บุปผาเคียงบัลลังก์

ตอนที่ 18 — บทสนทนาใต้ร่มไม้จันทร์ที่ผลิบาน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

90 ตอน · 1,117 คำ

อากาศยามเช้าในตำหนักเมฆาอบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานหอมอ่อนๆ และกลิ่นหอมเย็นของดอกไม้จากอุทยานหลวงที่พัดโชยเข้ามา พุดแก้วยังคงนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าองค์จักรพรรดิอัครา หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความรู้สึกทั้งมวลถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก นางพยายามควบคุมสติไม่ให้แสดงอาการใดๆ ที่ไม่เหมาะสมออกมา แม้เพียงจะเงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์ขององค์จักรพรรดิอย่างเต็มตานั้น ‌ก็ยังต้องรวบรวมความกล้าอย่างมหาศาล

องค์จักรพรรดิอัคราทอดพระเนตรมองหญิงสาวสามัญชนที่นั่งอยู่เบื้องหน้าอย่างพิจารณา ใบหน้าของนางดูซีดเซียวเล็กน้อยจากความประหม่า แต่แววตาที่จับจ้องปลายรองพระบาทของพระองค์นั้นกลับแฝงไว้ด้วยความใสซื่อและจริงใจ ผิดกับเหล่าสตรีในวังที่มักจะแต่งแต้มสีหน้าและแววตาด้วยความมาดหมายหรือความระแวงอยู่เสมอ

“เราได้เห็นภาพวาดกล้วยไม้ป่าของเจ้า พุดแก้ว” องค์จักรพรรดิทรงเริ่มตรัสด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มลึก หากแต่แฝงความอ่อนโยนที่คาดไม่ถึง “มันเป็นภาพที่ไม่เหมือนใคร ​เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและความรู้สึก เราอยากรู้ว่าเจ้าได้แรงบันดาลใจจากสิ่งใด จึงได้สร้างสรรค์ภาพเช่นนี้ขึ้นมา”

พุดแก้วสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อถูกตรัสถามโดยตรง นางพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น “ทูลฝ่าบาท หม่อมฉัน... หม่อมฉันเห็นกล้วยไม้ช่อนี้เติบโตอยู่บนหน้าผาแห่งหนึ่ง ‍ใกล้กับหมู่บ้านของหม่อมฉันเจ้าค่ะ มันดูโดดเดี่ยว แต่ก็แข็งแกร่ง และงดงามในแบบของตัวเอง หม่อมฉันจึงอยากจะถ่ายทอดความรู้สึกนั้นออกมาเจ้าค่ะ”

“โดดเดี่ยว... แต่แข็งแกร่งและงดงาม” องค์จักรพรรดิทรงทวนคำ ตรึกตรองความหมายนั้นอยู่ในพระทัย ‌พระองค์ทรงเห็นความคล้ายคลึงระหว่างกล้วยไม้ในภาพ กับชีวิตของพระองค์เองอย่างน่าประหลาด “เจ้าคิดว่าดอกไม้นั้นโดดเดี่ยวได้อย่างไร ในเมื่อมันก็ยืนหยัดอยู่บนโลกใบนี้เฉกเช่นเดียวกันกับทุกสิ่ง”

พุดแก้วเงยหน้าขึ้นมองพระองค์อีกครั้ง คราวนี้แววตาของนางดูเหมือนจะกล้าขึ้นเล็กน้อย “ทูลฝ่าบาท ดอกไม้ส่วนใหญ่มักจะเติบโตเป็นหมู่คณะ หรือไม่ก็มีผู้คนคอยดูแลเอาใจใส่ ‍แต่กล้วยไม้ป่าช่อนั้น มันเติบโตอยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางหินผาที่แห้งแล้ง ไม่มีใครคอยรดน้ำพรวนดิน ไม่มีใครชื่นชมความงามของมัน นอกจากตัวมันเองที่ต้องยืนหยัดเผชิญลมฝน และเบ่งบานตามลำพัง... หม่อมฉันจึงรู้สึกว่ามันโดดเดี่ยวเจ้าค่ะ”

องค์จักรพรรดิทรงนิ่งไปชั่วขณะ ​พระพักตร์ดูครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง คำพูดของหญิงสาวสามัญชนผู้นี้ช่างเรียบง่าย หากแต่แฝงความหมายที่กินใจยิ่งนัก มันราวกับเป็นกระจกสะท้อนชีวิตของพระองค์เองที่ทรงประทับอยู่ท่ามกลางความหรูหรา หากแต่กลับรู้สึกโดดเดี่ยวไม่ต่างจากกล้วยไม้ป่าช่อนั้น

“เจ้ามีความสามารถในการมองเห็นสิ่งที่ผู้อื่นมองไม่เห็น” พระองค์ตรัสขึ้นอีกครั้ง “ไม่ใช่เพียงแค่ความงามภายนอก แต่เป็นจิตวิญญาณที่ซ่อนอยู่ภายใน... ​เราต้องการให้เจ้าสร้างสรรค์ผลงานเช่นนี้อีก”

พุดแก้วรู้สึกประหลาดใจกับคำตรัสของพระองค์ “ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันยินดีเป็นอย่างยิ่งเจ้าค่ะ แต่... หม่อมฉันเป็นเพียงสามัญชน หากจะเข้ามาในวังบ่อยๆ เกรงว่าจะไม่เหมาะสมพ่ะย่ะค่ะ” นางมองไปยังท่านขันทีหลงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ​ด้วยความกังวล ท่านขันทีหลงเองก็มีสีหน้าเป็นกังวลเช่นกัน

องค์จักรพรรดิทรงโบกพระหัตถ์เบาๆ “ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้น เราจะจัดการให้เอง เจ้ามีหน้าที่เพียงสร้างสรรค์ผลงานให้เต็มที่ก็พอ เราต้องการให้เจ้ามาที่ตำหนักแห่งนี้ทุกวัน เพื่อวาดภาพตามที่เราต้องการ และวาดสิ่งใดก็ได้ที่เจ้าอยากจะวาด เพื่อให้เราได้เห็นโลกในมุมมองของเจ้า”

นี่คือคำสั่งที่พุดแก้วไม่สามารถปฏิเสธได้ แม้จะรู้สึกหวาดหวั่น แต่นางก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงความตื่นเต้นและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง องค์จักรพรรดิทรงมอบโอกาสที่ไม่เคยมีสามัญชนคนใดเคยได้รับมาก่อนให้นาง “ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันจะน้อมรับพระบัญชาด้วยชีวิตเจ้าค่ะ”

หลังจากการเข้าเฝ้าครั้งแรก พุดแก้วถูกนำไปยังห้องรับรองห้องหนึ่งในเขตพระราชฐานชั้นนอก เพื่อพักผ่อนและเตรียมตัวสำหรับการทำงานในวันพรุ่งนี้ ผกาและบิดาของนางได้รับอนุญาตให้เข้าพักในเรือนเล็กๆ ใกล้กัน เพื่อดูแลพุดแก้วและเพื่อให้บิดาของนางได้พักผ่อนจากการเดินทาง

วันรุ่งขึ้น พุดแก้วมาถึงตำหนักเมฆาตามกำหนด องค์จักรพรรดิทรงเตรียมห้องสำหรับวาดภาพไว้ให้นางโดยเฉพาะ เป็นห้องที่โอ่อ่า แต่ก็เงียบสงบ มีหน้าต่างบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นอุทยานหลวงอันเขียวขจี อุปกรณ์การวาดภาพชั้นเยี่ยมถูกจัดเตรียมไว้อย่างครบครัน

ในวันแรกๆ พุดแก้วยังคงรู้สึกประหม่าและเกร็งอยู่เสมอ นางพยายามวาดภาพตามที่องค์จักรพรรดิทรงมีรับสั่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพทิวทัศน์ในอุทยานหลวง หรือภาพสัตว์มงคลต่างๆ แต่พระองค์มักจะเสด็จมาประทับอยู่ใกล้ๆ คอยทอดพระเนตรการทำงานของนางอย่างเงียบๆ บางครั้งก็ทรงตรัสถามถึงเทคนิคการวาด หรือความรู้สึกที่นางมีต่อสิ่งที่กำลังวาด

“ทำไมเจ้าถึงเลือกใช้สีนี้กับดอกกุหลาบดอกนี้ พุดแก้ว” องค์จักรพรรดิทรงตรัสถามขณะทอดพระเนตรภาพวาดดอกกุหลาบสีแดงสด

“ดอกกุหลาบดอกนี้มันกำลังเหี่ยวโรยเจ้าค่ะฝ่าบาท สีแดงของมันจึงดูหม่นหมองลงไปบ้าง หม่อมฉันจึงผสมสีดำลงไปเล็กน้อย เพื่อให้มันดูสมจริงและสะท้อนความรู้สึกของดอกไม้ที่กำลังจะร่วงโรยเจ้าค่ะ” พุดแก้วอธิบายด้วยความจริงใจ

องค์จักรพรรดิทรงพยักพักตร์ช้าๆ “เจ้ามีความละเอียดอ่อนในการมองเห็นสิ่งต่างๆ ยิ่งนัก”

บทสนทนาเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง จากความประหม่าในตอนแรก พุดแก้วก็เริ่มรู้สึกผ่อนคลายขึ้น นางกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นของตนเองมากขึ้น และกล้าที่จะวาดสิ่งที่อยู่ในใจของนางเองมากขึ้นด้วย องค์จักรพรรดิทรงมิได้ทรงจำกัดกรอบความคิดของนาง แต่กลับทรงสนับสนุนให้นางปลดปล่อยจินตนาการออกมาอย่างเต็มที่

วันหนึ่ง ขณะที่พุดแก้วกำลังวาดภาพต้นไม้จันทน์ที่กำลังออกดอกสีขาวนวลสะพรั่งอยู่ในอุทยานหลวง องค์จักรพรรดิทรงเสด็จมาประทับอยู่ข้างๆ อย่างเงียบเชียบ พระองค์ทรงทอดพระเนตรภาพวาดที่กำลังจะเสร็จสมบูรณ์ และทรงทอดพระเนตรต้นไม้จันทน์ต้นจริงที่อยู่นอกหน้าต่างสลับกันไปมา

“เจ้าคิดว่าต้นไม้จันทน์ต้นนี้มีความรู้สึกเช่นไร พุดแก้ว” องค์จักรพรรดิทรงตรัสถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน

พุดแก้วชะงักปลายพู่กัน นางเงยหน้าขึ้นมองต้นไม้จันทน์ต้นนั้นอย่างพิจารณา “มัน... มันดูสงบและมั่นคงเจ้าค่ะฝ่าบาท ราวกับว่าได้ยืนหยัดผ่านกาลเวลามานานแสนนาน เห็นผู้คนมากมายผ่านไปผ่านมา แต่ตัวมันเองก็ยังคงยืนต้นอยู่ตรงนี้อย่างไม่เปลี่ยนแปลง”

องค์จักรพรรดิทรงยิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มที่พุดแก้วไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นรอยยิ้มที่ดูผ่อนคลายและอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ “เจ้าพูดได้ดีนัก ต้นไม้จันทน์ต้นนี้ยืนหยัดอยู่ตรงนี้มาตั้งแต่ครั้งรัชสมัยของปู่ของเราแล้ว มันเห็นการเปลี่ยนแปลงมากมายในวังแห่งนี้ เห็นผู้คนเข้ามาแล้วจากไป... บางครั้งเราก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ต่างจากต้นไม้ต้นนี้เลย”

พุดแก้วรู้สึกตกใจเล็กน้อยกับคำตรัสของพระองค์ นางไม่คิดว่าองค์จักรพรรดิผู้สูงสุดจะทรงตรัสถึงความรู้สึกส่วนพระองค์เช่นนี้กับนาง “ฝ่าบาท...”

“เราเองก็ต้องยืนหยัดอยู่ตรงนี้ พุดแก้ว” องค์จักรพรรดิทรงตรัสต่อ สายพระเนตรทอดมองไปยังอุทยานหลวงที่กว้างไกล “ต้องแบกรับภาระและหน้าที่มากมาย ต้องเห็นผู้คนมากมายเข้ามาแล้วจากไป... และบางครั้งก็รู้สึกโดดเดี่ยวไม่ต่างจากที่เจ้าพูดถึงกล้วยไม้ป่าดอกนั้นเลย”

คำตรัสเหล่านั้นทำให้พุดแก้วรู้สึกถึงความผูกพันบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นในใจอย่างเงียบๆ นางไม่เคยคิดว่าองค์จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่จะทรงมีความรู้สึกเช่นเดียวกับสามัญชนอย่างนาง ความโดดเดี่ยวที่พระองค์ทรงแบกรับนั้น ช่างหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าที่นางเคยจินตนาการไว้มากนัก

“หม่อมฉันเชื่อว่า ถึงแม้จะโดดเดี่ยว แต่ต้นไม้จันทน์ต้นนี้ก็ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างสง่างามเจ้าค่ะ” พุดแก้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “มันยังคงแผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา และมอบความหอมกรุ่นให้แก่ผู้คนที่ผ่านไปมาเสมอ... เช่นเดียวกับฝ่าบาทที่ทรงเป็นที่พึ่งของปวงชน และทรงมอบความสงบสุขให้แก่แผ่นดินนี้เจ้าค่ะ”

องค์จักรพรรดิทรงหันมาทอดพระเนตรพุดแก้ว พระพักตร์ประดับด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความรู้สึกขอบคุณ แววตาของพระองค์ฉายแววอบอุ่นที่ทำให้พุดแก้วรู้สึกราวกับหัวใจได้รับการปลอบประโลมไปด้วย

จากวันนั้นเป็นต้นมา ความสัมพันธ์ระหว่างองค์จักรพรรดิอัคราและพุดแก้วก็เริ่มเปลี่ยนไป จากนายเหนือหัวและช่างเขียนภาพ กลายเป็นมิตรภาพที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พวกเขาทั้งสองเริ่มเปิดใจพูดคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆ มากมาย ทั้งเรื่องราวในอดีต ความฝัน ความกังวล และความรู้สึกที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ภายใน องค์จักรพรรดิทรงพบว่าการได้พูดคุยกับพุดแก้วนั้นช่างเป็นช่วงเวลาที่พระองค์รู้สึกผ่อนคลายและเป็นอิสระมากที่สุดในชีวิต

พุดแก้วเองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน นางเห็นองค์จักรพรรดิในมุมมองที่แตกต่างออกไปจากที่เคยจินตนาการไว้ พระองค์มิใช่เพียงแค่ผู้ปกครองที่น่าเกรงขาม แต่เป็นบุรุษผู้โดดเดี่ยวที่แบกรับภาระอันหนักอึ้งไว้บนบ่า และมีความรู้สึกนึกคิดไม่ต่างจากมนุษย์ปุถุชนทั่วไป ความรู้สึกชื่นชมและเคารพเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งและละเอียดอ่อนเกินกว่าจะอธิบายได้

ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้จันทน์ที่ผลิบานในอุทยานหลวง ความรู้สึกอันบริสุทธิ์ของคนทั้งสองค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ มิมีผู้ใดล่วงรู้ถึงความผูกพันที่กำลังเบ่งบานในหัวใจขององค์จักรพรรดิผู้สูงศักดิ์ และหญิงสาวสามัญชนผู้เปี่ยมพรสวรรค์ ท่ามกลางกฎเกณฑ์อันเคร่งครัดและสายตาจับจ้องของราชสำนักที่เริ่มจะจับสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในพระทัยขององค์ประมุข

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บุปผาเคียงบัลลังก์

บุปผาเคียงบัลลังก์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!