บุปผาเคียงบัลลังก์

ตอนที่ 29 — สายใยรักที่ถักทอในเงามืดของราชวัง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

90 ตอน · 884 คำ

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วภายใต้กำแพงวังหลวง พุดแก้วใช้ชีวิตในแต่ละวันด้วยการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะตามพระบัญชาขององค์จักรพรรดิอัคราและตามแรงบันดาลใจของตนเอง ห้องวาดภาพในตำหนักเมฆาได้กลายเป็นโลกส่วนตัวของนาง เป็นพื้นที่ที่นางได้ปลดปล่อยจิตวิญญาณและถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดลงบนผืนผ้าใบ

องค์จักรพรรดิทรงเสด็จมาเยี่ยมนางบ่อยครั้งขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งก็ประทับอยู่เป็นเวลานาน ทอดพระเนตรการทำงานของนางอย่างเงียบๆ บางครั้งก็ทรงตรัสเล่าเรื่องราวในอดีตให้พุดแก้วฟัง เรื่องราวเกี่ยวกับพระมารดาที่จากไปตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ‌ความกดดันในการเป็นองค์รัชทายาท และความเหงาที่รายล้อมพระองค์มาโดยตลอด

“บางครั้งเราก็รู้สึกว่าราชบัลลังก์นี้เป็นเหมือนกรงทอง พุดแก้ว” องค์จักรพรรดิทรงตรัสขึ้นในบ่ายวันหนึ่ง ขณะประทับอยู่ข้างหน้าต่าง มองออกไปยังท้องฟ้ากว้าง “มันมอบอำนาจและความมั่งคั่งให้เรา แต่ก็พรากอิสรภาพและความสุขที่เรียบง่ายไปจากเราด้วย”

พุดแก้ววางพู่กันลงอย่างช้าๆ ​นางไม่เคยได้ยินองค์จักรพรรดิทรงตรัสถึงความรู้สึกเช่นนี้อย่างเปิดเผยมาก่อน “ฝ่าบาท... หม่อมฉันเชื่อว่าพระองค์ทรงเป็นจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่และดีงามที่สุดเจ้าค่ะ พระองค์ทรงมอบความสงบสุขให้แก่พสกนิกร และนั่นคือความสุขที่แท้จริงมิใช่หรือเพคะ”

องค์จักรพรรดิทรงหันมาทอดพระเนตรนาง แววตาที่ฉายแววอ่อนล้าเมื่อครู่กลับกลายเป็นแววตาที่เปี่ยมด้วยความเมตตา “เจ้าพูดได้ดีนักพุดแก้ว แต่บางครั้งหัวใจของมนุษย์ก็ปรารถนาสิ่งเล็กๆ ‍น้อยๆ ที่มิใช่อำนาจ หรือความยิ่งใหญ่”

ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจเอ่อท้นขึ้นในใจของพุดแก้ว นางไม่เคยคิดว่าบุรุษผู้สูงศักดิ์ที่สุดในแผ่นดินจะทรงมีความรู้สึกเช่นนี้ นางรับรู้ได้ถึงความโดดเดี่ยวอันลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ภายในพระองค์ และยิ่งทำให้ความผูกพันในใจของนางแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

“หม่อมฉันหวังว่า จะมีสิ่งใดที่หม่อมฉันพอจะช่วยให้ฝ่าบาททรงคลายความกังวลได้บ้างเพคะ” พุดแก้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและจริงใจ

องค์จักรพรรดิทรงยิ้ม ‌รอยยิ้มที่อบอุ่นจนพุดแก้วรู้สึกราวกับโลกทั้งใบสว่างไสวขึ้นมาในทันที “การได้พูดคุยกับเจ้า ได้เห็นงานศิลปะของเจ้า ก็ทำให้ใจเราสงบลงได้มากแล้ว พุดแก้ว”

จากบทสนทนาที่เกี่ยวกับศิลปะในตอนแรก ก็ค่อยๆ ขยายวงกว้างไปสู่เรื่องราวส่วนตัวมากขึ้น องค์จักรพรรดิทรงเล่าถึงความฝันในวัยเยาว์ที่อยากจะเป็นนักปราชญ์ ‍หรือนักเดินทางผู้สำรวจโลก พุดแก้วเองก็เล่าถึงชีวิตอันเรียบง่ายในหมู่บ้านช่างศิลป์ ความสุขจากการได้สัมผัสธรรมชาติ และความใฝ่ฝันที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่สะท้อนความงดงามของชีวิต

ครั้งหนึ่ง องค์จักรพรรดิทรงเล่าถึงความทรงจำเกี่ยวกับดอกไม้ชนิดหนึ่งที่พระมารดาทรงโปรดปราน ซึ่งเป็นดอกไม้ป่าสีขาวบริสุทธิ์ที่ขึ้นอยู่บนยอดเขาสูง พุดแก้วรับฟังด้วยความตั้งใจ และในวันรุ่งขึ้น ​นางก็เริ่มต้นวาดภาพดอกไม้ชนิดนั้นจากคำบอกเล่าของพระองค์ แม้ว่าจะไม่เคยเห็นดอกไม้ชนิดนั้นด้วยตาของตัวเอง แต่ด้วยความละเอียดอ่อนในจิตใจและพรสวรรค์ด้านศิลปะของนาง ภาพวาดที่ออกมากลับดูสมจริงราวกับมีชีวิต

เมื่อองค์จักรพรรดิทรงทอดพระเนตรภาพนั้น พระองค์ถึงกับทรงน้ำพระเนตรคลอเบ้า “นี่...นี่คือดอกไม้ชนิดเดียวกันกับที่เราเคยเห็นในความฝันเลย พุดแก้ว เจ้าช่างวิเศษยิ่งนัก” ​พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์ออกไปสัมผัสภาพนั้นอย่างแผ่วเบา ราวกับจะสัมผัสถึงความทรงจำอันล้ำค่าที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

พุดแก้วรู้สึกถึงความปิติยินดีอย่างยิ่ง นางไม่เคยคิดว่าผลงานของนางจะสามารถสร้างความสุขให้แก่ผู้ใดได้มากถึงเพียงนี้ ความรู้สึกผูกพันระหว่างคนทั้งสองยิ่งลึกซึ้งขึ้นทุกวัน พวกเขาเริ่มใช้เวลาอยู่ด้วยกันนานขึ้น บางครั้งองค์จักรพรรดิทรงพาพุดแก้วไปเดินเล่นในอุทยานหลวงยามเย็น เพื่อชื่นชมความงามของธรรมชาติและพูดคุยกันอย่างเป็นส่วนตัว โดยมีเพียงท่านขันทีหลงที่คอยตามเสด็จอยู่ห่างๆ

สายลมยามเย็นพัดเอื่อยๆ ​พากลิ่นหอมของดอกราตรีโชยมา พุดแก้วเดินเคียงข้างองค์จักรพรรดิไปตามทางเดินที่คดเคี้ยวในอุทยานหลวง ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา ทำให้เงาของคนทั้งสองทอดยาวเคียงคู่กันไป

“เราไม่เคยรู้สึกผ่อนคลายเช่นนี้มาก่อนเลยพุดแก้ว” องค์จักรพรรดิทรงตรัสขึ้น “การได้อยู่กับเจ้า ทำให้เราลืมเลือนความวุ่นวายและภาระหน้าที่ต่างๆ ไปได้ชั่วขณะ”

“หม่อมฉันก็เช่นกันเจ้าค่ะฝ่าบาท” พุดแก้วตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “การได้อยู่ในวัง ได้เห็นความงดงามของธรรมชาติที่นี่ และได้พูดคุยกับฝ่าบาท... เป็นสิ่งที่ไม่เคยคิดฝันว่าจะได้รับในชีวิตนี้”

ในคืนเดือนเพ็ญคืนหนึ่ง ขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งอยู่ริมบึงบัว องค์จักรพรรดิทรงทอดพระเนตรไปยังดวงจันทร์เต็มดวงที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า ก่อนจะทรงหันมาทอดพระเนตรพุดแก้ว แสงจันทร์สาดส่องกระทบใบหน้าของนาง ทำให้ผิวขาวนวลดูผุดผ่องยิ่งขึ้น

“พุดแก้ว...” พระองค์ทรงตรัสเรียกชื่อนางด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนพุดแก้วรู้สึกใจเต้นแรง “เจ้าเชื่อในพรหมลิขิตหรือไม่”

พุดแก้วชะงักไปเล็กน้อย นางไม่คิดว่าองค์จักรพรรดิจะทรงตรัสถามถึงเรื่องเช่นนี้ “หม่อมฉัน... หม่อมฉันเชื่อเจ้าค่ะฝ่าบาท หากไม่มีพรหมลิขิต หม่อมฉันคงจะไม่มีโอกาสได้มาอยู่ตรงนี้ และได้รู้จักกับฝ่าบาท”

องค์จักรพรรดิทรงยื่นพระหัตถ์ออกไปสัมผัสมือของพุดแก้วอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนราวกับขนนกนั้น ทำให้พุดแก้วรู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นไปทั่วร่าง นางมิกล้าขยับเขยื้อน ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนต์สะกด

“เราก็เชื่อเช่นนั้น พุดแก้ว” องค์จักรพรรดิทรงตรัสต่อ แววพระเนตรที่มองนางเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะซ่อนเร้นได้ “หากมิใช่พรหมลิขิต จะมีสิ่งใดเล่าที่นำพาบุรุษผู้โดดเดี่ยวเช่นเรา ให้มาพบกับหญิงสาวผู้เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณเช่นเจ้า”

คำตรัสเหล่านั้นทำให้พุดแก้วรู้สึกราวกับหัวใจจะหลุดออกมาจากอก ความรู้สึกที่นางพยายามเก็บซ่อนไว้ในส่วนลึกของหัวใจพลันปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง ความรักและความเสน่หาที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบในเงามืดของราชวัง บัดนี้ได้ถูกเปิดเผยออกมาแล้ว

ในวินาทีนั้น ทั้งสองมิได้คิดถึงเรื่องชนชั้น ยศฐาบรรดาศักดิ์ หรือกฎเกณฑ์อันเคร่งครัดใดๆ อีกแล้ว มีเพียงความรู้สึกอันบริสุทธิ์ที่เชื่อมโยงหัวใจของคนทั้งสองเข้าไว้ด้วยกัน องค์จักรพรรดิทรงดึงร่างของพุดแก้วเข้ามาใกล้ ก่อนจะทรงโอบกอดนางไว้อย่างทะนุถนอม พุดแก้วซบหน้าลงกับฉลองพระองค์ของพระองค์ สูดดมกลิ่นหอมของไม้จันทน์ที่อบอวลอยู่บนพระวรกาย น้ำตาแห่งความสุขและหวั่นไหวไหลรินลงมาอย่างเงียบๆ

ท่านขันทีหลงที่ยืนอยู่ห่างออกไป มิได้มีสีหน้าตกใจแต่อย่างใด ท่านเพียงถอนหายใจแผ่วเบา มองไปยังเงาของคนทั้งสองที่โอบกอดกันภายใต้แสงจันทร์ ท่านรู้ดีว่าความรักที่เกิดขึ้นนี้หาใช่เรื่องธรรมดาไม่ มันเป็นความรักที่จะต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมายนัก แต่ท่านก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเห็นใจองค์จักรพรรดิผู้โดดเดี่ยว และหญิงสาวผู้บริสุทธิ์ผู้นี้

ความสัมพันธ์ของทั้งสองได้ก้าวข้ามจากมิตรภาพสู่ความรักอย่างเงียบเชียบ ทว่ามั่นคงดุจรากไม้ที่หยั่งลึกลงในผืนดิน ความรักขององค์จักรพรรดิและสามัญชนนั้นเปรียบดั่งดอกไม้ที่เบ่งบานในเงามืดของราชวัง งดงามและหอมหวาน หากแต่ก็เปราะบางและเสี่ยงต่อการถูกทำลายได้ทุกเมื่อ

พวกเขาทั้งสองต่างรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้ามิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ในห้วงเวลาแห่งความสุขที่ได้อยู่ด้วยกันนี้ พวกเขากลับรู้สึกราวกับว่าสามารถฝ่าฟันอุปสรรคใดๆ ไปได้ ขอเพียงมีกันและกัน ความรักที่ถักทอขึ้นในเงามืดของราชวังแห่งนี้ ได้กลายเป็นแสงสว่างที่อบอุ่นในหัวใจของคนทั้งสองไปแล้ว

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บุปผาเคียงบัลลังก์

บุปผาเคียงบัลลังก์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!