บุปผาเคียงบัลลังก์

ตอนที่ 16 — เส้นพู่กันเชื่อมใจ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

90 ตอน · 1,407 คำ

หลายวันผ่านไปนับตั้งแต่การพบพานโดยบังเอิญในสวนหลวง ความทรงจำเกี่ยวกับองค์จักรพรรดิอัครเดชยังคงแจ่มชัดอยู่ในใจของบุษบา ราวกับภาพวาดที่เพิ่งถูกแต่งแต้มขึ้นมาใหม่ นางรู้สึกราวกับว่าโลกทั้งใบได้เปลี่ยนไป นับจากวันที่ดวงพระเนตรอันอ่อนโยนขององค์จักรพรรดิได้ทอดลงมายังนาง หัวใจของบุษบาเต้นแรงทุกครั้งที่นึกถึงพระสุรเสียงอันนุ่มนวลและคำตรัสชมเชยที่พระองค์ทรงมีให้

บุษบายังคงเข้ามาฝึกฝนฝีมือในวังหลวงตามคำแนะนำของอาจารย์ช่างหลวงมังกร แต่คราวนี้ ทุกครั้งที่นางก้าวเท้าเข้ามาในเขตพระราชฐาน ‌หัวใจของนางก็เปี่ยมด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้ ความหวังเล็กๆ ที่จะได้รับการพบพานอีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเกรงกลัวและประหม่า เพราะนางรู้ดีว่าฐานะของตนเองนั้นช่างแตกต่างจากองค์จักรพรรดิราวกับฟ้ากับเหว

ในวันหนึ่ง ขณะที่บุษบากำลังวาดภาพทิวทัศน์ของตำหนักแห่งหนึ่งในวังหลวง อาจารย์ช่างหลวงมังกรก็เดินเข้ามาหานางด้วยสีหน้าที่เปี่ยมด้วยความยินดี

"บุษบาเอ๊ย! เจ้าช่างเป็นศิษย์ที่มีบุญวาสนายิ่งนัก" ​อาจารย์มังกรกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

บุษบามองอาจารย์ด้วยความสงสัย "เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะท่านอาจารย์"

"องค์จักรพรรดิ...องค์จักรพรรดิทรงมีพระราชโองการให้เจ้าเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์!" อาจารย์มังกรกล่าว พลางลูบเคราขาวของตนเองด้วยความตื่นเต้น "พระองค์ตรัสว่าทรงอยากทอดพระเนตรผลงานของเจ้าเพิ่มเติม"

คำกล่าวของอาจารย์มังกรทำให้บุษบารู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจอีกครั้ง ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามา ทั้งความตื่นเต้น ความดีใจ ‍ความประหม่า และความกังวล นางไม่เคยคิดฝันว่าจะได้รับพระมหากรุณาธิคุณเช่นนี้

"จริงหรือเจ้าคะท่านอาจารย์?" เสียงของบุษบาสั่นเครือ

"จริงสิ! ขันทีหลี่มาแจ้งด้วยตนเองเลยนะ เจ้าต้องเตรียมผลงานที่ดีที่สุดของเจ้าไปถวายฝ่าบาทให้ทอดพระเนตร นี่ถือเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่ช่างเขียนคนใดก็มิอาจจะได้รับง่ายๆ เลยนะบุษบา" ‌อาจารย์มังกรกำชับด้วยน้ำเสียงจริงจัง

บุษบากลับมายังเรือนพักที่จัดไว้สำหรับช่างเขียนในวังหลวงด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วน นางเลือกผลงานภาพวาดที่นางภาคภูมิใจที่สุดมาหลายภาพ ทั้งภาพทิวทัศน์ ภาพบุปผา และภาพสัตว์ต่างๆ ที่นางเคยวาดไว้ด้วยความตั้งใจและจากแรงบันดาลใจอันบริสุทธิ์ นางใช้เวลาเตรียมตัวอย่างพิถีพิถัน ตรวจสอบความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกาย ‍และทบทวนคำพูดที่จะใช้ทูลกับองค์จักรพรรดิ

