บุญลิขิตรักข้ามภพ

ตอนที่ 10 — สายใยแห่งความผูกพัน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

42 ตอน · 943 คำ

นับตั้งแต่วันที่อนาวินทร์ได้เห็นภาพนิมิตและเริ่มยอมรับเรื่องราวในอดีตชาติ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอรอินทุ์ก็พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น แบ่งปันเรื่องราว ความคิด และความรู้สึกให้แก่กันและกัน อรอินทุ์ยังคงอยู่เคียงข้างอนาวินทร์ คอยให้กำลังใจและดูแลเขาอย่างใกล้ชิด ‌ในขณะที่อนาวินทร์ก็เริ่มเปิดใจให้กับเธอมากขึ้นเรื่อยๆ

อนาวินทร์ยังคงมีอาการฝันร้ายเป็นครั้งคราว แต่ก็ไม่รุนแรงเท่าเมื่อก่อน และทุกครั้งที่เขาตื่นขึ้นมาด้วยความหวาดผวา อรอินทุ์ก็จะอยู่ข้างๆ เขาเสมอ เธอจะกุมมือเขาไว้แน่น พูดปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน และเล่าเรื่องราวดีๆ ​ให้เขาฟัง จนกระทั่งเขาสงบลงและหลับไปอีกครั้ง

การอยู่เคียงข้างอรอินทุ์ทำให้อนาวินทร์รู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นอย่างประหลาด เขารู้สึกว่าเธอคือคนที่เข้าใจเขามากที่สุด และเป็นคนที่เขาสามารถพึ่งพาได้

วันหนึ่ง อรอินทุ์ชวนอนาวินทร์ไปเยี่ยมชมวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บนยอดเขา วัดแห่งนี้เป็นสถานที่ที่เธอเคยมาทำบุญบ่อยครั้ง และเป็นสถานที่ที่เธอรู้สึกสงบและผ่อนคลาย

เมื่อมาถึงวัด อรอินทุ์และอนาวินทร์เดินขึ้นบันไดหินเก่าแก่ไปยังอุโบสถด้านบน ‍ระหว่างทาง อรอินทุ์เล่าเรื่องราวประวัติของวัดให้เขาฟัง

"วัดแห่งนี้สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยโบราณค่ะคุณอนาวินทร์ มีตำนานเล่าขานกันว่าเคยมีเจ้าชายองค์หนึ่งมาสร้างวัดแห่งนี้เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่พระชายาที่ล่วงลับไปแล้ว" อรอินทุ์กล่าว

อนาวินทร์ฟังเรื่องราวของเธออย่างตั้งใจ และในขณะที่เธอกำลังเล่าเรื่องนั้น เขาก็รู้สึกถึงความรู้สึกบางอย่างที่ผุดขึ้นมาในห้วงลึกของจิตใจ ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับว่าเขาเคยมาที่นี่มาก่อน ‌และเคยสร้างวัดแห่งนี้ด้วยตัวเอง

เมื่อเดินมาถึงอุโบสถด้านบน อรอินทุ์และอนาวินทร์ก็เข้าไปกราบพระประธาน ภายในอุโบสถเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ อรอินทุ์นั่งลงคุกเข่าพนมมือ หลับตาลง และตั้งจิตอธิษฐาน

อนาวินทร์นั่งลงข้างๆ เธอ เขามองดูเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ‍เขายังคงไม่เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่มองไม่เห็น พลังที่เชื่อมโยงเขากับสถานที่แห่งนี้ และเชื่อมโยงเขากับอรอินทุ์

ทันใดนั้นเอง ภาพนิมิตก็ฉายชัดขึ้นมาในจิตใจของอนาวินทร์อีกครั้ง ภาพนั้นคือภาพของเขาในชุดเจ้าชาย กำลังยืนอยู่บนยอดเขาแห่งนี้ มองลงไปยังทิวทัศน์เบื้องล่าง ​และข้างกายของเขามีหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ หญิงสาวผู้นั้นคืออินทุอรในชุดไทยโบราณ

เขากำลังสร้างวัดแห่งนี้เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่เธอ หลังจากที่เธอจากไปอย่างกะทันหัน ความรู้สึกเศร้าโศกเสียใจถาโถมเข้าใส่เขาอย่างรุนแรง ราวกับว่าเหตุการณ์นั้นเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้

เมื่อภาพนิมิตจางหายไป อนาวินทร์ก็ลืมตาขึ้น น้ำตาไหลรินอาบแก้ม เขาหันไปมองอรอินทุ์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความรัก

"ผมจำได้แล้วครับคุณอรอินทุ์" ​อนาวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ผมจำได้ว่าผมเคยสร้างวัดแห่งนี้เพื่อคุณ... เพื่ออินทุอร"

อรอินทุ์หันมามองเขา เธอเห็นน้ำตาในดวงตาของเขา และรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่เขากำลังเผชิญอยู่ เธอเอื้อมมือไปกุมมือเขาไว้แน่น

"ดิฉันรู้ค่ะคุณอนาวินทร์ ดิฉันก็รู้สึกได้ถึงความผูกพันกับสถานที่แห่งนี้" อรอินทุ์กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

ทั้งสองนั่งอยู่ด้วยกันอย่างเงียบๆ ​ปล่อยให้ความรู้สึกต่างๆ ไหลผ่านไป ความทรงจำในอดีตชาติกำลังค่อยๆ กลับคืนมาสู่อนาวินทร์ทีละน้อย และทุกครั้งที่ความทรงจำเหล่านั้นกลับคืนมา เขาก็จะรู้สึกถึงความเจ็บปวดและความสุขที่ผสมปนเปกันไป

หลังจากนั้น อนาวินทร์ก็เริ่มหันมาสนใจเรื่องราวทางศาสนาและปรัชญามากขึ้น เขาอ่านหนังสือธรรมะ ฟังเทศน์ และนั่งสมาธิ เขาพยายามทำความเข้าใจเรื่องราวของกรรมและผลของกรรม และพยายามปลดปล่อยความรู้สึกโกรธแค้นและเจ็บปวดที่ติดค้างอยู่ในใจ

อรอินทุ์ยังคงอยู่เคียงข้างเขาเสมอ เธอคอยให้คำแนะนำและเป็นกำลังใจให้เขาในทุกย่างก้าว

วันหนึ่ง อนาวินทร์ชวนอรอินทุ์ไปที่บ้านเก่าของตระกูลอัครเดช บ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้สักทองหลังใหญ่ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 มีอายุเก่าแก่กว่าร้อยปี ภายในบ้านเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้โบราณ และภาพวาดเก่าแก่มากมาย

"บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่ตระกูลของผมสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนครับคุณอรอินทุ์" อนาวินทร์กล่าวขณะที่เขากำลังพาเธอเดินชมรอบๆ บ้าน

เมื่อเดินมาถึงห้องโถงใหญ่ อรอินทุ์ก็ต้องหยุดชะงัก สายตาของเธอไปสะดุดเข้ากับภาพวาดขนาดใหญ่ภาพหนึ่งที่แขวนอยู่บนผนัง ภาพนั้นเป็นภาพของชายหนุ่มในชุดนักรบโบราณ กำลังยืนอยู่ข้างกายหญิงสาวในชุดไทยโบราณ ทั้งสองกำลังมองหน้ากันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรัก

ใบหน้าของชายหนุ่มในภาพวาดนั้นคือเจ้าชายอัคคี และหญิงสาวผู้นั้นคืออินทุอร

"นี่คือ... ภาพของเจ้าชายอัคคีกับอินทุอรใช่ไหมคะ" อรอินทุ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

อนาวินทร์พยักหน้า "ใช่ครับคุณอรอินทุ์ ภาพนี้เป็นภาพที่สืบทอดกันมาในตระกูลของผมมานานแสนนาน ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนวาด และทำไมถึงมีภาพนี้อยู่ในบ้านของเรา"

อรอินทุ์เดินเข้าไปใกล้ภาพวาดนั้นมากขึ้น เธอสัมผัสใบหน้าของหญิงสาวในภาพวาดอย่างแผ่วเบา น้ำตาไหลรินอาบแก้มด้วยความตื้นตันใจ

"นี่คือหลักฐานยืนยันว่าเราเคยรักกันจริงๆ ค่ะคุณอนาวินทร์" อรอินทุ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักและความสุข

อนาวินทร์โอบกอดอรอินทุ์อย่างอ่อนโยน เขารู้สึกถึงความอบอุ่นและความสุขอย่างประหลาดเมื่อได้อยู่ใกล้เธอ และเขาก็เริ่มเชื่อแล้วว่าเรื่องราวทั้งหมดที่อรอินทุ์เล่าให้ฟังนั้นเป็นความจริง

สายใยแห่งความผูกพันที่มองไม่เห็น กำลังค่อยๆ ถักทอเชื่อมโยงเขากับอรอินทุ์เข้าไว้ด้วยกันอีกครั้ง ความรักที่เคยพลัดพรากจากกัน กำลังจะเบ่งบานอีกครั้งในภพนี้

หลังจากนั้น อนาวินทร์ก็เริ่มศึกษาประวัติของตระกูลอัครเดชอย่างจริงจัง เขาพบว่าตระกูลของเขามีต้นกำเนิดมาจากเจ้าเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในอดีต และบรรพบุรุษของเขามีความเกี่ยวข้องกับเจ้าชายอัคคี

เขายังพบว่ามีบันทึกเก่าแก่ฉบับหนึ่งที่กล่าวถึงเรื่องราวความรักระหว่างเจ้าชายอัคคีกับอินทุอร บันทึกนั้นเล่าถึงความรักอันลึกซึ้งของทั้งสอง และความเจ็บปวดจากการพลัดพรากจากกัน

เมื่ออ่านบันทึกนั้นจบ อนาวินทร์ก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดและความเศร้าโศกเสียใจอย่างรุนแรง ราวกับว่าเขาได้ย้อนเวลากลับไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ

อรอินทุ์อยู่เคียงข้างเขาเสมอ เธอคอยปลอบโยนและให้กำลังใจเขา เธอรู้ว่าการที่อนาวินทร์ได้สัมผัสกับความทรงจำในอดีตชาติอย่างเต็มที่นั้นเป็นสิ่งที่ดี เพราะมันจะช่วยให้เขาปลดปมกรรมและเข้าใจตัวเองมากขึ้น

วันหนึ่ง อนาวินทร์ชวนอรอินทุ์ไปที่สุสานของตระกูลอัครเดช สุสานแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาที่เงียบสงบและร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่

เมื่อมาถึงสุสาน อนาวินทร์พาอรอินทุ์ไปยังหลุมศพเก่าแก่หลุมหนึ่ง หลุมศพนั้นเป็นของบรรพบุรุษคนแรกของตระกูลอัครเดช และบนป้ายหลุมศพนั้นมีชื่อสลักไว้ว่า "เจ้าชายอัคคี"

อรอินทุ์รู้สึกตกตะลึง เธอไม่คิดว่าเธอจะได้พบกับหลุมศพของเจ้าชายอัคคีที่นี่

"นี่คือหลุมศพของเจ้าชายอัคคีจริงๆ หรือคะคุณอนาวินทร์" อรอินทุ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

อนาวินทร์พยักหน้า "ใช่ครับคุณอรอินทุ์ บรรพบุรุษของผมได้นำร่างของเจ้าชายอัคคีมาฝังไว้ที่นี่ หลังจากที่ท่านสิ้นพระชนม์"

อรอินทุ์คุกเข่าลงหน้าหลุมศพ เธอพนมมือขึ้นและตั้งจิตอธิษฐาน เธอรู้สึกถึงความรักและความผูกพันที่เธอมีต่อเจ้าชายอัคคีอย่างลึกซึ้ง

อนาวินทร์ยืนอยู่ข้างๆ เธอ เขามองดูเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เขายังคงไม่เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงความจริงที่ว่าเขาและอรอินทุ์เคยรักกันและผูกพันกันมาตั้งแต่อดีตชาติ

สายใยแห่งความผูกพันที่มองไม่เห็น กำลังค่อยๆ ถักทอเชื่อมโยงเขากับอรอินทุ์เข้าไว้ด้วยกันอีกครั้ง ความรักที่เคยพลัดพรากจากกัน กำลังจะเบ่งบานอีกครั้งในภพนี้ และการค้นพบหลุมศพของเจ้าชายอัคคีก็เป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่ยืนยันถึงบุญลิขิตรักข้ามภพของพวกเขา


หน้านิยาย
หน้านิยาย
บุญลิขิตรักข้ามภพ

บุญลิขิตรักข้ามภพ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!