ข่าวลือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างองค์จักรพรรดิอัครากับหญิงสามัญชนนามว่าบุปผาได้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งราชสำนักอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง แม้จะไม่มีผู้ใดเคยเห็นหญิงสาวผู้นั้นอย่างชัดเจน แต่เรื่องราวที่เล่าขานกันปากต่อปากก็ยิ่งถูกเติมแต่งให้ซับซ้อนและเกินจริงมากขึ้นเรื่อยๆ
ในท้องพระโรง บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึมครึม เหล่าขุนนางต่างแสดงสีหน้าไม่พอใจและกังวลใจ เสนาบดีกระทรวงกลาโหมผู้นำกลุ่มอำนาจ ได้เข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิอัคราอยู่บ่อยครั้ง เพื่อทูลเตือนถึงความไม่เหมาะสมของเรื่องนี้ และเรียกร้องให้พระองค์ทรงจัดการกับข่าวลือให้เด็ดขาด
"ฝ่าบาท" เสนาบดีกระทรวงกลาโหมทูลด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "เรื่องราวที่แพร่สะพัดนี้ได้สร้างความเสียหายต่อพระเกียรติยศของราชวงศ์อย่างใหญ่หลวงพ่ะย่ะค่ะ ข้าพระองค์ขอวิงวอนให้ฝ่าบาททรงมีพระราชบัญชาให้สืบหาตัวหญิงสาวผู้นั้น และจัดการลงโทษนางเสีย เพื่อเป็นการยุติข่าวลือและรักษาพระเกียรติของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ"
องค์จักรพรรดิอัคราทรงทอดพระเนตรไปยังเสนาบดีกระทรวงกลาโหมด้วยแววพระเนตรที่เย็นชา พระองค์ทรงทราบดีว่านี่คือแผนการของเสนาบดีและพระสนมเอกเหมันต์ที่จะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการควบคุมพระองค์
"ท่านเสนาบดี" พระองค์ตรัสด้วยพระสุรเสียงที่หนักแน่นและเด็ดขาด "เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เราจะจัดการด้วยตัวเราเอง ท่านไม่ต้องเป็นห่วง และเราไม่อนุญาตให้ผู้ใดก้าวก่ายในเรื่องส่วนตัวของเรา"
คำตรัสขององค์จักรพรรดิทำให้เหล่าขุนนางต่างพากันตกใจ ไม่เคยมีผู้ใดเคยเห็นพระองค์ทรงแสดงท่าทีแข็งกร้าวเช่นนี้มาก่อน
"แต่ฝ่าบาท..." เสนาบดีกระทรวงกลาโหมพยายามทูลต่อ
"พอได้แล้ว" พระองค์ตรัสขึ้น "เรามีพระราชกิจอื่นที่สำคัญกว่าที่จะต้องปรึกษาหารือ"
การกระทำขององค์จักรพรรดิยิ่งทำให้ความสงสัยของเหล่าขุนนางเพิ่มมากขึ้น พวกเขาต่างเริ่มคิดว่าหญิงสามัญชนผู้นั้นคงจะมีอิทธิพลต่อพระองค์อย่างมาก จนถึงขั้นทำให้พระองค์ทรงเมินเฉยต่อคำทูลเตือนของผู้ใหญ่ในราชสำนัก
ในขณะเดียวกัน บุปผาก็ถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ในห้องทำงานของห้องเครื่อง นางไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปไหน แม้แต่การไปที่อุทยานก็ถูกห้าม นางถูกจับตาดูทุกฝีก้าวโดยสายตาของคุณหญิงจันทร์เทวีและบรรดาสาวใช้ที่คอยสอดส่อง
คุณหญิงจันทร์เทวีมักจะเข้ามาตำหนิบุปผาอยู่เสมอ กล่าวหาว่านางเป็นต้นเหตุของความวุ่นวาย และข่มขู่ว่าจะไล่นางออกจากราชสำนักหากยังคงสร้างปัญหา บุปผาต้องทนฟังคำพูดเหล่านั้นด้วยความเจ็บปวดและหดหู่ใจ นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของนางจึงกลายเป็นปัญหาใหญ่โตถึงเพียงนี้
นางนั่งอยู่หน้าผืนผ้าใบที่ยังวาดดอกบัวหลวงไม่เสร็จสมบูรณ์ พู่กันในมือวางนิ่ง ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย หัวใจของนางเต็มไปด้วยความกังวลและคิดถึงท่านอัครา นางไม่รู้ว่าเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง และจะยังคงมาหานางอีกหรือไม่
วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า องค์จักรพรรดิอัคราไม่สามารถปลีกพระองค์มาพบกับบุปผาได้อีก เพราะสายตาจับจ้องของขุนนางผู้ใหญ่และพระสนมเอกเหมันต์มีอยู่ทุกหนแห่ง การที่พระองค์เสด็จออกจากตำหนักเพียงลำพังจะยิ่งทำให้ข่าวลือรุนแรงขึ้นและสร้างปัญหาให้กับบุปผามากขึ้น
พระองค์ทรงส่งขันทีจงให้ไปสืบข่าวคราวของบุปผาอยู่เสมอ ขันทีจงกลับมารายงานว่าบุปผาถูกกักบริเวณและต้องเผชิญหน้ากับคำตำหนิมากมาย ทำให้องค์จักรพรรดิอัคราทรงรู้สึกเป็นห่วงและโกรธแค้นยิ่งนัก
"นางไม่ควรต้องมาเจอเรื่องเช่นนี้" พระองค์ตรัสด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ทั้งหมดเป็นเพราะเรา"
"ฝ่าบาทอย่าได้ทรงโทษพระองค์เองเลยพ่ะย่ะค่ะ" ขันทีจงทูล "บุปผานางเป็นคนดี นางไม่เคยคิดร้ายกับผู้ใด"
"เราจะทำอย่างไรดี ท่านจง" พระองค์ตรัส "เราไม่สามารถปล่อยให้นางต้องทนทุกข์อยู่เช่นนี้ได้"
ขันทีจงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ข้าพระองค์คิดว่า ฝ่าบาทควรจะทรงหาทางช่วยเหลือบุปผาอย่างเปิดเผยพ่ะย่ะค่ะ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่านางไม่ได้เป็นหญิงสามัญชนธรรมดา และเพื่อลดแรงกดดันจากขุนนาง"
"เปิดเผยเช่นนั้นหรือ" พระองค์ตรัส "แต่หากทำเช่นนั้น นางจะต้องตกอยู่ในอันตรายมากขึ้นไปอีก"
"อาจจะไม่พ่ะย่ะค่ะ หากฝ่าบาททรงให้ตำแหน่งแก่นาง หรือทรงแต่งตั้งให้นางเป็นอะไรบางอย่างในราชสำนัก ตำแหน่งนั้นจะช่วยคุ้มครองนางได้พ่ะย่ะค่ะ" ขันทีจงเสนอแนะ
องค์จักรพรรดิอัคราทรงครุ่นคิดตามคำแนะนำของขันทีจง การให้ตำแหน่งแก่นางจะทำให้นางมีสถานะในราชสำนัก แม้จะไม่ใช่ตำแหน่งที่สูงส่ง แต่ก็สามารถปกป้องนางจากการถูกรังแกได้ในระดับหนึ่ง
"ท่านจง" พระองค์ตรัส "เราจะแต่งตั้งบุปผาเป็น...จิตรกรหลวงประจำราชสำนัก"
ขันทีจงประหลาดใจเล็กน้อย "จิตรกรหลวงหรือพ่ะย่ะค่ะ ตำแหน่งนี้ไม่เคยมีมาก่อนเลยพ่ะย่ะค่ะ"
"ก็จะมีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป" พระองค์ตรัสด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "เราจะมอบหมายให้นางรับผิดชอบในการวาดภาพทิวทัศน์และดอกไม้นานาพรรณในอุทยาน และให้นางมีห้องทำงานส่วนตัวที่แยกออกจากห้องเครื่อง เพื่อให้นางสามารถทำงานได้อย่างอิสระ"
"พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท" ขันทีจงโค้งคำนับด้วยความยินดี "ข้าพระองค์จะดำเนินการตามพระบัญชา"
พระราชโองการขององค์จักรพรรดิอัคราถูกประกาศออกไปอย่างรวดเร็ว สร้างความแตกตื่นให้กับราชสำนักเป็นอย่างมาก การแต่งตั้งหญิงสามัญชนผู้หนึ่งขึ้นเป็นจิตรกรหลวงประจำราชสำนัก โดยที่ไม่มีตำแหน่งนี้มาก่อน ถือเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์
เสนาบดีกระทรวงกลาโหมและเหล่าขุนนางต่างพากันไม่พอใจอย่างมาก พวกเขาพยายามทูลทัดทาน แต่ก็ไม่เป็นผล องค์จักรพรรดิอัคราทรงยืนกรานในพระประสงค์ของพระองค์
"จิตรกรหลวงจะมีหน้าที่สำคัญในการบันทึกความงามของแผ่นดิน และสร้างสรรค์ศิลปะเพื่อจรรโลงใจประชาชน" พระองค์ตรัสในที่ประชุมขุนนาง "นี่คือการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของชาติ"
แม้จะทรงให้เหตุผลอย่างสมเหตุสมผล แต่ทุกคนก็รู้ดีว่าเบื้องหลังการแต่งตั้งครั้งนี้คืออะไร และมันยิ่งทำให้สายตาที่จับจ้องไปยังบุปผาและองค์จักรพรรดิอัคราทวีความเข้มข้นขึ้นไปอีก
เมื่อบุปผาได้รับทราบข่าวการแต่งตั้ง นางก็รู้สึกตกใจและประหลาดใจอย่างที่สุด นางไม่เคยคาดคิดว่าจะมีสิ่งเช่นนี้เกิดขึ้นในชีวิตของนาง
คุณหญิงจันทร์เทวีเข้ามาหานางด้วยสีหน้าบูดบึ้ง "เจ้า! เจ้ามันเป็นตัวซวยจริงๆ! สร้างปัญหาไม่พอ ยังมีหน้ามาได้รับตำแหน่งสูงส่งเช่นนี้อีก!"
บุปผาได้แต่ก้มหน้านิ่ง ไม่รู้จะตอบโต้อย่างไร
แต่หลังจากนั้นไม่นาน ขันทีจงก็มานำตัวบุปผาไปยังห้องทำงานแห่งใหม่ ห้องนั้นกว้างขวาง สว่างไสว มีหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นทิวทัศน์ของอุทยานได้อย่างชัดเจน ภายในห้องมีอุปกรณ์วาดภาพครบครัน และมีสาวใช้คอยรับใช้ส่วนตัวอีกสองคน
"นี่คือห้องทำงานส่วนตัวของท่านจิตรกรหลวงพ่ะย่ะค่ะ" ขันทีจงกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ฝ่าบาททรงมีพระราชบัญชาให้ท่านสามารถทำงานได้อย่างอิสระ และไม่มีผู้ใดสามารถมารบกวนท่านได้"
บุปผาน้ำตาคลอเบ้า นางมองไปยังห้องทำงานอันงดงาม และรู้สึกถึงพระเมตตาขององค์จักรพรรดิอัครา นางรู้ดีว่าการแต่งตั้งครั้งนี้เป็นสิ่งที่พระองค์ทรงทำเพื่อปกป้องนาง
"ขอบพระคุณท่านขันทีจง" บุปผากล่าวเสียงสั่นเครือ "และข้า...ขอบพระคุณองค์จักรพรรดิ"
แม้จะได้รับตำแหน่งและห้องทำงานที่สะดวกสบาย แต่บุปผาก็ยังคงรู้สึกถึงสายตาที่จับจ้องจากทุกทิศทาง เหล่าข้าราชบริพารและสาวใช้ในวังต่างพากันซุบซิบนินทาเมื่อเห็นนางผ่านไปมา บางคนก็มองด้วยความอิจฉา บางคนก็มองด้วยความสงสัย
บุปผาเริ่มเข้าใจแล้วว่าโลกของราชสำนักนั้นซับซ้อนและเต็มไปด้วยอันตรายเพียงใด นางจะต้องเข้มแข็งขึ้น เพื่อที่จะสามารถยืนหยัดอยู่ในสถานที่แห่งนี้ได้ และเพื่อที่จะไม่ทำให้พระเมตตาขององค์จักรพรรดิอัคราต้องเสียเปล่า
ในคืนนั้น องค์จักรพรรดิอัคราทรงประทับอยู่บนพระแท่นบรรทม ทอดพระเนตรไปยังดวงจันทร์ที่ส่องแสงนวลงาม พระองค์ทรงทราบดีว่าการกระทำของพระองค์ได้สร้างความไม่พอใจให้กับขุนนางจำนวนมาก และเป็นการเปิดเผยความรู้สึกที่มีต่อบุปผาให้ทุกคนได้รับรู้
แต่พระองค์ก็ไม่เสียพระทัย การปกป้องบุปผาเป็นสิ่งที่พระองค์ต้องทำ ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร พระองค์ทรงยอมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายทั้งหมด เพื่อให้หญิงสาวผู้บริสุทธิ์ผู้นั้นได้มีชีวิตที่สงบสุข
ความรักอันบริสุทธิ์ที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความโดดเดี่ยวขององค์จักรพรรดิและพรสวรรค์ของหญิงสามัญชน บัดนี้ได้ถูกสายตาจับจ้องของราชสำนัก การเดินทางของทั้งสองเพิ่งเริ่มต้นขึ้น และอุปสรรคข้างหน้ายังคงอีกยาวไกลนัก

บุปผาเคียงบัลลังก์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก