ตอนที่ 4 — ปมกรรมที่ตามหลอกหลอน
บุญลิขิตรักข้ามภพ · 42 ตอน
การพบกันครั้งแรกระหว่างอรอินทร์และคณินทร์ได้เปิดประตูบานใหม่สู่การเดินทางที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยปริศนา คณินทร์แม้จะยังคงเคลือบแคลงในเรื่องอดีตชาติและสัมผัสพิเศษของอรอินทร์ แต่สถานการณ์ที่เขากำลังเผชิญอยู่ก็บีบคั้นให้เขาต้องลองยื่นมือไปคว้าความหวังจากหญิงสาวแปลกหน้าผู้นี้
หลังจากวันนั้น คณินทร์ได้ติดต่ออรอินทร์มาอีกครั้ง เขาเชิญเธอไปพบที่สำนักงานของเขาเพื่อพูดคุยเรื่องปัญหาที่เขากำลังเผชิญอยู่ อรอินทร์ตอบรับคำเชิญด้วยความเต็มใจ เธอรู้ว่านี่คือโอกาสที่เธอจะได้เข้าใกล้เขามากขึ้น และเริ่มภารกิจการช่วยเหลือที่ฟ้าลิขิตไว้
เมื่ออรอินทร์เดินทางมาถึงบริษัทของคณินทร์ เธอรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่ตึงเครียดและกดดัน พนักงานหลายคนมีสีหน้าเคร่งเครียด บางคนก็แอบมองเธอด้วยความสงสัย เมื่อเธอเดินเข้าไปในห้องทำงานของคณินทร์ เธอก็พบว่าเขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงาน ใบหน้าของเขาดูเหนื่อยล้าและเต็มไปด้วยความกังวล
“สวัสดีค่ะคุณคณินทร์” อรอินทร์ทักทาย “เชิญนั่งครับคุณอรอินทร์” คณินทร์ผายมือเชิญเธอไปนั่งบนโซฟารับแขก “ขอบคุณที่มานะครับ” “ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันอยากช่วยคุณจริงๆ” คณินทร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ผมไม่รู้จะเริ่มเล่าจากตรงไหนดี” “เล่าทุกอย่างที่คุณรู้สึกว่ามันผิดปกติก็ได้ค่ะ” อรอินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
คณินทร์เริ่มเล่าเรื่องราวปัญหาทางธุรกิจที่เขากำลังเผชิญอยู่ให้เธอฟัง เขาเล่าถึงโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่กำลังจะเปิดตัว แต่กลับมีปัญหาติดขัดมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ ตั้งแต่การขออนุญาตที่ล่าช้า การถูกฟ้องร้องจากกลุ่มชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้าง ไปจนถึงการที่หุ้นส่วนคนสำคัญของเขาถอนตัวออกไปอย่างกะทันหัน ทำให้บริษัทต้องแบกรับภาระหนี้สินมหาศาล
“มันเหมือนมีใครบางคนจงใจจะทำลายผม” คณินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง “ทุกอย่างมันเกิดขึ้นพร้อมกันอย่างไม่น่าเชื่อ” ขณะที่คณินทร์เล่าเรื่อง อรอินทร์ก็พยายามใช้สัมผัสพิเศษของเธอเพื่อมองเห็นเงาของอดีตชาติที่ซ้อนทับอยู่กับเหตุการณ์ปัจจุบัน และแล้วภาพนิมิตก็ฉายชัดขึ้นมาในหัวของเธออีกครั้ง
เธอเห็นขุนไกรกำลังยืนอยู่ท่ามกลางเพลิงที่โหมกระหน่ำ บ้านเรือนไม้โบราณกำลังถูกเผาผลาญจนวอดวาย ผู้คนวิ่งหนีตายกันอย่างอลหม่าน และมีเสียงร่ำไห้ดังระงม ขุนไกรพยายามจะเข้าไปช่วยชาวบ้าน แต่ก็ถูกขัดขวางโดยกลุ่มคนในชุดดำที่ถืออาวุธครบมือ
“นี่คือผลกรรมของเจ้าขุนไกร!” เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นอย่างกึกก้อง “เจ้าบังอาจขัดขวางแผนการของพวกเรา เจ้าต้องชดใช้!” ขุนไกรถูกจับตัวไว้ เขาพยายามดิ้นรน แต่ก็ไม่สามารถหลุดพ้นได้ เขาเห็นบ้านเรือนของชาวบ้านที่เขาเคยดูแลกำลังถูกทำลายด้วยน้ำมือของคนชั่ว และความรู้สึกผิดบาปก็ถาโถมเข้าใส่เขาอย่างรุนแรง
ภาพตัดมาอีกฉากหนึ่ง ขุนไกรถูกนำตัวไปที่ลานประหารอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะข้อหากบฏ แต่เป็นข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและการทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ซึ่งเขาไม่ได้กระทำ “ข้ามิได้กระทำผิดพ่ะย่ะค่ะ!” ขุนไกรตะโกนลั่น “ข้าถูกใส่ร้าย! ข้าไม่ได้เผาบ้านเรือนของชาวบ้าน!” แต่ไม่มีใครเชื่อเขา ทุกคนต่างจ้องมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและความโกรธแค้น
ภาพนิมิตดับวูบลง อรอินทร์รู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจอย่างรุนแรง เธอรู้แล้วว่าปมกรรมของคณินทร์คืออะไร และใครคือผู้ที่กำลังตามจองเวรเขาในชาติปัจจุบัน
“คุณคณินทร์คะ” อรอินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “ปัญหาที่คุณกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่มันคือเงาของกรรมเก่าที่ตามมาหลอกหลอนคุณ” คณินทร์มองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย “กรรมเก่าอะไรครับ” “ในอดีตชาติ คุณคือขุนไกร” อรอินทร์เริ่มเล่าเรื่องราวที่เธอเห็นในนิมิตให้เขาฟัง “คุณเป็นขุนนางผู้ซื่อสัตย์ แต่กลับถูกใส่ร้ายว่าทุจริตและเผาบ้านเรือนของชาวบ้าน เพื่อที่จะยึดที่ดินของพวกเขาไป” คณินทร์ฟังเธอด้วยความตกตะลึง “ผม...ผมทำเรื่องแบบนั้นอย่างนั้นหรือครับ” “ไม่ใช่คุณค่ะ” อรอินทร์รีบแก้ไข “คุณถูกใส่ร้าย และคนที่ใส่ร้ายคุณคือขุนนางผู้หนึ่งที่ต้องการผลประโยชน์จากที่ดินผืนนั้น” “แล้วทำไมผมถึงต้องมาชดใช้กรรมในตอนนี้” “เพราะคุณไม่ได้ปลดปมกรรมนั้นค่ะ” อรอินทร์อธิบาย “คุณตายไปพร้อมกับความคับแค้นใจและความรู้สึกผิดบาปที่ไม่ได้ทำ และคนที่ใส่ร้ายคุณในอดีตชาติ ก็กลับมาจองเวรคุณในชาติปัจจุบันนี้”
คณินทร์นิ่งเงียบไป เขาพยายามประมวลผลเรื่องราวที่อรอินทร์เล่าให้ฟัง มันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อเกินกว่าที่คนทั่วไปจะยอมรับได้ แต่ในใจลึกๆ เขากลับรู้สึกว่ามันมีบางอย่างที่จริงแท้ “แล้วใครคือคนที่จองเวรผมครับ” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา อรอินทร์หลับตาลง พยายามใช้สัมผัสพิเศษของเธอเพื่อมองเห็นใบหน้าของคนผู้นั้น และแล้วภาพของชายคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในหัวของเธอ เขาคือคุณอนันต์ อดีตหุ้นส่วนของคณินทร์ที่เพิ่งถอนตัวออกไปอย่างกะทันหัน!
“เขาคือคุณอนันต์ค่ะ” อรอินทร์กล่าว “ในอดีตชาติ เขาคือขุนนางผู้ที่ใส่ร้ายคุณ และเป็นคนบงการให้เผาบ้านเรือนของชาวบ้าน เพื่อที่จะยึดที่ดินผืนนั้นไป” คณินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ “คุณอนันต์อย่างนั้นหรือ!” “ใช่ค่ะ” อรอินทร์พยักหน้า “เขากำลังจะทำลายคุณ เพื่อที่จะยึดโครงการอสังหาริมทรัพย์ของคุณไป” คณินทร์กำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้น “ไอ้สารเลว! มันยังไม่หยุดอีกหรือ!” “คุณคณินทร์คะ” อรอินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คุณต้องควบคุมอารมณ์ของคุณให้ได้ ความโกรธแค้นจะไม่ช่วยอะไร มีแต่จะทำให้กรรมยิ่งหนักขึ้น” “แล้วผมจะทำอย่างไรได้บ้างครับ” “คุณต้องสร้างบุญค่ะ” อรอินทร์กล่าว “และคุณต้องให้อภัยเขา” คณินทร์มองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ “ให้อภัยคนที่พยายามจะทำลายผมอย่างนั้นหรือครับ” “ใช่ค่ะ” อรอินทร์ตอบ “การให้อภัยคือการปลดปล่อยตัวเองจากบ่วงกรรม และมันจะช่วยให้คุณหลุดพ้นจากเคราะห์กรรมนี้ได้” “แล้วผมจะสร้างบุญได้อย่างไร” “คุณต้องทำบุญด้วยใจที่บริสุทธิ์ค่ะ” อรอินทร์อธิบาย “คุณต้องช่วยเหลือผู้คนที่เดือดร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโครงการของคุณ” คณินทร์นิ่งเงียบไป เขาพยายามคิดตามคำพูดของอรอินทร์ มันเป็นเรื่องที่ยากจะทำใจ แต่เขาก็รู้ว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว “ผมจะลองดูครับ” เขาพูดขึ้นในที่สุด “แต่ผมไม่แน่ใจว่าผมจะทำได้ไหม” “ดิฉันจะอยู่เคียงข้างคุณค่ะ” อรอินทร์กล่าว “เราจะร่วมกันสร้างบุญ และปลดปมกรรมนี้ไปด้วยกัน”
หลังจากนั้น อรอินทร์และคณินทร์ก็เริ่มวางแผนที่จะสร้างบุญร่วมกัน พวกเขาเริ่มจากการบริจาคเงินช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโครงการของคณินทร์ และจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือสังคม
ในขณะเดียวกัน อรอินทร์ก็พยายามใช้สัมผัสพิเศษของเธอเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาทางธุรกิจของคณินทร์ เธอพบว่าคุณอนันต์ได้วางแผนที่จะใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายบางอย่าง เพื่อที่จะยึดโครงการของคณินทร์ไป
“คุณคณินทร์คะ” อรอินทร์กล่าว “คุณอนันต์กำลังจะใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายบางอย่าง เพื่อที่จะยึดโครงการของคุณไป คุณต้องรีบแก้ไขเรื่องนี้ก่อนที่มันจะสายเกินไป” คณินทร์รู้สึกตกใจ “ช่องโหว่ทางกฎหมายอะไรครับ” อรอินทร์อธิบายรายละเอียดของช่องโหว่นั้นให้เขาฟัง ซึ่งเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับเอกสารทางกฎหมายบางอย่างที่คณินทร์ไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน “คุณรู้เรื่องนี้ได้อย่างไรครับ” คณินทร์ถามด้วยความประหลาดใจ “ดิฉันเห็นมันในนิมิตค่ะ” อรอินทร์ตอบ “มันคือเงาของกรรมเก่าที่กำลังตามมาหลอกหลอนคุณ”
คณินทร์รีบดำเนินการแก้ไขช่องโหว่ทางกฎหมายนั้นทันที เขาเรียกทนายความมาปรึกษา และจัดการเอกสารต่างๆ ให้ถูกต้องตามกฎหมาย และด้วยความช่วยเหลือจากอรอินทร์ เขาก็สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที ก่อนที่คุณอนันต์จะลงมือทำอะไรได้
คุณอนันต์รู้สึกแปลกใจและโกรธแค้นเป็นอย่างมาก เมื่อแผนการของเขาไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ เขาพยายามหาทางอื่นที่จะทำลายคณินทร์ แต่ทุกครั้งที่เขาลงมือทำอะไร อรอินทร์ก็จะมองเห็นมันในนิมิต และแจ้งให้คณินทร์ทราบล่วงหน้า ทำให้คณินทร์สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงทีเสมอ
ความสัมพันธ์ระหว่างอรอินทร์และคณินทร์เริ่มพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น คณินทร์เริ่มเชื่อมั่นในตัวอรอินทร์มากขึ้นเรื่อยๆ และเขาก็เริ่มรู้สึกผูกพันกับเธออย่างลึกซึ้ง อรอินทร์เองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน เธอรู้สึกว่าเธอได้พบกับคู่บุญที่เธอตามหามานานแสนนาน
แต่ปมกรรมที่ผูกพันพวกเขายังคงอยู่ และการเดินทางของพวกเขาก็ยังไม่สิ้นสุด พวกเขายังต้องเผชิญกับบททดสอบอีกมากมาย เพื่อที่จะปลดเปลื้องทุกข์ภัยและพบกับความสุขที่แท้จริงที่รออยู่เบื้องหน้า
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก