหยัดอย่างมั่นคงราวกับต้นไม้ที่หยั่งรากลึกในผืนดิน

ในขณะเดียวกัน ขันทีหลง ผู้จงรักภักดีต่อองค์จักรพรรดิมาโดยตลอด ได้แอบส่งข่าวให้แก่แม่ทัพผู้จงรักภักดีต่อองค์จักรพรรดิอีกคนหนึ่ง ซึ่งกำลังรวบรวมกำลังทหารอยู่นอกพระราชวัง และแม่ทัพผู้นั้นก็กำลังนำกำลังทหารเข้ามาในพระราชวังเพื่อช่วยเหลือองค์จักรพรรดิ

ทันใดนั้น เสียงสัญญาณการต่อสู้ก็ดังขึ้นจากด้านนอกท้องพระโรง ทหารขององค์จักรพรรดิที่จงรักภักดีได้บุกเข้ามาในพระราชวังแล้ว การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดภายในพระราชวัง

เสนาบดีใหญ่หลี่และเหล่าทหารของเขารู้สึกตกใจและเสียขวัญ เมื่อเห็นว่าแผนการของพวกเขาถูกเปิดโปง และกำลังถูกโจมตีจากสองด้าน

"พวกเจ้าจงจับองค์จักรพรรดิและพระสนมไว้เป็นตัวประกัน!" เสนาบดีใหญ่หลี่สั่งด้วยความตื่นตระหนก

ทหารกบฏบางส่วนพุ่งเข้าหาองค์จักรพรรดิและบุปผา องค์จักรพรรดิอัคราทรงพยายามปกป้องบุปผาไว้ด้วยพระองค์เอง พระองค์ทรงคว้าดาบของทหารที่อยู่ใกล้ๆ และทรงต่อสู้กับเหล่ากบฏอย่างกล้าหาญ

บุปผาเองก็มิได้หวาดกลัว นางยืนเคียงข้างองค์จักรพรรดิอย่างไม่ห่างไปไหน คอยส่งกำลังใจและคอยระวังหลังให้พระองค์

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นไปทั่วท้องพระโรง องค์จักรพรรดิอัคราทรงแสดงฝีมือการต่อสู้ที่เหนือชั้น ทรงฟาดฟันเหล่าทหารกบฏไปหลายคน แต่ก็ทรงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

ในขณะที่สถานการณ์กำลังคับขัน แม่ทัพผู้จงรักภักดีก็บุกเข้ามาในท้องพระโรงพร้อมด้วยกำลังทหารจำนวนมาก การมาถึงของแม่ทัพทำให้สถานการณ์พลิกผัน เหล่าทหารกบฏเริ่มเสียเปรียบและถูกต้อนให้จนมุม

เสนาบดีใหญ่หลี่พยายามจะหลบหนี แต่ก็ถูกทหารขององค์จักรพรรดิจับตัวไว้ได้ในที่สุด พระมเหสีจันทร์ฉายเองก็ถูกควบคุมตัวเช่นกัน

องค์จักรพรรดิอัคราทรงล้มลงด้วยความเหนื่อยอ่อนและบาดเจ็บ บุปผารีบเข้าประคองพระองค์ไว้ น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความโล่งใจและเป็นห่วง

"ฝ่าบาท! ทรงบาดเจ็บหรือไม่เพคะ" บุปผาถามด้วยเสียงสั่นเครือ

องค์จักรพรรดิอัคราทรงมองบุปผาด้วยแววตาที่อ่อนโยน ทรงแย้มสรวลบางๆ "ข้าไม่เป็นไร บุปผา เจ้าปลอดภัยแล้ว"

มรสุมแห่งชะตากรรมได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นใหญ่หลวงนัก พระราชวังเต็มไปด้วยร่องรอยของการต่อสู้ เลือดสีแดงฉานเจิ่งนองไปทั่วท้องพระโรง แต่ท่ามกลางความโกลาหลนั้น ความรักขององค์จักรพรรดิอัคราและบุปผาก็ยังคงเบ่งบานอย่างงดงามและแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม ราวกับดอกบัวที่ผุดพ้นจากโคลนตม และผ่านพ้นพายุฝนมาได้อย่างสง่างาม

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บุปผาเคียงบัลลังก์

บุปผาเคียงบัลลังก์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!