ยามราตรีแห่งนครหลวงหวนคืนมาอีกครา แสงจันทร์ทอประกายเรืองรองส่องผ่านบานหน้าต่างไม้แกะสลักเข้ามาในห้องบรรทมขององค์จักรพรรดิอัครา ทว่าแสงนวลนั้นไม่อาจขับไล่เงามืดแห่งความกังวลที่ปกคลุมพระพักตร์ของพระองค์ไปได้ ข่าวสารจากชายแดนที่เพิ่งมาถึงเมื่อหัวค่ำ สร้างความหนักใจให้แก่พระองค์ยิ่งนัก
"ท่านจง รายงานจากแม่ทัพวัง เป็นอย่างไรบ้าง" พระองค์ตรัสถามขันทีเฒ่าผู้จงรักภักดีที่ยืนอยู่ข้างพระแท่น
ขันทีจงถอนหายใจยาว "กราบทูลฝ่าบาท กองทัพของแคว้นอู๋ได้รุกคืบเข้ามาประชิดชายแดนทางทิศตะวันออกแล้วพ่ะย่ะค่ะ พวกมันเตรียมพร้อมที่จะบุกเข้ามาทุกเมื่อ"
องค์จักรพรรดิอัคราทรงกำพระหัตถ์แน่น แววพระเนตรฉายแววเด็ดเดี่ยวแต่ก็แฝงไว้ด้วยความอ่อนล้า "แคว้นอู๋...พวกมันยังไม่เลิกราอีกหรือ"
"ดูเหมือนว่าแผนการรวมแผ่นดินขององค์ชายรองแห่งแคว้นอู๋จะยังคงดำเนินต่อไปพ่ะย่ะค่ะ และครั้งนี้ดูเหมือนพวกมันจะได้รับการสนับสนุนจาก...บางกลุ่มในราชสำนักของเรา" ขันทีจงกล่าวเสียงแผ่วลงเมื่อเห็นสีพระพักตร์ขององค์จักรพรรดิ
พระองค์ทรงทราบดีว่า "บางกลุ่ม" ที่ขันทีจงเอ่ยถึงนั้นหมายถึงใคร มันไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเสนาบดีกระทรวงกลาโหมและพรรคพวกของเขา ซึ่งเป็นบิดาและเครือญาติของพระสนมเอกเหมันต์ พวกเขาต้องการที่จะโค่นล้มพระองค์ และยกองค์ชายรองของแคว้นอู๋ขึ้นเป็นประมุขคนใหม่ เพื่อที่พวกเขาจะสามารถควบคุมอำนาจเบื้องหลังได้ง่ายขึ้น
"มรสุมการเมืองถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน" พระองค์ตรัสกับพระองค์เอง "แล้วยังจะต้องมาเผชิญหน้ากับศัตรูภายนอกอีก"
ในขณะที่องค์จักรพรรดิอัคราทรงกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ของแผ่นดิน ภายในพระราชวังชั้นใน บุปผาก็จมดิ่งอยู่ในความทุกข์ระทมไม่แพ้กัน
เมื่อสองวันก่อน มีการค้นพบหลักฐานชิ้นสำคัญที่ตำหนักของนาง หลักฐานที่บ่งชี้ว่านางได้รับสินบนจากราชทูตแคว้นอู๋ เพื่อเป็นสายสืบและส่งข่าวกรองให้แก่ศัตรูของแคว้น หลักฐานนั้นคือภาพวาดลายเส้นแผนผังพระราชวังอย่างละเอียด ที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นห้องทำงานของนาง พร้อมกับถุงเงินทองจำนวนมหาศาล
"เจ้า! เจ้าเป็นสายลับของแคว้นอู๋หรือ!" คุณหญิงจันทร์เทวีตวาดใส่นางด้วยสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น "ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะกล้าทรยศต่อแผ่นดินได้ถึงเพียงนี้!"
บุปผาคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าขุนนางผู้ใหญ่และเหล่าพระสนมที่มาพร้อมกันเพื่อเป็นพยานใน "การจับกุม" นาง แววตาของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความเจ็บปวด
"ไม่จริงเจ้าค่ะ" บุปผากล่าวเสียงสั่นเครือ "ข้าไม่เคยทำเรื่องเช่นนั้น ข้าไม่เคยได้รับสินบนจากผู้ใด และข้าก็ไม่เคยคิดที่จะทรยศต่อแผ่นดิน"
"หลักฐานชัดเจนอยู่ตรงหน้าเจ้าจะปฏิเสธไปได้อย่างไร" พระสนมเอกเหมันต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "ภาพวาดแผนผังพระราชวังอย่างละเอียดเช่นนี้ ไม่ใช่ช่างวาดภาพธรรมดาจะทำได้ หากไม่ใช่สายลับที่ถูกส่งมาเพื่อการนี้"
"ข้า...ข้าเป็นจิตรกรหลวงเจ้าค่ะ" บุปผาพยายามอธิบาย "ข้าได้รับอนุญาตให้วาดภาพทุกสิ่งในพระราชวัง และแผนผังเหล่านั้นเป็นเพียงภาพร่างที่ข้าใช้เพื่อการศึกษาโครงสร้างสถาปัตยกรรมเท่านั้น"
"เหลวไหล!" เสนาบดีกระทรวงกลาโหมตวาด "แผนผังที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นห้องทำงานของเจ้า พร้อมกับเงินทองจำนวนมหาศาลนั้น มันไม่ใช่แค่ภาพร่างเพื่อการศึกษา! มันคือหลักฐานการทรยศชาติ!"
บุปผาพยายามมองหาความช่วยเหลือจากใครบางคน แต่ทุกคนที่อยู่ในห้องนั้นต่างมองนางด้วยสายตาตำหนิและรังเกียจ ไม่มีใครเชื่อในความบริสุทธิ์ของนาง
"จับนางไปคุมขังไว้ที่คุกหลวง รอการสอบสวนจากองค์จักรพรรดิ" เสนาบดีกระทรวงกลาโหมออกคำสั่ง
บุปผาถูกทหารหลวงลากตัวออกไปจากห้องทำงานของตนเอง นางหันกลับไปมองภาพวาดดอกบัวหลวงที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์บนผืนผ้าใบ น้ำตาไหลอาบแก้ม นางไม่รู้ว่าชะตากรรมของนางจะเป็นเช่นไรต่อไป และไม่รู้ว่าองค์จักรพรรดิอัคราจะเชื่อในตัวนางหรือไม่
ข่าวการจับกุมบุปผาในข้อหาเป็นสายลับของแคว้นอู๋ สร้างความปั่นป่วนให้กับราชสำนักยิ่งกว่าเดิม เหล่าขุนนางและประชาชนต่างพากันกล่าวขวัญถึงเรื่องนี้อย่างกว้างขวาง หลายคนเชื่อว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่จะกำจัดหญิงสามัญชนผู้นี้ออกไปจากพระราชวัง เพื่อรักษาพระเกียรติขององค์จักรพรรดิ
เมื่อองค์จักรพรรดิอัคราทรงได้รับรายงานเรื่องการจับกุมบุปผา พระองค์ทรงรู้สึกราวกับฟ้าผ่าลงกลางพระทัย พระองค์ทรงทราบทันทีว่านี่คือแผนการของเสนาบดีกระทรวงกลาโหมที่จะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการโจมตีพระองค์และควบคุมอำนาจทางการเมือง
"พวกเขาต้องการที่จะกำจัดบุปผา เพื่อให้เราอ่อนแอลง" พระองค์ตรัสกับขันทีจงด้วยพระสุรเสียงที่สั่นเครือ "แต่เราจะไม่มีวันยอมให้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้น!"
"ฝ่าบาทต้องทรงระมัดระวังพ่ะย่ะค่ะ" ขันทีจงทูล "เสนาบดีกระทรวงกลาโหมมีอำนาจและอิทธิพลมากในตอนนี้ หากฝ่าบาททรงแสดงการปกป้องบุปผาอย่างเปิดเผย อาจจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก"
"แต่เราจะปล่อยให้นางต้องเผชิญกับชะตากรรมเช่นนั้นได้อย่างไร" พระองค์ตรัส "เราเชื่อในความบริสุทธิ์ของนาง นางไม่มีวันทำเรื่องทรยศชาติเช่นนั้นแน่นอน"
ในคุกหลวงที่มืดมิดและอับชื้น บุปผานั่งกอดเข่าอยู่บนพื้นหินเย็นเยียบ ร่างกายของนางสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บและความกลัว นางไม่เคยก้าวเท้าเข้ามาในสถานที่ที่น่าหวาดกลัวเช่นนี้มาก่อน
"องค์จักรพรรดิ...ท่านจะเชื่อในตัวข้าหรือไม่" นางพึมพำกับตัวเอง น้ำตาไหลริน
ในขณะเดียวกัน องค์จักรพรรดิอัคราทรงประทับอยู่หน้าโต๊ะทรงงาน ทอดพระเนตรแผนที่แคว้นที่กองทัพอู๋กำลังรุกคืบเข้ามา พระองค์ทรงรู้สึกถึงแรงกดดันจากทุกทิศทาง
"ฝ่าบาท" ขันทีจงเดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารฉบับหนึ่ง "นี่คือรายงานการสอบสวนเบื้องต้นของบุปผาพ่ะย่ะค่ะ"
พระองค์ทรงรับเอกสารมาอ่านด้วยพระหัตถ์ที่สั่นเล็กน้อย รายละเอียดในรายงานระบุถึงหลักฐานที่พบ การรับสารภาพจากคนรับใช้บางคนที่อ้างว่าเคยเห็นบุปผาแอบพบกับคนแปลกหน้า และคำให้การที่ถูกบิดเบือนไปจากความจริงทั้งหมด
"นี่มันเรื่องเหลวไหล!" พระองค์ตรัสด้วยความโกรธ "ทั้งหมดนี่คือการจัดฉาก!"
"ข้าพระองค์ก็คิดเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ" ขันทีจงทูล "ดูเหมือนว่าจะมีผู้ที่จงใจวางแผนเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายบุปผาและทำลายพระเกียรติของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ"
องค์จักรพรรดิอัคราทรงลุกขึ้นยืน พระพักตร์เคร่งเครียด "เราจะไม่มีวันยอมให้พวกเขาทำร้ายบุปผาได้"
พระองค์ทรงสั่งให้ขันทีจงจัดเตรียมการเข้าพบบุปผาในคุกหลวงอย่างลับๆ ในคืนนั้นเอง
เมื่อพระองค์เสด็จไปถึงคุกหลวง บุปผาก็ยังคงนั่งกอดเข่าอยู่บนพื้น นางดูอ่อนแอและหวาดกลัวจนน่าสงสาร
"บุปผา" พระองค์ตรัสเรียกชื่อนางเบาๆ
บุปผาเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นองค์จักรพรรดิอัคราประทับอยู่ตรงหน้า นางก็รีบลุกขึ้นคุกเข่า
"ฝ่าบาท..." เสียงของนางแหบพร่า
พระองค์ทรงก้าวเข้าไปใกล้นาง ทรงใช้พระหัตถ์ยกพระพักตร์ของนางขึ้น "ไม่ต้องกลัว เราเชื่อในความบริสุทธิ์ของท่าน"
น้ำตาของบุปผาไหลทะลักออกมาทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น "ข้า...ข้าไม่เคยทำเรื่องเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะฝ่าบาท ข้าไม่ได้เป็นสายลับ ข้าไม่ได้ทรยศต่อแผ่นดิน"
"เราทราบดี" พระองค์ตรัส "เราเชื่อในตัวท่านเสมอ"
คำพูดขององค์จักรพรรดิเป็นเหมือนแสงสว่างในความมืดมิดของบุปผา นางรู้สึกอบอุ่นในหัวใจที่อย่างน้อยก็ยังมีใครสักคนที่เชื่อในตัวนาง
"แต่...หลักฐานทั้งหมด..." บุปผากล่าว "และขุนนางทุกคนก็เชื่อว่าข้าเป็นคนผิด"
"หลักฐานเหล่านั้นล้วนถูกจัดฉากขึ้นมา" พระองค์ตรัส "พวกเขากำลังใช้ท่านเป็นเครื่องมือในการโจมตีเรา"
"พวกเขาต้องการอะไรจากฝ่าบาทหรือเจ้าคะ" บุปผาถาม
องค์จักรพรรดิอัคราทรงถอนหายใจ "พวกเขาสมคบคิดกับองค์ชายรองแห่งแคว้นอู๋ เพื่อที่จะโค่นล้มเราและยึดอำนาจในราชบัลลังก์"
บุปผาตกใจกับคำตอบนั้น นางไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องราวจะซับซ้อนและอันตรายถึงเพียงนี้
"แล้วข้าจะต้องทำอย่างไรเจ้าคะ" นางถามด้วยความสิ้นหวัง
"ท่านจะต้องเข้มแข็ง บุปผา" พระองค์ตรัส "เราจะปกป้องท่านเอง เราจะหาทางพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของท่าน และจะเปิดโปงแผนการร้ายของพวกเขาให้ได้"
พระองค์ทรงจับมือของบุปผาไว้แน่น ความอบอุ่นจากพระหัตถ์ของพระองค์ส่งผ่านความหวังและกำลังใจมาให้นาง
"แต่ในตอนนี้ ท่านจะต้องอยู่ในคุกหลวงไปก่อน" พระองค์ตรัส "เพื่อความปลอดภัยของท่าน และเพื่อที่เราจะได้มีเวลาวางแผนรับมือ"
บุปผาพยักหน้าช้าๆ "ข้าจะรอฝ่าบาทเจ้าค่ะ"
องค์จักรพรรดิอัคราทรงประทับอยู่กับบุปผาอีกครู่ใหญ่ ทรงปลอบโยนนางและให้กำลังใจ ก่อนที่จะเสด็จจากไปพร้อมกับความมุ่งมั่นที่จะเปิดโปงความจริงและปกป้องหญิงสาวอันเป็นที่รัก
เมื่อกลับมาถึงตำหนัก องค์จักรพรรดิอัคราก็ทรงเรียกขันทีจงเข้ามาปรึกษา พระองค์ทรงตัดสินพระทัยแล้วว่าจะต้องรับมือกับมรสุมการเมืองครั้งนี้อย่างเด็ดขาด และจะต้องจัดการกับเงาอดีตที่คอยกัดกินราชบัลลังก์มานานแสนนาน
"ท่านจง" พระองค์ตรัส "เราจะต้องสืบหาความจริงเบื้องหลังแผนผังที่พบในห้องของบุปผา และจะต้องหาหลักฐานที่บ่งชี้ว่าเสนาบดีกระทรวงกลาโหมสมคบคิดกับแคว้นอู๋"
"พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท" ขันทีจงทูล "ข้าพระองค์จะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือบุปผาและปกป้องฝ่าบาท"
ในค่ำคืนนั้น องค์จักรพรรดิอัคราทรงบรรทมไม่หลับ พระองค์ทรงครุ่นคิดถึงแผนการที่จะต้องใช้ในการรับมือกับศัตรูทั้งภายในและภายนอก ในขณะที่บุปผาก็ยังคงนั่งอยู่ในคุกหลวงด้วยความหวังอันริบหรี่
มรสุมการเมืองครั้งนี้รุนแรงยิ่งนัก และเงาอดีตที่ซับซ้อนก็เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งสองจะต้องฝ่าฟันอุปสรรคครั้งใหญ่หลวงนี้ไปด้วยกัน เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของบุปผา และเพื่อรักษาบัลลังก์ขององค์จักรพรรดิอัคราให้คงอยู่ต่อไป

บุปผาเคียงบัลลังก์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก