โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
32 ตอน · 1,239 คำ
ข่าวการที่ฮ่องเต้ทรงเข้าร่วมการกายบริหารยามเช้ากับหลินหลินแพร่สะพัดไปทั่ววังหลวงอย่างรวดเร็วดุจไฟลามทุ่ง สร้างความประหลาดใจระคนกับความไม่สบายใจให้แก่ขุนนางผู้ใหญ่และเหล่าผู้ดูแลกฎมณเฑียรบาลผู้เคร่งครัด ฮ่องเต้ผู้เคยทรงเอาแต่พระทัยและไม่โปรดการออกแรง กลับทรงเปลี่ยนไปราวกับคนละคน นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยสำหรับราชสำนักที่ยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีมาอย่างยาวนาน
หลังจากฮ่องเต้ทรงเข้าร่วมโครงการสุขภาพอย่างจริงจัง ก็ทรงสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในพระวรกายของพระองค์อย่างชัดเจน พระองค์ทรงรู้สึกกระปรี้กระเปร่า มีสมาธิในการทรงงานมากขึ้น อาการปวดเมื่อยที่เคยเป็นก็หายเป็นปลิดทิ้ง แม้กระทั่งยามค่ำคืนก็ทรงบรรทมหลับได้สนิทกว่าที่เคยเป็นมา ความรู้สึกดีเหล่านี้ทำให้พระองค์ทรงเชื่อมั่นในแนวคิดของหลินหลินมากยิ่งขึ้น
"หลินหลิน เจ้าได้สร้างสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นในวังหลวงแห่งนี้" ฮ่องเต้ตรัสกับหลินหลินในยามเช้าวันหนึ่ง หลังจากทรงกายบริหารเสร็จสิ้น "ข้าไม่เคยรู้สึกแข็งแรงและมีชีวิตชีวาเช่นนี้มาก่อนเลย"
หลินหลินยิ้มอย่างถ่อมตน "เป็นเพราะพระวิริยะอุตสาหะของฝ่าบาทเพคะ ที่ทรงตั้งใจดูแลพระพลานามัยของพระองค์เอง"
ด้วยผลลัพธ์ที่จับต้องได้นี้ ฮ่องเต้จึงทรงมีรับสั่งให้ขยายโครงการอาหารและกายบริหารเพื่อสุขภาพไปสู่ข้าราชบริพารทุกระดับชั้น โดยทรงมีพระราชโองการให้จัดตั้ง "สำนักสุขภาพวังหลวง" ขึ้น โดยมีหลินหลินเป็นผู้ดูแลและควบคุมการดำเนินงานทั้งหมดอย่างไม่เป็นทางการ
เมื่อมีพระราชโองการออกมาเช่นนี้ โครงการสุขภาพก็เริ่มได้รับการยอมรับและแพร่หลายอย่างรวดเร็ว บรรดาขันที นางกำนัล ทหารยาม และข้าราชบริพารระดับล่างต่างพากันเข้าร่วมอย่างกระตือรือร้น เพราะเห็นผลลัพธ์ที่ดีจากผู้ที่ทำมาก่อน อีกทั้งยังเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อฮ่องเต้ด้วย สำรับอาหารเพื่อสุขภาพกลายเป็นที่นิยม ผู้คนในวังเริ่มมีสีหน้าสดใสขึ้น มีพลังงานในการทำงานมากขึ้น อัตราการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
แต่ทุกการเปลี่ยนแปลงย่อมนำมาซึ่งแรงต้านทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวังหลวงที่เต็มไปด้วยอำนาจและอิทธิพล
