บุปผาเคียงบัลลังก์

ตอนที่ 8 — ดวงตาที่ต้องมนต์ใต้เงาไม้ใหญ่

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

90 ตอน · 1,159 คำ

ในเงามืดสลัวของห้องสมุดหลวง ซึ่งเต็มไปด้วยม้วนคัมภีร์เก่าแก่และพงศาวดารนับพันเล่ม องค์จักรพรรดิอัคราเทพประทับอยู่บนบัลลังก์ไม้จันทน์แกะสลักอย่างวิจิตร ดวงพระเนตรคมกริบกวาดมองไปตามตัวอักษรที่จารึกบนแผ่นหนังอย่างใจความ แต่พระทัยกลับไม่อาจจดจ่ออยู่กับสิ่งใดได้เลย ความโดดเดี่ยวอ้างว้างที่เกาะกุมพระองค์มาเนิ่นนานนั้น ราวกับเป็นเงาตามตัวที่ไม่มีวันจางหายไป แม้จะทรงเป็นผู้ปกครองสูงสุดของแคว้นอัครา ‌ดินแดนที่รุ่งเรืองและกว้างใหญ่ไพศาลเพียงใด แต่กลับมิอาจเติมเต็มช่องว่างในพระทัยได้เลย

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา พระองค์ทรงใช้ชีวิตอยู่ภายใต้กรอบของราชประเพณีอันเคร่งครัด ภาระหน้าที่อันหนักอึ้งของการปกครองแผ่นดิน ทำให้เวลาส่วนพระองค์แทบไม่หลงเหลือ พระสหายแท้จริงก็มิอาจหาได้ เพราะทุกคนล้วนมองพระองค์ในฐานะองค์จักรพรรดิผู้สูงส่ง มิใช่ในฐานะบุรุษธรรมดาคนหนึ่ง ​บ่อยครั้งที่พระองค์ทรงถอดฉลองพระองค์ชั้นนอก แล้วปลอมพระองค์เป็นสามัญชน ออกท่องไปในตลาดหลวง ชมวิถีชีวิตผู้คน เพื่อสัมผัสกับความรู้สึกที่แตกต่างจากกำแพงวังอันโอ่อ่า แต่ถึงกระนั้น เมื่อกลับคืนสู่ห้องบรรทมอันว่างเปล่า ความเดียวดายก็เข้าครอบงำอีกครั้ง

วันนี้ก็เช่นกัน ‍หลังจากทรงเสร็จสิ้นภารกิจราชการอันยาวนาน พระองค์ทรงปลอมพระองค์ในชุดผ้าไหมสีเข้มเรียบง่าย ปราศจากเครื่องประดับใดๆ มีเพียงขันทีคนสนิทนามว่า "จางซื่อ" ซึ่งภักดีและรู้ใจตามเสด็จเพียงลำพัง สองนายบ่าวเดินลัดเลาะไปตามทางเดินแคบๆ ด้านหลังตำหนัก ‌ซึ่งเป็นส่วนที่ลับตาผู้คนและไม่ค่อยมีใครกล้าก้าวล่วง ด้วยเป็นที่ตั้งของโรงช่างหลวงและเรือนพักของบรรดาช่างฝีมือชั้นครู

“วันนี้ฝ่าบาทจะเสด็จไปทอดพระเนตรการปั้นเครื่องเคลือบอีกหรือพ่ะย่ะค่ะ” จางซื่อเอ่ยถามเบาๆ พลางก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เสียงดังเกินไป

องค์จักรพรรดิอัคราเทพเพียงพยักพักตร์รับ “ข้าเพียงอยากจะเดินเล่นให้สบายใจ ไม่ได้มีจุดประสงค์อันใดเป็นพิเศษ”

แต่ในพระทัยของพระองค์นั้นกลับมีความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน พระองค์มักจะเสด็จมายังโรงช่างหลวงบ่อยครั้งในช่วงหลัง เพื่อชมผลงานศิลปะอันวิจิตรที่รังสรรค์ขึ้นจากปลายพู่กันและสองมือของเหล่าช่างฝีมือ ‍แม้จะทรงเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญในศาสตร์แห่งการปกครอง แต่ในส่วนลึกแล้ว พระองค์ก็ทรงหลงใหลในความงดงามของศิลปะไม่แพ้กัน ราวกับว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่สามารถปลดปล่อยพระองค์จากความกดดันทั้งปวงได้

ขณะที่เดินผ่านสวนเล็กๆ หลังโรงช่าง ซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ที่ให้ร่มเงาเย็นสบาย กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าลอยมาตามลม ​พระองค์ทรงได้ยินเสียงเพลงแผ่วเบาที่พึมพำออกมาจากมุมหนึ่ง เสียงนั้นใสบริสุทธิ์และเต็มไปด้วยความสดใส ทำให้พระองค์ทรงชะงักฝีพระบาท แล้วหันไปตามทิศทางของเสียง

ใต้ต้นจำปาขนาดใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาครึ้ม มีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่เก่าๆ มือเรียวงามของนางกำลังขีดเขียนลงบนแผ่นผ้าไหมผืนใหญ่ที่ขึงไว้บนกรอบไม้ ใบหน้าหวานซึ้งถูกปกคลุมด้วยเส้นผมสีดำขลับที่รวบไว้หลวมๆ ปล่อยปอยผมบางส่วนให้ตกลงมาเคลียแก้มเนียน ​คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย แสดงถึงความตั้งใจในการทำงาน ดวงตาคู่สวยจดจ้องไปยังภาพเบื้องหน้าอย่างไม่กะพริบ ราวกับว่าโลกทั้งใบของนางนั้นถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ผืนผ้าใบและสีสันในมือเท่านั้น

องค์จักรพรรดิอัคราเทพทรงหยุดยืนนิ่งอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ที่กำบังร่างของพระองค์ไว้ ทอดพระเนตรมองภาพตรงหน้าอย่างเงียบงัน จางซื่อที่เดินตามมาเห็นท่าทีของฝ่าบาทก็รีบก้มหน้าลงอย่างรู้หน้าที่ ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากถาม หรือแม้แต่ชำเลืองมองไปยังหญิงสาวผู้นั้น

ภาพที่หญิงสาวกำลังวาดอยู่นั้นคือภาพทิวทัศน์ของป่าไผ่ในยามเช้าตรู่ ​มีสายหมอกบางๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือยอดไผ่ แสงอาทิตย์อ่อนๆ ลอดผ่านกิ่งก้านลงมาตกกระทบพื้นดิน สะท้อนเป็นประกายระยิบระยับ นางใช้พู่กันแต้มสีอย่างปราณีต บรรจงสร้างสรรค์รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างพิถีพิถัน ทุกเส้นสายที่นางวาดลงไปนั้นล้วนมีชีวิตชีวา ราวกับว่าสายลมที่พัดผ่านป่าไผ่ ความเย็นของสายหมอก และความอบอุ่นของแสงอาทิตย์นั้นได้ถูกถ่ายทอดลงบนผืนผ้าใบอย่างสมบูรณ์แบบ

สิ่งที่ทำให้องค์จักรพรรดิทรงรู้สึกประหลาดพระทัยเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพียงความงดงามของภาพวาด หรือความสามารถอันโดดเด่นของหญิงสาวผู้นั้น หากแต่เป็นความรู้สึกบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวนาง ความสงบ อ่อนโยน และความบริสุทธิ์ใจในการสร้างสรรค์ศิลปะ ราวกับว่านางกำลังเทใจทั้งหมดลงไปในผลงานชิ้นนี้ โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างใดๆ เลย

พระองค์ทรงยืนมองนางอยู่เนิ่นนาน จนแสงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง ทว่าหญิงสาวก็ยังคงจดจ่ออยู่กับการทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ใบหน้าหวานซึ้งเปรอะเปื้อนด้วยสีสันเล็กน้อย แต่กลับยิ่งเพิ่มเสน่ห์อันน่ามองเข้าไปอีก ทันใดนั้น นางก็เงยหน้าขึ้นมา สายตาคู่สวยเหลือบมองมายังพุ่มไม้ที่องค์จักรพรรดิทรงประทับยืนอยู่พอดี

ดวงตาของทั้งสองสบกันโดยบังเอิญ ในชั่วพริบตานั้น โลกทั้งใบขององค์จักรพรรดิอัคราเทพก็ราวกับหยุดหมุนไปชั่วขณะ ดวงตาของนางนั้นกลมโต ใสซื่อบริสุทธิ์ดุจน้ำค้างยามเช้า และเต็มไปด้วยประกายแห่งความฝันและความหลงใหลในศิลปะ มันเป็นดวงตาที่ปราศจากความเกรงกลัว หรือความประจบประแจงใดๆ ที่พระองค์ทรงพบเจอจากผู้คนในราชสำนักมาโดยตลอด

มณีจันทร์ หญิงสาวสามัญชนผู้เปี่ยมพรสวรรค์ด้านศิลปะ ตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นเงาร่างของบุรุษแปลกหน้ายืนอยู่หลังพุ่มไม้ นางรีบวางพู่กันลง แล้วลุกขึ้นยืน ก้มศีรษะลงเล็กน้อยอย่างนอบน้อม คิดว่าอีกฝ่ายคงเป็นช่างฝีมือรุ่นพี่ หรืออาจจะเป็นขันทีที่เดินผ่านไปมา

องค์จักรพรรดิอัคราเทพทรงรู้สึกราวกับถูกดึงดูดด้วยแรงบางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้ พระองค์ทรงก้าวออกจากพุ่มไม้ เผยให้เห็นร่างสูงสง่าและใบหน้าที่คมคายภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็น มณีจันทร์เงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง และในคราวนี้นางก็สังเกตเห็นถึงเค้าโครงของความสูงศักดิ์ที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าของบุรุษผู้นั้น แม้จะอยู่ในชุดเรียบง่าย แต่รังสีอำนาจและความสง่างามก็มิอาจปกปิดได้หมดสิ้น

“เจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงมาวาดภาพอยู่ ณ ที่แห่งนี้” พระองค์เอ่ยถามด้วยสุรเสียงนุ่มทุ้ม แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจที่ทำให้มณีจันทร์รู้สึกเกรงใจ

มณีจันทร์ก้มหน้าลงต่ำอีกครั้ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย “หม่อมฉันชื่อมณีจันทร์เพคะ เป็นช่างเขียนฝึกหัด ได้รับมอบหมายให้มาช่วยเตรียมงานศิลปะสำหรับงานเฉลิมฉลองประจำปีเพคะ”

พระองค์ทรงพยักพักตร์ช้าๆ ดวงพระเนตรยังคงจดจ้องอยู่ที่ภาพวาดบนผืนผ้าไหม “ภาพนี้งดงามยิ่งนัก ฝีมือเจ้าหรือ”

“เพคะ หม่อมฉันเป็นคนวาดเอง” มณีจันทร์เอ่ยตอบด้วยความภาคภูมิใจระคนประหม่า นางไม่เคยได้รับการชื่นชมจากบุรุษที่ดูสูงศักดิ์เช่นนี้มาก่อน

“เจ้ามีชื่อเสียงเรียงนามว่าอย่างไร” องค์จักรพรรดิอัคราเทพเอ่ยถามอีกครั้ง ด้วยความสนพระทัยที่เพิ่มพูนขึ้น

“ชื่อมณีจันทร์เพคะ” นางตอบซ้ำ

“มณีจันทร์... ชื่อที่ไพเราะสมกับความงามของเจ้า” พระองค์ตรัสเบาๆ แต่คำตรัสเหล่านั้นกลับดังก้องอยู่ในใจของมณีจันทร์ นางเงยหน้าขึ้นมองพระองค์อีกครั้ง และในคราวนี้นางก็ได้เห็นรอยยิ้มจางๆ ที่ประดับอยู่บนพระโอษฐ์ของบุรุษผู้นั้น รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของนางเต้นระรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

องค์จักรพรรดิอัคราเทพทรงรู้ดีว่าการที่พระองค์จะทรงสนทนากับหญิงสาวสามัญชนเช่นนี้เป็นเวลานานนั้นมิใช่เรื่องที่เหมาะสมนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพระราชฐาน แต่กลับมีบางสิ่งบางอย่างที่ดึงดูดพระองค์ไว้ แรงดึงดูดที่ทรงไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิต ความบริสุทธิ์ใจ ความหลงใหลในศิลปะ และดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายแห่งความฝันของมณีจันทร์นั้น ได้ปลุกความรู้สึกที่หลับใหลอยู่ในพระทัยของพระองค์ให้ตื่นขึ้น

“จงตั้งใจทำงานของเจ้าต่อไปเถิด” พระองค์ตรัสทิ้งท้าย ก่อนจะหันหลังกลับและเสด็จจากไปอย่างเงียบเชียบ โดยมีจางซื่อเดินตามหลังไปอย่างรวดเร็ว

มณีจันทร์ยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ดวงตากลมโตมองตามแผ่นหลังที่ค่อยๆ เลือนหายไปในเงามืดของพุ่มไม้ หัวใจของนางยังคงเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ นางไม่รู้ว่าบุรุษผู้นั้นเป็นใคร แต่รังสีแห่งความสง่างามที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้จิตใจของนางอดที่จะเผลอคิดไปไม่ได้ว่าเขาอาจจะเป็นบุคคลสำคัญในวังหลวงแห่งนี้

เมื่อองค์จักรพรรดิอัคราเทพเสด็จกลับมายังตำหนักส่วนพระองค์ ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่เคยเกาะกุมพระทัยมาตลอดทั้งวันนั้นราวกับถูกปัดเป่าออกไปจนหมดสิ้น ในพระทัยของพระองค์กลับเต็มไปด้วยภาพใบหน้าหวานซึ้งของมณีจันทร์ และภาพวาดป่าไผ่อันงดงามที่นางสร้างสรรค์ขึ้น

“จางซื่อ เจ้าไปสืบมาให้ละเอียดว่าหญิงสาวผู้นั้นเป็นใคร มาจากที่ใด และมีภูมิหลังอย่างไร” พระองค์ตรัสสั่งด้วยสุรเสียงที่หนักแน่นกว่าที่เคย จางซื่อก้มหน้าลงรับคำสั่งอย่างเงียบเชียบ แม้จะรู้สึกประหลาดใจกับความสนพระทัยที่องค์จักรพรรดิทรงมีต่อหญิงสาวสามัญชนผู้นั้น แต่ก็มิกล้าที่จะตั้งคำถามใดๆ

คืนนั้น องค์จักรพรรดิอัคราเทพทรงบรรทมหลับไปพร้อมกับภาพของดวงตาคู่สวยที่ต้องมนต์ใต้เงาไม้ใหญ่ ทรงรู้สึกถึงความหวังริบหรี่บางอย่างที่ก่อตัวขึ้นในพระทัย ความหวังที่จะได้พบกับความสุขที่แท้จริง ความสุขที่มิได้มาจากอำนาจหรือบัลลังก์ แต่มาจากความรู้สึกอันบริสุทธิ์ที่ผลิบานขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน

ในขณะเดียวกัน มณีจันทร์เองก็มิอาจข่มตาให้หลับลงได้ ภาพใบหน้าคมคายและรอยยิ้มอันอบอุ่นของบุรุษแปลกหน้ายังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดของนาง หัวใจของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคย ความรู้สึกที่ทั้งตื่นเต้น หวาดหวั่น และเต็มไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะได้พบกับเขาอีกครั้ง นางไม่รู้เลยว่าการพบกันในวันนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวแห่งความรักอันยิ่งใหญ่ ที่จะพลิกผันชะตาชีวิตของนางไปตลอดกาล และนำพานางเข้าสู่เส้นทางที่เต็มไปด้วยขวากหนามและความท้าทาย ในฐานะบุปผาที่กล้าหาญพอจะเคียงคู่บัลลังก์ขององค์จักรพรรดิผู้โดดเดี่ยว

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บุปผาเคียงบัลลังก์

บุปผาเคียงบัลลังก์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!