บุปผาเคียงบัลลังก์

ตอนที่ 72 — มรสุมโหมกระหน่ำ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

90 ตอน · 1,093 คำ

กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับสายน้ำที่ไหลเชี่ยว ห้าปีนับจากวันที่บุษบาก้าวเข้ามาในวังหลวง ชีวิตของนางพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิง จากช่างเขียนภาพสามัญชน บัดนี้นางได้ดำรงตำแหน่ง "พระสนมบุปผา" ตำแหน่งที่องค์จักรพรรดิอัครเดชทรงประทานให้ เพื่อเป็นเกียรติแก่นางและเพื่อประกาศให้ทั่วหล้ารู้ว่าบุษบาคือหญิงที่พระองค์ทรงรักและเทิดทูน ‌ความรักของทั้งสองเติบโตขึ้นอย่างงดงามท่ามกลางอุปสรรคและคำวิพากษ์วิจารณ์มากมาย องค์จักรพรรดิทรงยืนหยัดเคียงข้างบุษบาเสมอมา ปกป้องนางจากเงามืดของราชสำนัก และมอบความรักความอบอุ่นให้นางอย่างไม่เปลี่ยนแปลง

บุษบาเองก็ตอบแทนความรักขององค์จักรพรรดิด้วยความซื่อสัตย์ ภักดี และความตั้งใจในการทำหน้าที่ของพระสนม นางมิได้หลงระเริงไปกับยศถาบรรดาศักดิ์ที่ได้รับ นางยังคงเป็นบุษบาคนเดิมที่อ่อนโยน ​ถ่อมตน และรักในศิลปะ เพียงแต่บัดนี้นางได้เรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้ากับชีวิตในวังหลวง และได้เติบโตเป็นสตรีที่เข้มแข็งและสง่างามสมกับตำแหน่งที่ได้รับ

ทว่า...ความสุขมักจะอยู่คู่กับความทุกข์เสมอ ยิ่งความรักขององค์จักรพรรดิกับบุษผางดงามเพียงใด ความริษยาและแรงกดดันจากราชสำนักก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเป็นเงาตามตัว โดยเฉพาะจากพระพันปีหลวงและพระสนมจันทรา ซึ่งบัดนี้ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็น ‍"พระมหาเทวีจันทรา" ผู้ทรงอิทธิพลในราชสำนัก ด้วยการหนุนหลังของเสนาบดีกรมกลาโหมผู้เป็นบิดาของนาง

พระพันปีหลวงยังคงมิยอมรับบุษผาในฐานะพระสนมของโอรส และทรงพยายามหาทางกำจัดบุษผาออกจากวังหลวงมาโดยตลอด ส่วนพระมหาเทวีจันทราก็ยังคงไม่ละความพยายามที่จะแย่งชิงความรักและบัลลังก์ของฮองเฮาจากองค์จักรพรรดิ และมองบุษผาเป็นหนามยอกอกที่ต้องถอนออกให้พ้นทาง

มรสุมลูกใหญ่ได้ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ และเริ่มโหมกระหน่ำเข้ามายังราชสำนัก เมื่อองค์จักรพรรดิทรงมีพระราชดำริที่จะแต่งตั้งบุษผาให้ขึ้นเป็น ‌"พระมหาเทวีบุปผา" เพื่อเป็นการให้เกียรติและรับรองสถานะของนางอย่างเป็นทางการ แม้จะมิใช่ตำแหน่งฮองเฮา แต่ก็เป็นตำแหน่งที่สูงส่งและบ่งบอกถึงความสำคัญของบุษผาในพระทัยขององค์จักรพรรดิอย่างชัดเจน

พระราชดำรินี้สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้กับพระพันปีหลวงและพระมหาเทวีจันทรา รวมถึงเหล่าขุนนางผู้ใหญ่ที่ยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณี การแต่งตั้งสามัญชนให้ขึ้นสู่ตำแหน่งสูงส่งเช่นนี้ ถือเป็นการดูหมิ่นเกียรติยศของราชวงศ์และอาจนำมาซึ่งความวุ่นวายในบ้านเมือง

ในที่ประชุมราชสำนัก เหล่าขุนนางผู้ใหญ่ต่างพากันคัดค้านพระราชดำริขององค์จักรพรรดิอย่างหนักแน่น ‍โดยมีเสนาบดีกรมกลาโหมเป็นหัวหน้ากลุ่มผู้คัดค้าน

"ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ! การแต่งตั้งพระสนมบุปผาขึ้นเป็นพระมหาเทวีนั้น มิอาจกระทำได้พ่ะย่ะค่ะ!" เสนาบดีกรมกลาโหมทูลด้วยเสียงอันดัง "นางเป็นเพียงสามัญชนผู้ต่ำต้อย หาได้มีชาติกำเนิดอันสูงส่งที่จะคู่ควรกับตำแหน่งอันสูงศักดิ์เช่นนี้ไม่พ่ะย่ะค่ะ"

"เราได้ตัดสินใจแล้ว เสนาบดี" องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยพระสุรเสียงที่เย็นชา ​"บุษผามีคุณสมบัติเหมาะสมทุกประการ และนางก็อยู่เคียงข้างเรามาตลอดห้าปี นางสมควรได้รับเกียรตินี้"

"แต่ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ! หากทรงกระทำเช่นนี้ จะเป็นการทำลายขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของราชวงศ์ และอาจนำมาซึ่งความไม่พอใจจากเหล่าขุนนางและประชาชนได้พ่ะย่ะค่ะ" ขุนนางอีกคนทูลเสริม

องค์จักรพรรดิทรงทอดพระเนตรเหล่าขุนนางด้วยสายพระเนตรอันดุดัน "ความรักและความดีงามของบุษผาต่างหากเล่า ​คือสิ่งที่ควรค่าแก่การยกย่อง ยศถาบรรดาศักดิ์มิได้เป็นสิ่งเดียวที่บ่งบอกถึงคุณค่าของมนุษย์"

การประชุมราชสำนักเต็มไปด้วยความตึงเครียด องค์จักรพรรดิทรงยืนกรานในพระราชดำริ แต่เหล่าขุนนางก็ยังคงคัดค้านอย่างหนักแน่น พระพันปีหลวงซึ่งประทับอยู่เบื้องหลังม่าน ก็ทรงส่งสัญญาณให้เหล่าขุนนางผู้จงรักภักดีกับพระองค์ช่วยกันคัดค้านอย่างถึงที่สุด

ในขณะที่ราชสำนักกำลังปั่นป่วนด้วยเรื่องนี้ พระมหาเทวีจันทราก็เริ่มวางแผนร้ายกาจเพื่อกำจัดบุษผาออกไปจากชีวิตขององค์จักรพรรดิอย่างถาวร นางรู้ดีว่าหากบุษผาได้รับการแต่งตั้งเป็นพระมหาเทวีแล้ว ​โอกาสที่นางจะได้ขึ้นเป็นฮองเฮาก็จะยิ่งเลือนลางไปทุกที

แผนการของพระมหาเทวีจันทราคือการใส่ร้ายป้ายสีบุษผาให้เป็นกบฏ โดยการแอบนำเอกสารลับของราชสำนักไปซ่อนไว้ในตำหนักของบุษผา และสร้างหลักฐานเท็จว่าบุษผามีส่วนเกี่ยวข้องกับการติดต่อกับศัตรูของอาณาจักร

ในคืนหนึ่ง ขณะที่บุษผากำลังพักผ่อนอยู่ในตำหนักของนาง จู่ๆ ก็มีกลุ่มทหารหลวงบุกเข้ามาในตำหนัก พร้อมกับขันทีหลี่ผู้มีสีหน้าเคร่งเครียด

"พระสนมบุปผาพ่ะย่ะค่ะ มีพระราชโองการให้ค้นตำหนักของพระสนมพ่ะย่ะค่ะ" ขันทีหลี่ทูลด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อย

บุษบารู้สึกตกใจและประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง "เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะขันทีหลี่ เหตุใดจึงต้องค้นตำหนักของหม่อมฉัน"

"หม่อมฉันก็ไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ แต่มีผู้กล่าวหาว่าพระสนมมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกบฏพ่ะย่ะค่ะ"

บุษบาแทบจะล้มทั้งยืน "กบฏ! ใครกันที่กล้ากล่าวหาหม่อมฉันเช่นนี้"

ขณะที่ทหารหลวงกำลังค้นตำหนักของบุษผา พระมหาเทวีจันทราก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับนางกำนัลและขันทีผู้ติดตาม นางยืนมองบุษผาด้วยสายตาที่เย้ยหยันและเต็มไปด้วยความสะใจ

"โอ้โห...พระสนมบุปผาผู้บริสุทธิ์ของเรา" พระมหาเทวีจันทราตรัสด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยความร้ายกาจ "ไม่คิดเลยว่าจะมีความลับซุกซ่อนอยู่ในตำหนักของเจ้าถึงเพียงนี้"

ไม่นานนัก ทหารหลวงคนหนึ่งก็เดินออกมาพร้อมกับม้วนกระดาษโบราณในมือ "พบแล้วพ่ะย่ะค่ะ! เอกสารลับของศัตรูที่กล่าวถึงแผนการโค่นล้มราชบัลลังก์ ซุกซ่อนอยู่ใต้พื้นไม้ในห้องบรรทมของพระสนมพ่ะย่ะค่ะ!"

คำกล่าวของทหารหลวงทำให้บุษบารู้สึกชาวาบไปทั้งร่าง นางมองไปยังม้วนกระดาษนั้นด้วยความตกใจและไม่เข้าใจ นางไม่เคยเห็นเอกสารชิ้นนั้นมาก่อน และไม่รู้ว่ามันมาอยู่ในตำหนักของนางได้อย่างไร

"ไม่จริง! หม่อมฉันไม่รู้เรื่องนี้เพคะ!" บุษบากล่าวปฏิเสธเสียงดัง "นี่มันเป็นแผนการใส่ร้ายหม่อมฉัน!"

"หลักฐานชัดเจนถึงเพียงนี้ เจ้ายังจะปฏิเสธอีกหรือบุษผา" พระมหาเทวีจันทราตรัสด้วยรอยยิ้มเย็นชา "เอกสารลับของศัตรูอยู่ในตำหนักของเจ้า ไม่มีทางอื่นที่จะแก้ตัวได้อีกแล้ว"

บุษบารู้สึกราวกับตกอยู่ในข้วงเหวแห่งความมืดมิด นางถูกจับกุมตัวและถูกนำไปคุมขังในห้องขังของวังหลวงอย่างรวดเร็ว ข่าวการจับกุมพระสนมบุปผาในข้อหากบฏแพร่สะพัดไปทั่วราชสำนักราวกับไฟลามทุ่ง สร้างความตกตะลึงและไม่เชื่อให้กับผู้คนบางส่วน แต่ก็สร้างความสะใจให้กับผู้ที่ริษยานางมาโดยตลอด

เมื่อองค์จักรพรรดิอัครเดชทรงทราบข่าว พระองค์ทรงพิโรธอย่างที่สุด พระองค์ทรงรู้ดีว่าบุษผาไม่มีทางที่จะเป็นกบฏได้ พระองค์ทรงมั่นใจในความบริสุทธิ์ของนาง แต่หลักฐานที่พบนั้นก็ยากที่จะโต้แย้งได้

องค์จักรพรรดิทรงมีรับสั่งให้สอบสวนเรื่องนี้อย่างละเอียด แต่พระพันปีหลวงและเสนาบดีกรมกลาโหมกลับใช้โอกาสนี้ในการกดดันองค์จักรพรรดิ ให้ทรงลงโทษบุษผาอย่างรุนแรง เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดของพระองค์ และเพื่อกำจัดบุษผาออกไปจากวังหลวงอย่างถาวร

บุษบานอนอยู่ในห้องขังอันมืดมิดและหนาวเหน็บ หัวใจของนางเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง นางไม่เคยคิดฝันว่าชีวิตของนางจะมาถึงจุดนี้ได้ นางคิดถึงองค์จักรพรรดิ คิดถึงความรักที่ทั้งสองมีให้กัน นางรู้ดีว่าองค์จักรพรรดิทรงเชื่อในความบริสุทธิ์ของนาง แต่หลักฐานที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างแยบยลนั้น ช่างยากนักที่จะหักล้างได้

ในยามค่ำคืน องค์จักรพรรดิอัครเดชทรงเสด็จมายังห้องขังของบุษผาด้วยพระองค์เอง โดยมีขันทีหลี่ติดตามมาเพียงผู้เดียว พระองค์ทรงทอดพระเนตรบุษผาที่นั่งอยู่บนพื้นด้วยสภาพที่อ่อนล้าและหมดหวัง พระทัยของพระองค์รู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด

"บุษบา..." องค์จักรพรรดิทรงตรัสเรียกด้วยพระสุรเสียงที่แผ่วเบา

บุษบาเงยหน้าขึ้นมององค์จักรพรรดิ ดวงตาของนางแดงก่ำด้วยน้ำตา "ฝ่าบาท..."

องค์จักรพรรดิทรงก้าวเข้าไปใกล้กรงขัง ทรงยื่นพระหัตถ์ออกไปสัมผัสใบหน้าของบุษผาผ่านช่องว่างของลูกกรง "เจ้าเชื่อเราหรือไม่บุษบา ว่าเราเชื่อในความบริสุทธิ์ของเจ้า"

"หม่อมฉันเชื่อเพคะฝ่าบาท" บุษบาทูลตอบด้วยเสียงสะอื้น "แต่หลักฐานที่พบ...มันช่างยากนักที่จะแก้ต่าง"

"ไม่ต้องกังวลไปบุษบา" องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "เราจะไม่มีวันยอมให้เจ้าต้องรับโทษในสิ่งที่ไม่ใช่ความผิดของเจ้า เราจะปกป้องเจ้าเอง"

คำมั่นสัญญาขององค์จักรพรรดิเป็นดั่งแสงสว่างเล็กๆ ที่ส่องเข้ามาในความมืดมิดของจิตใจบุษผา นางรู้สึกถึงความหวังที่ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังเพียงใด แต่การที่องค์จักรพรรดิทรงเชื่อในตัวนาง ก็เป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับบุษผา

แต่ในขณะเดียวกัน องค์จักรพรรดิก็ทรงรู้ดีว่าหนทางข้างหน้าจะต้องเต็มไปด้วยอุปสรรคอันใหญ่หลวง การที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของบุษผา และเปิดโปงแผนการร้ายของพระมหาเทวีจันทรานั้น มิใช่เรื่องง่ายเลย เพราะพระมหาเทวีจันทรามีบิดาผู้ทรงอิทธิพลคอยหนุนหลังอยู่เบื้องหลัง

มรสุมแห่งราชสำนักได้โหมกระหน่ำเข้ามาอย่างรุนแรง ความรักขององค์จักรพรรดิกับบุษผากำลังถูกทดสอบอย่างหนักหน่วงที่สุด ทั้งสองจะต้องร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคในครั้งนี้ไปให้ได้ เพื่อพิสูจน์ว่าความรักแท้สามารถงดงามได้แม้จะแตกต่างชนชั้น และเพื่อปกป้องความบริสุทธิ์ของบุษผาจากเงามืดแห่งราชสำนัก.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บุปผาเคียงบัลลังก์

บุปผาเคียงบัลลังก์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!