บุปผาเคียงบัลลังก์

ตอนที่ 77 — มรสุมแห่งราชบัลลังก์: อัคคีพิโรธและคำสาบานเลือด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

90 ตอน · 1,027 คำ

กาลเวลาผันผ่านไปเกือบสองปีนับตั้งแต่บุปผาก้าวเข้าสู่รั้ววังหลวง ความสัมพันธ์ระหว่างองค์จักรพรรดิภูมินทร์กับจิตรกรหลวงสามัญชนผู้งดงามได้หยั่งรากลึกจนกลายเป็นความรักที่ไม่อาจปฏิเสธได้ บุปผาไม่ได้เป็นเพียงจิตรกรคู่พระทัยอีกต่อไป แต่เธอกลับเป็นดวงใจขององค์จักรพรรดิ เป็นแสงสว่างเดียวที่ส่องนำทางท่ามกลางความมืดมิดของราชบัลลังก์ ส่วนองค์จักรพรรดิเองก็ทรงเป็นโลกทั้งใบของบุปผา เป็นทั้งผู้ปกป้อง ผู้เป็นที่พึ่ง ‌และผู้ที่มอบความรักอันบริสุทธิ์ให้แก่เธอ

ความรักของคนทั้งสอง แม้จะงดงามและบริสุทธิ์เพียงใด ก็ไม่อาจหลีกหนีจากสายตาแห่งความริษยาและอำนาจได้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเสนาบดีซ่ง ผู้กุมอำนาจทางการทหารและมีอิทธิพลมากที่สุดในราชสำนัก ได้รวมหัวกันต่อต้านความสัมพันธ์นี้อย่างเปิดเผย พวกเขาเห็นว่าการที่องค์จักรพรรดิทรงโปรดปรานสามัญชนอย่างบุปผานั้น ​เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เป็นการลดทอนเกียรติยศของราชวงศ์ และอาจนำไปสู่ความเสื่อมถอยของแผ่นดินได้

ความไม่พอใจของเสนาบดีซ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อบุตรสาวของเขา ซึ่งเป็นนางสนมเอกที่เขาหวังจะให้ขึ้นเป็นฮองเฮา กลับไม่ได้รับความสนพระทัยจากองค์จักรพรรดิเลยแม้แต่น้อย เสนาบดีซ่งมองว่าบุปผาคือต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด และได้วางแผนที่จะกำจัดเธอออกจากวังหลวงให้ได้ ‍ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม

ในวันหนึ่ง เมื่อองค์จักรพรรดิทรงกำลังหารือกับเหล่าเสนาบดีเรื่องการเก็บเกี่ยวพืชผลในท้องพระโรง เสนาบดีซ่งก็ฉวยโอกาสนี้ทูลคัดค้านความสัมพันธ์ของพระองค์กับบุปผาอย่างรุนแรง

"ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ! กระหม่อมไม่อาจทนเห็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมนี้ได้อีกต่อไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ" เสนาบดีซ่งกล่าวเสียงดังฟังชัด ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องของทุกคนในท้องพระโรง "การที่ฝ่าบาททรงให้สามัญชนผู้นั้นเข้ามาใกล้ชิดถึงเพียงนี้ เป็นการทำลายขนบธรรมเนียมอันดีงามของราชวงศ์ ‌และอาจนำมาซึ่งความอับอายแก่แผ่นดินได้พ่ะย่ะค่ะ"

องค์จักรพรรดิภูมินทร์ทรงกริ้วจัด พระพักตร์ที่เคยเรียบเฉยบัดนี้แดงก่ำด้วยความพิโรธ "บังอาจ! เสนาบดีซ่ง เจ้ากล้าดียังไงมากล่าวหาจิตรกรหลวงของข้าเช่นนี้!"

"กระหม่อมไม่ได้กล่าวหาพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท กระหม่อมเพียงแต่ทูลเตือนด้วยความภักดีต่อราชบัลลังก์และแผ่นดิน" เสนาบดีซ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง ‍ไม่เกรงกลัวต่อพระพิโรธขององค์จักรพรรดิ "สามัญชนผู้นั้นไม่มีคุณสมบัติใดๆ ที่จะมาเคียงข้างฝ่าบาทได้พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทควรจะทรงเลือกฮองเฮาจากตระกูลขุนนางผู้สูงศักดิ์ เพื่อความมั่นคงของราชวงศ์และแผ่นดิน"

เหล่าเสนาบดีคนอื่นๆ ที่เป็นพวกเดียวกับเสนาบดีซ่งก็พากันเห็นด้วย พวกเขายืนยันว่าองค์จักรพรรดิควรจะทรงเลือกฮองเฮาจากตระกูลขุนนาง เพื่อเสริมสร้างอำนาจและอิทธิพลของราชวงศ์

องค์จักรพรรดิทรงกำพระหัตถ์แน่น ​พระองค์ทรงรู้สึกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทาง พระองค์ทรงรู้ดีว่าเหล่าขุนนางกำลังพยายามที่จะควบคุมพระองค์ และใช้เรื่องของบุปผาเป็นข้ออ้าง

"ข้าจะเลือกผู้ใดมาเคียงข้างข้า นั่นเป็นเรื่องส่วนตัวของข้า" องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด "และข้าขอประกาศ ณ ที่นี้ว่า ​บุปผา ไม่ใช่แค่จิตรกรหลวง แต่เป็นสตรีที่ข้าปรารถนาจะให้มาเคียงข้างบัลลังก์ของข้า!"

คำประกาศขององค์จักรพรรดิสร้างความตกตะลึงแก่ทุกคนในท้องพระโรง เหล่าขุนนางต่างมองหน้ากันด้วยความไม่เชื่อสายตา พวกเขาไม่คิดว่าองค์จักรพรรดิจะทรงประกาศเช่นนี้อย่างเปิดเผย

"ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ!" เสนาบดีซ่งถึงกับเข่าทรุดลง "นี่เป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้พ่ะย่ะค่ะ หากฝ่าบาททรงกระทำเช่นนี้ ​จะต้องมีผู้คนคัดค้านไปทั่วแผ่นดิน และอาจนำไปสู่ความปั่นป่วนวุ่นวายได้พ่ะย่ะค่ะ"

"หากผู้ใดกล้าคัดค้าน ก็จงก้าวออกมา!" องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยน้ำเสียงที่ดังกังวานไปทั่วท้องพระโรง ดวงตาของพระองค์ฉายแววเด็ดขาดและมุ่งมั่น ไม่มีผู้ใดกล้าสบพระเนตรของพระองค์

ในขณะเดียวกัน ณ ตำหนักเหมยงาม บุปผากำลังนั่งวาดภาพดอกเหมยอยู่เงียบๆ แต่ในใจกลับรู้สึกไม่สงบ เธอรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดี ราวกับว่ามีมรสุมกำลังจะโหมกระหน่ำเข้ามาในชีวิตของเธอ ไม่นานนัก นางกำนัลคนสนิทก็วิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนก

"คุณหนูเจ้าคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!" นางกำนัลกล่าวด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อย "เสนาบดีซ่งกำลังคัดค้านฝ่าบาทเรื่องคุณหนูในท้องพระโรงเจ้าค่ะ!"

บุปผาถึงกับตกใจจนพู่กันในมือร่วงหล่นลงพื้น เธอรีบลุกขึ้นยืนด้วยความรู้สึกร้อนรนในใจ เธอรู้ดีว่าเสนาบดีซ่งเป็นคนที่มีอำนาจมาก และเขามีความแค้นฝังใจกับเธอ

"ฝ่าบาท... ฝ่าบาทจะทรงเป็นอันตรายหรือไม่" บุปผาถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"กระหม่อมไม่ทราบเจ้าค่ะ แต่ฝ่าบาททรงกริ้วมาก และทรงประกาศว่าคุณหนูคือสตรีที่ทรงปรารถนาจะให้มาเคียงข้างบัลลังก์เจ้าค่ะ!" นางกำนัลกล่าว

คำพูดของนางกำนัลทำให้บุปผาถึงกับทรุดลงกับพื้นด้วยความรู้สึกหลากหลายประดังเข้ามาในใจ เธอรู้สึกทั้งซาบซึ้งในความรักขององค์จักรพรรดิ แต่ก็รู้สึกหวาดกลัวต่อภัยอันตรายที่กำลังจะมาถึง เธอรู้ดีว่าการประกาศขององค์จักรพรรดิจะทำให้เธอตกเป็นเป้าของความริษยาและความเกลียดชังมากยิ่งขึ้น

ในคืนนั้นเอง เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น ไฟปริศนาลุกไหม้ขึ้นที่ตำหนักเหมยงามอย่างรุนแรง เปลวเพลิงโหมกระหน่ำเผาผลาญตำหนักไม้หอมจนวอดวาย บุปผาถูกนางกำนัลและขันทีช่วยออกมาได้หวุดหวิด แต่เธอก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ตำหนักอันเป็นที่รักของเธอถูกทำลายลง

ข่าวไฟไหม้ตำหนักเหมยงามแพร่สะพัดไปทั่ววังหลวงอย่างรวดเร็ว องค์จักรพรรดิภูมินทร์ทรงทราบข่าวก็รีบเสด็จมายังที่เกิดเหตุด้วยพระองค์เอง เมื่อทรงเห็นเปลวเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำ และทรงเห็นบุปผาที่ยืนอยู่ท่ามกลางควันไฟด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด พระองค์ก็ทรงรู้สึกเจ็บปวดในพระทัยอย่างยิ่ง

"บุปผา! เจ้าไม่เป็นอะไรนะ!" องค์จักรพรรดิทรงรีบเข้าไปสวมกอดบุปผาอย่างแน่นหนา โดยไม่สนใจสายตาที่จับจ้องของเหล่าขุนนางและผู้คนรอบข้าง

บุปผาเงยหน้าขึ้นมององค์จักรพรรดิ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยน้ำตา "ฝ่าบาท... หม่อมฉันไม่เป็นอะไรเพคะ แต่ตำหนักเหมยงาม... มันถูกทำลายหมดแล้วเพคะ"

องค์จักรพรรดิทรงกำพระหัตถ์แน่น พระองค์ทรงรู้ดีว่าเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นฝีมือของศัตรูที่ต้องการกำจัดบุปผา และต้องการข่มขู่พระองค์

"นี่คือการกระทำที่อุกอาจ! ใครกันที่กล้าทำเช่นนี้!" องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความพิโรธและเจ็บปวด "ข้าจะตามล่าผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้!"

เสนาบดีซ่งที่ยืนอยู่ในที่เกิดเหตุด้วยสีหน้าเรียบเฉย กล่าวขึ้นว่า "ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ นี่อาจจะเป็นสัญญาณจากเบื้องบนที่ต้องการให้ฝ่าบาททรงทบทวนพระประสงค์ของพระองค์พ่ะย่ะค่ะ"

คำพูดของเสนาบดีซ่งยิ่งทำให้องค์จักรพรรดิทรงกริ้วหนักขึ้น พระองค์ทรงหันไปจ้องมองเสนาบดีซ่งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเดือดดาล

"เจ้ากล้าดียังไงมากล่าวเช่นนี้! เสนาบดีซ่ง! ข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้!" องค์จักรพรรดิทรงตรัสเสียงดัง

"กระหม่อมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท" เสนาบดีซ่งก้มหน้าลงกล่าวอย่างนอบน้อม แต่ในใจกลับยิ้มเยาะ

ในเวลานั้นเอง บุปผาที่ยืนอยู่ข้างองค์จักรพรรดิ ก็รู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่ผุดขึ้นมาในใจ เธอรู้ดีว่าเธอไม่อาจยอมแพ้ได้ เธอจะต้องแข็งแกร่งเพื่อองค์จักรพรรดิ เพื่อความรักของพวกเขา และเพื่อพิสูจน์ว่าความรักของเธอไม่ได้นำมาซึ่งความวุ่นวาย แต่จะนำมาซึ่งความสงบสุขและความงดงาม

บุปผาคุกเข่าลงเบื้องพระพักตร์องค์จักรพรรดิ "ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันขอสาบานต่อหน้าฟ้าดิน และต่อหน้าเปลวเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำนี้ว่า หม่อมฉันจะไม่มีวันทอดทิ้งฝ่าบาท จะยืนหยัดเคียงข้างฝ่าบาท ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม หม่อมฉันจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ความรักของเราสามารถนำพาความรุ่งเรืองมาสู่แผ่นดินได้เพคะ"

องค์จักรพรรดิภูมินทร์ทรงทอดพระเนตรบุปผาด้วยความซาบซึ้งและประทับใจ พระองค์ทรงสัมผัสได้ถึงความจริงใจและความมุ่งมั่นในคำสาบานของเธอ พระองค์ทรงโน้มพระวรกายลงไปสวมกอดบุปผาอีกครั้ง

"ข้าก็ขอสาบานเช่นกัน บุปผา" องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเต็มไปด้วยความรัก "ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้ผู้ใดทำร้ายเจ้าได้ และข้าจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ความรักของเราคือความจริงแท้ และจะไม่มีวันสั่นคลอน"

คำสาบานของคนทั้งสองดังก้องไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางเปลวเพลิงที่ยังคงโหมกระหน่ำ และสายตาที่จับจ้องของเหล่าขุนนางผู้ใหญ่ พวกเขาทั้งสองกำลังยืนหยัดเคียงข้างกันอย่างมั่นคง ราวกับต้นเหมยที่ผลิบานท่ามกลางหิมะ ความรักของพวกเขาได้ถูกหล่อหลอมด้วยอัคคีพิโรธและคำสาบานเลือด และกำลังจะเผชิญหน้ากับมรสุมแห่งราชบัลลังก์ที่หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บุปผาเคียงบัลลังก์

บุปผาเคียงบัลลังก์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!