หลายปีผ่านไป ความรักระหว่างองค์จักรพรรดิอัคราธิราชและจิตรกรเอกมณี ได้เบ่งบานอย่างงดงามและมั่นคง แม้จะยังคงมีสายตาจับจ้องและคำนินทาอยู่บ้าง แต่ด้วยพระปรีชาสามารถขององค์จักรพรรดิ และความดีงามของมณี นางก็ได้พิสูจน์ให้ผู้คนเห็นแล้วว่าคุณค่าของคนมิได้ขึ้นอยู่กับชาติกำเนิด มณีมิได้เพียงเป็นจิตรกรเอกที่ถวายงานศิลปะเท่านั้น แต่นางยังเป็นที่ปรึกษาที่สำคัญ เป็นผู้ฟังที่เข้าใจ และเป็นดั่งดวงใจขององค์จักรพรรดิ ความสุขที่องค์จักรพรรดิได้รับจากมณีได้แผ่ซ่านไปทั่วราชสำนัก ทำให้พระองค์ทรงปกครองแผ่นดินด้วยพระทัยที่เปี่ยมด้วยเมตตาและปรีชาญาณ แผ่นดินจึงสงบสุขและเจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่ง
แต่ภายใต้ความสงบสุขที่ดูเหมือนจะยั่งยืนนั้น กลับมีคลื่นใต้น้ำแห่งความริษยาและทะเยอทะยานที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน ‘พระยาอัสดง’ และ ‘แม่ทัพบูรพา’ ที่ยังคงไม่พอใจในความสัมพันธ์ขององค์จักรพรรดิกับมณี และยังคงต้องการที่จะให้ ‘คุณหญิงจันทร์เพ็ญ’ ขึ้นเป็นพระสนมเอก เพื่อเสริมสร้างอำนาจบารมีของตนเอง ได้แอบสมคบคิดกับขุนนางบางกลุ่มและเหล่าแม่ทัพนายกองที่ไม่พอใจในนโยบายบางอย่างขององค์จักรพรรดิ พวกเขาก่อกบฏวางแผนยึดอำนาจ โดยมีเป้าหมายคือโค่นล้มองค์จักรพรรดิอัคราธิราชลงจากบัลลังก์ และตั้งจักรพรรดิองค์ใหม่ที่พวกตนสามารถควบคุมได้
ค่ำคืนหนึ่งที่สายลมโหมกระหน่ำ พัดพาเอาความหนาวเย็นและความไม่ชอบมาพากลเข้ามาปกคลุมพระราชวัง องค์จักรพรรดิทรงกำลังปรึกษาราชกิจกับมณีอยู่ในตำหนักส่วนพระองค์ มณีในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ กำลังบรรจงจัดดอกไม้ในแจกันอย่างใจเย็น ขณะที่องค์จักรพรรดิประทับอยู่บนพระแท่น ทอดพระเนตรเอกสารราชการ
พลัน เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังกึกก้องไปทั่วพระราชวัง เป็นเสียงที่บ่งบอกถึงเหตุร้ายแรงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายสิบปี องค์จักรพรรดิทรงผงกพระพักตร์ขึ้นทันที พระเนตรคมกริบฉายแววไม่สบายพระทัย
“เกิดอะไรขึ้น!” องค์จักรพรรดิตรัสถามด้วยพระสุรเสียงที่เคร่งเครียด
ยังไม่ทันที่มณีจะได้เอ่ยสิ่งใด ทหารองครักษ์ผู้หนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาในตำหนักด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด “ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ! เกิดกบฏขึ้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ! พระยาอัสดงและแม่ทัพบูรพาได้นำกำลังทหารเข้ายึดพระราชวัง! พวกมันกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่พ่ะย่ะค่ะ!”
คำพูดของทหารองครักษ์ทำให้องค์จักรพรรดิและมณีถึงกับตกใจ องค์จักรพรรดิทรงลุกขึ้นยืนในทันที ใบหน้าของพระองค์เคร่งเครียด แต่แววตายังคงฉายแววเด็ดเดี่ยว
“พวกมันกล้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ!” องค์จักรพรรดิทรงกำพระหัตถ์แน่น “เตรียมกำลังพล! เราจะต่อสู้!”
“แต่ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ” ทหารองครักษ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หวาดหวั่น “กำลังพลของพวกมันมีมากกว่าเรามากพ่ะย่ะค่ะ และพวกมันได้ยึดครองประตูวังทุกบานไว้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
มณีรู้สึกเหมือนหัวใจของนางกำลังจะหยุดเต้น นางมองไปยังองค์จักรพรรดิด้วยความห่วงใยอย่างที่สุด “ฝ่าบาทเพคะ...เราจะทำเช่นไรดีเพคะ”
องค์จักรพรรดิทรงถอนพระทัยแผ่วเบา ทรงตระหนักดีถึงสถานการณ์ที่คับขัน พระองค์ทรงหันไปมองมณีด้วยแววตาที่อ่อนโยน “เจ้าไม่ต้องกลัวมณี ข้าจะปกป้องเจ้าเอง”
“แต่ฝ่าบาทก็ต้องปกป้องตัวท่านเองด้วยเพคะ” มณีเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “หม่อมฉันจะอยู่เคียงข้างฝ่าบาท ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น”
องค์จักรพรรดิทรงพยักพระพักตร์ ทรงสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นในแววตาของมณี พระองค์ทรงรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาดท่ามกลางสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้
เสียงฝีเท้าของทหารที่บุกรุกเข้ามาในพระราชวังเริ่มดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เสียงดาบกระทบกัน เสียงกรีดร้อง และเสียงตะโกนของเหล่าทหารกบฏดังก้องไปทั่ว ทำให้บรรยากาศยิ่งตึงเครียด
“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ! พวกมันมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” ทหารองครักษ์เอ่ยเตือน
องค์จักรพรรดิทรงตัดสินพระทัยอย่างรวดเร็ว “ข้าจะออกไปเผชิญหน้ากับพวกมันเอง” พระองค์ตรัสด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว “เจ้าอยู่ข้างในนี้มณี อย่าออกไปไหน”
“ไม่เพคะฝ่าบาท!” มณีร้องห้าม “หม่อมฉันจะไปกับฝ่าบาทเพคะ”
“ไม่ได้มณี” องค์จักรพรรดิตรัสเสียงหนักแน่น “นี่เป็นอันตรายเกินไปสำหรับเจ้า”
แต่ในขณะนั้นเอง ประตูตำหนักก็ถูกพังเข้ามาอย่างแรง เหล่าทหารกบฏพร้อมด้วย ‘พระยาอัสดง’ และ ‘แม่ทัพบูรพา’ ก็กรูกันเข้ามาในห้อง ใบหน้าของพวกเขาทั้งสองเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและชัยชนะ
“องค์จักรพรรดิอัคราธิราช” พระยาอัสดงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “ถึงเวลาแล้วที่พระองค์จะต้องลงจากบัลลังก์”
“พวกเจ้ากล้าก่อกบฏเช่นนี้เชียวหรือพระยาอัสดง แม่ทัพบูรพา” องค์จักรพรรดิตรัสด้วยพระสุรเสียงที่ทรงพลัง “พวกเจ้าจะไม่มีวันได้ครองแผ่นดินนี้หรอก”
“เราจะครองแผ่นดินนี้แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพบูรพาตอบอย่างมั่นใจ “และสตรีสามัญชนผู้นี้ ก็จะไม่มีวันได้ยืนเคียงข้างพระองค์อีกต่อไป”
แม่ทัพบูรพาชักดาบออกจากฝัก และพุ่งเข้าใส่องค์จักรพรรดิในทันที องค์จักรพรรดิทรงคว้าดาบของทหารองครักษ์ที่อยู่ใกล้ๆ และปัดป้องการโจมตีของแม่ทัพบูรพาอย่างรวดเร็ว การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด องค์จักรพรรดิทรงมีฝีมือในการใช้ดาบอย่างยอดเยี่ยม แต่แม่ทัพบูรพาก็เป็นนักรบที่แข็งแกร่งและมีประสบการณ์
ในขณะที่การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด มณีก็พลันเหลือบไปเห็น ‘คุณหญิงจันทร์เพ็ญ’ เดินตามเข้ามาในห้อง ใบหน้าของนางฉายแววสะใจและเย้ยหยัน คุณหญิงจันทร์เพ็ญมองมาที่มณีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้น
“ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องชดใช้แล้วมณี” คุณหญิงจันทร์เพ็ญเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น “เจ้าพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากข้า”
คุณหญิงจันทร์เพ็ญชักกริชที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ และพุ่งเข้าใส่มาที่มณีในทันที มณีเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นางพยายามหลบหลีก แต่ก็ช้าเกินไป กริชคมกริบกรีดเข้าที่แขนของนาง เลือดสีแดงสดไหลรินออกมา
“อ๊าย!” มณีร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
องค์จักรพรรดิได้ยินเสียงร้องของมณี ทรงหันไปมองด้วยความตกใจ และนั่นทำให้พระองค์พลาดท่าถูกแม่ทัพบูรพาฟันเข้าที่แขน เลือดสีแดงสดไหลรินออกมาเช่นกัน
“ฝ่าบาท!” มณีร้องเรียกด้วยความตกใจ
องค์จักรพรรดิทรงกัดฟันแน่น ทรงหันกลับไปเผชิญหน้ากับแม่ทัพบูรพาอีกครั้ง แต่คราวนี้พระองค์ทรงบาดเจ็บ ทำให้การเคลื่อนไหวช้าลง
พระยาอัสดงเห็นโอกาส จึงสั่งให้ทหารกบฏเข้าล้อมองค์จักรพรรดิไว้ องค์จักรพรรดิทรงต่อสู้อย่างกล้าหาญ แต่กำลังพลของฝ่ายกบฏมีมากกว่ามาก ทำให้พระองค์ทรงตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ
มณีเห็นองค์จักรพรรดิกำลังตกอยู่ในอันตราย นางไม่สามารถทนดูอยู่เฉยๆ ได้ นางเหลือบไปเห็นภาพวาด 'จันทร์เคียงปราสาท' ที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์วางอยู่บนโต๊ะข้างๆ แววตาของนางฉายแววเด็ดเดี่ยว นางตัดสินใจที่จะทำบางสิ่งบางอย่าง
มณีรีบคว้าขวดยาพิษที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชักโต๊ะ ซึ่งเป็นยาพิษที่นางเก็บไว้ใช้สำหรับฆ่าตัวตายหากวันใดที่ถูกจับไปทรมาน นางเปิดฝาขวดยาพิษออก และพุ่งเข้าใส่คุณหญิงจันทร์เพ็ญในทันที
“เจ้าจะทำอะไรน่ะ!” คุณหญิงจันทร์เพ็ญร้องออกมาด้วยความตกใจ
มณีไม่ตอบ นางพุ่งเข้าใส่คุณหญิงจันทร์เพ็ญอย่างรวดเร็ว และใช้มือที่ถือขวดยาพิษบีบเข้าที่คอของคุณหญิงจันทร์เพ็ญอย่างแรง ยาพิษในขวดถูกบีบออกมาโดนใบหน้าของคุณหญิงจันทร์เพ็ญเล็กน้อย
คุณหญิงจันทร์เพ็ญกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าของนางเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวด้วยพิษร้าย นางดิ้นรนอย่างทุรนทุราย ก่อนจะล้มลงไปนอนชักกระตุกอยู่บนพื้น
เหล่าทหารกบฏและพระยาอัสดงต่างพากันตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขาไม่คาดคิดว่ามณีจะกล้ากระทำการเช่นนี้
องค์จักรพรรดิเองก็ทรงตกใจกับสิ่งที่มณีทำ แต่พระองค์ก็ทรงตระหนักได้ว่านี่คือโอกาสที่จะพลิกสถานการณ์
“พวกเจ้าเห็นแล้วใช่หรือไม่!” องค์จักรพรรดิตรัสเสียงดังลั่น “พวกเจ้ายังจะกล้าภักดีต่อคนชั่วช้าที่คิดจะโค่นล้มราชบัลลังก์เช่นนี้อีกหรือ!”
เหล่าทหารกบฏบางคนเริ่มลังเล พวกเขามองไปยังคุณหญิงจันทร์เพ็ญที่กำลังสิ้นใจอยู่บนพื้น และมองไปยังพระยาอัสดงและแม่ทัพบูรพาที่ยังคงยืนนิ่งด้วยความตกใจ
ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าของทหารอีกกลุ่มหนึ่งก็ดังกึกก้องเข้ามาในพระราชวัง เป็น ‘แม่ทัพสุริยะ’ ผู้เป็นแม่ทัพที่จงรักภักดีต่อองค์จักรพรรดิ ได้นำกำลังพลที่ซ่อนตัวอยู่บุกเข้ามาช่วยเหลือ
“พวกเรามาแล้วพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท!” แม่ทัพสุริยะตะโกนเสียงดัง
การมาถึงของแม่ทัพสุริยะและกำลังพลที่จงรักภักดี ทำให้สถานการณ์พลิกผันในทันที เหล่าทหารกบฏที่กำลังลังเล เริ่มทิ้งอาวุธและยอมจำนน พระยาอัสดงและแม่ทัพบูรพาพยายามจะหลบหนี แต่ก็ถูกจับกุมตัวไว้ได้ในที่สุด
การกบฏถูกปราบปรามลงได้อย่างรวดเร็ว แต่พระราชวังก็เต็มไปด้วยความเสียหายและคราบเลือด องค์จักรพรรดิทรงรีบเข้าไปหามณีทันที
“มณี! เจ้าไม่เป็นอะไรนะ!” องค์จักรพรรดิทรงประคองนางขึ้นมาอย่างอ่อนโยน
มณีมองพระองค์ด้วยรอยยิ้มที่อ่อนแรง “หม่อมฉัน...หม่อมฉันไม่เป็นอะไรเพคะฝ่าบาท”
พระองค์ทรงเห็นรอยแผลที่แขนของมณี และใบหน้าที่ซีดเซียวของนาง “เจ้าบาดเจ็บนี่!”
“นิดหน่อยเพคะ” มณีตอบ “แต่ฝ่าบาทก็ทรงบาดเจ็บเช่นกันเพคะ”
องค์จักรพรรดิทรงส่ายพระพักตร์ “แผลของข้ามิได้สำคัญเท่าแผลของเจ้า” พระองค์ทรงโอบกอดมณีไว้ในอ้อมพระกรอย่างแน่นหนา หัวใจของพระองค์เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งโล่งใจ ปลื้มปิติ และความรักอันลึกซึ้งที่มีต่อนาง
มณีได้แสดงให้เห็นแล้วว่านางมิได้เป็นเพียงสตรีที่งดงามและอ่อนโยนเท่านั้น แต่นางยังเป็นสตรีที่กล้าหาญและเด็ดเดี่ยว พร้อมที่จะเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อคนที่นางรัก นางได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าความรักของนางที่มีต่อองค์จักรพรรดินั้นบริสุทธิ์และแท้จริงเพียงใด
มรสุมแห่งราชบัลลังก์ได้ผ่านพ้นไปแล้ว ด้วยความกล้าหาญขององค์จักรพรรดิและความเสียสละของมณี บททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของพวกเขาได้สิ้นสุดลง แต่การกบฏครั้งนี้ก็ได้ทิ้งร่องรอยไว้ในใจของทั้งสอง และได้เปลี่ยนโฉมหน้าของราชวงศ์ไปตลอดกาล บัดนี้ องค์จักรพรรดิทรงตระหนักแล้วว่าความรักของพระองค์ที่มีต่อมณีนั้นสำคัญเพียงใด และพระองค์จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะให้นางได้ยืนเคียงข้างพระองค์บนบัลลังก์อย่างสมเกียรติ.

บุปผาเคียงบัลลังก์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก