สองวันผ่านไปอย่างเชื่องช้าในคุกหลวงที่มืดมิด บุปผาต้องทนทุกข์ทรมานกับความหวาดกลัวและความอ้างว้าง แต่คำปลอบโยนและแววตาเชื่อมั่นขององค์จักรพรรดิอัครายังคงเป็นแสงสว่างเดียวที่ทำให้นางมีกำลังใจ นางเฝ้ารอคอยความช่วยเหลือจากพระองค์อย่างใจจดใจจ่อ
ในขณะเดียวกัน องค์จักรพรรดิอัคราทรงใช้เวลาสองวันนี้อย่างเร่งรีบและรอบคอบ พระองค์ทรงสั่งให้ขันทีจงรวบรวมข้อมูลลับเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของเสนาบดีกระทรวงกลาโหมและพรรคพวก รวมถึงความสัมพันธ์กับแคว้นอู๋ ขันทีจงผู้เชี่ยวชาญในการสอดแนมและมีเครือข่ายลับมากมาย ได้นำข้อมูลสำคัญที่น่าตกใจมาถวาย
"กราบทูลฝ่าบาท" ขันทีจงทูลด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ข้าพระองค์พบหลักฐานว่าเสนาบดีกระทรวงกลาโหมได้ส่งเสบียงและอาวุธบางส่วนไปให้กองทัพแคว้นอู๋จริงพ่ะย่ะค่ะ และยังมีการติดต่อลับกับองค์ชายรองแห่งแคว้นอู๋มานานแล้ว"
องค์จักรพรรดิอัคราทรงกำพระหัตถ์แน่น แววพระเนตรเต็มไปด้วยความโกรธแค้น "เป็นเช่นนั้นจริงๆ หรือ! พวกเขาคิดจะทรยศต่อแผ่นดินและโค่นล้มเรา!"
"พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท" ขันทีจงทูล "และแผนผังพระราชวังที่พบในห้องของบุปผานั้น ก็เป็นแผนผังเก่าพ่ะย่ะค่ะ เป็นแผนผังที่เคยถูกทำขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อน เพื่อการบูรณะพระราชวัง แต่ไม่ได้ถูกใช้งานจริง เพราะมีการเปลี่ยนแปลงแผนการก่อสร้างในภายหลัง และแผนผังนั้นก็ถูกเก็บไว้ในห้องลับของกรมโยธาพ่ะย่ะค่ะ"
"หมายความว่า...พวกเขานำแผนผังเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว มาใส่ร้ายบุปผาเช่นนั้นหรือ" พระองค์ตรัสด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"พ่ะย่ะค่ะ และข้าพระองค์ยังพบว่าสาวใช้ที่ให้การปรักปรำบุปผานั้น ได้รับสินบนจากคุณหญิงจันทร์เทวีพ่ะย่ะค่ะ" ขันทีจงทูล
องค์จักรพรรดิอัคคราทรงพยักพระพักตร์ "ดีมากท่านจง เตรียมหลักฐานทั้งหมดนี้ให้พร้อม เราจะใช้มันในการเปิดโปงแผนการร้ายของพวกเขาในวันพรุ่งนี้"
วันรุ่งขึ้น ท้องพระโรงเต็มไปด้วยเหล่าขุนนางผู้ใหญ่ พระสนมเอกเหมันต์และคุณหญิงจันทร์เทวีต่างยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนด้วยสีหน้าเย่อหยิ่งและมั่นใจในชัยชนะ การพิจารณาคดีของบุปผาถูกจัดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความยุติธรรมของราชสำนัก และเพื่อเป็นการกำจัดเสี้ยนหนามที่ขวางทางของพวกเขา
บุปผาถูกนำตัวเข้ามาในท้องพระโรง นางสวมชุดนักโทษสีขาวซีด ใบหน้าซีดเซียว แต่แววตาของนางยังคงฉายแววเด็ดเดี่ยวเมื่อเห็นองค์จักรพรรดิอัคราประทับอยู่บนบัลลังก์ นางรู้ว่าพระองค์จะทรงปกป้องนาง
"นำตัวผู้ต้องหาเข้ามา!" เสนาบดีกระทรวงกลาโหมกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน "บุปผา เจ้าถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดกับศัตรูของแผ่นดิน เป็นสายลับของแคว้นอู๋ และทรยศต่อองค์จักรพรรดิ เจ้าจะแก้ต่างอย่างไร"
บุปผาคุกเข่าลง "กราบทูลฝ่าบาท ข้าพระองค์บริสุทธิ์เจ้าค่ะ ข้าพระองค์ไม่เคยทำเรื่องเช่นนั้น"
"หลักฐานชัดเจนอยู่ตรงหน้าเจ้าจะปฏิเสธไปได้อย่างไร!" พระสนมเอกเหมันต์เอ่ยขึ้น "แผนผังพระราชวังที่ซ่อนอยู่ในห้องของเจ้าพร้อมกับเงินทองจำนวนมหาศาลนั้น เป็นข้อพิสูจน์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้"
องค์จักรพรรดิอัคราทรงนิ่งเงียบ ปล่อยให้เสนาบดีและพระสนมเอกแสดงบทบาทของตนเองไปก่อน พระพักตร์ของพระองค์เรียบเฉยจนยากที่จะคาดเดาความรู้สึก
"ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ" เสนาบดีกระทรวงกลาโหมทูล "ข้าพระองค์เห็นว่าหลักฐานชัดแจ้งเช่นนี้ ควรที่จะตัดสินโทษประหารชีวิตแก่นาง เพื่อเป็นการรักษาความมั่นคงของแผ่นดินพ่ะย่ะค่ะ"
เหล่าขุนนางหลายคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย บรรยากาศในท้องพระโรงเต็มไปด้วยความตึงเครียด
เมื่อเสียงในท้องพระโรงเริ่มเงียบลง องค์จักรพรรดิอัคราก็ทรงเปล่งพระสุรเสียงอันทรงอำนาจออกมา
"พอได้แล้ว" พระองค์ตรัส "เราได้พิจารณาหลักฐานทั้งหมดแล้ว และได้ทำการสืบสวนเป็นการส่วนตัวด้วย"
ทุกคนในท้องพระโรงต่างพากันตกใจ ไม่เคยมีใครคิดว่าองค์จักรพรรดิจะทรงทำการสืบสวนด้วยพระองค์เอง
"หลักฐานที่พบในห้องของบุปผานั้น เป็นแผนผังเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว และถูกนำมาใส่ร้ายนาง" พระองค์ตรัสด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา "และเงินทองที่พบนั้น ก็เป็นเพียงเงินที่ถูกนำมาวางไว้ เพื่อสร้างสถานการณ์เท่านั้น"
เสียงซุบซิบดังขึ้นในท้องพระโรง เสนาบดีกระทรวงกลาโหมและพระสนมเอกเหมันต์ต่างมีสีหน้าซีดเผือด
"และไม่เพียงเท่านั้น" องค์จักรพรรดิอัคคราตรัสต่อ "เรายังพบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าเสนาบดีกระทรวงกลาโหมได้สมคบคิดกับองค์ชายรองแห่งแคว้นอู๋ ส่งเสบียงและอาวุธให้แก่ศัตรูของแผ่นดิน และวางแผนที่จะโค่นล้มเราจากบัลลังก์!"
เมื่อสิ้นเสียงขององค์จักรพรรดิ ทหารหลวงที่ซ่อนตัวอยู่ก็ได้ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับนำกล่องไม้ที่บรรจุเอกสารลับและจดหมายโต้ตอบระหว่างเสนาบดีกระทรวงกลาโหมกับองค์ชายรองแห่งแคว้นอู๋มาวางไว้เบื้องหน้าบัลลังก์
เสนาบดีกระทรวงกลาโหมทรุดตัวลงคุกเข่าทันที ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับไร้สีเลือด พระสนมเอกเหมันต์และคุณหญิงจันทร์เทวีต่างพากันหน้าถอดสี ไม่คิดว่าแผนการของพวกเขาจะถูกเปิดโปงอย่างหมดเปลือก
"เสนาบดีกระทรวงกลาโหม เจ้าจะแก้ต่างอย่างไร" องค์จักรพรรดิอัคราตรัสด้วยพระสุรเสียงที่ทรงอำนาจและเด็ดขาด
เสนาบดีกระทรวงกลาโหมไม่สามารถพูดอะไรได้อีก เขาได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรม
"และพระสนมเอกเหมันต์" พระองค์ตรัส "เจ้าสมคบคิดกับบิดาของเจ้าในการโค่นล้มเรา และยังใส่ร้ายป้ายสีบุปผาผู้บริสุทธิ์ โทษของเจ้าก็คือ..."
"ฝ่าบาท!" พระสนมเอกเหมันต์รีบคุกเข่าลง "หม่อมฉันขออภัย หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจ!"
"คำขออภัยของเจ้าสายเกินไปแล้ว" พระองค์ตรัส "เราจะปลดเจ้าออกจากตำแหน่งพระสนมเอก และสั่งให้นำตัวไปขังไว้ที่ตำหนักเย็น ไม่ให้พบปะผู้ใดตลอดชีวิต!"
พระสนมเอกเหมันต์กรีดร้องออกมาด้วยความสิ้นหวัง แต่ก็ไม่มีใครกล้าขัดขืนพระบัญชาขององค์จักรพรรดิ
"ส่วนคุณหญิงจันทร์เทวี" องค์จักรพรรดิอัคราตรัส "เจ้าสมคบคิดในการใส่ร้ายบุปผา และยังบังอาจทำร้ายจิตใจผู้บริสุทธิ์ เราจะปลดเจ้าออกจากตำแหน่งหัวหน้าห้องเครื่อง และเนรเทศออกจากพระราชวัง ห้ามกลับเข้ามาอีกตลอดชีวิต!"
คุณหญิงจันทร์เทวีทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความตกใจและเสียใจ
องค์จักรพรรดิอัคราทรงหันไปมองบุปผา นางยังคงคุกเข่าอยู่ น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความตื้นตันใจ นางไม่เคยคิดเลยว่าพระองค์จะทรงสามารถคลี่คลายสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ได้
"บุปผา" พระองค์ตรัสด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ความบริสุทธิ์ของท่านได้รับการพิสูจน์แล้ว ท่านพ้นจากข้อกล่าวหาทั้งหมด"
บุปผาก้มลงกราบแทบพระบาท "ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอบพระทัยสำหรับพระเมตตาของฝ่าบาท"
"ลุกขึ้นเถิด" พระองค์ตรัส "เรามีสิ่งที่จะบอกท่าน"
บุปผาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ดวงตาคู่สวยมองไปยังองค์จักรพรรดิอัคราด้วยความรักและความเคารพ
"บุปผา" พระองค์ตรัส "ท่านเป็นหญิงสาวผู้มีจิตใจบริสุทธิ์ มีพรสวรรค์ และมีความเข้มแข็ง เราต้องการให้ท่านอยู่เคียงข้างเรา เพื่อช่วยสร้างสรรค์แผ่นดินให้งดงามและสงบสุข"
เหล่าขุนนางในท้องพระโรงต่างพากันเงียบกริบ ไม่กล้าส่งเสียงใดๆ
"เราจะแต่งตั้งท่านเป็น...องค์ราชินีบุปผา เคียงคู่บัลลังก์ของเรา นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป" พระองค์ตรัสด้วยพระสุรเสียงอันหนักแน่นและชัดเจน
คำประกาศขององค์จักรพรรดิอัคราสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนในท้องพระโรง ไม่มีใครเคยคาดคิดว่าพระองค์จะทรงตัดสินพระทัยแต่งตั้งหญิงสามัญชนขึ้นเป็นองค์ราชินี
บุปผาเองก็ตกใจเช่นกัน นางไม่เคยคิดฝันว่าจะได้รับเกียรติอันสูงสุดถึงเพียงนี้ น้ำตาแห่งความสุขไหลอาบแก้มของนาง
"ฝ่าบาท..." นางพึมพำ
องค์จักรพรรดิอัคราทรงเสด็จลงจากบัลลังก์ ก้าวมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าบุปผา พระองค์ทรงใช้พระหัตถ์เช็ดน้ำตาให้นาง
"ท่านคู่ควรกับตำแหน่งนี้ บุปผา" พระองค์ตรัสด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ท่านคือดอกไม้ที่งดงามที่สุด ที่จะเบ่งบานเคียงคู่บัลลังก์ของเรา"
พระองค์ทรงจับมือของบุปผาไว้แน่น และนำนางขึ้นไปยืนเคียงข้างพระองค์บนบัลลังก์สูงสุด
"จงถวายพระพรแด่องค์ราชินีบุปผา!" ขันทีจงประกาศเสียงดัง
เหล่าขุนนางที่ยังคงตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่างพากันคุกเข่าลงถวายพระพรแด่องค์ราชินีองค์ใหม่ แม้จะยังคงมีบางคนที่ยังไม่เห็นด้วย แต่ก็ไม่มีใครกล้าขัดขืนพระบัญชาขององค์จักรพรรดิอีกต่อไปแล้ว
วันนั้นเป็นวันที่ประวัติศาสตร์ของแคว้นได้ถูกจารึกขึ้นใหม่ การที่หญิงสามัญชนผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์และจิตใจบริสุทธิ์ ได้ขึ้นเป็นองค์ราชินีเคียงคู่บัลลังก์ขององค์จักรพรรดิอัคราผู้โดดเดี่ยว
บุปผาหันไปมององค์จักรพรรดิอัครา แววตาของนางเต็มไปด้วยความรัก ความซาบซึ้ง และความมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด พระองค์ทรงยิ้มให้นาง รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขและความโล่งใจ
แม้เส้นทางข้างหน้าจะยังคงมีอุปสรรคและความท้าทายอีกมากมาย แต่บัดนี้บุปผาไม่ได้อยู่เพียงลำพังอีกต่อไปแล้ว นางมีองค์จักรพรรดิอัคราอยู่เคียงข้าง และความรักอันบริสุทธิ์ของทั้งสองจะเป็นพลังขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งที่สุด ที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถฝ่าฟันทุกสิ่งไปได้
ดอกบัวหลวงที่เคยเบ่งบานอย่างโดดเดี่ยวในอุทยาน บัดนี้ได้ผลิบานอย่างสง่างามเคียงคู่บัลลังก์สูงสุด เป็นสัญลักษณ์ของความรักที่ไม่ยอมแพ้ต่อชนชั้นและกฎเกณฑ์ใดๆ ความรักที่งดงามและบริสุทธิ์ดุจดั่งบุปผาที่พร้อมจะเบ่งบานตลอดไปตราบเท่าที่ยังมีแสงตะวันสาดส่องลงมา.

บุปผาเคียงบัลลังก์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก