พลิกวังครองบัลลังก์

ตอนที่ 31 — พลิกวิกฤต บุปผาแห่งสายน้ำ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

32 ตอน · 1,296 คำ

การเริ่มต้นสร้างบ่อบัวหลวงขนาดเล็กเพื่อการทดลองเป็นไปอย่างทุลักทุเล ภายใต้การดูแลของหลินหลินและองค์รักษ์เยว่ แรงงานหลักมาจากทหารที่ถูกจัดสรรมาช่วยงาน และชาวบ้านบางส่วนที่ถูกว่าจ้างให้เข้ามาทำงาน หลินหลินต้องใช้ความรู้จากระบบ ผสมผสานกับความเข้าใจในสภาพแวดล้อมและวัสดุที่มีอยู่ในยุคนี้ เธอเลือกพื้นที่ว่างเปล่าเล็กๆ ด้านหลังตำหนักหนึ่ง ‌ซึ่งเป็นบริเวณที่อับชื้นและไร้การดูแลมานาน

“ระบบปรับปรุงวังหลวง” ได้จัดหา “คู่มือการสร้างบ่อบัวหลวงฉบับเร่งรัด” มาให้ ซึ่งมีรายละเอียดตั้งแต่การปรับหน้าดิน การวางระบบระบายน้ำ การเลือกชนิดของพืชน้ำที่เหมาะสม ไปจนถึงการบำรุงรักษา ​หลินหลินใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนในการศึกษาและควบคุมงานอย่างใกล้ชิด เธอไม่ใช่เพียงแค่สั่งการ แต่ยังลงมือสาธิตวิธีการทำงานที่ถูกต้องให้แก่คนงานด้วยตัวเอง

“ขุดดินให้ลึกเท่านี้ แล้วใช้หินรองพื้นให้แน่นหนา” หลินหลินสาธิตการเรียงหินฐานบ่อ “ส่วนขอบบ่อ ให้ทำเป็นขั้นบันไดเล็กๆ เพื่อให้พืชน้ำสามารถเจริญเติบโตได้หลากหลายระดับ”

ทหารและชาวบ้านมองหลินหลินด้วยความแปลกใจปนชื่นชม ‍ไม่เคยมีสาวใช้คนไหนที่ทำงานหนักและมีความรู้ความสามารถเช่นนี้มาก่อน พวกเขาเริ่มให้ความเคารพหลินหลินอย่างจริงใจ แม้ว่าจะมีบางคนยังคงกระซิบกระซาบถึงเรื่องความเหมาะสมก็ตาม

แต่ถึงกระนั้น อุปสรรคก็ไม่ได้มาจากเพียงแค่ความไม่เชื่อใจของขุนนางเท่านั้น

“หลินหลิน เจ้ามานี่หน่อย” องค์รักษ์เยว่เรียกหลินหลินไปที่มุมหนึ่งของสถานที่ก่อสร้าง ใบหน้าของเขามืดครึ้ม “ดูนี่สิ”

เขายื่นก้อนดินเหนียวสีดำที่ปนเปื้อนอะไรบางอย่างให้หลินหลินดู ‌“เมื่อคืนที่ผ่านมา มีคนแอบมาเทสิ่งปฏิกูลลงในบ่อที่เราเพิ่งขุดเสร็จ ทำให้ต้องเสียเวลาล้างทำความสะอาดใหม่ทั้งหมด”

หลินหลินขมวดคิ้ว “สิ่งปฏิกูล?” เธอสูดดมกลิ่นเหม็นสาบจางๆ ที่ติดมากับดิน ความโกรธเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ “ใครกันที่กล้าทำเช่นนี้?”

“กระหม่อมได้ส่งคนไปสืบแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ‍องค์รักษ์เยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “แต่ยังไม่พบเบาะแสที่ชัดเจน คาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของพวกคนงานที่ถูกว่าจ้างมาจากหมู่บ้านใกล้เคียง ซึ่งอาจถูกบงการมาจากขุนนางบางกลุ่มที่ยังไม่พอใจในโครงการนี้”

หลินหลินกำมือแน่น นี่คือการขัดขวางโดยตรง ไม่ใช่แค่คำพูดอีกต่อไป “พวกเขาต้องการให้โครงการนี้ล้มเหลว”

“พ่ะย่ะค่ะ” องค์รักษ์เยว่ยืนยัน ​“และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก มีรายงานว่าวัสดุก่อสร้างบางอย่างหายไป หรืออุปกรณ์บางชิ้นถูกทำให้เสียหายโดยเจตนา”

หลินหลินถอนหายใจยาว ความเหนื่อยล้าเริ่มเข้ามาเกาะกุมจิตใจ เธอพยายามอย่างเต็มที่เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นถึงประโยชน์ของโครงการนี้ แต่ก็ยังมีคนคอยขัดขวางอยู่เสมอ

“เราจะรับมือกับเรื่องนี้อย่างไรดีพ่ะย่ะค่ะ” องค์รักษ์เยว่ถามอย่างเป็นกังวล “หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ​การก่อสร้างจะล่าช้า และอาจไม่แล้วเสร็จตามกำหนด”

หลินหลินหลับตาลงชั่วครู่ พยายามรวบรวมสติและหาทางออก เธอรู้ดีว่านี่คือบททดสอบที่สำคัญ หากเธอล้มเหลว ฮ่องเต้ก็จะสูญเสียความเชื่อมั่น และวังหลวงก็จะกลับไปสู่สภาพเดิมๆ

“เราต้องหาทางป้องกันให้รัดกุมกว่านี้” หลินหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ​“เพิ่มเวรยามให้ถี่ขึ้น และให้องค์รักษ์เยว่ช่วยสอดส่องเป็นพิเศษ หากจับได้คาหนังคาเขา ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ต้องลงโทษตามกฎของวังหลวงอย่างเด็ดขาด”

“พ่ะย่ะค่ะ” องค์รักษ์เยว่รับคำสั่งอย่างเข้มแข็ง

แต่การขัดขวางก็ยังคงเกิดขึ้นเรื่อยๆ แม้จะเพิ่มเวรยามแล้วก็ตาม ดูเหมือนว่าจะมีสายที่อยู่ในกลุ่มคนงานหรือแม้แต่ในหมู่ทหารที่ถูกส่งมาช่วยงาน

ในที่สุด หลินหลินก็ตัดสินใจเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อรายงานสถานการณ์ ฮ่องเต้ประทับอยู่บนบัลลังก์ด้วยพระพักตร์ที่เคร่งเครียด หลังจากได้ฟังรายงานจากองค์รักษ์เยว่และหลินหลิน

“นี่มันมากเกินไปแล้ว!” ฮ่องเต้ตวาดเสียงดังเป็นครั้งแรก ดวงพระเนตรฉายแววพิโรธอย่างแท้จริง “พวกมันกล้าดียังไง มาขัดขวางพระราชโองการของข้า!”

หลินหลินก้มหน้าลงอย่างนอบน้อม “หม่อมฉันต้องขออภัยพ่ะย่ะค่ะ ที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ให้เป็นไปตามที่ฝ่าบาททรงตั้งพระทัย”

“นี่ไม่ใช่ความผิดของเจ้า หลินหลิน” ฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แต่ยังคงแฝงด้วยความไม่พอใจ “มันเป็นความผิดของพวกขุนนางที่ตาบอด หูหนวก ไม่เห็นถึงประโยชน์ส่วนรวม”

“แต่หากฝ่าบาทจะทรงลงโทษพวกเขาในตอนนี้ อาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงขึ้นพ่ะย่ะค่ะ” หลินหลินกล่าวอย่างระมัดระวัง “พวกเขากำลังรอให้โครงการนี้ล้มเหลว เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการโจมตีฝ่าบาทและหม่อมฉัน”

ฮ่องเต้เงียบไปชั่วครู่ พระองค์กำลังคิดหาทางออก ทรงรู้ดีว่าการจะเอาชนะเหล่าขุนนางหัวเก่าได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย หากไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน โครงการนี้ก็จะถูกยุติในที่สุด

“แล้วเราจะทำอย่างไรดีเล่า” ฮ่องเต้ตรัสถามหลินหลินด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม แสดงให้เห็นถึงความเชื่อใจที่พระองค์มีต่อนาง

หลินหลินเงยหน้าขึ้นมองฮ่องเต้ ดวงตาของเธอฉายแววแห่งความมุ่งมั่นอีกครั้ง “หม่อมฉันขอเวลาอีกเจ็ดวันพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท หม่อมฉันจะเร่งรัดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ และจะจัดงานเปิดตัว ‘บ่อบัวหลวงทดลอง’ แห่งนี้ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นถึงผลลัพธ์ที่จับต้องได้”

“เจ็ดวัน? มันจะเป็นไปได้อย่างไร” ฮ่องเต้ทรงสงสัย “การก่อสร้างยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร”

“ด้วยความช่วยเหลือจากระบบปรับปรุงวังหลวง หม่อมฉันเชื่อว่ามันเป็นไปได้พ่ะย่ะค่ะ” หลินหลินกล่าวด้วยความมั่นใจ แม้ในใจจะแอบกังวลเล็กน้อยก็ตาม “และในวันเปิดตัว หม่อมฉันจะเตรียมอาหารพิเศษที่ปรุงจากพืชน้ำและปลาที่เลี้ยงในบ่อแห่งนี้ เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า บ่อแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ความงดงาม แต่ยังเปี่ยมด้วยประโยชน์ใช้สอยที่แท้จริง”

ฮ่องเต้ทรงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ “เอาเถิด… ข้าจะให้เวลาเจ้าเจ็ดวัน หากเจ้าทำสำเร็จ ข้าจะสั่งให้ดำเนินการโครงการใหญ่ทันที และจะไม่มีใครกล้าคัดค้านได้อีก”

“ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ!” หลินหลินโค้งคำนับอย่างลึกซึ้ง

หลังจากได้รับพระราชานุญาต หลินหลินก็ทำงานอย่างไม่หยุดหย่อน เธอดึงพลังงานและสติปัญญาทั้งหมดที่มีออกมาใช้ ระบบปรับปรุงวังหลวงได้ให้ “เครื่องมือเร่งการเจริญเติบโตของพืชน้ำ” และ “เทคนิคการก่อสร้างฉบับรวดเร็ว” มาให้ ซึ่งช่วยลดเวลาการทำงานไปได้มาก

หลินหลินกำชับองค์รักษ์เยว่ให้เพิ่มการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดที่สุด และกำชับคนงานทุกคนให้ทำงานด้วยความระมัดระวังและตั้งใจ เธอเองก็แทบไม่ได้พักผ่อน คอยตรวจสอบทุกรายละเอียดด้วยตัวเอง

หกวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว บ่อบัวหลวงทดลองขนาดเล็กได้ก่อร่างสร้างตัวขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ น้ำใสสะอาดถูกเติมลงในบ่อ พืชน้ำนานาชนิดถูกจัดวางอย่างสวยงาม ดอกบัวเริ่มผลิบานส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ปลาตัวเล็กๆ แหวกว่ายอยู่ในน้ำอย่างร่าเริง และน้ำตกจำลองขนาดเล็กก็ส่งเสียงซ่าเบาๆ สร้างความสดชื่นให้แก่บรรยากาศโดยรอบ

ในวันที่เจ็ด ซึ่งเป็นวันเปิดตัว ‘บ่อบัวหลวงทดลอง’ ฮ่องเต้ เสนาบดี ขุนนาง และแม้แต่เหล่าพระสนม ต่างมารวมตัวกันที่บริเวณบ่ออย่างพร้อมเพรียง หลายคนมาด้วยความสงสัย บางคนมาด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะไม่มาตามพระราชโองการของฮ่องเต้

ฮ่องเต้เสด็จมาถึงด้วยพระพักตร์ที่ดูเคร่งขรึม แต่เมื่อทอดพระเนตรเห็นบ่อบัวหลวงที่งดงามตรงหน้า พระองค์ก็แย้มพระสรวลออกมาเล็กน้อย

หลินหลินในชุดสาวใช้ที่สะอาดตา ยืนรออยู่ข้างบ่อด้วยความมั่นใจ เธอได้เตรียมการทุกอย่างไว้อย่างดีที่สุด

“เรียนฝ่าบาทและท่านเสนาบดีทุกท่าน” หลินหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนกังวาน “นี่คือ ‘บ่อบัวหลวงทดลอง’ ที่หม่อมฉันได้ใช้เวลาเจ็ดวันในการสร้างขึ้นมาเพื่อพิสูจน์ให้ทุกท่านเห็นถึงประโยชน์และความงดงามของมัน”

ทุกคนต่างมองไปยังบ่อบัวหลวงที่เต็มไปด้วยพืชพรรณสีเขียวขจีและดอกบัวสีสันสดใส เสียงน้ำตกจำลองที่ไหลรินสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกบัวอบอวลอยู่ในอากาศ มันเป็นภาพที่สวยงามและน่าประทับใจอย่างยิ่ง

“นี่… เป็นฝีมือของเจ้าจริงๆ หรือ” เสนาบดีซ่งหมิงถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่เชื่อหูตัวเอง “มันงดงามกว่าที่ข้าคิดไว้มากนัก”

“บ่อแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ความงดงามพ่ะย่ะค่ะ” หลินหลินกล่าวพร้อมผายมือไปยังโต๊ะยาวที่จัดเตรียมไว้ “หม่อมฉันได้เตรียมอาหารพิเศษที่ปรุงจากวัตถุดิบที่ได้จากบ่อแห่งนี้ เพื่อให้ทุกท่านได้ลิ้มรสและประจักษ์ถึงคุณค่าของมัน”

บนโต๊ะมีอาหารวางเรียงรายอย่างประณีต ทั้ง “ยำสายบัวบัวหลวงสด”, “แกงส้มปลาบัวหลวง” ที่มีเนื้อปลาขาวนุ่ม และ “ข้าวเหนียวกลีบบัวหอม” ที่ห่อด้วยกลีบบัวอ่อนๆ กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารลอยเตะจมูก ทำให้ทุกคนต่างพากันกลืนน้ำลาย

ฮ่องเต้ทรงเป็นผู้แรกที่เสด็จไปทอดพระเนตรอาหารเหล่านั้น พระองค์ทรงหยิบ “ยำสายบัวบัวหลวงสด” ขึ้นมาชิม ดวงพระเนตรเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ “รสชาติเช่นนี้… ช่างสดชื่นและอร่อยเหลือเกิน!”

เมื่อฮ่องเต้ทรงโปรดปราน เหล่าขุนนางและพระสนมก็ไม่รอช้า ต่างพากันเข้ามาชิมอาหารที่หลินหลินเตรียมไว้ เสียงชื่นชมดังระงมไปทั่วบริเวณ

“ปลาตัวนี้… เนื้อแน่นและหวานมาก” “สายบัวกรอบอร่อย ไม่เคยคิดมาก่อนว่าสิ่งเหล่านี้จะนำมาทำอาหารได้วิเศษถึงเพียงนี้” “กลิ่นหอมของข้าวเหนียวกลีบบัวนี้ช่างน่าหลงใหล”

เสนาบดีซ่งหมิงและหลี่จงเองก็ไม่อาจปฏิเสธรสชาติอันโอชะของอาหารเหล่านั้นได้ พวกเขาพยักหน้ายอมรับในใจถึงประโยชน์ที่แท้จริงของบ่อบัวหลวงนี้

“หลินหลิน” ฮ่องเต้ตรัสเรียก “เจ้าทำสำเร็จแล้วจริงๆ” พระองค์แย้มพระสรวลอย่างกว้างขวาง พระพักตร์เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ “ข้าขอประกาศว่า โครงการ ‘บ่อบัวหลวงอเนกประสงค์’ จะได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างในวังหลวงทั้งหมดโดยทันที! และให้เสนาบดีทุกท่านให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่!”

“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท!” เหล่าขุนนางต่างโค้งคำนับ แม้จะมีบางคนยังคงไม่พอใจ แต่ก็มิกล้าที่จะคัดค้านอีกต่อไป

หลินหลินยิ้มอย่างโล่งใจและภาคภูมิใจ นี่คือชัยชนะเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่สำหรับเธอและสำหรับวังหลวงแห่งนี้

[ระบบแจ้งเตือน: ภารกิจหลัก ‘ปฏิวัติธารา!’ สำเร็จ! ได้รับรางวัล: ระบบสูตรอาหารพิเศษ ‘ธาราบำบัด’, ค่าประสบการณ์วังหลวง 1,000 หน่วย]

เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นในใจของหลินหลิน ทำให้เธอรู้สึกถึงพลังงานที่เพิ่มขึ้นมาอีกครั้ง การเดินทางของเธอในวังหลวงแห่งนี้ยังอีกยาวไกล แต่ก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้นแล้ว และมันช่างงดงามราวกับบุปผาที่ผลิบานจากสายน้ำ

หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น หลินหลินได้รับการยอมรับจากคนในวังหลวงมากขึ้น แม้จะยังคงเป็นสาวใช้ แต่สถานะของเธอก็ไม่ใช่เพียงแค่สาวใช้ธรรมดาอีกต่อไป ฮ่องเต้เองก็ทรงแสดงออกถึงความเชื่อมั่นในตัวหลินหลินอย่างเปิดเผยมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่ในขณะที่วังหลวงกำลังดำเนินไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น กลับมีข่าวลือบางอย่างจากภายนอกวังหลวงแพร่สะพัดเข้ามา... ข่าวลือเกี่ยวกับกบฏชายแดนที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ และภัยคุกคามจากอาณาจักรเพื่อนบ้านที่เริ่มแข็งกร้าวขึ้น นั่นเป็นสัญญาณว่าความสงบสุขที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น อาจจะไม่ยั่งยืนอย่างที่คิด

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พลิกวังครองบัลลังก์

พลิกวังครองบัลลังก์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!