โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
90 ตอน · 939 คำ
ความสุขที่เปรียบดั่งดอกไม้ที่เพิ่งจะผลิบานขององค์จักรพรรดิอัคราและพุดแก้วนั้น มิอาจซ่อนเร้นจากสายตาอันเฉียบคมของเหล่าข้าราชบริพารและขุนนางผู้ใหญ่ได้นานนัก แม้ว่าองค์จักรพรรดิจะทรงพยายามเก็บงำความรู้สึกส่วนพระองค์ไว้เป็นความลับ และการพบปะของทั้งสองส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในตำหนักเมฆา หรือในอุทยานหลวงยามค่ำคืนที่เงียบสงบ แต่การที่องค์ประมุขผู้ทรงเคร่งขรึมและทรงงานหนักอยู่เสมอ ทรงมีท่าทีผ่อนคลายและดูมีความสุขมากขึ้นอย่างผิดสังเกต ย่อมเป็นเรื่องที่ไม่อาจปกปิดได้
กระแสข่าวลือเริ่มแพร่สะพัดไปทั่วราชสำนักอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง เริ่มจากเสียงกระซิบกระซาบของเหล่านางกำนัลและขันทีที่คอยรับใช้ใกล้ชิด ผู้ซึ่งสังเกตเห็นถึงความถี่ในการเสด็จมายังตำหนักเมฆาขององค์จักรพรรดิ และความสนพระทัยที่พระองค์ทรงมีต่อหญิงสาวสามัญชนนามว่าพุดแก้วนักเขียนภาพผู้นั้น
“ได้ยินว่าองค์จักรพรรดิทรงโปรดช่างเขียนผู้นั้นมากนัก ถึงกับประทานห้องส่วนตัวในตำหนักเมฆาให้นางได้ทำงาน และยังทรงเสด็จไปทอดพระเนตรด้วยพระองค์เองทุกวัน” นางกำนัลคนหนึ่งกระซิบกับเพื่อนขณะกำลังจัดดอกไม้ในท้องพระโรง
“นั่นสิ! ไม่เคยเห็นองค์จักรพรรดิทรงโปรดปรานผู้ใดถึงเพียงนี้มาก่อนเลย ตั้งแต่ทรงขึ้นครองราชย์ก็ไม่เคยทรงสนพระทัยในสตรีคนใดเป็นพิเศษ” อีกคนสมทบด้วยน้ำเสียงที่เจือด้วยความอิจฉา
ข่าวลือเหล่านี้ไม่นานก็ไปถึงหูของเหล่าขุนนางผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เสนาบดีฉัตรชัย ผู้เป็นหัวหน้าเสนาบดีและมีอิทธิพลอย่างมากในราชสำนัก ท่านเป็นผู้ยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีอันเคร่งครัด และให้ความสำคัญกับการรักษาความบริสุทธิ์ของสายเลือดราชวงศ์เป็นอย่างยิ่ง การที่องค์จักรพรรดิจะทรงไปผูกพันกับหญิงสาวสามัญชนเช่นนี้ ย่อมเป็นเรื่องที่ท่านรับไม่ได้อย่างเด็ดขาด
วันหนึ่ง ระหว่างการประชุมราชกิจ เสนาบดีฉัตรชัยได้มีโอกาสทูลถามองค์จักรพรรดิถึงเรื่องนี้อย่างอ้อมๆ “ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันได้ยินมาว่ามีช่างเขียนภาพสามัญชนผู้หนึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เข้ามาทำงานในตำหนักเมฆา หม่อมฉันเองก็ชื่นชมในพระเมตตาของฝ่าบาทที่ทรงสนับสนุนศิลปะและศิลปินพ่ะย่ะค่ะ”
องค์จักรพรรดิอัคราทรงทราบดีว่าเสนาบดีฉัตรชัยกำลังกล่าวถึงเรื่องใด แต่พระองค์ก็ทรงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ใช่แล้ว เสนาบดี พุดแก้วเป็นช่างเขียนภาพที่มีพรสวรรค์สูงนัก งานของนางมีชีวิตชีวา และสามารถสะท้อนความรู้สึกได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในหมู่ช่างเขียนภาพหลวงในปัจจุบัน”
เสนาบดีฉัตรชัยก้มหน้าลงเล็กน้อย แต่แววตาของท่านฉายแววไม่พอใจ “เป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่งพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท ทว่า...การที่สามัญชนหญิงจะเข้าออกตำหนักหลวงเป็นประจำนั้น เกรงว่าจะทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตำหนักหลวงเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์และควรแก่การรักษากฎมณเฑียรบาลอย่างเคร่งครัดพ่ะย่ะค่ะ”
คำพูดของเสนาบดีฉัตรชัยแฝงไว้ด้วยความไม่พอใจอย่างชัดเจน องค์จักรพรรดิทรงรับรู้ถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา แต่พระองค์ก็ทรงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “เราเข้าใจความกังวลของท่านเสนาบดี แต่เราเชื่อในความบริสุทธิ์ใจของนาง และเราก็มีเหตุผลอันสมควรในการกระทำเช่นนี้ หากมีผู้ใดกล้าวิพากษ์วิจารณ์ ก็ให้เข้ามาพบเราโดยตรง”
คำตรัสขององค์จักรพรรดิทำให้เสนาบดีฉัตรชัยต้องก้มหน้าลงอย่างจำยอม แต่ในใจของท่านกลับเต็มไปด้วยความไม่พอใจและกังวลยิ่งนัก ท่านมองว่าความสัมพันธ์นี้เป็นอันตรายต่อราชบัลลังก์และชื่อเสียงของราชวงศ์อย่างยิ่ง
ในขณะเดียวกัน พุดแก้วเองก็เริ่มรู้สึกได้ถึงสายตาแปลกๆ ที่มองมายังนาง เหล่านางกำนัลที่เคยยิ้มแย้มต้อนรับ เริ่มมีท่าทีเฉยชาหรือบางครั้งก็มองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาและดูถูก ผกาเองก็สังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงนี้เช่นกัน
“พี่พุดแก้วเจ้าคะ หม่อมฉันรู้สึกว่าพักหลังมานี้ เหล่านางกำนัลมองเราแปลกๆ นะเจ้าคะ” ผกากล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล ขณะกำลังช่วยพุดแก้วจัดเตรียมอุปกรณ์วาดภาพ
พุดแก้วถอนหายใจ “พี่ก็รู้สึกเช่นนั้นผกา บางที...คงเป็นเพราะพี่เป็นสามัญชนที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เข้ามาอยู่ในวังแห่งนี้กระมัง”
“แต่พี่ก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่เจ้าคะ” ผกาแย้ง “พี่ก็แค่มาวาดรูปตามพระบัญชาของฝ่าบาท”
“ในวังแห่งนี้ บางครั้งแค่การมีอยู่ก็อาจจะถือว่าผิดแล้วก็ได้ผกา” พุดแก้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อย นางเริ่มรู้สึกถึงความกดดันที่มองไม่เห็น มันเป็นความกดดันที่มาจากกฎเกณฑ์อันเคร่งครัดของราชสำนัก และความคาดหวังของสังคมชนชั้นสูง
วันหนึ่ง ขณะที่พุดแก้วกำลังเดินกลับจากตำหนักเมฆาไปยังเรือนพักของตนเอง นางเดินผ่านอุทยานชั้นนอก และได้ยินเสียงสนทนาของนางกำนัลสองคนโดยไม่ได้ตั้งใจ
“ช่างเขียนผู้นั้น ช่างบังอาจนัก” นางกำนัลคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงดูถูก “เป็นแค่สามัญชน กลับกล้ามาตีสนิทกับองค์จักรพรรดิ”
“นั่นสิ! ไม่รู้ว่าใช้มารยาอะไร ถึงได้ทำให้องค์จักรพรรดิทรงหลงใหลได้ถึงเพียงนี้” อีกคนสมทบ “หวังว่าคงจะไม่คิดจะทะเยอทะยานเกินตัวนะ เพราะคนอย่างนางไม่มีทางคู่ควรกับราชบัลลังก์ได้หรอก”
คำพูดเหล่านั้นราวกับคมมีดที่กรีดแทงหัวใจของพุดแก้ว นางรู้สึกเจ็บปวดและอับอายอย่างแสนสาหัส ความรู้สึกผิดที่ตนเองอาจเป็นต้นเหตุให้องค์จักรพรรดิทรงต้องเผชิญกับคำวิพากษ์วิจารณ์ ผุดขึ้นมาในใจอย่างรุนแรง
เมื่อกลับถึงเรือนพัก พุดแก้วก็รีบเข้าไปในห้องของตนเอง และร้องไห้ออกมาอย่างเงียบๆ ผกาที่เห็นพี่สาวมีท่าทีแปลกไปก็รีบเข้ามาปลอบโยน “พี่พุดแก้ว เป็นอะไรไปเจ้าคะ?”
พุดแก้วเล่าเรื่องที่ได้ยินให้ผกาฟัง น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความสั่นเครือ “พี่ควรจะทำอย่างไรดีผกา พี่ไม่ต้องการให้ฝ่าบาทต้องมาลำบากเพราะพี่ พี่ไม่คู่ควรกับพระองค์จริงๆ”
ผกาเข้ามากอดพี่สาวอย่างปลอบโยน “อย่าคิดเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะพี่พุดแก้ว ฝ่าบาททรงเมตตาพี่ และพี่ก็ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย”
แต่คำปลอบโยนของผกาก็ไม่อาจทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดในใจของพุดแก้วลดลงไปได้ นางรู้ดีว่าความรักของนางกับองค์จักรพรรดิเป็นสิ่งต้องห้าม และมันกำลังนำพาปัญหามาสู่พระองค์
ในค่ำคืนนั้น องค์จักรพรรดิทรงเสด็จมายังเรือนพักของพุดแก้วด้วยพระองค์เอง พระองค์ทรงสังเกตเห็นแววตาที่หม่นหมองของนางในทันที “พุดแก้ว มีเรื่องอันใดไม่สบายใจหรือ”
พุดแก้วลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องที่นางได้ยินมาให้พระองค์ฟัง น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความกังวลและความรู้สึกผิด “ฝ่าบาท... หม่อมฉันเกรงว่าการที่หม่อมฉันเข้ามาอยู่ในวังแห่งนี้ จะนำมาซึ่งคำครหาและสร้างความเดือดร้อนให้แก่พระองค์เพคะ หม่อมฉันเป็นเพียงสามัญชนที่ไร้ซึ่งยศฐาบรรดาศักดิ์ ไม่คู่ควรที่จะได้รับพระมหากรุณาธิคุณถึงเพียงนี้”
องค์จักรพรรดิทรงจับมือของพุดแก้วไว้แน่น แววพระเนตรของพระองค์ฉายแววแน่วแน่ “พุดแก้ว อย่าได้กล่าวเช่นนั้น เราต่างหากที่ควรจะขอบใจเจ้า ที่เข้ามาในชีวิตของเรา และนำพาความสุขมาให้เรา”
“แต่...เสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้น...” พุดแก้วยังคงกังวล
“เสียงวิพากษ์วิจารณ์ย่อมมีอยู่เสมอ ไม่ว่าเราจะทำสิ่งใดก็ตาม” องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “สิ่งสำคัญคือเราต้องหนักแน่นในความเชื่อและหัวใจของเราเอง เราเชื่อในตัวเจ้าพุดแก้ว และเราก็เชื่อในความรู้สึกของเราที่มีต่อเจ้า”
คำตรัสขององค์จักรพรรดิทำให้พุดแก้วรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ นางเงยหน้าขึ้นมองพระองค์ด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความรักและความซาบซึ้งใจ แม้จะรู้ดีว่าอุปสรรคเบื้องหน้ายังคงหนักหนาสาหัส แต่การได้รับความเชื่อมั่นและกำลังใจจากพระองค์ ก็ทำให้นางมีพลังที่จะก้าวเดินต่อไป
แต่ถึงแม้องค์จักรพรรดิจะทรงตรัสปลอบโยนเช่นนั้น ทั้งสองก็ต่างรู้ดีว่ากระแสเสียงกระซิบและเงาของความขัดแย้งนั้นมิได้จางหายไปไหน มันยังคงดำรงอยู่ และพร้อมที่จะปะทุขึ้นมาสร้างความวุ่นวายได้ทุกเมื่อ ความรักที่เพิ่งจะผลิบานของคนทั้งสองกำลังถูกทดสอบด้วยแรงกดดันจากราชสำนักและกฎเกณฑ์อันเคร่งครัด ซึ่งเป็นเพียงบทเริ่มต้นของพายุใหญ่ที่กำลังจะพัดเข้าสู่ชีวิตของพวกเขา

บุปผาเคียงบัลลังก์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก