ราชโองการจากองค์จักรพรรดิภูมินทร์ถูกประกาศไปทั่วราชสำนัก "ให้พิกุล สตรีผู้เปี่ยมพรสวรรค์ด้านศิลปะ เข้ามาเป็นจิตรกรหลวงประจำราชสำนัก และจัดสรรที่พำนักในเขตพระราชฐานชั้นในให้แก่นาง" ราชโองการนี้สร้างความตกตะลึงและไม่พอใจแก่ข้าราชบริพารและพระสนมทั้งหลายอย่างยิ่ง การที่สตรีสามัญชนผู้หนึ่งได้รับตำแหน่งสำคัญและได้พำนักในวังหลวงเช่นนี้ ถือเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของอาณาจักร
พิกุลเองก็รู้สึกตกใจไม่แพ้กัน การได้เป็นจิตรกรหลวงถือเป็นเกียรติยศสูงสุดสำหรับศิลปิน ทว่าการต้องเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในวังหลวงอย่างถาวร กลับทำให้นางรู้สึกหวาดหวั่นและอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก นางกำนัลได้นำพิกุลไปยังเรือนพำนักที่จัดเตรียมไว้ให้ เรือนหลังนี้เป็นเรือนขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บริเวณชายขอบของเขตพระราชฐานชั้นใน แม้จะงดงามและเพียบพร้อมไปด้วยเครื่องอำนวยความสะดวก แต่กำแพงสูงใหญ่ที่โอบล้อมรอบเรือนนั้น กลับทำให้นางรู้สึกราวกับถูกจองจำอยู่ในกรงทอง
ชีวิตใหม่ในวังหลวงเริ่มต้นขึ้น พิกุลในฐานะจิตรกรหลวง มีหน้าที่วาดภาพประดับพระตำหนักและพระราชวังตามพระบัญชาขององค์จักรพรรดิ นางยังคงได้รับพระเมตตาจากองค์จักรพรรดิอยู่เสมอ พระองค์มักจะเสด็จมาทอดพระเนตรการวาดภาพของนาง และทรงสนทนากับนางเป็นการส่วนพระองค์บ่อยครั้ง ความใกล้ชิดที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ความรู้สึกผูกพันระหว่างทั้งสองทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
ทว่าความสุขของพิกุลกลับเป็นเพียงชั่วคราว ความหรูหราและความสะดวกสบายในวังหลวงมิอาจทดแทนความอิสระที่นางเคยมีได้ นางคิดถึงทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ สายลมที่พัดพา กลิ่นอายของดอกไม้ป่า และแสงแดดที่อบอุ่นที่เคยได้สัมผัส ทุกสิ่งในวังหลวงล้วนถูกควบคุมและมีกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัด แม้แต่การเดินเล่นในสวนก็ยังต้องมีนางกำนัลติดตามไป
นอกจากความอึดอัดใจแล้ว พิกุลยังต้องเผชิญหน้ากับสายตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและดูแคลนจากผู้คนรอบข้าง นางมักจะได้ยินเสียงซุบซิบนินทาจากเหล่าข้าราชบริพารและนางกำนัลอยู่เสมอ
"ดูสิ สตรีสามัญชนต่ำต้อยเช่นนั้น กลับได้รับพระเมตตาถึงเพียงนี้" "นางคงจะใช้มารยาหญิงหลอกล่อฝ่าบาทเป็นแน่" "เห็นว่าฝ่าบาททรงโปรดปรานนางมากเสียจนไม่สนใจพระสนมองค์อื่นเลย"
เสียงเหล่านั้นทิ่มแทงหัวใจของพิกุลราวกับคมมีด ทำให้นางรู้สึกเจ็บปวดและโดดเดี่ยวอย่างแสนสาหัส นางพยายามทำเป็นไม่สนใจ แต่ก็มิอาจห้ามความรู้สึกเหล่านั้นได้
วันหนึ่ง ในขณะที่พิกุลกำลังวาดภาพดอกบัวอยู่ในสระน้ำภายในพระราชฐาน พระสนมเอกอรุณรัศมีก็เสด็จมาพร้อมกับขบวนนางกำนัลและขันทีจำนวนมาก พระสนมเอกทรงฉลองพระองค์ด้วยชุดผ้าไหมสีแดงสดงดงามตระการตา เครื่องประดับทองคำอร่ามระยับบ่งบอกถึงฐานันดรศักดิ์อันสูงส่ง
"โอ้โห! นี่หรือคือฝีมือของจิตรกรหลวงคนใหม่" พระสนมเอกตรัสด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พลางทอดพระเนตรไปยังภาพวาดของพิกุล "ดูแล้วก็งั้นๆ มิได้วิเศษวิโสอะไรนัก"
พิกุลเงยหน้าขึ้น นางลุกขึ้นยืนแล้วก้มศีรษะลงถวายบังคม "ถวายบังคมพระสนมเพคะ"
"ไม่ต้องมาทำเป็นนอบน้อมกับข้าหรอก" พระสนมเอกตรัสด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ข้ารู้ดีว่าเจ้าใช้มารยาหญิงหลอกล่อฝ่าบาท เพื่อหวังตำแหน่งที่สูงขึ้น"
"หามิได้เพคะพระสนม" พิกุลตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "กระหม่อมมิได้มีความคิดเช่นนั้นเลยเพคะ"
"อย่าได้มาโกหกข้าเลย!" พระสนมเอกตรัสด้วยความเดือดดาล "สตรีสามัญชนต่ำต้อยเช่นเจ้า มีค่าอะไรที่จะมาเทียบกับข้าได้ เจ้าไม่มีวันที่จะได้เป็นที่รักของฝ่าบาทอย่างแท้จริงหรอก!"
พระสนมเอกทรงเดินเข้าไปใกล้พิกุล แล้วทรงใช้พัดในมือปัดป่ายไปยังผืนผ้าใบของพิกุลอย่างแรง ทำให้สีที่ยังไม่แห้งเปรอะเปื้อนไปทั่วภาพวาดอันงดงาม
"นี่คือบทเรียนสำหรับเจ้า! จำไว้ว่าเจ้ามิควรที่จะคิดเทียบรัศมีกับผู้ใดในวังแห่งนี้" พระสนมเอกตรัสด้วยแววตาอาฆาต
พิกุลถึงกับตัวสั่นเทิ้มด้วยความตกใจและเสียใจ ภาพวาดที่นางบรรจงสร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยความตั้งใจ บัดนี้กลับถูกทำลายลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี
"พระสนมเพคะ...เหตุใดจึงทำเช่นนี้" พิกุลเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ทำไมอย่างนั้นหรือ" พระสนมเอกทรงเยาะหยัน "เพราะเจ้าบังอาจเข้ามาแย่งชิงความรักของข้าไปอย่างไรเล่า!"
พระสนมเอกอรุณรัศมีทรงหันหลังกลับแล้วเสด็จจากไป พร้อมกับทิ้งรอยแผลในใจให้แก่พิกุลอย่างแสนสาหัส พิกุลทรุดตัวลงคุกเข่า นางมองไปยังภาพวาดที่ถูกทำลาย น้ำตาไหลรินอาบแก้มอย่างไม่ขาดสาย
ในค่ำคืนนั้น องค์จักรพรรดิภูมินทร์เสด็จมาที่เรือนพิกุลตามปกติ พระองค์ทรงเห็นพิกุลกำลังนั่งอยู่หน้าภาพวาดที่ถูกทำลาย ด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อยและดวงตาที่บวมช้ำ
"พิกุล...เกิดอะไรขึ้น" องค์จักรพรรดิทรงตรัสถามด้วยความตกใจ
พิกุลเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรของพระองค์ น้ำตาของนางไหลรินออกมาอีกครั้ง นางเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้องค์จักรพรรดิทรงฟังอย่างละเอียด
องค์จักรพรรดิทรงรู้สึกกริ้วอย่างรุนแรงเมื่อทรงทราบเรื่องราว พระองค์ทรงกำพระหัตถ์แน่นด้วยความเดือดดาล ไม่คาดคิดว่าพระสนมเอกจะกล้าทำเช่นนี้
"ข้าจะลงโทษนางอย่างสาสม!" องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยพระสุรเสียงอันเกรี้ยวกราด
"อย่าเลยเพคะฝ่าบาท" พิกุลเอ่ยขึ้น "กระหม่อมไม่อยากให้เรื่องราวบานปลายไปมากกว่านี้เพคะ"
"แต่เจ้าถูกทำร้ายนะพิกุล" พระองค์ตรัสด้วยความห่วงใย
"กระหม่อมไม่เป็นไรเพคะฝ่าบาท" พิกุลตอบ "เพียงแต่กระหม่อมรู้สึกเหนื่อยเหลือเกินเพคะ เหนื่อยกับเรื่องราวทั้งหมดนี้"
องค์จักรพรรดิทรงทอดถอนพระทัยเบาๆ พระองค์ทรงทราบดีว่าพิกุลกำลังเผชิญหน้ากับความยากลำบากเพียงใด
"ข้าขอโทษพิกุล" พระองค์ตรัสด้วยพระสุรเสียงอ่อนโยน "ข้าไม่สามารถปกป้องเจ้าจากเรื่องราวเหล่านี้ได้ทั้งหมด"
"ฝ่าบาทมิได้มีความผิดอันใดเลยเพคะ" พิกุลตอบ "กระหม่อมต่างหากที่มิควรจะเข้ามาในโลกแห่งนี้"
"เจ้าอยากจะออกจากวังหลวงไปใช่หรือไม่" องค์จักรพรรดิทรงตรัสถามด้วยความรู้สึกเจ็บปวดในพระทัย
พิกุลเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรของพระองค์ น้ำตาของนางยังคงไหลริน "กระหม่อมรักการวาดภาพเพคะฝ่าบาท กระหม่อมอยากวาดภาพในที่ที่กระหม่อมสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ โดยไม่ต้องกังวลถึงสายตาของใครๆ"
องค์จักรพรรดิทรงนิ่งเงียบไปพักใหญ่ พระองค์ทรงเข้าใจความรู้สึกของพิกุลเป็นอย่างดี พระองค์เองก็ทรงปรารถนาอิสระเฉกเช่นเดียวกัน ทว่าในฐานะองค์จักรพรรดิ พระองค์มิอาจจะสละราชบัลลังก์เพื่อความปรารถนาส่วนตัวได้
"ข้าเข้าใจเจ้าพิกุล" พระองค์ตรัสด้วยพระสุรเสียงอันแผ่วเบา "แต่ข้ามิอาจปล่อยให้เจ้าจากไปได้"
พิกุลถึงกับเบิกตากว้าง นางมององค์จักรพรรดิด้วยความประหลาดใจ
"เหตุใดเพคะฝ่าบาท"
"เพราะเจ้าคือบุปผาที่งดงามที่สุดในชีวิตอันอ้างว้างของข้า" องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยพระสุรเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึก "หากไม่มีเจ้าอยู่เคียงข้าง ข้าก็มิอาจจะทนอยู่ในกรงทองแห่งนี้ได้อีกต่อไป"
คำพูดขององค์จักรพรรดิทำให้หัวใจของพิกุลเต้นระรัว นางไม่เคยคิดเลยว่าองค์จักรพรรดิจะทรงมีความรู้สึกเช่นนี้ต่อนาง
"แต่กระหม่อมเป็นเพียงสามัญชนเพคะฝ่าบาท" พิกุลเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "กระหม่อมมิบังควรที่จะอยู่เคียงข้างพระองค์"
"ความรักมิได้ขึ้นอยู่กับชนชั้นวรรณะหรอกพิกุล" องค์จักรพรรดิทรงตรัส "มันขึ้นอยู่กับความรู้สึกของหัวใจต่างหาก"
พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์ออกไปจับมือของพิกุลอย่างอ่อนโยน พิกุลรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านจากพระหัตถ์ของพระองค์ หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความรัก ความหวาดหวั่น และความสับสน
"ข้าจะปกป้องเจ้าพิกุล" องค์จักรพรรดิทรงตรัสย้ำ "และข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้เจ้ามีความสุขในวังหลวงแห่งนี้"
พิกุลมององค์จักรพรรดิด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและรักใคร่ นางรู้ดีว่าการตัดสินใจที่จะอยู่เคียงข้างองค์จักรพรรดินั้น จะต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคและอันตรายอีกมากมาย แต่เมื่อได้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความมุ่งมั่นของพระองค์ นางก็รู้สึกว่าตนเองมีกำลังใจที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง
บุปผาในกรงทองแห่งนี้ อาจจะต้องเผชิญหน้ากับพายุแห่งความอิจฉาริษยาและแผนการร้าย แต่ตราบใดที่ยังมีองค์จักรพรรดิผู้เป็นที่รักอยู่เคียงข้าง นางก็จะยังคงเบ่งบานอย่างงดงามต่อไป แม้จะต้องเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวและความยากลำบากเพียงใดก็ตาม.

บุปผาเคียงบัลลังก์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก