สองวันถัดมา บุปผาตัดสินใจแล้ว เธอตื่นนอนตั้งแต่เช้าตรู่ ช่วยมารดาเตรียมอาหาร และนั่งลงรับประทานข้าวต้มร้อนๆ ด้วยกัน พ่อของเธอนั่งจิบชาอยู่ข้างๆ บรรยากาศภายในเรือนไม้เล็กๆ ยังคงอบอวลไปด้วยความรักและความอบอุ่น แต่วันนี้มีบางอย่างที่แตกต่างออกไป ความเงียบที่แฝงไว้ด้วยความอาลัยอาวรณ์
"ท่านพ่อ ท่านแม่เจ้าคะ" บุปผาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ลูกตัดสินใจแล้วเจ้าค่ะ"
พ่อและแม่ของบุปผาเงยหน้าขึ้นมองลูกสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและเป็นห่วง
"ลูกจะเข้าไปอยู่ในวังหลวงเจ้าค่ะ" บุปผากล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น "ลูกคิดว่านี่คือเส้นทางที่ลูกควรจะเดินไป พรสวรรค์ที่ลูกมี ไม่ควรจะถูกเก็บซ่อนไว้เพียงในเรือนเล็กๆ แห่งนี้ ลูกอยากจะใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด และลูกก็อยากจะตอบแทนพระเมตตาขององค์จักรพรรดิ"
มารดาของบุปผาถึงกับน้ำตาคลอเบ้า เธอโอบกอดลูกสาวอย่างแน่นหนา "ลูกแม่... แม่รู้ว่าลูกมีหัวใจที่บริสุทธิ์และมุ่งมั่น แต่ในวังหลวงนั้นเต็มไปด้วยอันตรายที่ลูกไม่อาจจะคาดคิดได้ ลูกจะต้องระมัดระวังตัวให้มากที่สุดนะลูก"
พ่อของบุปผาลูบศีรษะลูกสาวอย่างอ่อนโยน "พ่อเชื่อในตัวเจ้า บุปผา เจ้ามีจิตใจที่เข้มแข็งและบริสุทธิ์ ขอให้ความดีงามของเจ้าคุ้มครองเจ้าในวังหลวงแห่งนั้น"
ด้วยคำอวยพรจากบิดามารดา บุปผาก็รู้สึกมั่นใจและเข้มแข็งขึ้น เธอรู้ดีว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล แต่เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน
ในยามบ่าย ขันทีหลี่ก็มารับบุปผาตามสัญญา คราวนี้เขาไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่มีรถม้าขนาดใหญ่ที่ประดับประดาอย่างสวยงาม และมีนางกำนัลอาวุโสสองคนติดตามมาด้วย เพื่อคอยดูแลบุปผา
บุปผาสวมชุดผ้าไหมที่มารดาอุตส่าห์เย็บให้ เป็นชุดสีฟ้าอ่อนที่ดูเรียบง่ายแต่สง่างาม เธอหันไปกอดบิดามารดาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะก้าวขึ้นรถม้าด้วยหัวใจที่เต้นระรัว
"ดูแลตัวเองให้ดีนะลูก" มารดาของบุปผาตะโกนตามหลังมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
บุปผาโบกมือลาบิดามารดา จนกระทั่งเรือนไม้เล็กๆ ของเธอเลือนหายไปจากสายตา
รถม้าเคลื่อนตัวเข้าสู่ใจกลางพระราชวังอย่างรวดเร็ว คราวนี้บุปผาไม่ได้ถูกพาไปยังท้องพระโรงใหญ่ แต่ถูกพาไปยังตำหนักเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่เงียบสงบภายในสวนอันร่มรื่นของวังหลวง ตำหนักนี้มีชื่อว่า "ตำหนักเหมยงาม"
เมื่อลงจากรถม้า บุปผาก็ต้องตะลึงกับความงดงามของตำหนักเหมยงาม ตัวตำหนักสร้างด้วยไม้หอมแกะสลักอย่างประณีต มีบานหน้าต่างไม้ฉลุลายดอกเหมย และมีสวนดอกเหมยที่บานสะพรั่งอยู่รายรอบ กลิ่นหอมหวานของดอกเหมยลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ
"นี่คือตำหนักเหมยงามพ่ะย่ะค่ะ คุณหนูบุปผา" นางกำนัลอาวุโสที่ติดตามมาด้วยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ "ฝ่าบาททรงมีพระบัญชาให้คุณหนูพำนักอยู่ที่นี่ และทรงจัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้คุณหนูอย่างดีแล้วเจ้าค่ะ"
บุปผาเดินเข้าไปในตำหนักด้วยความรู้สึกตื่นเต้นปนประหม่า ภายในตำหนักตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่หรูหรา มีเครื่องเรือนไม้แกะสลักอย่างวิจิตร เตียงนอนที่ประดับด้วยผ้าไหมเนื้อดี และโต๊ะเขียนภาพที่จัดเตรียมไว้พร้อมสรรพ บุปผารู้สึกราวกับกำลังอยู่ในความฝัน นี่คือสถานที่ที่งดงามเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้
"ฝ่าบาททรงโปรดปรานดอกเหมยเป็นพิเศษพ่ะย่ะค่ะ และทรงเห็นว่าภาพ 'ดอกเหมยในเหมันต์' ของคุณหนูนั้นงดงามยิ่งนัก จึงทรงตั้งชื่อตำหนักนี้ตามนามภาพวาดของคุณหนู" นางกำนัลกล่าวอธิบาย
บุปผาเดินสำรวจตำหนักด้วยความชื่นชม เธอสัมผัสได้ถึงพระเมตตาขององค์จักรพรรดิที่ทรงมีต่อเธอ เธอรู้สึกขอบคุณพระองค์อย่างสุดซึ้งที่ทรงมอบเกียรติยศและสถานที่อันงดงามแห่งนี้ให้แก่เธอ
"ต่อไปนี้คุณหนูบุปผาจะได้รับตำแหน่งเป็น 'จิตรกรหลวง' และเป็นผู้ดูแลศิลปะในราชสำนักเจ้าค่ะ" นางกำนัลกล่าวต่อ "และคุณหนูจะต้องเข้าเฝ้าฝ่าบาทเพื่อถวายงานศิลปะทุกวันในยามบ่าย"
บุปผาพยักหน้ารับคำอย่างตั้งใจ เธอรู้ดีว่าหน้าที่ของเธอนั้นยิ่งใหญ่ และเธอจะต้องตั้งใจทำมันให้ดีที่สุด เพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณขององค์จักรพรรดิ
หลังจากนั้น บุปผาก็เริ่มปรับตัวเข้ากับชีวิตในวังหลวง เธอใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในตำหนักเหมยงาม รังสรรค์ภาพวาดต่างๆ ตามพระประสงค์ขององค์จักรพรรดิ บางครั้งก็วาดภาพทิวทัศน์ในพระราชอุทยาน บางครั้งก็วาดภาพดอกไม้ที่บานสะพรั่ง หรือแม้กระทั่งวาดภาพเหมือนของเหล่าเจ้าหญิงเจ้าชายตามพระประสงค์
ทุกวันในยามบ่าย บุปผาจะต้องเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิเพื่อถวายงานศิลปะ องค์จักรพรรดิภูมินทร์ทรงโปรดปรานการสนทนากับบุปผาเกี่ยวกับศิลปะและเรื่องราวต่างๆ พระองค์ทรงเห็นถึงความบริสุทธิ์และความจริงใจในตัวเด็กสาว ซึ่งหาได้ยากยิ่งในหมู่ผู้คนในราชสำนัก
การสนทนาระหว่างองค์จักรพรรดิกับบุปผาเริ่มลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ จากเรื่องศิลปะ ก็เริ่มลามไปถึงเรื่องราวชีวิต ความฝัน และความรู้สึกส่วนตัว องค์จักรพรรดิทรงเล่าถึงความโดดเดี่ยวที่ทรงแบกรับในฐานะประมุขของแผ่นดิน ภาระหน้าที่อันหนักอึ้ง และความปรารถนาที่จะมีใครสักคนเข้าใจพระองค์ บุปผาก็เล่าถึงชีวิตอันเรียบง่ายของเธอในชานเมืองหลวง ความรักที่มีต่อธรรมชาติ และความสุขที่ได้จากการรังสรรค์ศิลปะ
ความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจของคนทั้งสอง แม้จะแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว องค์จักรพรรดิผู้ทรงอำนาจและโดดเดี่ยว กับเด็กสาวสามัญชนผู้บริสุทธิ์และเปี่ยมพรสวรรค์ พวกเขาทั้งสองต่างก็พบความสุขและความเข้าใจซึ่งกันและกัน ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้อยู่ด้วยกันในแต่ละวัน
แต่ความสัมพันธ์ที่ผิดแปลกนี้ ย่อมไม่พ้นสายตาจับจ้องของเหล่าขุนนางผู้ใหญ่และนางสนมในวังหลวง เสนาบดีซ่ง ผู้มีอำนาจและอิทธิพลมากที่สุดในราชสำนัก และเป็นผู้ที่ต้องการให้บุตรสาวของตนเองได้อภิเษกกับองค์จักรพรรดิ เพื่อเสริมสร้างอำนาจของตระกูล ก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจกับการที่องค์จักรพรรดิทรงให้ความสนพระทัยกับเด็กสาวสามัญชนผู้นี้มากเกินไป
"ฝ่าบาททรงให้ความสนพระทัยกับเด็กสาวสามัญชนผู้นั้นมากเกินไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ" เสนาบดีซ่งกล่าวกับเสนาบดีหลี่ด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา "นางเป็นเพียงสามัญชน ไม่คู่ควรที่จะเข้ามาใกล้ชิดกับองค์จักรพรรดิเช่นนี้"
"แต่ฝ่าบาททรงมีพระประสงค์ให้เด็กสาวผู้นั้นเข้ามาถวายงานศิลปะ มิได้มีพระประสงค์อื่นใด" เสนาบดีหลี่พยายามกล่าวแก้
"ท่านคิดว่ากระหม่อมเป็นคนโง่หรือ เสนาบดีหลี่" เสนาบดีซ่งหัวเราะเยาะ "ความสนพระทัยของฝ่าบาทที่มีต่อนางผู้นั้น ไม่ใช่แค่เรื่องศิลปะหรอก กระหม่อมได้ยินมาว่าฝ่าบาททรงสนทนากับนางเป็นเวลานานในทุกๆ วัน นี่เป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้"
ข่าวลือเกี่ยวกับความสัมพันธ์อันผิดแปลกขององค์จักรพรรดิกับจิตรกรหลวงสามัญชนเริ่มแพร่สะพัดไปทั่ววังหลวง เหล่านางสนมต่างพากันอิจฉาริษยาบุปผา ต่างก็มองว่าเธอเป็นภัยคุกคามต่อตำแหน่งและอำนาจของพวกตน
"เด็กสาวสามัญชนผู้นั้นช่างบังอาจนัก ที่กล้ามาแย่งความสนพระทัยจากองค์จักรพรรดิไป" นางสนมเอกหลี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ "นางจะต้องได้รับบทเรียน"
บุปผาเองก็เริ่มรู้สึกได้ถึงสายตาที่ไม่เป็นมิตรที่จับจ้องมองมายังเธอทุกครั้งที่เธอเดินผ่าน เหล่าขันทีและนางกำนัลบางคนก็มองเธอด้วยสายตาที่ดูแคลน บางคนก็ซุบซิบกันลับหลัง เธอรู้สึกอึดอัดและโดดเดี่ยวท่ามกลางความหรูหราของวังหลวง แต่เมื่อใดที่เธอได้เข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิ ความรู้สึกเหล่านั้นก็มลายหายไปสิ้น
วันหนึ่ง ขณะที่บุปผากำลังเดินเล่นอยู่ในพระราชอุทยาน เธอได้ยินเสียงซุบซิบจากนางกำนัลสองคน
"ดูสิ เด็กสาวสามัญชนผู้นั้น ช่างไม่เจียมตัวเสียจริง" นางกำนัลคนหนึ่งกล่าว "คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน ถึงได้กล้ามาตีสนิทกับองค์จักรพรรดิ"
"นั่นสิ ได้ข่าวว่าฝ่าบาททรงโปรดปรานนางมากเสียจนมอบตำหนักเหมยงามให้พำนัก นางคงคิดว่าตัวเองจะเป็นพระสนมคนใหม่กระมัง" อีกคนหัวเราะเยาะ
คำพูดเหล่านั้นแทงใจบุปผาจนเจ็บปวด เธอรู้สึกเหมือนถูกมีดกรีดแทงลงกลางใจ เธอไม่เคยคิดที่จะตีสนิทกับองค์จักรพรรดิเพื่อหวังตำแหน่งใดๆ เธอเพียงแค่อยากจะใช้พรสวรรค์ของเธอให้เกิดประโยชน์ และตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์เท่านั้น
บุปผารู้สึกท้อแท้และสิ้นหวัง เธออยากจะวิ่งหนีออกจากวังหลวงแห่งนี้ กลับไปใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายกับบิดามารดา แต่ในใจลึกๆ เธอก็รู้ว่าเธอไม่อาจทำเช่นนั้นได้อีกแล้ว เพราะหัวใจของเธอเริ่มผูกพันกับองค์จักรพรรดิผู้โดดเดี่ยวแห่งนี้เข้าเสียแล้ว
ในยามบ่ายวันนั้น เมื่อบุปผาเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิเพื่อถวายงานศิลปะ พระองค์ทรงสังเกตเห็นแววตาที่เศร้าสร้อยของบุปผา
"เจ้าเป็นอะไรไป บุปผา" องค์จักรพรรดิทรงตรัสถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ดูเหมือนเจ้าจะมีเรื่องไม่สบายใจ"
บุปผาเงยหน้าขึ้นมององค์จักรพรรดิ ดวงตาของเธอแดงก่ำ เธออยากจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พระองค์ฟัง อยากจะระบายความอึดอัดใจที่เธอแบกรับไว้ แต่เธอก็กลัวว่าการทำเช่นนั้นจะสร้างความกังวลใจให้แก่พระองค์
"เปล่าพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท หม่อมฉันเพียงแค่รู้สึกไม่คุ้นชินกับชีวิตในวังหลวงเท่านั้นเองเจ้าค่ะ" บุปผาพยายามกล่าวแก้
องค์จักรพรรดิทรงทอดพระเนตรบุปผาด้วยความเข้าใจ พระองค์ทรงรู้ดีว่าชีวิตในวังหลวงนั้นเต็มไปด้วยความริษยาและเล่ห์กล และทรงรู้ว่าเด็กสาวผู้นี้กำลังเผชิญหน้ากับมัน
"ไม่ต้องห่วงไปเลย บุปผา" องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและปลอบโยน "ตราบใดที่เจ้ายังอยู่ภายใต้การดูแลของข้า จะไม่มีผู้ใดสามารถทำอันตรายเจ้าได้ จงเชื่อมั่นในตัวข้า"
คำตรัสขององค์จักรพรรดิราวกับสายน้ำทิพย์ที่หล่อเลี้ยงหัวใจที่แห้งผากของบุปผา เธอรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างประหลาด ราวกับว่าองค์จักรพรรดิคือที่พึ่งเดียวของเธอในโลกแห่งนี้
บุปผาเงยหน้าขึ้นมององค์จักรพรรดิอีกครั้ง คราวนี้ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและศรัทธา เธอรู้แล้วว่าเธอได้ก้าวเข้ามาในวังหลวงแห่งนี้ เพื่อบางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าแค่การรังสรรค์งานศิลปะ มันคือการก้าวเข้ามาเพื่อพิสูจน์ว่าความรักแท้สามารถงดงามได้แม้จะแตกต่างชนชั้น และเพื่อเป็นแสงสว่างให้กับหัวใจที่โดดเดี่ยวขององค์จักรพรรดิ.

บุปผาเคียงบัลลังก์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก