บุปผาเคียงบัลลังก์

ตอนที่ 78 — มรสุมโหมกระหน่ำ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

90 ตอน · 816 คำ

ยามราตรีแห่งความมืดมิดปกคลุมทั่วผืนฟ้า เสียงลมพัดหวีดหวิวราวบทเพลงแห่งความโศกเศร้า ภายในพระราชวังอันโอ่อ่าตระการตา บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดและเงาของความหวาดกลัว องค์จักรพรรดิภูมินทร์ทรงประทับอยู่บนพระบัลลังก์ ด้วยพระพักตร์ที่เรียบเฉย ทว่าแววตาคมกริบกลับฉายแววความเดือดดาลอย่างมิอาจปิดบังได้ เบื้องล่างพระบัลลังก์ ‌อัครมหาเสนาบดีฉัตรชัยยืนอยู่ด้วยท่าทีที่เคร่งขรึมและองอาจ พร้อมด้วยเหล่าขุนนางผู้ใหญ่ที่ยืนเรียงรายอยู่ด้านหลัง ทุกสายตาจับจ้องไปยังพิกุลที่ยืนอยู่กลางท้องพระโรง นางสวมชุดผ้าไหมสีขาวสะอาดตา ใบหน้าซีดเผือด แต่แววตาของนางกลับฉายแววความกล้าหาญและมุ่งมั่นอย่างที่มิเคยเป็นมาก่อน

"ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ" อัครมหาเสนาบดีฉัตรชัยกราบบังคมทูลด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น "บัดนี้มีหลักฐานประจักษ์ชัดว่าสตรีผู้นี้...พิกุล ​ได้กระทำความผิดร้ายแรงหลายประการ เป็นภัยต่อราชบัลลังก์และอาณาจักรพ่ะย่ะค่ะ"

เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วท้องพระโรง เหล่าขุนนางต่างพากันซุบซิบนินทา พิกุลยืนนิ่งราวกับรูปปั้น นางเตรียมใจไว้แล้วสำหรับวันนี้ วันที่ความรักของนางกับองค์จักรพรรดิจะถูกพิพากษาโดยราชสำนัก

"หลักฐานอันใดที่เจ้ากล่าวอ้าง" องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยพระสุรเสียงที่เย็นชา "จงนำมาแสดงต่อหน้าข้าเดี๋ยวนี้!"

อัครมหาเสนาบดีฉัตรชัยพยักหน้าให้ขันทีคนสนิท ‍ขันทีผู้นั้นได้นำม้วนกระดาษโบราณและวัตถุบางอย่างออกมาวางไว้เบื้องหน้าพระบัลลังก์

"นี่คือตำราไสยดำโบราณพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท" อัครมหาเสนาบดีฉัตรชัยชี้ไปยังม้วนกระดาษ "ตำรานี้ถูกพบในเรือนพำนักของนางพิกุล ซึ่งมีคาถาอาคมที่สามารถสะกดจิตและควบคุมจิตใจของผู้คนได้พ่ะย่ะค่ะ"

เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังกว่าเดิม พิกุลถึงกับเบิกตากว้าง นางไม่เคยเห็นตำราเล่มนี้มาก่อนเลย

"ข้าไม่เคยเห็นตำราเล่มนี้เพคะฝ่าบาท" พิกุลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ‌"กระหม่อมมิได้เกี่ยวข้องกับไสยดำใดๆ ทั้งสิ้นเพคะ"

"แต่ตำรานี้ถูกพบในเรือนของเจ้า" อัครมหาเสนาบดีฉัตรชัยสวนกลับทันที "นี่คือหลักฐานที่บ่งชี้ว่าเจ้าใช้มนต์ดำเพื่อสะกดจิตฝ่าบาท ให้ทรงหลงใหลในตัวเจ้า และเบี่ยงเบนความสนพระทัยจากราชกิจอันสำคัญพ่ะย่ะค่ะ!"

องค์จักรพรรดิภูมินทร์ทรงกำพระหัตถ์แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน พระองค์ทรงทราบดีว่านี่คือแผนการที่ถูกจัดฉากขึ้นเพื่อกำจัดพิกุลออกไปจากราชสำนัก

"หลักฐานเพียงแค่นี้ยังมิอาจตัดสินความผิดของนางได้" องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยพระสุรเสียงที่หนักแน่น ‍"ใครเป็นพยานยืนยันว่าตำรานี้เป็นของนางจริง"

"กระหม่อมเพคะฝ่าบาท" พระสนมเอกอรุณรัศมีเสด็จออกมาจากด้านข้างของท้องพระโรง นางสวมชุดผ้าไหมสีดำสนิท ใบหน้าของนางเรียบเฉย แต่แววตาของนางกลับฉายแววชัยชนะอย่างมิอาจปิดบังได้

"กระหม่อมเป็นผู้พบตำรานี้ด้วยตัวของกระหม่อมเองเพคะ" พระสนมเอกกราบบังคมทูลด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น "และนางพิกุลยังพยายามที่จะขัดขวางมิให้กระหม่อมนำตำรานี้มาแสดงต่อหน้าพระพักตร์อีกด้วยเพคะ"

คำกล่าวของพระสนมเอกอรุณรัศมีทำให้สถานการณ์ของพิกุลยิ่งเลวร้ายลงไปอีก

"โกหก!" พิกุลอุทานด้วยความโกรธ ​"พระสนมเป็นผู้ที่นำตำรานี้มาวางไว้ที่เรือนของกระหม่อมเองต่างหาก!"

"บังอาจ!" พระสนมเอกอรุณรัศมีตรัสด้วยความเดือดดาล "สตรีต่ำต้อยเช่นเจ้า กล้ากล่าวหาข้าเชียวหรือ!"

"พอได้แล้ว!" องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยพระสุรเสียงอันกึกก้อง ทำให้ทุกคนในท้องพระโรงเงียบลงทันที

"ข้าจะมิยอมให้ผู้ใดกล่าวหาพิกุลโดยไร้หลักฐาน" องค์จักรพรรดิทรงตรัส "ตำราเล่มนี้อาจถูกนำมาวางไว้เพื่อใส่ร้ายนางก็ได้"

"แต่ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ" ​อัครมหาเสนาบดีฉัตรชัยกราบบังคมทูล "หากพระองค์ยังทรงปกป้องสตรีผู้นี้ ย่อมเป็นที่ครหาว่าพระองค์ทรงถูกมนต์ดำสะกดจิตจริงพ่ะย่ะค่ะ! และอาจนำมาซึ่งความไม่มั่นคงของราชบัลลังก์พ่ะย่ะค่ะ"

คำพูดของอัครมหาเสนาบดีฉัตรชัยราวกับคมมีดที่ทิ่มแทงหัวใจขององค์จักรพรรดิ พระองค์ทรงทราบดีว่าข้อกล่าวหาเรื่องมนต์ดำนั้นเป็นเรื่องร้ายแรง หากพระองค์ยังทรงปกป้องพิกุลอย่างเปิดเผย ย่อมเป็นการเปิดช่องให้ผู้ไม่หวังดีใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการโค่นล้มราชบัลลังก์ได้

องค์จักรพรรดิทรงหลับพระเนตรลงช้าๆ พลางทอดถอนพระทัยเบาๆ ​พระองค์ทรงมองไปยังพิกุลที่ยืนอยู่เบื้องล่าง ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่ก็ยังคงฉายแววความรักที่บริสุทธิ์

"พิกุล..." องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยพระสุรเสียงอันแผ่วเบา "เจ้า...เจ้าต้องออกไปจากวังหลวงแห่งนี้"

พิกุลถึงกับเบิกตากว้าง นางไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำนี้จากองค์จักรพรรดิ

"ฝ่าบาทเพคะ!" พิกุลอุทานด้วยความตกใจ "กระหม่อมมิได้ทำอะไรผิดนะเพคะ!"

"ข้ารู้พิกุล" องค์จักรพรรดิทรงตรัส "แต่เพื่อความปลอดภัยของเจ้า และเพื่อความมั่นคงของราชบัลลังก์ เจ้าต้องไปจากที่นี่"

พระองค์ทรงมิอาจจะทนเห็นพิกุลต้องตกอยู่ในอันตรายได้อีกต่อไป พระองค์ทรงตัดสินใจที่จะเสียสละความรักส่วนตัว เพื่อปกป้องนางจากพายุแห่งราชสำนัก

"มิได้พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท!" อัครมหาเสนาบดีฉัตรชัยกราบบังคมทูลด้วยความไม่พอใจ "สตรีผู้นี้ได้กระทำความผิดร้ายแรง จะปล่อยให้นางหนีไปได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ!"

"นางมิได้หนี" องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยพระสุรเสียงที่หนักแน่น "ข้าเป็นผู้ที่อนุญาตให้นางออกไปจากวังหลวงแห่งนี้เอง!"

"แต่ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ..."

"พอได้แล้ว!" องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยพระสุรเสียงอันกึกก้อง "นี่คือราชโองการของข้า! ผู้ใดบังอาจขัดขืน จะต้องได้รับโทษทัณฑ์สถานหนัก!"

เหล่าขุนนางต่างพากันเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าขัดขืนราชโองการขององค์จักรพรรดิอีกต่อไป

"พิกุล...เจ้าจงไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้" องค์จักรพรรดิทรงตรัสกับพิกุลอีกครั้ง "จงไปใช้ชีวิตอย่างอิสระตามที่เจ้าปรารถนา"

น้ำตาของพิกุลไหลรินอาบแก้ม นางมององค์จักรพรรดิด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและรักใคร่ นางรู้ดีว่าองค์จักรพรรดิทรงทำเช่นนี้เพื่อปกป้องนาง

"ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท" พิกุลเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "กระหม่อมจะไม่มีวันลืมพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์เลยเพคะ"

พิกุลก้มลงกราบแทบพระบาทขององค์จักรพรรดิเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังกลับแล้วเดินออกไปจากท้องพระโรง โดยมีเหล่าทหารคอยควบคุมนางไปส่งยังนอกวังหลวง

องค์จักรพรรดิภูมินทร์ทรงมองตามเงาร่างของพิกุลจนลับหายไปในความมืดมิด หัวใจของพระองค์บีบรัดด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส พระองค์ทรงรู้สึกราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างได้หลุดลอยออกไปจากชีวิตของพระองค์

มรสุมที่โหมกระหน่ำในราชสำนักครั้งนี้ ได้พัดพาเอาบุปผางามออกไปจากกรงทองแห่งนี้แล้ว ทิ้งไว้เพียงความเดียวดายและความเจ็บปวดในหัวใจขององค์จักรพรรดิผู้สูงศักดิ์ ทว่านี่อาจจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดเท่านั้น เพราะความรักอันบริสุทธิ์ที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางกฎเกณฑ์อันเคร่งครัด จะยังคงเบ่งบานอยู่ในใจของพวกเขาทั้งสองไปตลอดกาล รอวันที่จะได้กลับมาเคียงคู่กันอีกครั้ง ไม่ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยขวากหนามและอุปสรรคเพียงใดก็ตาม.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บุปผาเคียงบัลลังก์

บุปผาเคียงบัลลังก์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!