อัครมหาเสนาบดีหลิว จินอัน หรือที่รู้จักกันในนาม "ท่านมหาเสนาบดีหลิว" ซึ่งเป็นขุนนางเฒ่าผู้ยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีมาอย่างเคร่งครัด และเป็นผู้มีอำนาจอิทธิพลสูงในราชสำนัก ได้จับตามองการกระทำของหลินหลินและโครงการ "แปลกประหลาด" นี้มาโดยตลอด
"การนำเอาเรื่องในครัวมาทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตถึงเพียงนี้ ช่างไร้สาระสิ้นดี!" ท่านมหาเสนาบดีหลิวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจในระหว่างการประชุมราชสำนัก "การที่ฮ่องเต้ทรงเอาแต่สนใจเรื่องอาหารและกายบริหารเช่นนี้ จะทำให้ราชกิจสำคัญของแผ่นดินล่าช้าเสียการใหญ่ได้พ่ะย่ะค่ะ"
ขุนนางคนอื่นๆ ที่เป็นพวกพ้องของท่านมหาเสนาบดีหลิวก็พากันเห็นด้วย พวกเขามองว่าหลินหลินเป็นเพียงสาวใช้ชั้นต่ำที่ได้ดีเพราะความโปรดปรานของฮ่องเต้ และกำลังพยายามแทรกแซงกิจการภายในของวังหลวงในเรื่องที่ไม่ใช่หน้าที่ของตน
"ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเกรงว่าการที่ฮ่องเต้ทรงให้ความสำคัญกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้มากเกินไป อาจจะทำให้ขุนนางบางคนเข้าใจผิดว่าฝ่าบาททรงละเลยราชกิจพ่ะย่ะค่ะ" ขุนนางอีกท่านหนึ่งทูลเสริม
ฮ่องเต้ทรงขมวดพระขนง "พวกเจ้ากำลังจะบอกว่าการดูแลสุขภาพของชาววังเป็นเรื่องเล็กน้อยอย่างนั้นหรือ? ข้าเห็นว่าเมื่อทุกคนมีสุขภาพที่ดี มีกำลังกายที่พร้อม ก็จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ นั่นต่างหากคือรากฐานสำคัญของการบริหารราชการแผ่นดิน"
แต่คำตรัสของฮ่องเต้ก็ไม่ได้ทำให้ท่านมหาเสนาบดีหลิวคลายความไม่พอใจลงเลยแม้แต่น้อย เขามองว่าหลินหลินกำลังใช้เล่ห์เหลี่ยมสตรีเข้ามาควบคุมจิตใจของฮ่องเต้ และพยายามชักนำให้ฮ่องเต้ทรงละเลยกิจการบ้านเมืองที่สำคัญ
"ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมขอทูลเตือนว่าตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีนั้นมีหน้าที่ในการถวายคำแนะนำและดูแลกิจการบ้านเมืองให้เป็นไปตามครรลองที่ถูกต้อง" ท่านมหาเสนาบดีหลิวทูลด้วยน้ำเสียงที่เข้มงวดขึ้น "การที่สตรีต่ำต้อยอย่างนางหลินหลินเข้ามาก้าวก่ายเรื่องของวังหลวงมากเกินไป อาจจะทำให้เกิดความวุ่นวายและเสียหายต่อราชบัลลังก์ได้พ่ะย่ะค่ะ"
คำพูดของท่านมหาเสนาบดีหลิวสร้างความอึดอัดใจให้กับขุนนางคนอื่นๆ ฮ่องเต้ทรงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง พระเนตรคมกริบทอดมองไปยังอัครมหาเสนาบดีหลิวด้วยแววพระเนตรที่ยากจะคาดเดา
"ท่านมหาเสนาบดีหลิว" ฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เจ้ากำลังกล่าวหาว่าหลินหลินพยายามจะทำลายราชบัลลังก์อย่างนั้นหรือ?"
"กระหม่อมเพียงแต่เป็นห่วงราชกิจและพระเกียรติของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ" ท่านมหาเสนาบดีหลิวทูลตอบ "การกระทำของนางหลินหลินนั้นเกินเลยจากหน้าที่ของนางกำนัลไปมากนัก อีกทั้งยังเป็นการนำเอาความแปลกประหลาดที่ไม่เคยมีมาในราชสำนักเข้ามา ซึ่งอาจจะส่งผลเสียต่อความมั่นคงของแผ่นดินได้พ่ะย่ะค่ะ"
การเผชิญหน้าในท้องพระโรงวันนั้นจบลงด้วยความตึงเครียด แม้ฮ่องเต้จะยังไม่ทรงตัดสินใจลงโทษผู้ใด แต่ความไม่พอใจของท่านมหาเสนาบดีหลิวก็ชัดเจนขึ้น และนั่นก็เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าหลินหลินกำลังเผชิญหน้ากับคลื่นใต้น้ำที่กำลังก่อตัวขึ้นในวังหลวง
หลังจากนั้นไม่นาน ก็เริ่มมีข่าวลือที่ไม่ดีเกี่ยวกับหลินหลินแพร่สะพัดไปทั่ว ข่าวลือเหล่านี้กล่าวหาว่าหลินหลินเป็นแม่มดที่ใช้มนต์ดำควบคุมจิตใจฮ่องเต้ บ้างก็ว่านางเป็นสายลับที่ถูกส่งมาจากต่างแดนเพื่อทำลายราชวงศ์ แม้ข่าวลือเหล่านี้จะฟังดูไร้สาระ แต่ก็สร้างความหวาดระแวงและไม่สบายใจให้กับผู้คนในวังหลวงไม่น้อย
หลินหลินเองก็รับรู้ถึงแรงต้านทานที่มองไม่เห็นนี้ แต่เธอก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินโครงการสุขภาพต่อไป เพราะเธอเชื่อมั่นในสิ่งที่กำลังทำอยู่ และเธอก็เห็นผลลัพธ์ที่ดีที่เกิดขึ้นกับผู้คนมากมายในวังหลวง
"คุณหนูหลินหลิน พวกคนครัวบางคนเริ่มกลัวข่าวลือพวกนั้นแล้วค่ะ" ซูเหรินบอกกับหลินหลินด้วยสีหน้ากังวล "บางคนถึงกับไม่กล้ามาเข้าร่วมการกายบริหารยามเช้าแล้วด้วย"
หลินหลินถอนหายใจ "ข้ารู้ดีซูเหริน แต่เราจะหยุดไม่ได้ เราต้องแสดงให้พวกเขาเห็นว่าสิ่งที่เราทำนั้นเป็นเรื่องที่ดีและมีประโยชน์จริง"
ในขณะเดียวกัน ฮ่องเต้ก็ทรงรับรู้ถึงความพยายามของท่านมหาเสนาบดีหลิวและพวกพ้องที่จะบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของหลินหลิน พระองค์ทรงรู้สึกไม่พอพระทัยเป็นอย่างมากที่เหล่าขุนนางกลับไม่เห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพของราษฎรและข้าราชบริพาร แต่กลับไปให้ความสำคัญกับขนบธรรมเนียมที่ล้าสมัย
"พวกเขามองว่าเจ้าเป็นภัยต่อราชบัลลังก์" ฮ่องเต้ตรัสกับหลินหลินในยามค่ำคืน ขณะที่ทรงประทับอยู่ในตำหนักส่วนพระองค์ "พวกเขาคิดว่าเจ้ากำลังชักนำให้朕ละเลยราชกิจ"
หลินหลินก้มหน้าลงเล็กน้อย "หม่อมฉันเพียงอยากเห็นทุกคนมีสุขภาพที่ดี มีความสุขเพคะ"
"ข้ารู้" ฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "และข้าก็เห็นผลลัพธ์ที่เจ้าสร้างขึ้นมาด้วยตาของข้าเอง"
พระองค์ทรงลุกขึ้นจากที่ประทับ เสด็จมายืนเบื้องหน้าหลินหลิน "แต่เจ้าก็รู้ว่าในวังหลวงแห่งนี้ ไม่มีเรื่องใดที่ทำได้ง่ายดายโดยไม่มีคลื่นใต้น้ำ"
"เพคะฝ่าบาท"
"ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง" ฮ่องเต้ตรัสด้วยแววพระเนตรที่เด็ดเดี่ยว "ข้าจะแสดงให้พวกเขาเห็นว่าสิ่งที่เจ้าทำนั้นไม่ใช่เรื่องไร้สาระ แต่เป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อความรุ่งเรืองของราชวงศ์"
เช้าวันรุ่งขึ้น ฮ่องเต้ทรงมีพระราชโองการให้จัด "งานเฉลิมฉลองสุขภาพวังหลวง" ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงผลลัพธ์ของโครงการสุขภาพที่หลินหลินริเริ่มขึ้น และทรงเชิญขุนนางผู้ใหญ่ เจ้าหญิง เจ้าชาย และแขกสำคัญจากนอกวังเข้าร่วมงานด้วย
ในวันงาน บรรยากาศในวังหลวงเต็มไปด้วยความคึกคักและสดใส เหล่าข้าราชบริพารที่เข้าร่วมโครงการสุขภาพต่างพากันแสดงท่ากายบริหารที่หลินหลินสอนให้ดูอย่างพร้อมเพรียงกัน ใบหน้าของพวกเขาสดใส มีชีวิตชีวา ผิดกับภาพลักษณ์ของชาววังที่เคยดูซูบซีดอ่อนเพลีย
หลินหลินและทีมครัวของเธอยังได้จัดแสดงสำรับอาหารเพื่อสุขภาพหลากหลายชนิด ที่ทั้งดูน่ารับประทานและเปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ผู้ที่ได้ลิ้มลองต่างก็พากันชื่นชมในรสชาติและความแปลกใหม่
แต่จุดสูงสุดของงานคือเมื่อฮ่องเต้ทรงปรากฏพระองค์บนเวทีพร้อมกับหลินหลิน พระองค์ทรงสวมฉลองพระองค์ที่ดูคล่องตัว และทรงสาธิตท่ากายบริหารบางส่วนให้แขกผู้มีเกียรติได้ชมด้วยพระองค์เอง
"ข้าขอประกาศต่อหน้าทุกท่านในวันนี้ว่า โครงการอาหารและกายบริหารเพื่อสุขภาพนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเล็กน้อย แต่เป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ชาววังและแผ่นดิน" ฮ่องเต้ตรัสด้วยพระสุรเสียงอันทรงพลัง "ข้าเองก็ได้รับประโยชน์จากสิ่งนี้เช่นกัน และข้าก็ขอเชิญชวนให้ทุกท่านได้ลองสัมผัสด้วยตัวท่านเอง"
คำตรัสของฮ่องเต้สร้างความตกตะลึงให้กับเหล่าขุนนางผู้ใหญ่ โดยเฉพาะท่านมหาเสนาบดีหลิวที่ถึงกับหน้าซีดเผือด การที่ฮ่องเต้ทรงออกหน้าปกป้องหลินหลินและโครงการนี้ด้วยพระองค์เอง ถือเป็นการประกาศจุดยืนที่ชัดเจน และเป็นการท้าทายอำนาจของเขาโดยตรง
หลังจากทรงสาธิตกายบริหารเสร็จสิ้น ฮ่องเต้ทรงรับสั่งให้หลินหลินขึ้นมาประทับยืนข้างพระองค์
"หลินหลิน เจ้าได้นำพาสิ่งที่ดีงามมาสู่ราชสำนักแห่งนี้" ฮ่องเต้ตรัสพลางทอดพระเนตรไปยังหลินหลินด้วยแววพระเนตรที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและชื่นชม "ข้าขอแต่งตั้งเจ้าเป็น 'หัวหน้าสำนักสุขภาพวังหลวง' อย่างเป็นทางการ และมีอำนาจเต็มที่ในการดูแลและบริหารจัดการโครงการนี้ให้แพร่หลายไปทั่วทั้งแผ่นดิน"
คำประกาศของฮ่องเต้ดังกึกก้องไปทั่วท้องพระโรง สร้างความตกตะลึงระคนกับความยินดีให้กับผู้คนจำนวนมาก การแต่งตั้งสาวใช้ชั้นต่ำให้ขึ้นมาเป็นถึงหัวหน้าสำนัก ถือเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของราชวงศ์
หลินหลินคุกเข่าลงกราบด้วยความซาบซึ้งใจ "ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันจะขอทุ่มเทกำลังกายและกำลังใจทั้งหมด เพื่อทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดเพคะ"
เหตุการณ์ในวันนั้นไม่เพียงแต่เป็นการปกป้องหลินหลินจากการถูกใส่ร้าย แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงอำนาจและพระราชอำนาจที่แท้จริงของฮ่องเต้หนุ่มผู้เอาแต่ใจ ที่บัดนี้ทรงเริ่มที่จะใช้พระปรีชาสามารถในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างแท้จริง พระองค์ทรงเริ่มที่จะ "สั่นคลอน" บัลลังก์แห่งอำนาจเก่าๆ และทรงสร้างรากฐานใหม่ให้กับราชวงศ์ด้วยพระองค์เอง
คลื่นใต้น้ำแห่งความขัดแย้งอาจจะยังคงมีอยู่ แต่หลินหลินก็รู้ดีว่าเธอไม่ได้อยู่เพียงลำพังอีกต่อไปแล้ว ฮ่องเต้หนุ่มผู้นี้กำลังเติบโตขึ้นเป็นผู้ปกครองที่สง่างาม และเธอก็พร้อมที่จะยืนเคียงข้างพระองค์ เพื่อพลิกฟื้นวังหลวงแห่งนี้ให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง

พลิกวังครองบัลลังก์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก