สามเดือนผ่านไปนับตั้งแต่วันที่พิกุลต้องจากไปจากวังหลวง ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าในพระทัยขององค์จักรพรรดิภูมินทร์ พระองค์ทรงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในพระตำหนักส่วนพระองค์ ทรงทอดพระเนตรภาพวาดของพิกุลที่ยังคงตั้งตระหง่านอยู่บนผนัง ราวกับจะย้ำเตือนถึงความรักที่ต้องพรากจากกัน
หลังจากการกำจัดพิกุลออกจากราชสำนัก อัครมหาเสนาบดีฉัตรชัยและเหล่าขุนนางผู้ใหญ่ก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก พวกเขาเชื่อว่าได้ขจัดภัยคุกคามต่อราชบัลลังก์ไปแล้ว ทว่าพวกเขากลับมิอาจเข้าใจถึงความเจ็บปวดที่กัดกินหัวใจขององค์จักรพรรดิได้เลย
ในขณะที่ราชสำนักดูเหมือนจะกลับมาสู่ความสงบ แต่เบื้องหลังความสงบนั้นกลับเต็มไปด้วยแผนการร้าย องค์จักรพรรดิภูมินทร์ทรงทราบดีว่าอัครมหาเสนาบดีฉัตรชัยและพระสนมเอกอรุณรัศมีคือผู้บงการอยู่เบื้องหลังแผนการใส่ร้ายพิกุล พระองค์ทรงรอคอยจังหวะที่จะเอาคืนอย่างสาสม
ในอีกด้านหนึ่ง พิกุลได้ออกเดินทางท่องไปในโลกภายนอกวังหลวงตามที่นางใฝ่ฝัน นางเดินทางไปยังภูเขาสูง ทะเลกว้างใหญ่ และเมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยผู้คน นางวาดภาพทุกสิ่งที่ตาเห็น เก็บเกี่ยวความงดงามของธรรมชาติและความหลากหลายของผู้คนเอาไว้ในผืนผ้าใบ พิกุลรู้สึกเป็นอิสระและมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทว่าในทุกๆ ภาพวาดของนาง มักจะมีเงาของชายหนุ่มผู้หนึ่งปรากฏขึ้นในความทรงจำเสมอ นั่นคือองค์จักรพรรดิภูมินทร์ ผู้ที่นางรักและคิดถึงอยู่ทุกลมหายใจ
แม้นางจะจากไปจากวังหลวงแล้ว แต่ข่าวคราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ในราชสำนักก็ยังคงส่งมาถึงนางเป็นระยะ นางทราบดีว่าองค์จักรพรรดิทรงต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากเพียงใด และนางก็ยังคงเฝ้ารอคอยวันที่จะได้กลับไปเคียงข้างพระองค์อีกครั้ง
วันหนึ่ง ข่าวร้ายก็มาถึงพิกุล "องค์จักรพรรดิภูมินทร์ทรงประชวรหนัก!" ข่าวนี้ทำให้พิกุลรู้สึกใจหาย นางรู้ดีว่าองค์จักรพรรดิทรงมิได้ประชวรด้วยโรคภัยไข้เจ็บ แต่เป็นเพราะความตรอมใจที่ต้องพรากจากนางไป
พิกุลตัดสินใจที่จะกลับไปยังวังหลวง นางรู้ดีว่าการกลับไปในครั้งนี้อาจจะต้องเผชิญหน้ากับอันตรายถึงชีวิต แต่ความรักที่นางมีต่อองค์จักรพรรดินั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าความกลัวใดๆ
เมื่อพิกุลเดินทางกลับมาถึงวังหลวง นางก็พบว่าสถานการณ์เลวร้ายกว่าที่คิด องค์จักรพรรดิทรงประชวรหนักจนมิอาจทรงว่าราชกิจได้ อัครมหาเสนาบดีฉัตรชัยและเหล่าขุนนางผู้ใหญ่พยายามที่จะยึดอำนาจ และบังคับให้องค์จักรพรรดิทรงสละราชบัลลังก์
พิกุลลอบเข้าไปในวังหลวงด้วยความช่วยเหลือจากขันทีคนสนิทขององค์จักรพรรดิผู้ที่ยังคงจงรักภักดี เมื่อนางเข้าไปถึงห้องบรรทมขององค์จักรพรรดิ นางก็พบว่าพระองค์ทรงนอนอยู่บนพระแท่นบรรทม ใบหน้าซีดเผือด ร่างกายผอมซูบลงอย่างเห็นได้ชัด
"ฝ่าบาทเพคะ!" พิกุลอุทานด้วยความตกใจ นางรีบเข้าไปประคองพระองค์
องค์จักรพรรดิภูมินทร์ทรงลืมพระเนตรขึ้นช้าๆ เมื่อทรงเห็นพิกุลปรากฏอยู่ตรงหน้า แววตาของพระองค์ก็ฉายแววความประหลาดใจและความยินดีอย่างมิอาจปิดบังได้
"พิกุล...เจ้ากลับมาแล้วหรือ" พระองค์ตรัสด้วยพระสุรเสียงอันแผ่วเบา
"เพคะฝ่าบาท กระหม่อมกลับมาแล้ว" พิกุลตอบ น้ำตาของนางไหลรินอาบแก้ม
"เจ้าไม่ควรกลับมาที่นี่" องค์จักรพรรดิทรงตรัส "ที่นี่อันตรายเกินไปสำหรับเจ้า"
"กระหม่อมมิอาจทอดทิ้งพระองค์ได้เพคะ" พิกุลตอบ "กระหม่อมรักพระองค์เพคะฝ่าบาท"
คำพูดของพิกุลทำให้องค์จักรพรรดิทรงรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ พระองค์ทรงพยายามที่จะลุกขึ้นนั่ง แต่ร่างกายของพระองค์กลับอ่อนแรงเกินกว่าที่จะทำได้
"อัครมหาเสนาบดีฉัตรชัยกำลังพยายามที่จะยึดอำนาจ" องค์จักรพรรดิทรงตรัส "เขาจะบังคับให้ข้าสละราชบัลลังก์ในวันพรุ่งนี้"
พิกุลรู้สึกตกใจอย่างมาก นางรู้ดีว่านี่คือสถานการณ์ที่อันตรายถึงชีวิต แต่นางก็ไม่ยอมแพ้
"กระหม่อมจะช่วยพระองค์เพคะฝ่าบาท" พิกุลเอ่ยขึ้น "กระหม่อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องราชบัลลังก์ของพระองค์"
ในคืนนั้น พิกุลได้วางแผนร่วมกับขันทีคนสนิทขององค์จักรพรรดิและทหารองครักษ์ผู้จงรักภักดี พวกเขาร่วมกันวางแผนที่จะเปิดโปงความชั่วร้ายของอัครมหาเสนาบดีฉัตรชัยและพระสนมเอกอรุณรัศมี
ในวันรุ่งขึ้น ณ ท้องพระโรงอันกว้างใหญ่ อัครมหาเสนาบดีฉัตรชัยและเหล่าขุนนางผู้ใหญ่กำลังเตรียมการที่จะบังคับให้องค์จักรพรรดิทรงสละราชบัลลังก์ องค์จักรพรรดิภูมินทร์ทรงประทับอยู่บนพระบัลลังก์ ด้วยพระพักตร์ที่ซีดเซียว แต่แววตาของพระองค์กลับฉายแววความมุ่งมั่นอย่างที่มิเคยเป็นมาก่อน
"บัดนี้องค์จักรพรรดิทรงประชวรหนัก มิอาจทรงว่าราชกิจได้" อัครมหาเสนาบดีฉัตรชัยกราบบังคมทูล "กระหม่อมจึงขอให้ฝ่าบาททรงสละราชบัลลังก์ เพื่อความมั่นคงของอาณาจักรพ่ะย่ะค่ะ"
เหล่าขุนนางต่างพากันเห็นด้วย ทว่าในขณะที่อัครมหาเสนาบดีฉัตรชัยกำลังจะประกาศราชโองการ ก็พลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังของท้องพระโรง
"หยุดเดี๋ยวนี้!"
ทุกคนหันไปมอง ก็พบว่าพิกุลกำลังยืนอยู่ตรงนั้น นางสวมชุดผ้าไหมสีขาวสะอาดตา ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความกล้าหาญและมุ่งมั่น
"สตรีผู้นั้น!" อัครมหาเสนาบดีฉัตรชัยอุทานด้วยความตกใจ "เหตุใดเจ้าจึงกลับมาที่นี่!"
"ข้ากลับมาเพื่อเปิดโปงความชั่วร้ายของท่านต่างหาก!" พิกุลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอันดังฟังชัด "ท่านอัครมหาเสนาบดีฉัตรชัยและพระสนมเอกอรุณรัศมี ได้ร่วมกันวางแผนใส่ร้ายข้า และวางแผนที่จะยึดอำนาจจากองค์จักรพรรดิ!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วท้องพระโรง พิกุลได้นำหลักฐานต่างๆ ที่นางรวบรวมได้มาแสดงต่อหน้าทุกคน ไม่ว่าจะเป็นจดหมายลับที่อัครมหาเสนาบดีฉัตรชัยเขียนถึงพระสนมเอกอรุณรัศมี และคำให้การของขันทีคนสนิทที่ยอมเปิดเผยความจริง
หลักฐานเหล่านี้สร้างความตกตะลึงแก่ทุกคนในท้องพระโรง อัครมหาเสนาบดีฉัตรชัยและพระสนมเอกอรุณรัศมีถึงกับหน้าซีดเผือด พวกเขาไม่คาดคิดว่าแผนการของพวกเขาจะถูกเปิดโปง
"นี่คือหลักฐานที่บ่งชี้ว่าท่านทั้งสองได้กระทำความผิดร้ายแรง" พิกุลเอ่ยขึ้น "สมควรได้รับโทษทัณฑ์สถานหนัก!"
องค์จักรพรรดิภูมินทร์ทรงลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้ร่างกายของพระองค์จะยังคงอ่อนแรง แต่แววตาของพระองค์กลับเต็มไปด้วยอำนาจและความมุ่งมั่น
"อัครมหาเสนาบดีฉัตรชัย และพระสนมเอกอรุณรัศมี" องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยพระสุรเสียงอันกึกก้อง "เจ้าทั้งสองได้กระทำความผิดร้ายแรง เป็นกบฏต่อราชบัลลังก์ สมควรได้รับโทษประหารชีวิต!"
คำตัดสินขององค์จักรพรรดิทำให้ทุกคนในท้องพระโรงเงียบกริบ อัครมหาเสนาบดีฉัตรชัยและพระสนมเอกอรุณรัศมีถูกทหารองครักษ์จับกุมตัวไปในทันที
หลังจากที่เรื่องราวทั้งหมดคลี่คลายลง องค์จักรพรรดิภูมินทร์ก็ทรงหายจากอาการประชวรอย่างรวดเร็ว ราชสำนักกลับมาสู่ความสงบสุขอีกครั้ง และพระองค์ก็ทรงประกาศแต่งตั้งพิกุลเป็นพระสนมเอก ตำแหน่งที่สูงที่สุดสำหรับสตรีที่ไม่ใช่เชื้อพระวงศ์
พิกุลในฐานะพระสนมเอก ได้รับการยอมรับจากเหล่าข้าราชบริพารและราษฎร นางยังคงใช้พรสวรรค์ด้านศิลปะของนางในการสร้างสรรค์ผลงานที่งดงาม และยังคงเป็นที่ปรึกษาที่สำคัญขององค์จักรพรรดิ
ในค่ำคืนหนึ่ง องค์จักรพรรดิภูมินทร์ทรงจูงมือพิกุลไปเดินเล่นในสวนต้องห้าม ที่ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความรักของพวกเขาทั้งสอง
"พิกุล...เจ้าคือบุปผาที่งดงามที่สุดในชีวิตของข้า" องค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยพระสุรเสียงอ่อนโยน "ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้เจ้าจากไปจากข้าอีกแล้ว"
พิกุลเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรของพระองค์ "กระหม่อมก็รักพระองค์เพคะฝ่าบาท"
พระองค์ทรงก้มลงจุมพิตหน้าผากของพิกุลอย่างอ่อนโยน แสงจันทร์สาดส่องลงมาต้องร่างของทั้งสอง ดูงดงามราวกับภาพวาด
ความรักขององค์จักรพรรดิภูมินทร์และพิกุล ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความรักแท้สามารถงดงามได้แม้จะแตกต่างชนชั้น พวกเขาทั้งสองได้ฝ่าฟันอุปสรรคและอันตรายมากมาย เพื่อที่จะได้มาซึ่งความสุขและการอยู่เคียงคู่กัน
เส้นทางที่พวกเขาเลือกเดิน อาจจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ด้วยคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้แก่กันและกัน ความรักของพวกเขาก็จะยังคงเบ่งบานอย่างงดงาม เคียงข้างบัลลังก์แห่งอาณาจักรไปตลอดกาล.

บุปผาเคียงบัลลังก์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก