บุปผาเคียงบัลลังก์

ตอนที่ 27 — เงามืดแห่งราชสำนัก

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

90 ตอน · 1,210 คำ

การที่องค์จักรพรรดิอัครเดชทรงโปรดปรานช่างเขียนภาพสามัญชนนามว่าบุษบาอย่างออกนอกหน้า มิได้รอดพ้นจากสายตาจับจ้องของเหล่าขุนนางผู้ใหญ่และพระราชวงศ์ในราชสำนักอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ ความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างองค์จักรพรรดิกับบุษบา เริ่มต้นจากการเป็นนายกับช่างเขียน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกอันบริสุทธิ์ที่ก่อตัวขึ้นก็มิอาจปิดบังได้มิดชิด ความถี่ในการเสด็จมาทอดพระเนตรการทำงานของบุษบา การสนทนาที่ยาวนานกว่าปกติ ‌และแววพระเนตรที่ฉายประกายอ่อนโยนยามที่ทรงมองไปยังบุษบา ล้วนเป็นสิ่งที่เหล่าผู้คนในวังหลวงต่างก็รับรู้ได้

พระพันปีหลวง พระมารดาขององค์จักรพรรดิ ทรงเป็นหนึ่งในบุคคลแรกๆ ที่ทรงสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในพระทัยของโอรส พระองค์ทรงเป็นสตรีสูงศักดิ์ที่ยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีและลำดับชั้นวรรณะอย่างเคร่งครัด การที่โอรสของพระองค์จะทรงมีใจปฏิพัทธ์กับหญิงสาวสามัญชนเช่นบุษบา เป็นสิ่งที่พระองค์ไม่สามารถยอมรับได้โดยเด็ดขาด ​เพราะมันหมายถึงการทำลายเกียรติยศและศักดิ์ศรีของราชวงศ์ และอาจนำมาซึ่งความวุ่นวายในภายภาคหน้า

ในค่ำคืนหนึ่ง พระพันปีหลวงทรงมีรับสั่งให้ขันทีหลี่นำตัวบุษบาเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ บุษบารู้สึกประหม่าและหวาดกลัวอย่างที่สุด นางไม่เคยคิดฝันว่าจะต้องมาเผชิญหน้ากับพระพันปีหลวงผู้ทรงอำนาจและน่าเกรงขามเช่นนี้

เมื่อบุษบามาถึงตำหนักของพระพันปีหลวง นางน้อมกายลงกราบอย่างสำรวมที่สุด พระพันปีหลวงประทับอยู่บนพระเก้าอี้สูงสง่า สายพระเนตรอันเฉียบคมของพระองค์จับจ้องมายังบุษบาอย่างพินิจพิจารณา ‍ราวกับจะทะลุทะลวงเข้าไปในจิตใจของนาง

"เงยหน้าขึ้นเถิดบุษบา" พระพันปีหลวงตรัสด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เจ้าคงรู้ดีว่าเหตุใดเราจึงเรียกเจ้ามาพบ"

บุษบาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ใบหน้าของนางซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว "หม่อมฉัน...หม่อมฉันไม่ทราบเพคะพระพันปีหลวง"

"เจ้าไม่ทราบอย่างนั้นหรือ?" พระพันปีหลวงทรงยิ้มหยัน "เจ้าคิดว่าเรื่องราวระหว่างเจ้ากับองค์จักรพรรดิจะสามารถปิดบังผู้คนในวังหลวงได้มิดชิดกระนั้นหรือ"

คำตรัสของพระพันปีหลวงทำให้บุษบารู้สึกราวกับถูกต้อนจนมุม ‌นางไม่มีคำแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น เพราะความรู้สึกที่นางมีต่อองค์จักรพรรดินั้นเป็นความจริง แต่ก็เป็นความจริงที่นางไม่กล้าที่จะยอมรับออกมา

"บุษบาเอ๊ย...เจ้าเป็นเพียงสามัญชน lowly class อย่าได้คิดฝันเกินตัว" พระพันปีหลวงตรัสด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด ‍"สถานะของเจ้ากับองค์จักรพรรดินั้นห่างไกลกันราวฟ้ากับดิน เจ้าคิดหรือว่าความสัมพันธ์เช่นนี้จะสามารถยืนยาวได้"

"หม่อมฉัน...หม่อมฉันมิได้คิดฝันสูงเกินตัวเพคะ" บุษบาพยายามแก้ต่าง "หม่อมฉันเพียงแค่ตั้งใจทำงานถวายฝ่าบาทอย่างเต็มที่เท่านั้นเพคะ"

"อย่าได้โกหกเราเลยบุษบา" พระพันปีหลวงทรงตวาดเสียงดัง "สายตาขององค์จักรพรรดิที่มองเจ้า มันมิใช่สายตาที่มองช่างเขียนภาพธรรมดา และเราก็มิได้ตาบอดถึงขนาดที่จะมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวโอรสของเรา"

"หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะพระพันปีหลวง" ​บุษบาน้อมกายลงกราบอีกครั้ง น้ำตาเริ่มคลอเบ้าด้วยความอับอายและหวาดกลัว

"เราจะไม่กล่าวโทษเจ้าในเรื่องนี้ เพราะเรารู้ดีว่าโอรสของเราทรงมีความเมตตา และทรงเป็นผู้ริเริ่มความสัมพันธ์นี้" พระพันปีหลวงตรัสต่อ "แต่เจ้าก็ต้องรู้ฐานะของตนเอง อย่าได้ทะเยอทะยานเกินตัว อย่าได้คิดที่จะก้าวข้ามกำแพงแห่งชนชั้นที่ไม่อาจก้าวข้ามได้"

"หม่อมฉันจะจำใส่ใจไว้เพคะ" ​บุษบากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"ดี! เราหวังว่าเจ้าจะเข้าใจในสิ่งที่เรากล่าวไป" พระพันปีหลวงตรัส "เราจะจับตาดูเจ้า หากเจ้ายังคงทำให้โอรสของเราทรงลุ่มหลงในตัวเจ้าจนละเลยราชกิจ หรือทำให้ราชวงศ์ต้องเสื่อมเสียเกียรติ เราจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่"

หลังจากสิ้นสุดการเข้าเฝ้า บุษบาเดินกลับมายังเรือนพักด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ​คำพูดของพระพันปีหลวงยังคงดังก้องอยู่ในหูของนาง ความรู้สึกเจ็บปวดและน้อยเนื้อต่ำใจเข้าจู่โจม นางรู้ดีว่าพระพันปีหลวงตรัสความจริง สถานะของนางนั้นแตกต่างจากองค์จักรพรรดิเกินไปนัก ความรักที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันนี้ จะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคอันใหญ่หลวงเช่นนี้ไปได้อย่างไร

นอกจากพระพันปีหลวงแล้ว พระสนมจันทรา ซึ่งเป็นพระสนมเอกขององค์จักรพรรดิและเป็นธิดาของเสนาบดีกรมกลาโหมผู้ทรงอิทธิพล ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่ไม่พอใจกับการที่องค์จักรพรรดิทรงโปรดปรานบุษบา พระสนมจันทราเป็นสตรีที่งดงามและทะเยอทะยาน นางปรารถนาที่จะเป็นฮองเฮา และการที่องค์จักรพรรดิทรงให้ความสำคัญกับช่างเขียนภาพสามัญชน ทำให้แผนการของนางต้องสะดุด

พระสนมจันทราเริ่มส่งคนไปสอดแนมบุษบา และคอยหาโอกาสที่จะกลั่นแกล้งหรือทำให้นางต้องเสื่อมเสีย นางใช้คำพูดถากถางและสายตาดูหมิ่นยามที่บุษบาต้องไปทำงานในเขตตำหนักของพระสนม ทำให้บุษบารู้สึกอึดอัดและไม่สบายใจเป็นอย่างมาก

วันหนึ่ง ขณะที่บุษบากำลังวาดภาพในสวนดอกไม้ของตำหนักพระสนมจันทรา โดยมีนางกำนัลและขันทีของพระสนมยืนเฝ้าอยู่ห่างๆ พระสนมจันทราก็เสด็จมายังสวนแห่งนั้น พร้อมด้วยกลุ่มนางกำนัลผู้ติดตาม

"โอ้...นี่หรือคือช่างเขียนภาพผู้เลื่องชื่อที่องค์จักรพรรดิทรงโปรดปราน" พระสนมจันทราตรัสด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "ดูจากสภาพแล้วก็เป็นเพียงสามัญชนธรรมดา ไม่ได้มีอะไรพิเศษเลยนี่"

บุษบารีบน้อมกายลงถวายบังคม "ถวายบังคมเพคะพระสนม"

"ไม่ต้องมากพิธีหรอก" พระสนมจันทราโบกพระหัตถ์อย่างไม่แยแส "เราเพียงแค่สงสัยว่าเหตุใดองค์จักรพรรดิจึงทรงหลงใหลในภาพวาดของเจ้าถึงเพียงนี้"

พระสนมจันทราเดินเข้าไปใกล้ภาพวาดของบุษบา แล้วทรงใช้พัดในพระหัตถ์ชี้ไปยังภาพนั้น "ภาพวาดเช่นนี้...ก็ดูสวยดี แต่ก็ไม่ได้วิเศษวิโสอะไรนัก ช่างเขียนในวังหลวงคนอื่นๆ ก็สามารถวาดได้ดีไม่แพ้กัน"

"หม่อมฉันจะพยายามให้ดียิ่งขึ้นเพคะ" บุษบาทูลตอบด้วยความอดทน

"พยายามให้ดียิ่งขึ้นงั้นหรือ" พระสนมจันทราหัวเราะเยาะ "เจ้าคิดว่าความสามารถเพียงแค่นี้จะสามารถมัดใจองค์จักรพรรดิได้ตลอดไปหรือ"

"หม่อมฉันมิได้คิดเช่นนั้นเพคะ" บุษบารู้สึกเจ็บปวดกับคำพูดของพระสนมจันทรา แต่ก็พยายามเก็บความรู้สึกไว้

"เอาเถิด...เราก็แค่เตือนเจ้าไว้" พระสนมจันทราตรัสด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยความอาฆาต "อย่าได้คิดปีนป่ายสูงเกินตัว นักปีนป่ายที่ไม่มีรากฐานที่มั่นคง มักจะร่วงหล่นลงมาเจ็บตัวเสมอ"

หลังจากพระสนมจันทราเสด็จจากไป บุษบาก็รู้สึกราวกับพลังงานทั้งหมดในร่างกายได้ถูกดูดกลืนหายไปจนหมดสิ้น คำพูดของพระสนมจันทราเป็นดั่งมีดที่กรีดแทงลงมาในใจของนาง ทำให้ความเจ็บปวดและความน้อยเนื้อต่ำใจยิ่งเพิ่มมากขึ้น

บุษบาเริ่มรู้สึกถึงความหนักอึ้งของชีวิตในวังหลวง ที่มิได้งดงามและเรียบง่ายอย่างที่นางเคยจินตนาการไว้ นางคิดถึงชีวิตที่อิสระนอกกำแพงวัง คิดถึงครอบครัวที่อบอุ่น และคิดถึงความสงบสุขที่เคยมี

ในยามค่ำคืน องค์จักรพรรดิอัครเดชทรงเสด็จมายังห้องเขียนภาพของบุษบาตามปกติ พระองค์ทรงสังเกตเห็นว่าบุษบามีสีหน้าที่หมองเศร้าและดวงตาที่บวมช้ำราวกับผ่านการร้องไห้มา

"บุษบา...เจ้าไม่สบายหรือ" องค์จักรพรรดิทรงตรัสถามด้วยความเป็นห่วง

บุษบารีบส่ายหน้า "ไม่เพคะฝ่าบาท หม่อมฉันสบายดีเพคะ"

"อย่าได้โกหกเราเลย" องค์จักรพรรดิทรงก้าวเข้าไปใกล้นาง แล้วทรงใช้พระหัตถ์สัมผัสที่ไหล่ของนางเบาๆ "เจ้ามีเรื่องไม่สบายใจอันใด บอกเราได้หรือไม่"

ความอ่อนโยนขององค์จักรพรรดิทำให้เขื่อนน้ำตาของบุษบาพังทลายลง นางไม่สามารถเก็บความรู้สึกไว้ได้อีกต่อไป บุษบาน้อมกายลงนั่งคุกเข่าเบื้องหน้าพระองค์ น้ำตาไหลอาบแก้ม

"ฝ่าบาท...หม่อมฉัน...หม่อมฉันรู้สึกเหมือนเป็นตัวปัญหาเพคะ" บุษบากล่าวด้วยเสียงสะอื้น "หม่อมฉันไม่สมควรที่จะได้รับพระเมตตาจากฝ่าบาทถึงเพียงนี้ หม่อมฉันเป็นเพียงสามัญชนที่ต่ำต้อย หม่อมฉันไม่คู่ควรเพคะ"

องค์จักรพรรดิทรงรู้สึกเจ็บปวดในพระทัยยามที่เห็นบุษบาร้องไห้ พระองค์ทรงรู้ดีว่าบุษบาคงต้องเผชิญหน้ากับคำพูดและการกระทำที่ไม่ดีจากผู้คนในวังหลวง

"ใครทำอะไรเจ้าบุษบา" องค์จักรพรรดิทรงตรัสถามด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด "บอกเรามาเถิด"

บุษบาเงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์ขององค์จักรพรรดิ ดวงพระเนตรของพระองค์ฉายแววแห่งความโกรธและความเป็นห่วงอย่างชัดเจน นางรู้ดีว่าหากนางบอกชื่อพระพันปีหลวงหรือพระสนมจันทรา อาจจะนำมาซึ่งความวุ่นวายที่ใหญ่หลวงกว่าเดิม

"ไม่มีใครทำอะไรหม่อมฉันเพคะฝ่าบาท หม่อมฉันเพียงแค่รู้สึกน้อยใจในวาสนาของตนเอง" บุษบาพยายามโกหก

องค์จักรพรรดิทรงรู้ดีว่าบุษบากำลังปิดบังบางสิ่งบางอย่าง แต่พระองค์ก็ไม่ทรงอยากบังคับให้นางพูด พระองค์ทรงเลื่อนพระหัตถ์ไปเช็ดน้ำตาให้นางอย่างอ่อนโยน

"บุษบา...เจ้าจำไว้ให้ดี ไม่ว่าใครจะพูดอะไร หรือใครจะมองเจ้าอย่างไร เจ้าก็ยังคงเป็นบุษบาที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์และจิตใจที่บริสุทธิ์ในสายตาของเราเสมอ" องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและจริงใจ "อย่าได้กังวลสิ่งใด เราจะปกป้องเจ้าเอง"

คำตรัสขององค์จักรพรรดิเป็นดั่งแสงสว่างที่ส่องเข้ามาในความมืดมิดของจิตใจบุษบา ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยแผ่ซ่านไปทั่วร่าง นางเงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์ขององค์จักรพรรดิ ดวงตาของพระองค์ฉายแววแห่งความรักและเมตตาอย่างไม่ปิดบัง

บุษบาไม่รู้ว่าสิ่งนี้จะนำพาไปสู่สิ่งใด แต่ในห้วงเวลานั้น นางรู้สึกได้ถึงความผูกพันที่มิอาจตัดขาดได้ ระหว่างนางกับองค์จักรพรรดิ แม้จะเต็มไปด้วยเงามืดแห่งราชสำนักและอุปสรรคอันใหญ่หลวง แต่นางก็รู้สึกว่าตนเองไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว

องค์จักรพรรดิทรงประทับอยู่กับบุษบาอีกพักใหญ่ ทรงปลอบโยนนางด้วยพระสุรเสียงที่อ่อนโยนและให้กำลังใจ จนกระทั่งบุษบารู้สึกดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่พระองค์จะเสด็จกลับไปยังตำหนักส่วนพระองค์

ในค่ำคืนนั้น บุษบานอนไม่หลับ นางคิดถึงคำพูดของพระพันปีหลวงและพระสนมจันทรา แต่ในขณะเดียวกัน ก็คิดถึงคำปลอบโยนและคำมั่นสัญญาขององค์จักรพรรดิ นางรู้ดีว่าความรักที่ก่อตัวขึ้นระหว่างนางกับพระองค์ จะต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบที่หนักหน่วง แต่นางก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน เพื่อความรู้สึกอันบริสุทธิ์และเพื่อองค์จักรพรรดิผู้ทรงเมตตา

เงามืดแห่งราชสำนักได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน แสงสว่างแห่งความรักและความผูกพันก็กำลังส่องประกายอย่างไม่ยอมแพ้ บุษบาและองค์จักรพรรดิจะต้องร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านี้ เพื่อพิสูจน์ว่าความรักแท้สามารถงดงามได้แม้จะแตกต่างชนชั้นกันอย่างสิ้นเชิง.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บุปผาเคียงบัลลังก์

บุปผาเคียงบัลลังก์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!