บุปผาเคียงบัลลังก์

ตอนที่ 30 — เงามืดที่เริ่มคืบคลาน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

90 ตอน · 1,434 คำ

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับสายน้ำที่ไหลเอื่อย องค์จักรพรรดิอัคราเทพทรงหาโอกาสเสด็จมายังโรงช่างหลวงบ่อยครั้งขึ้น โดยอ้างเหตุผลว่าทรงต้องการทอดพระเนตรความคืบหน้าของงานศิลปะที่จะใช้ประดับตำหนัก หรือทรงมีพระประสงค์ที่จะสั่งงานศิลปะชิ้นใหม่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว พระองค์เพียงแค่ปรารถนาที่จะได้พบกับมณีจันทร์ ได้พูดคุยกับนาง ได้เห็นรอยยิ้มอันสดใส ‌และได้สัมผัสกับความรู้สึกสงบสุขที่นางมอบให้

บทสนทนาระหว่างองค์จักรพรรดิและมณีจันทร์เริ่มลึกซึ้งและเปิดเผยมากยิ่งขึ้น พระองค์ทรงเล่าเรื่องราวในวัยเยาว์ที่ไม่เคยทรงบอกเล่าให้ใครฟังถึงความกดดันของการเป็นรัชทายาท ความรับผิดชอบอันหนักอึ้งที่ต้องแบกรับตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และความอ้างว้างที่ต้องอยู่ท่ามกลางผู้คนที่ต่างมองพระองค์ด้วยสายตาแห่งความเคารพยำเกรง มิใช่ความรักหรือความเข้าใจ

มณีจันทร์เองก็เล่าเรื่องราวชีวิตของนางให้พระองค์ฟัง ตั้งแต่วัยเด็กที่เติบโตมากับบิดาผู้เป็นช่างเขียน นางเล่าถึงความรักที่นางมีต่อศิลปะ แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน ​และความฝันอันเรียบง่ายที่จะได้เป็นช่างเขียนที่เก่งกาจ นางมิได้พูดจาเสแสร้ง หรือประจบประแจงใดๆ นางพูดทุกอย่างออกมาจากใจจริง ด้วยความใสซื่อบริสุทธิ์ ทำให้องค์จักรพรรดิทรงรู้สึกไว้วางพระทัยและผูกพันกับนางมากยิ่งขึ้น

ความสัมพันธ์ของทั้งสองเติบโตขึ้นอย่างเงียบงัน ราวกับดอกไม้ที่ผลิบานในมุมลับตาของสวนหลวง โดยมีจางซื่อเป็นเพียงผู้เดียวที่ล่วงรู้ความลับนี้ ‍จางซื่อมองเห็นความสุขที่ฉายชัดอยู่บนพระพักตร์ขององค์จักรพรรดิ ทุกครั้งที่พระองค์ได้ทรงสนทนากับมณีจันทร์ ความสุขที่เขาไม่เคยเห็นมานานแสนนานในองค์จักรพรรดิผู้โดดเดี่ยว จางซื่อจึงเลือกที่จะปิดปากเงียบและคอยถวายการรับใช้ด้วยความภักดี

แต่ในพระราชวังอันกว้างใหญ่แห่งนี้ ไม่มีสิ่งใดเป็นความลับไปได้ตลอดกาล ความถี่ในการเสด็จไปยังโรงช่างหลวงขององค์จักรพรรดิเริ่มเป็นที่สังเกตของเหล่าขันทีและนางกำนัลบางคน เสียงกระซิบกระซาบเริ่มดังขึ้นในหมู่ข้าราชบริพาร ถึงเรื่องราวของช่างเขียนสาวสามัญชนผู้หนึ่งที่ได้รับความโปรดปรานจากองค์จักรพรรดิอย่างผิดปกติ

ข่าวลือเหล่านี้แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว ‌และไม่นานก็ไปถึงหูของเหล่าขุนนางผู้ใหญ่ในราชสำนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านสมุหนายกวิโรจน์ ผู้เป็นประมุขของเหล่าขุนนาง และเสนาบดีกรมพิธีไกรสร ผู้เคร่งครัดในจารีตประเพณี

ในห้องโถงกว้างของตำหนักใหญ่ ท่านสมุหนายกวิโรจน์นั่งประจันหน้ากับเสนาบดีกรมพิธีไกรสร ใบหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยความกังวล

“ท่านสมุหนายก ‍ท่านได้ยินข่าวลือที่แพร่สะพัดในวังหลวงหรือไม่” เสนาบดีกรมพิธีไกรสรเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

“ย่อมได้ยินอยู่แล้ว” ท่านสมุหนายกวิโรจน์ตอบ พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ข่าวลือเรื่องช่างเขียนสามัญชนผู้นั้น”

“ข้ามิอาจทนฟังได้อีกต่อไปแล้ว ฝ่าบาททรงประพฤติพระองค์ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง การที่พระองค์ทรงไปสนิทสนมกับหญิงสาวสามัญชนเช่นนั้น จะทำให้ราชวงศ์เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ​และอาจเป็นภัยต่อบัลลังก์ได้” เสนาบดีกรมพิธีไกรสรกล่าวอย่างร้อนรน

“ใจเย็นก่อนท่านเสนาบดี” ท่านสมุหนายกวิโรจน์พยายามปลอบ “เรายังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองเป็นไปในทิศทางใด อาจจะเป็นเพียงแค่ความสนพระทัยในงานศิลปะเท่านั้นก็เป็นได้”

“ท่านสมุหนายก ท่านคิดว่าข้าเป็นเด็กหรืออย่างไร” เสนาบดีกรมพิธีไกรสรโต้กลับ “ฝ่าบาทไม่เคยทรงแสดงความสนพระทัยในหญิงใดมากถึงเพียงนี้มาก่อน ​หากเป็นเพียงงานศิลปะ เหตุใดจึงต้องเสด็จไปถึงโรงช่างหลวงบ่อยครั้งขนาดนั้น และเหตุใดจึงต้องเป็นนางเพียงผู้เดียวที่ทรงสนทนาด้วยเนิ่นนาน”

ท่านสมุหนายกวิโรจน์นิ่งเงียบไปชั่วขณะ เพราะคำพูดของเสนาบดีกรมพิธีไกรสรนั้นก็มีเหตุผล เขาเองก็รู้สึกกังวลไม่น้อยเช่นกัน หากองค์จักรพรรดิทรงมีพระประสงค์ที่จะสถาปนาหญิงสามัญชนขึ้นเป็นพระสนม หรือตำแหน่งที่สูงกว่านั้น ย่อมต้องเกิดความวุ่นวายในราชสำนักอย่างแน่นอน ​เพราะเรื่องนี้ขัดต่อขนบธรรมเนียมประเพณีอันเก่าแก่ของแคว้นอัครา

“เราต้องทำอะไรบางอย่าง” เสนาบดีกรมพิธีไกรสรกล่าวอย่างหนักแน่น “ก่อนที่เรื่องจะบานปลายไปมากกว่านี้”

“แต่เราจะทำเช่นไร ฝ่าบาททรงมีพระราชอำนาจสูงสุด เรามิอาจก้าวล่วงได้โดยตรง” ท่านสมุหนายกวิโรจน์กล่าวด้วยความลำบากใจ

“เราต้องทูลเตือนฝ่าบาทอย่างนอบน้อมที่สุด ขอให้พระองค์ทรงระมัดระวังพระองค์ และทรงพิจารณาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับราชวงศ์และบ้านเมือง” เสนาบดีกรมพิธีไกรสรเสนอ

“ข้าจะลองหาโอกาสทูลฝ่าบาทในเรื่องนี้” ท่านสมุหนายกวิโรจน์รับปากอย่างไม่เต็มใจนัก เพราะเขารู้ดีว่าองค์จักรพรรดิอัคราเทพทรงเป็นผู้ที่มีพระทัยเด็ดเดี่ยว และไม่ทรงฟังคำทัดทานง่ายๆ หากเป็นเรื่องที่ทรงตัดสินพระทัยแล้ว

ในขณะเดียวกัน มณีจันทร์เองก็เริ่มรู้สึกได้ถึงสายตาที่จับจ้องและเสียงกระซิบกระซาบที่ดังขึ้นในโรงช่างหลวง บรรดาช่างเขียนคนอื่นๆ เริ่มมองนางด้วยสายตาที่แปลกไป มีทั้งความอิจฉา ความสงสัย และความหวาดระแวง บางคนเริ่มเก็บตัวและไม่กล้าสนทนากับนางเหมือนแต่ก่อน ทำให้มณีจันทร์รู้สึกอึดอัดและไม่สบายใจ

วันหนึ่ง ขณะที่มณีจันทร์กำลังเดินกลับจากโรงช่างหลวงไปยังเรือนพัก นางก็ได้ยินเสียงกลุ่มนางกำนัลกำลังซุบซิบกันอยู่

“ดูสิ นั่นแหละช่างเขียนสาวผู้โชคดีที่ฝ่าบาททรงโปรดปรานนัก” นางกำนัลคนหนึ่งกระซิบ

“โชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ การที่สามัญชนจะมาเหยียบย่างในวังหลวงเช่นนี้ ย่อมมิมีทางจบลงด้วยดี” อีกคนตอบกลับ

“นางอาจจะคิดว่าตัวเองจะได้เป็นพระสนมกระมัง” นางกำนัลอีกคนหัวเราะเยาะ

คำพูดเหล่านั้นบาดลึกเข้าไปในใจของมณีจันทร์ ราวกับมีมีดมากรีดแทง นางรู้สึกเจ็บปวดและสับสน นางไม่เคยคิดที่จะใช้ความสัมพันธ์กับองค์จักรพรรดิเพื่อหวังตำแหน่งหรือฐานะใดๆ เลย ความรู้สึกที่นางมีต่อพระองค์นั้นบริสุทธิ์และออกมาจากใจจริง

เมื่อองค์จักรพรรดิอัคราเทพเสด็จมายังโรงช่างหลวงในวันถัดมา พระองค์ทรงสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวมณีจันทร์ นางดูหม่นหมองลงเล็กน้อย รอยยิ้มไม่สดใสเหมือนเช่นเคย ดวงตาคู่สวยมีแววเศร้าสร้อย

“เจ้าเป็นอะไรไปมณีจันทร์ เหตุใดจึงดูไม่สบายใจนัก” พระองค์ตรัสถามด้วยความเป็นห่วง

มณีจันทร์เงยหน้าขึ้นมองพระองค์ “หม่อมฉัน... มิได้เป็นอะไรเพคะ”

แต่แววตาของนางนั้นมิอาจหลอกลวงพระองค์ได้ องค์จักรพรรดิอัคราเทพทรงกุมมือของนางเบาๆ “อย่าได้ปิดบังข้าเลย มีเรื่องใดไม่สบายใจ เจ้าบอกข้าได้ทุกเรื่อง”

สัมผัสที่อ่อนโยนจากพระองค์ทำให้มณีจันทร์รู้สึกราวกับเขื่อนน้ำตาที่เก็บกักมานานกำลังจะพังทลายลง นางพยายามกลั้นน้ำตาไว้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “หม่อมฉัน... ได้ยินเสียงคนในวังกระซิบกระซาบเรื่องหม่อมฉันกับฝ่าบาทเพคะ พวกเขา... พูดจาไม่ดีเกี่ยวกับหม่อมฉัน”

องค์จักรพรรดิอัคราเทพทรงได้ยินดังนั้น พระพักตร์ก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมในทันที พระองค์ทรงรู้ดีว่าข่าวลือเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นสักวันหนึ่ง แต่ก็ไม่คิดว่าจะรวดเร็วถึงเพียงนี้

“อย่าได้ใส่ใจคำพูดของพวกเขาเลยมณีจันทร์” พระองค์ตรัสปลอบ “พวกเขาไม่เข้าใจความรู้สึกของเรา”

“แต่หม่อมฉัน... กลัวเพคะ กลัวว่าความสัมพันธ์ของเราจะนำความเดือดร้อนมาให้ฝ่าบาท” มณีจันทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล

“ไม่มีผู้ใดสามารถทำอันตรายเจ้าได้ ตราบใดที่ข้ายังคงอยู่” พระองค์ตรัสอย่างหนักแน่น พร้อมกับกระชับมือของนางให้แน่นขึ้น “ข้าจะปกป้องเจ้าเอง”

คำพูดของพระองค์ทำให้มณีจันทร์รู้สึกอบอุ่นในหัวใจ แม้จะยังคงมีความกังวล แต่ความหนักแน่นของพระองค์ก็ทำให้นางรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาบ้าง

“แต่ฝ่าบาทเพคะ... หม่อมฉันเป็นเพียงสามัญชน lowly ไม่มีตำแหน่งฐานะใดๆ” มณีจันทร์ยังคงเอ่ยด้วยความไม่มั่นใจ

“ฐานะทางสังคมมิได้เป็นตัวตัดสินคุณค่าของคนมณีจันทร์” พระองค์ตรัสตอบ “หัวใจที่บริสุทธิ์และความดีงามต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด”

ในขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากันอย่างเปิดอกอยู่นั้น จางซื่อที่ยืนเฝ้าดูอยู่ไม่ไกล ก็เห็นเงาร่างสูงโปร่งของท่านสมุหนายกวิโรจน์กำลังเดินตรงมายังโรงช่างหลวงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จางซื่อรีบส่งสัญญาณให้องค์จักรพรรดิทรงทราบ

องค์จักรพรรดิอัคราเทพทรงถอนพระหัตถ์ออกจากมณีจันทร์ทันที พระพักตร์กลับคืนสู่ความเคร่งขรึมตามปกติ ในขณะที่มณีจันทร์ก็รีบก้มหน้าลงอย่างนอบน้อม

“ถวายบังคมฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ” ท่านสมุหนายกวิโรจน์ก้มลงกราบแทบพระบาทด้วยความเคารพ

“มีเรื่องอันใดหรือท่านสมุหนายก” พระองค์ตรัสถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงไว้ด้วยรังสีแห่งอำนาจที่ทำให้ผู้ที่ได้ยินรู้สึกเกรงขาม

“หม่อมฉันมีเรื่องสำคัญบางอย่างที่อยากจะกราบบังคมทูลฝ่าบาทเป็นส่วนพระองค์พ่ะย่ะค่ะ” ท่านสมุหนายกวิโรจน์เอ่ย พลางเหลือบมองไปยังมณีจันทร์เล็กน้อย

องค์จักรพรรดิอัคราเทพทรงทราบดีว่าท่านสมุหนายกกำลังจะทูลเรื่องใด พระองค์ทรงพยักพักตร์ให้มณีจันทร์กลับไปทำงานของนางก่อน มณีจันทร์ก้มศีรษะลงอีกครั้ง ก่อนจะรีบถอยห่างออกไปอย่างเงียบเชียบ

เมื่อมณีจันทร์เดินจากไปแล้ว องค์จักรพรรดิอัคราเทพก็ทรงทอดพระเนตรไปยังท่านสมุหนายกวิโรจน์ด้วยแววตาที่หนักแน่น “มีเรื่องอันใดก็ว่ามาเถิด”

ท่านสมุหนายกวิโรจน์ก้มหน้าลงอีกครั้ง ก่อนจะเริ่มกราบบังคมทูลด้วยน้ำเสียงที่ระมัดระวังที่สุด “เรียนฝ่าบาท หม่อมฉันมิกล้าก้าวล่วง แต่ด้วยความจงรักภักดีต่อฝ่าบาทและราชวงศ์ หม่อมฉันจึงต้องกราบบังคมทูลในเรื่องที่สำคัญยิ่งพ่ะย่ะค่ะ”

“ว่ามาเถิด”

“ข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ของฝ่าบาทกับช่างเขียนสามัญชนผู้นั้น ได้แพร่สะพัดไปทั่ววังหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ และเริ่มเป็นที่กล่าวขวัญของสาธารณชนแล้วด้วย หม่อมฉันเกรงว่าหากเรื่องนี้ยังคงดำเนินต่อไป จะส่งผลกระทบต่อพระเกียรติยศของฝ่าบาท และความมั่นคงของราชบัลลังก์ได้พ่ะย่ะค่ะ” ท่านสมุหนายกวิโรจน์กล่าวด้วยความกล้าหาญ

องค์จักรพรรดิอัคราเทพทรงฟังคำกราบบังคมทูลของท่านสมุหนายกอย่างเงียบเชียบ ใบหน้าของพระองค์ยังคงเรียบเฉย แต่แววพระเนตรกลับฉายแววไม่พอพระทัยเล็กน้อย

“เจ้ากำลังจะบอกว่าข้าไม่ควรคบหากับผู้ใดที่มิได้อยู่ในชนชั้นสูงเช่นนั้นหรือ” พระองค์ตรัสถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

“มิได้เป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท หม่อมฉันเพียงแต่เป็นห่วงในเรื่องของราชประเพณีและขนบธรรมเนียมอันเก่าแก่ของแคว้นอัครา ซึ่งได้ยึดถือปฏิบัติกันมาตั้งแต่สมัยบรรพกาล การที่ฝ่าบาทจะทรงสถาปนาหญิงสามัญชนขึ้นเป็นพระสนม หรือตำแหน่งที่สูงกว่านั้น ย่อมมิเป็นที่ยอมรับของเหล่าขุนนางและประชาชนส่วนใหญ่พ่ะย่ะค่ะ” ท่านสมุหนายกวิโรจน์พยายามอธิบาย

“เช่นนั้นหรือ” องค์จักรพรรดิอัคราเทพตรัส พลางหันพระพักตร์กลับไปมองยังทิศทางที่มณีจันทร์เดินจากไป “เจ้าคิดว่าความสุขของข้าจะต้องถูกจำกัดอยู่เพียงแค่กรอบของราชประเพณีเท่านั้นหรือ”

ท่านสมุหนายกวิโรจน์รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง เมื่อเห็นแววพระเนตรที่ฉายแววเด็ดเดี่ยวขององค์จักรพรรดิ เขารู้ดีว่าคำพูดของเขาไม่อาจเปลี่ยนแปลงพระทัยขององค์จักรพรรดิได้ง่ายๆ

“หม่อมฉันมิกล้าคิดเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท เพียงแต่ราชบัลลังก์นั้นมิได้เป็นของฝ่าบาทเพียงผู้เดียว หากแต่เป็นของประชาชนทั้งแคว้นอัครา การตัดสินพระทัยใดๆ ของฝ่าบาท ล้วนส่งผลกระทบต่ออาณาประชาราษฎร์ทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ”

องค์จักรพรรดิอัคราเทพทรงถอนหายพระทัยเฮือกใหญ่ พระองค์ทรงรู้ดีถึงความจริงในคำพูดของท่านสมุหนายก แต่ในพระทัยของพระองค์ก็ยังคงเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายได้ ความรู้สึกที่มณีจันทร์ได้มอบให้พระองค์นั้นมีค่าเกินกว่าสิ่งใดๆ ในโลกนี้

“ข้าเข้าใจในความหวังดีของเจ้าท่านสมุหนายก” พระองค์ตรัสด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย “แต่ในเรื่องนี้ ข้ามีหนทางของข้าเอง เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไป”

คำตรัสของพระองค์ทำให้ท่านสมุหนายกวิโรจน์รู้สึกจนปัญญา เขารู้ดีว่าหากองค์จักรพรรดิทรงตัดสินพระทัยแล้ว ก็มิมีผู้ใดสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เขาจึงทำได้เพียงแค่ก้มหน้าลงรับคำสั่งอย่างเงียบเชียบ

เงามืดแห่งความขัดแย้งเริ่มคืบคลานเข้ามาปกคลุมความสัมพันธ์อันบริสุทธิ์ขององค์จักรพรรดิและมณีจันทร์ แม้จะทรงพยายามปกป้องนางจากคำครหา แต่แรงต้านจากราชสำนักก็เริ่มแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ การที่ความรักจะเบ่งบานในดินแดนแห่งกฎเกณฑ์อันเคร่งครัดเช่นนี้ ย่อมมิใช่เรื่องง่ายดายเลยแม้แต่น้อย

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บุปผาเคียงบัลลังก์

บุปผาเคียงบัลลังก์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!