บุปผาเคียงบัลลังก์

ตอนที่ 17 — แสงสีแห่งพรสวรรค์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

90 ตอน · 1,194 คำ

หลังจากเหตุการณ์ในศาลาเมฆา มาลินีใช้ชีวิตในสำนักศิลปะหลวงด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิม แม้หน้าที่ประจำวันจะยังคงเป็นการเตรียมสี บดหมึก และช่วยงานจิตรกรอาวุโส แต่ในใจของนางกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ผลงานให้ดียิ่งขึ้นไปอีก คำชมเชยจากองค์จักรพรรดิหลงจ้าวเป็นเหมือนเชื้อเพลิงที่จุดประกายไฟในจิตวิญญาณศิลปินของนางให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง

หลายวันต่อมา นางได้รับแจ้งจากหัวหน้าสำนักศิลปะว่าองค์จักรพรรดิมีพระราชประสงค์จะทอดพระเนตรผลงานของนางเป็นการส่วนพระองค์อีกครั้ง ‌และทรงมีพระราชประสงค์ให้มาลินีเป็นผู้ถวายงานวาดภาพทิวทัศน์ธรรมชาติเพื่อใช้ประดับโถงทางเข้าตำหนักอวี้หลง ซึ่งเป็นตำหนักที่ใช้สำหรับจัดงานเลี้ยงต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดที่จิตรกรสามัญชนจะได้รับ และเป็นสิ่งที่สร้างความอิจฉาริษยาเล็กน้อยจากจิตรกรอาวุโสบางคน แต่ส่วนใหญ่ก็ยอมรับในพรสวรรค์อันโดดเด่นของมาลินี

มาลินีรู้สึกตื่นเต้นและประหม่าไปพร้อมๆ กัน การได้เข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิเพียงลำพังเพื่อถวายงานนั้นเป็นสิ่งที่นางไม่เคยคาดฝันมาก่อน นางใช้เวลาหลายวันในการเตรียมตัวอย่างพิถีพิถัน ​คัดเลือกพู่กันที่ดีที่สุด เตรียมสีสันจากธรรมชาติที่นางผสมขึ้นเองอย่างประณีต และคัดเลือกผ้าใบชั้นดีที่สุด

วันแห่งการถวายงานมาถึง ศาลาเหมันต์ที่รายล้อมด้วยหมู่ไม้ดอกนานาพรรณถูกจัดเตรียมไว้สำหรับงานนี้โดยเฉพาะ เป็นศาลาเปิดโล่งที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของอุทยานหลวงได้อย่างงดงาม มาลินีถูกนำตัวมายังศาลาเหมันต์พร้อมกับอุปกรณ์วาดภาพทั้งหมด นางจัดเตรียมทุกอย่างอย่างเงียบเชียบ รอคอยการเสด็จมาขององค์จักรพรรดิ

ไม่นานนัก ‍องค์จักรพรรดิหลงจ้าวก็เสด็จมาถึง พร้อมกับท่านขันทีเอกเพียงสองสามคน พระองค์ทรงฉลองพระองค์ด้วยชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มปักลายมังกรทองอย่างเรียบง่าย แต่กลับขับให้พระองค์ดูสง่างามและน่าเกรงขามยิ่งขึ้นไปอีก มาลินีรีบคุกเข่าถวายความเคารพอย่างนอบน้อม

"ลุกขึ้นเถิด" พระสุรเสียงทุ้มต่ำตรัสขึ้น น้ำเสียงอบอุ่นกว่าครั้งแรกที่ได้พบกัน ทำให้มาลินีรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย

มาลินีค่อยๆ ‌ลุกขึ้นยืน ดวงตากลมโตแอบชำเลืองมองพระพักตร์ขององค์จักรพรรดิเพียงแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าลงอีกครั้ง องค์จักรพรรดิทรงประทับลงบนแท่นที่ประทับที่จัดเตรียมไว้ พระองค์ทรงทอดพระเนตรไปยังอุปกรณ์วาดภาพที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบ และผืนผ้าใบสีขาวสะอาดที่รอการแต่งแต้ม

"เจ้ามีความคิดจะวาดภาพสิ่งใดในวันนี้" พระองค์ตรัสถาม

"ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันตั้งใจจะวาดภาพทิวทัศน์อุทยานหลวงยามฤดูใบไม้ผลิเพคะ ‍ด้วยฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นใหม่ ดอกไม้นานาพรรณเบ่งบาน ชีวิตกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หม่อมฉันหวังว่าภาพนี้จะนำความสดใสและพลังงานที่ดีมาสู่ตำหนักอวี้หลงเพคะ" มาลินีตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจขึ้นเล็กน้อย

องค์จักรพรรดิหลงจ้าวทรงพยักพักตร์รับรู้ "ความคิดดี หากเช่นนั้นก็เริ่มได้เลย"

มาลินีโค้งคำนับ ก่อนจะเริ่มงานวาดภาพ ​นางหยิบพู่กันขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว เริ่มจากร่างโครงสร้างของภูเขา ต้นไม้ และลำธารในอุทยานหลวงอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทุกเส้นสายที่นางตวัดลงบนผืนผ้าใบนั้นดูหนักแน่นและมั่นคง ราวกับนางรู้จักธรรมชาติเหล่านี้ดีกว่าผู้ใด

องค์จักรพรรดิหลงจ้าวทรงประทับทอดพระเนตรการทำงานของมาลินีอย่างเงียบเชียบ พระองค์ทรงแปลกพระทัยในความสงบนิ่งและสมาธิอันแน่วแน่ของหญิงสาวผู้นี้ เมื่อได้จับพู่กัน ​มาลินีดูราวกับคนละคนจากหญิงสาวที่ประหม่าและเจียมเนื้อเจียมตัวเมื่ออยู่ต่อหน้าพระองค์ แววตาของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความหลงใหลในศิลปะอย่างแท้จริง

เวลาผ่านไปช้าๆ ภายใต้แสงแดดอ่อนๆ ยามสาย เสียงพู่กันกระทบผืนผ้าใบเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ มาลินีเริ่มลงสีพื้นหลัง ไล่ระดับสีเขียวของต้นไม้ สีฟ้าของท้องฟ้า ​และสีน้ำเงินของลำธารอย่างประณีตบรรจง พระองค์ทรงสังเกตเห็นถึงความละเอียดอ่อนในการเลือกใช้สีของมาลินี นางมิได้เพียงแค่ระบายสีลงไป แต่กลับถ่ายทอดความรู้สึกและอารมณ์ของธรรมชาติลงไปในแต่ละเฉดสี

"เจ้าใช้สีเขียวนี้... มันดูมีชีวิตชีวามาก" พระองค์ตรัสขึ้นเมื่อเห็นมาลินีผสมสีเขียวแก่กับสีเหลืองอ่อนเพื่อสร้างเฉดสีใหม่ที่ดูสดใสและเป็นธรรมชาติ

มาลินีเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย "เพคะ ฝ่าบาท สีเขียวในธรรมชาติมิได้มีเพียงเฉดเดียว หม่อมฉันพยายามถ่ายทอดความแตกต่างของใบไม้แก่ ใบไม้อ่อน และมอสที่ขึ้นปกคลุมโขดหินเพคะ"

"เจ้าช่างใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ" พระองค์ตรัสด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมพระโอษฐ์ รอยยิ้มนั้นเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งบนพระพักตร์ขององค์จักรพรรดิผู้ทรงงานหนักและแบกรับภาระราชกิจอันหนักอึ้ง

มาลินีรู้สึกอบอุ่นในใจเมื่อได้เห็นรอยยิ้มนั้น นางก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนความรู้สึกที่พลุ่งพล่านในอก "หม่อมฉันเชื่อว่ารายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้แหละเพคะ ที่ทำให้ภาพวาดมีชีวิตชีวาและสะท้อนความงดงามที่แท้จริงของธรรมชาติออกมาได้"

องค์จักรพรรดิหลงจ้าวทรงพยักพักตร์รับรู้ พระองค์ทรงสัมผัสได้ถึงความจริงใจในคำพูดของมาลินี และความเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของนาง พระองค์ทรงนึกย้อนถึงชีวิตของพระองค์เอง ที่ต้องเผชิญกับโลกที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและการปรุงแต่ง ความบริสุทธิ์ของมาลินีจึงเป็นเหมือนลมหายใจที่สดชื่นในโลกที่มืดมิดของพระองค์

ตลอดช่วงเวลาที่มาลินีกำลังวาดภาพ องค์จักรพรรดิหลงจ้าวทรงประทับอยู่เงียบๆ ทรงทอดพระเนตรทุกขั้นตอนอย่างไม่วางพระเนตร พระองค์ทรงรู้สึกผ่อนคลายและสงบอย่างประหลาด การได้เฝ้ามองหญิงสาวผู้นี้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้วยหัวใจและจิตวิญญาณนั้น เป็นสิ่งที่ปลอบประโลมจิตใจที่เหนื่อยล้าของพระองค์ได้เป็นอย่างดี

เมื่อภาพเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง มาลินีก็เริ่มลงรายละเอียดของดอกไม้นานาพรรณที่เบ่งบานในอุทยาน นางเลือกใช้สีชมพูอ่อน สีเหลืองสด และสีม่วงอ่อนในการแต่งแต้มกลีบดอกไม้แต่ละกลีบอย่างประณีตบรรจง แสงแดดที่สาดส่องลงมาต้องดอกไม้ในภาพนั้นดูราวกับเป็นของจริง และผีเสื้อตัวน้อยที่กำลังโบยบินอยู่เหนือทุ่งดอกไม้นั้นก็ดูราวกับมีชีวิต

"ดอกเหมยสีขาวนั่น... เจ้าวาดมันได้อย่างไร จึงดูราวกับหิมะที่กำลังจะละลาย" พระองค์ตรัสถามเมื่อเห็นมาลินีใช้เทคนิคพิเศษในการวาดกลีบดอกเหมยสีขาวบริสุทธิ์

มาลินีอธิบายถึงการใช้สีขาวหลายเฉดและการผสมผสานกับสีเทาอ่อนเพื่อสร้างมิติและความโปร่งใสของกลีบดอกไม้ นางยังเล่าถึงความทรงจำในวัยเด็กที่เคยเฝ้ามองดอกเหมยบานสะพรั่งในฤดูหนาว และความรู้สึกที่นางได้รับจากความงามอันบริสุทธิ์นั้น

องค์จักรพรรดิหลงจ้าวทรงฟังอย่างเพลิดเพลิน พระองค์ทรงรู้สึกราวกับว่ากำลังเดินทางเข้าไปในโลกส่วนตัวของมาลินี โลกที่เต็มไปด้วยความงดงาม ความละเอียดอ่อน และความจริงใจ โลกที่แตกต่างจากโลกอันเคร่งครัดและวุ่นวายในราชสำนักของพระองค์อย่างสิ้นเชิง

"เจ้า... มีความสุขกับการวาดภาพมากกระนั้นหรือ?" พระองค์ตรัสถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนอย่างไม่เคยมีมาก่อน

มาลินีเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงเนตรคมกริบขององค์จักรพรรดิอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีความประหม่าหลงเหลืออยู่มากนัก มีเพียงความรู้สึกที่บริสุทธิ์และจริงใจที่ถูกส่งผ่านทางสายตา "เพคะ ฝ่าบาท การวาดภาพคือชีวิตของหม่อมฉัน การได้ถ่ายทอดความงดงามของโลกใบนี้ลงบนผืนผ้าใบ ทำให้หม่อมฉันรู้สึกมีชีวิตชีวาเพคะ"

องค์จักรพรรดิหลงจ้าวทรงนิ่งเงียบไปชั่วขณะ พระองค์ทรงทอดพระเนตรไปยังภาพวาดที่กำลังจะเสร็จสมบูรณ์ และทรงทอดพระเนตรไปยังใบหน้าอันงดงามของมาลินี ความสุขและความหลงใหลที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาของนางนั้น ทำให้พระองค์รู้สึกถึงความอิจฉาเล็กๆ น้อยๆ ที่นางสามารถค้นพบความสุขที่แท้จริงในชีวิตได้ง่ายดายนัก ในขณะที่พระองค์เองกลับต้องดิ้นรนค้นหาความสุขและความหมายของชีวิตภายใต้ภาระหน้าที่อันหนักอึ้ง

"งดงาม... งดงามยิ่งนัก" พระองค์ตรัสชมเชยเมื่อมาลินีวางพู่กันลง ภาพวาดทิวทัศน์อุทยานหลวงยามฤดูใบไม้ผลิเสร็จสมบูรณ์แล้ว มันเต็มไปด้วยชีวิตชีวา สีสันสดใส และความหวัง ราวกับเป็นหน้าต่างที่เปิดออกสู่โลกแห่งความงดงามที่แท้จริง

มาลินีโค้งคำนับด้วยความปิติยินดี "ขอบพระทัยเพคะ ฝ่าบาท"

องค์จักรพรรดิหลงจ้าวทรงลุกขึ้นจากที่ประทับ เสด็จพระราชดำเนินเข้ามาใกล้ภาพวาด ทรงยกพระหัตถ์ขึ้นสัมผัสผืนผ้าใบเบาๆ เหมือนครั้งก่อน ทรงทอดพระเนตรภาพนั้นอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะหันมาทอดพระเนตรมาลินี

"พรสวรรค์ของเจ้ามิได้มีเพียงความสามารถในการวาดภาพ แต่ยังรวมถึงความสามารถในการถ่ายทอดจิตวิญญาณลงไปในผลงาน ทำให้มันมีชีวิตชีวาอย่างน่าอัศจรรย์" พระองค์ตรัสด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ "เจ้าทำให้ข้ารู้สึกราวกับได้เดินเข้าไปอยู่ในภาพนั้นจริงๆ"

มาลินีรู้สึกหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอายปนดีใจ นางไม่เคยได้รับคำชมเชยที่ลึกซึ้งถึงเพียงนี้มาก่อน

"ฝ่าบาททรงให้เกียรติหม่อมฉันเกินไปเพคะ" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

องค์จักรพรรดิหลงจ้าวทรงแย้มสรวลเบาๆ "มิได้ เจ้าสมควรได้รับคำชมเชยนี้อย่างยิ่ง"

ก่อนจะเสด็จกลับ พระองค์ทรงหันมาตรัสกับขันทีเอก "จัดให้มาลินีได้มีโอกาสถวายงานวาดภาพเช่นนี้บ่อยขึ้น จัดหาสถานที่ที่สงบและอุปกรณ์ที่ดีที่สุดให้นาง"

ท่านขันทีเอกรีบน้อมรับพระราชโองการ "พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท"

เมื่อองค์จักรพรรดิเสด็จกลับไปแล้ว มาลินียังคงยืนนิ่งอยู่หน้าภาพวาดของตน หัวใจของนางยังคงเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย คำพูดขององค์จักรพรรดิยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของนาง "เจ้าทำให้ข้ารู้สึกราวกับได้เดินเข้าไปอยู่ในภาพนั้นจริงๆ"

นางไม่เคยคิดมาก่อนว่าศิลปะของนางจะสามารถเชื่อมโยงหัวใจของนางเข้ากับหัวใจขององค์จักรพรรดิผู้สูงส่งได้ถึงเพียงนี้ นางเริ่มรู้สึกถึงความผูกพันบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน ความผูกพันที่มิได้เกิดจากสถานะหรือชนชั้น แต่เกิดจากความชื่นชมในพรสวรรค์ และความเข้าใจในจิตวิญญาณที่คล้ายคลึงกัน

มาลินีรู้ดีว่าการที่องค์จักรพรรดิทรงให้ความสนใจนางมากเพียงนี้ อาจนำมาซึ่งสายตาจับจ้องและความอิจฉาริษยาจากคนในวังหลวง แต่ในตอนนี้ นางเพียงอยากจะจมดิ่งอยู่ในความรู้สึกอบอุ่นที่ได้รับจากองค์จักรพรรดิ และแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้หัวใจของนางเบ่งบานราวกับดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ


หน้านิยาย
หน้านิยาย
บุปผาเคียงบัลลังก์

บุปผาเคียงบัลลังก์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!