เมื่อถึงเวลาที่ต้องเข้าเฝ้า ขันทีหลี่ก็มารับบุษบาด้วยตนเอง นางเดินตามขันทีหลี่ไปตามทางเดินอันวกวนของพระราชวังหลวงที่ประดับประดาด้วยสถาปัตยกรรมอันวิจิตรตระการตา หัวใจของนางเต้นระรัวทุกย่างก้าว จนกระทั่งมาถึงตำหนักส่วนพระองค์ที่เงียบสงบและงดงาม

องค์จักรพรรดิอัครเดชประทับอยู่ ณ ห้องทรงพระอักษรที่กว้างขวาง ภายในห้องประดับประดาด้วยงานศิลปะและตำรามากมาย ​แสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและสงบเงียบ องค์จักรพรรดิในฉลองพระองค์สีน้ำเงินเข้มที่ปักลวดลายมังกรทองอันวิจิตร ทรงมีสง่าราศีและน่าเกรงขาม แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนในแววพระเนตร

"ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท" บุษบาน้อมกายลงกราบอย่างนอบน้อมที่สุด

"ลุกขึ้นเถิดบุษบา" องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เข้ามาใกล้ๆ ​เราหน่อยเถิด"

บุษบาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนและก้าวเข้าไปใกล้เบื้องหน้าพระองค์ ด้วยมือที่สั่นเทา นางยื่นม้วนภาพวาดที่เตรียมมาถวาย

องค์จักรพรรดิทรงรับภาพวาดเหล่านั้นมาด้วยพระองค์เอง พระองค์ทรงคลี่ภาพออกทีละภาพอย่างช้าๆ ด้วยความสนพระทัย สายพระเนตรของพระองค์จับจ้องไปยังรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ​ในแต่ละภาพอย่างพินิจพิเคราะห์

ภาพแรกเป็นภาพทิวทัศน์ป่าในยามหมอกลงจัด ต้นไม้สูงใหญ่ปกคลุมด้วยไอหมอกจางๆ มีลำธารเล็กๆ ไหลผ่าน ภาพนั้นให้ความรู้สึกสงบและลึกลับราวกับมีชีวิตจริงๆ

"ภาพนี้...เจ้าถ่ายทอดความรู้สึกของความสงบและความอ้างว้างได้อย่างยอดเยี่ยม" องค์จักรพรรดิทรงตรัส "เจ้าเคยเข้าไปในป่าลึกเช่นนี้หรือ"

"เคยเพคะฝ่าบาท สมัยเด็กหม่อมฉันมักจะติดตามบิดาเข้าไปในป่าเพื่อหาของป่า ทำให้หม่อมฉันมีโอกาสได้เห็นความงามของธรรมชาติที่หลากหลาย" บุษบาทูลตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้นเล็กน้อยเมื่อเริ่มคลายความประหม่าลง

องค์จักรพรรดิทรงพยักพระพักตร์ จากนั้นก็ทรงคลี่ภาพถัดไป ภาพนั้นเป็นภาพดอกบัวสีชมพูที่กำลังเบ่งบานในสระน้ำ มีหยดน้ำค้างเกาะพราวอยู่บนกลีบดอกไม้และใบบัว ภาพนั้นดูบริสุทธิ์และสดใสราวกับดอกบัวจริงกำลังลอยอยู่ตรงหน้า

"นี่คือดอกบัว...แต่เป็นดอกบัวที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ" องค์จักรพรรดิทรงตรัส "เจ้าใช้สีชมพูได้อ่อนโยนและนุ่มนวลยิ่งนัก"

บุษบารู้สึกใจฟูด้วยความปลื้มปีติ คำชมเชยจากองค์จักรพรรดิเป็นดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของนาง

"ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท หม่อมฉันเพียงแค่อยากจะถ่ายทอดความงามที่หม่อมฉันมองเห็นออกมาให้มากที่สุด"

องค์จักรพรรดิทรงคลี่ภาพสุดท้ายออก ภาพนั้นเป็นภาพนกยูงที่กำลังรำแพนอวดโฉมในสวนหลวง ขนหางของมันแผ่สยายออกเป็นพัดขนาดใหญ่ เปล่งประกายสีสันงดงามตระการตา แสงแดดยามบ่ายที่ตกกระทบขนของมันถูกถ่ายทอดออกมาอย่างน่าอัศจรรย์ ราวกับนกยูงตัวนั้นกำลังมีชีวิตโลดแล่นอยู่ตรงหน้า

"นี่คือภาพนกยูงในสวนหลวงของเราใช่หรือไม่" องค์จักรพรรดิทรงตรัสถาม

"ใช่เพคะฝ่าบาท หม่อมฉันได้เห็นมันเมื่อครั้งเข้ามาทำงานในวังหลวง และรู้สึกประทับใจในความสง่างามของมัน จึงเก็บมาวาดไว้เพคะ"

องค์จักรพรรดิทรงทอดพระเนตรภาพนกยูงนั้นอย่างยาวนาน แววพระเนตรของพระองค์ฉายประกายแห่งความชื่นชมอย่างที่สุด "น่าอัศจรรย์ยิ่งนักบุษบา...เจ้ามีพรสวรรค์ที่มิอาจหาผู้ใดเทียบได้จริงๆ ไม่ใช่แค่การวาดภาพ แต่เป็นการเติมชีวิตชีวาให้กับสิ่งมีชีวิตบนผืนผ้าใบ"

พระองค์ทรงม้วนภาพวาดกลับคืนอย่างระมัดระวัง แล้วหันพระพักตร์มายังบุษบา "เราอยากให้เจ้ามาเป็นช่างเขียนประจำวังหลวง และรับผิดชอบงานศิลปะต่างๆ ของเรา"

คำตรัสนี้ทำให้บุษบาตกใจจนแทบสิ้นสติ นางไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรติและสูงส่งถึงเพียงนี้ การเป็นช่างเขียนประจำวังหลวงนั้นหมายถึงชีวิตของนางจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง จากสามัญชนธรรมดาที่ทำงานอิสระ บัดนี้นางกำลังจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของราชสำนัก

"ฝ่าบาท...หม่อมฉัน...หม่อมฉันไม่กล้าเพคะ" บุษบาทูลตอบด้วยความประหม่าและไม่แน่ใจ "หม่อมฉันเป็นเพียงสามัญชนผู้ต่ำต้อย ความรู้ความสามารถของหม่อมฉันอาจจะยังไม่เพียงพอเพคะ"

"อย่าได้ถ่อมตนไปเลยบุษบา" องค์จักรพรรดิทรงแย้มพระสรวลอย่างอ่อนโยน "พรสวรรค์ของเจ้ามีค่ามากกว่าความรู้ใดๆ หากเจ้าเต็มใจที่จะเรียนรู้ เราเชื่อว่าเจ้าจะสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ยิ่งใหญ่ได้อีกมากมาย"

"แต่...หากหม่อมฉันต้องเข้ามาอยู่ในวังหลวง...แล้วครอบครัวของหม่อมฉันเล่าเพคะ" บุษบาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

องค์จักรพรรดิทรงเข้าใจในความกังวลของนาง "เราจะจัดหาเรือนพักที่เหมาะสมให้เจ้าในวังหลวง และจะดูแลความเป็นอยู่ของครอบครัวเจ้าให้ดีที่สุด เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้น"

พระเมตตาขององค์จักรพรรดิทำให้บุษบารู้สึกซาบซึ้งใจจนน้ำตาคลอเบ้า นางไม่รู้จะปฏิเสธได้อย่างไร และในห้วงลึกของหัวใจ นางก็ปรารถนาที่จะอยู่ใกล้ชิดกับองค์จักรพรรดิผู้นี้ ความรู้สึกที่เพิ่งก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันบอกให้นางรู้ว่านี่คือโอกาสที่นางจะต้องคว้าเอาไว้

"เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้เพคะฝ่าบาท หม่อมฉันน้อมรับพระราชโองการเพคะ" บุษบาน้อมกายลงกราบอีกครั้งด้วยความเคารพอย่างสูงสุด

องค์จักรพรรดิทรงแย้มพระสรวลอย่างพึงพอพระทัย พระองค์ทรงรู้สึกถึงความสุขเล็กๆ ที่ผลิบานในพระทัย การได้บุษบาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของราชสำนัก ไม่ใช่เพียงเพื่อเติมเต็มความต้องการด้านศิลปะของพระองค์เท่านั้น แต่ยังเป็นการเติมเต็มความว่างเปล่าในพระทัยที่มิเคยมีผู้ใดทำได้

"ดีมากบุษบา" องค์จักรพรรดิทรงตรัส "ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เจ้าจะต้องเข้ามาประจำในวังหลวง และทำงานถวายเรา"

หลังจากเสร็จสิ้นการเข้าเฝ้า บุษบาเดินกลับออกมาจากตำหนักส่วนพระองค์ด้วยความรู้สึกที่ยังคงปั่นป่วน นางไม่เคยคิดฝันว่าชีวิตของตนเองจะพลิกผันได้ถึงเพียงนี้ จากช่างเขียนภาพสามัญชนธรรมดา บัดนี้นางได้กลายเป็นช่างเขียนหลวงที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากองค์จักรพรรดิโดยตรง

ข่าวการที่องค์จักรพรรดิทรงโปรดปรานช่างเขียนภาพสามัญชนนามว่าบุษบาอย่างออกนอกหน้า แพร่สะพัดไปทั่วราชสำนักอย่างรวดเร็ว สร้างความประหลาดใจและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา เหล่าขุนนางผู้ใหญ่และพระราชวงศ์ต่างก็จับตามองสถานการณ์นี้ด้วยความสงสัยระคนไม่พอใจ เพราะนี่ถือเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนที่องค์จักรพรรดิจะทรงให้ความสำคัญกับสามัญชนมากถึงเพียงนี้

บุษบากลับมาเล่าเรื่องทั้งหมดให้อาจารย์ช่างหลวงมังกรฟัง อาจารย์ของนางก็เปี่ยมไปด้วยความยินดีและภาคภูมิใจในตัวศิษย์

"นี่แหละบุษบา! พรสวรรค์ของเจ้าได้นำพาเจ้ามาถึงจุดนี้แล้ว" อาจารย์มังกรกล่าว "เจ้าต้องตั้งใจทำงานให้เต็มที่ และอย่าลืมว่าความถ่อมตนเป็นสิ่งสำคัญ"

บุษบาน้อมรับคำสอนของอาจารย์ นางรู้ดีว่าหนทางข้างหน้าจะต้องเต็มไปด้วยอุปสรรคและความท้าทายมากมาย การเข้ามาอยู่ในวังหลวงนั้นมิใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนางเป็นสามัญชนที่ได้รับพระเมตตาจากองค์จักรพรรดิอย่างโดดเด่นเช่นนี้

ในวันรุ่งขึ้น บุษบาก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะช่างเขียนหลวง นางได้รับมอบหมายให้ทำงานในห้องเขียนภาพที่จัดเตรียมไว้ให้เป็นการเฉพาะ ภายในห้องนั้นมีอุปกรณ์เขียนภาพครบครัน และมีหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นทิวทัศน์ของสวนหลวงได้อย่างชัดเจน

องค์จักรพรรดิทรงมีรับสั่งให้บุษบาวาดภาพทิวทัศน์ต่างๆ ภายในวังหลวง และบางครั้งก็ทรงเสด็จมายังห้องเขียนภาพของนาง เพื่อทอดพระเนตรการทำงานและสนทนาด้วยพระองค์เอง

การสนทนาของทั้งสองเริ่มต้นจากเรื่องศิลปะ เทคนิคการวาดภาพ และความงามของธรรมชาติ แต่เมื่อเวลาผ่านไป บทสนทนาก็เริ่มลึกซึ้งยิ่งขึ้น องค์จักรพรรดิทรงเล่าถึงความโดดเดี่ยวในฐานะผู้ปกครอง ความกดดันจากราชกิจ และความปรารถนาที่จะเห็นอาณาจักรเจริญรุ่งเรือง ในขณะที่บุษบาก็เล่าถึงชีวิตที่เรียบง่ายของนาง ความหลงใหลในศิลปะ และความฝันที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่สวยงาม

ทุกครั้งที่ได้สนทนากัน องค์จักรพรรดิและบุษบาก็รู้สึกถึงความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน องค์จักรพรรดิทรงรู้สึกราวกับว่าบุษบาคือแสงสว่างที่เข้ามาในชีวิตที่มืดมิดและโดดเดี่ยวของพระองค์ ส่วนบุษบาก็รู้สึกว่าองค์จักรพรรดิมิใช่เพียงแค่ผู้สูงศักดิ์ที่น่าเกรงขาม แต่เป็นผู้ที่เข้าใจในจิตวิญญาณของนาง และเป็นผู้ที่ทำให้หัวใจของนางอบอุ่นอย่างประหลาด

เส้นพู่กันที่บุษบาใช้รังสรรค์ภาพวาดต่างๆ บัดนี้มิใช่เพียงเครื่องมือในการสร้างสรรค์ศิลปะอีกต่อไป แต่มันคือสะพานที่เชื่อมโยงหัวใจสองดวงที่แตกต่างชนชั้นกันให้เข้ามาใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น ความรู้สึกอันบริสุทธิ์ที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันนี้ ได้เริ่มผลิบานอย่างช้าๆ ท่ามกลางกฎเกณฑ์อันเคร่งครัดและสายตาจับจ้องของราชสำนัก ซึ่งทั้งสองยังมิอาจรู้ได้ว่าหนทางข้างหน้าจะนำพาไปสู่สิ่งใด แต่ที่แน่ๆ คือทั้งสองต่างก็รู้สึกถึงความสุขและความอิ่มเอมใจที่ไม่เคยพบพานมาก่อน

ในยามค่ำคืน องค์จักรพรรดิอัครเดชทรงประทับอยู่ ณ ห้องทรงพระอักษร ทอดพระเนตรภาพวาดดอกบัวของบุษบาที่วางอยู่บนโต๊ะ ภาพนั้นดูมีชีวิตชีวาและบริสุทธิ์ราวกับตัวของบุษบาเอง พระองค์ทรงแย้มพระสรวลเล็กน้อย พระทัยของพระองค์เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นที่ไม่เคยมีมาก่อนในชีวิต

บุษบาเองก็เช่นกัน นางนั่งอยู่ริมหน้าต่างของเรือนพักในวังหลวง จ้องมองแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมายังสวนหลวง นางนึกถึงพระพักตร์ขององค์จักรพรรดิ พระสุรเสียงอันอ่อนโยน และแววพระเนตรที่ฉายประกายแห่งความเข้าใจ หัวใจของนางเต้นเป็นจังหวะแห่งความสุข ความรู้สึกอันบริสุทธิ์นี้กำลังเติบโตขึ้นในใจของนางอย่างช้าๆ และเงียบงัน และนางก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่จะเข้ามาในชีวิตใหม่นี้ เพื่อความรู้สึกที่เพิ่งค้นพบนี้.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บุปผาเคียงบัลลังก์

บุปผาเคียงบัลลังก์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!