หลังจากการเปิดเผยฐานะที่แท้จริงขององค์จักรพรรดิภูมินทร์ พิกุลก็มิได้หวนกลับไปยังสวนต้องห้ามอีกเลย นางยังคงทำงานช่วยบิดาแกะสลักอยู่ในส่วนของช่างฝีมือของวังหลวง แต่ในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและประหม่า นางรู้สึกว่าตนเองได้ก้าวล่วงเข้าไปในเขตแดนที่มิควรจะก้าวล่วง และการที่องค์จักรพรรดิทรงเมตตามิได้ลงโทษนางนั้น ก็ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แล้ว
ทว่าองค์จักรพรรดิภูมินทร์กลับมิได้ทรงคิดเช่นนั้น พระองค์ทรงรู้สึกคิดถึงบทสนทนาอันแสนบริสุทธิ์กับพิกุล และภาพวาดอันงดงามของนางยังคงติดตรึงอยู่ในพระเนตร ความเดียวดายที่เคยหายไปเพียงชั่วครู่ บัดนี้กลับเข้าเกาะกุมพระทัยอีกครั้ง พระองค์ทรงพยายามหาทางที่จะได้พบกับพิกุลอีกครั้ง โดยที่ไม่ทำให้สตรีผู้นั้นต้องรู้สึกหวาดกลัวหรืออึดอัด
ในที่สุด องค์จักรพรรดิทรงมีรับสั่งให้ขันทีคนสนิทไปตามหาพิกุล และมีพระบัญชาให้นางเข้ามาวาดภาพทิวทัศน์ภายในพระราชวัง เพื่อใช้ประดับตกแต่งพระตำหนักส่วนพระองค์ ขันทีเฒ่าได้นำราชโองการนี้ไปแจ้งแก่บิดาของพิกุลด้วยท่าทีที่เคร่งขรึมและจริงจัง
บิดาของพิกุลถึงกับตกใจและหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก ไม่คาดคิดว่าบุตรสาวสามัญชนของตนจะได้รับพระเมตตาจากองค์จักรพรรดิถึงเพียงนี้ ท่านรีบกำชับพิกุลให้ปฏิบัติตนอย่างสำรวม และทำตามคำสั่งขององค์จักรพรรดิอย่างเคร่งครัดที่สุด
พิกุลเองก็รู้สึกหวาดหวั่นไม่แพ้กัน การต้องเข้าไปวาดภาพในเขตพระราชฐานชั้นใน และต้องเผชิญหน้ากับองค์จักรพรรดิผู้สูงศักดิ์ ทำให้หัวใจของนางเต้นรัวราวกับกลองศึก นางทราบดีว่านี่คือโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่สตรีสามัญชนอย่างนางมิอาจจะปฏิเสธได้ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คือการก้าวเข้าไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยอันตรายและสายตาจับจ้องของราชสำนัก
ในวันรุ่งขึ้น พิกุลในชุดผ้าไหมเรียบง่ายสีขาวสะอาดตา ได้รับการนำทางจากนางกำนัลไปยังท้องพระโรงส่วนใน ที่ซึ่งองค์จักรพรรดิทรงประทับอยู่ พระองค์ทรงฉลองพระองค์ด้วยชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้ม ปราศจากเครื่องทรงหนักๆ ทำให้ดูสง่างามแต่ก็ยังคงความอ่อนโยนเอาไว้
พิกุลก้มลงกราบแทบพระบาทด้วยความเคารพยำเกรง "ถวายบังคมฝ่าบาทเพคะ"
"ลุกขึ้นเถิดพิกุล" องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยสุรเสียงนุ่มนวล "ไม่ต้องเกรงใจ ข้าเพียงอยากให้เจ้ามาวาดภาพให้ข้าเท่านั้น"
พิกุลค่อยๆ เงยหน้าขึ้น นางสบพระเนตรขององค์จักรพรรดิอีกครั้ง แววตาของพระองค์ยังคงอบอุ่นและเป็นมิตร ทำให้ความหวาดหวั่นของนางคลายลงได้บ้าง
"ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท"
"ข้าอยากให้เจ้าวาดภาพทิวทัศน์ของพระราชวังแห่งนี้ ในมุมที่เจ้าเห็นว่างดงามที่สุด" องค์จักรพรรดิทรงตรัส "เจ้าสามารถเลือกมุมใดก็ได้ตามใจชอบ และไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา ข้าอยากให้เจ้าสร้างสรรค์ผลงานอย่างเต็มที่"
พิกุลรับคำสั่งด้วยความตั้งใจ นางเดินสำรวจไปทั่วท้องพระโรงและระเบียงทางเดิน นางกำนัลคอยติดตามนางไปทุกที่ เพื่อดูแลความเรียบร้อยและป้องกันมิให้เกิดความผิดพลาดใดๆ
ในขณะที่พิกุลกำลังเลือกมุมที่จะวาดภาพ สายตาจับจ้องจากเหล่าข้าราชบริพารและนางกำนัลคนอื่นๆ ก็เริ่มพุ่งตรงมาที่นางอย่างเปิดเผย เสียงซุบซิบเบาๆ ดังลอดเข้ามาในโสตประสาทของนางเป็นระยะ
"นั่นใครกันน่ะ? เหตุใดจึงได้รับพระเมตตาจากฝ่าบาทถึงเพียงนี้" "นางเป็นเพียงบุตรสาวของช่างแกะสลักมิใช่หรือ เหตุใดจึงได้เข้ามาในเขตพระราชฐานชั้นในได้" "ฝ่าบาททรงมีพระเมตตาต่อนางเป็นพิเศษเชียวหรือนี่ ช่างไม่เคยเห็นมาก่อนเลย"
พิกุลพยายามทำเป็นไม่ได้ยินเสียงเหล่านั้น แต่มันก็ยังคงก้องอยู่ในหัวใจ ทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจนัก นางพยายามตั้งสมาธิอยู่กับงานตรงหน้า เพื่อที่จะได้ไม่ต้องคิดถึงเรื่องอื่นใด
วันเวลาผ่านไป พิกุลใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในพระราชวังชั้นใน เพื่อวาดภาพตามพระบัญชาขององค์จักรพรรดิ ทุกๆ วัน องค์จักรพรรดิจะเสด็จมาทอดพระเนตรภาพวาดของนาง และทรงสนทนากับนางเกี่ยวกับศิลปะและเรื่องราวต่างๆ อย่างเป็นกันเอง
ความใกล้ชิดระหว่างองค์จักรพรรดิกับพิกุล เริ่มเป็นที่โจษจันไปทั่วทั้งราชสำนัก เหล่าขุนนางผู้ใหญ่โดยเฉพาะอัครมหาเสนาบดีฉัตรชัย ผู้ซึ่งยึดมั่นในกฎเกณฑ์และจารีตประเพณีอย่างเคร่งครัด เริ่มแสดงท่าทีไม่พอใจอย่างเปิดเผย
"ฝ่าบาททรงให้ความสนิทสนมกับสตรีสามัญชนผู้นั้นมากเกินไปพ่ะย่ะค่ะ" อัครมหาเสนาบดีฉัตรชัยกราบบังคมทูลด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เกรงว่าจะไม่เหมาะสมกับพระเกียรติยศขององค์จักรพรรดิ และอาจก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากราษฎรได้พ่ะย่ะค่ะ"
องค์จักรพรรดิภูมินทร์ทรงรับฟังคำกราบทูลด้วยพระพักตร์เรียบเฉย "นางพิกุลเป็นเพียงจิตรกรที่มาวาดภาพให้ข้าเท่านั้น ท่านเสนาบดีอย่าได้กังวลไปเลย"
"แต่การที่พระองค์ทรงมีรับสั่งให้นางเข้ามาในเขตพระราชฐานชั้นใน และทรงใช้เวลาร่วมกับนางบ่อยครั้งนั้น..." อัครมหาเสนาบดีฉัตรชัยยังคงกราบทูลต่อ "ย่อมเป็นที่ครหาของเหล่าข้าราชบริพารและพระสนมทั้งหลายพ่ะย่ะค่ะ"
คำกราบทูลของอัครมหาเสนาบดีทำให้องค์จักรพรรดิทรงรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย พระองค์ทรงทราบดีถึงกฎเกณฑ์และจารีตประเพณี แต่พระองค์ก็ทรงปรารถนาที่จะได้สนทนากับพิกุลอย่างบริสุทธิ์ใจ โดยปราศจากพิธีรีตองใดๆ
"ท่านเสนาบดีมิต้องเป็นห่วง ข้าทราบดีถึงสิ่งที่ข้ากำลังทำอยู่" พระองค์ตรัสด้วยพระสุรเสียงที่หนักแน่นขึ้น "จงอย่าได้ก้าวก่ายในเรื่องส่วนตัวของข้า"
อัครมหาเสนาบดีฉัตรชัยจำต้องกราบทูลลาออกไป ทว่าในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความไม่พอใจและหวาดระแวง เขาเริ่มเห็นว่าสตรีสามัญชนผู้นี้กำลังเข้ามามีอิทธิพลต่อองค์จักรพรรดิมากเกินไป ซึ่งอาจเป็นภัยต่อราชบัลลังก์และจารีตประเพณีอันดีงามของอาณาจักรได้
ไม่เพียงแต่เหล่าขุนนางเท่านั้น แต่พระสนมเอกอรุณรัศมี พระสนมคนโปรดขององค์จักรพรรดิ ก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจและอิจฉาริษยาพิกุลอย่างรุนแรง พระสนมเอกเป็นสตรีที่งดงามและมีชาติตระกูลสูงส่ง นางใฝ่ฝันที่จะได้เป็นพระมเหสีขององค์จักรพรรดิมาโดยตลอด แต่บัดนี้กลับมีสตรีสามัญชนผู้นั้นเข้ามาแย่งชิงความสนพระทัยไป
พระสนมเอกอรุณรัศมีทรงเรียกนางกำนัลคนสนิทมาสอบถามถึงเรื่องราวของพิกุลอย่างละเอียด
"สตรีผู้นั้นเป็นใครกันแน่" พระสนมเอกตรัสถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เหตุใดฝ่าบาทจึงทรงโปรดปรานนางถึงเพียงนี้"
"นางเป็นบุตรสาวของช่างแกะสลักในวังหลวงเพคะพระสนม" นางกำนัลตอบด้วยความประหม่า "ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้นางเข้ามาวาดภาพประดับพระตำหนักพ่ะย่ะค่ะ"
"วาดภาพอย่างนั้นหรือ" พระสนมเอกทรงเยาะหยัน "ข้าไม่เคยเห็นฝ่าบาททรงสนพระทัยในศิลปะถึงเพียงนี้มาก่อนเลย"
พระสนมเอกอรุณรัศมีทรงทราบดีว่าการที่องค์จักรพรรดิทรงให้ความสนิทสนมกับสตรีสามัญชนผู้นั้น ย่อมเป็นเรื่องที่ผิดธรรมเนียมปฏิบัติอย่างร้ายแรง นางจึงวางแผนที่จะกำจัดพิกุลออกไปจากชีวิตขององค์จักรพรรดิให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม
ในขณะที่พิกุลกำลังวาดภาพอยู่ในท้องพระโรงแห่งหนึ่ง นางก็รู้สึกถึงสายตาอาฆาตที่จ้องมองมาที่นางจากระยะไกล นางเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นพระสนมเอกอรุณรัศมีกำลังยืนมองนางด้วยแววตาเย็นชาและเปี่ยมไปด้วยความริษยา พิกุลรู้สึกหวาดกลัวอย่างจับใจ นางรู้ดีว่าตนเองกำลังตกอยู่ในอันตราย
ความหรูหราของพระราชวังที่เคยดูงดงาม บัดนี้กลับดูเหมือนกับกรงขังที่กำลังจะปิดตายลงบนตัวนาง เสียงซุบซิบและสายตาจับจ้องจากผู้คนรอบข้าง ทำให้พิกุลรู้สึกอึดอัดและโดดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นางเริ่มคิดถึงชีวิตอันเรียบง่ายภายนอกวังหลวง ที่ซึ่งนางสามารถวาดภาพได้อย่างอิสระ ไม่ต้องกังวลถึงสายตาของใครๆ
องค์จักรพรรดิภูมินทร์ทรงทราบดีถึงกระแสข่าวลือและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในราชสำนัก พระองค์ทรงพยายามที่จะปกป้องพิกุลจากสายตาอันเป็นพิษเหล่านั้น แต่พระองค์ก็ทรงตระหนักดีว่าฐานะของพระองค์ในฐานะองค์จักรพรรดิ ทำให้พระองค์มิอาจทำอะไรได้อย่างอิสระนัก
ในวันหนึ่ง องค์จักรพรรดิทรงมีรับสั่งให้พิกุลเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ ในห้องส่วนตัวที่เงียบสงบ
"พิกุล...เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง" พระองค์ทรงตรัสถามด้วยความห่วงใย "ข้ารู้ว่าเจ้าคงจะอึดอัดกับสายตาของคนในวังหลวง"
พิกุลก้มหน้าลงต่ำ "กระหม่อม...กระหม่อมไม่เป็นไรเพคะฝ่าบาท เพียงแต่รู้สึกไม่คุ้นชินเท่านั้น"
"อย่าได้โกหกข้าเลยพิกุล" องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยสุรเสียงอ่อนโยน "ข้าเห็นแววตาของเจ้า ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังหวาดกลัว"
น้ำตาของพิกุลเอ่อคลอขึ้นมา นางพยายามกลั้นไว้ไม่ให้น้ำตาไหล แต่ความรู้สึกอัดอั้นตันใจก็ทำให้ไหลรินออกมาในที่สุด
"กระหม่อมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวประหลาดเพคะฝ่าบาท" พิกุลเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ทุกคนมองกระหม่อมด้วยสายตาแปลกๆ กระหม่อมไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดไป"
องค์จักรพรรดิทรงรู้สึกสงสารพิกุลอย่างจับใจ พระองค์ทรงเดินเข้าไปใกล้ แล้วประทับนั่งลงตรงหน้านาง
"เจ้ามิได้ทำอะไรผิดเลยพิกุล" พระองค์ตรัสปลอบโยน "ความผิดนั้นอยู่ที่โลกที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์และอคติแห่งนี้ต่างหาก"
พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์ออกไปเช็ดน้ำตาให้นางอย่างอ่อนโยน พิกุลถึงกับชะงักไปเมื่อได้รับสัมผัสจากพระหัตถ์ขององค์จักรพรรดิ นางเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรของพระองค์อีกครั้ง แววตาของพระองค์เต็มไปด้วยความเห็นใจและความห่วงใยอย่างแท้จริง
"อย่าได้กลัวเลยพิกุล" องค์จักรพรรดิทรงตรัสย้ำ "ตราบใดที่ข้ายังอยู่ที่นี่ จะไม่มีใครทำร้ายเจ้าได้"
คำพูดขององค์จักรพรรดิทำให้พิกุลรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ ความหวาดกลัวที่เคยเกาะกุมค่อยๆ มลายหายไป ความรู้สึกผูกพันที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ บัดนี้กลับทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
องค์จักรพรรดิทรงตระหนักดีว่าความรู้สึกที่พระองค์มีต่อพิกุลนั้นไม่ใช่เพียงแค่ความเมตตาหรือความชื่นชมในพรสวรรค์อีกต่อไป แต่มันคือความรู้สึกที่ลึกซึ้งและบริสุทธิ์ ที่กำลังเติบโตขึ้นในพระทัยของพระองค์เอง
ทว่าเบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสอง ยังคงมีอุปสรรคนานัปการรออยู่ การที่องค์จักรพรรดิทรงให้ความสนิทสนมกับสตรีสามัญชนอย่างเปิดเผยเช่นนี้ ย่อมเป็นเหมือนการจุดชนวนให้เกิดพายุแห่งความอิจฉาริษยาและแผนการร้ายจากผู้ที่ไม่ปรารถนาดี สายตาจับจ้องและเสียงซุบซิบในราชสำนัก บัดนี้ได้กลายเป็นสัญญาณเตือนถึงภัยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้พิกุลแล้ว.

บุปผาเคียงบัลลังก์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก