แม้ว่าอนาวินทร์จะเริ่มยอมรับเรื่องราวในอดีตชาติ และความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอรอินทุ์จะพัฒนาไปอย่างลึกซึ้ง แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจและยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น
คุณหญิงพรรณราย มารดาของอนาวินทร์ เป็นคนหนึ่งที่ไม่เชื่อเรื่องบุญลิขิตรักข้ามภพ เธอเป็นคนหัวสมัยใหม่ เชื่อมั่นในเหตุผลและหลักวิทยาศาสตร์ เธอไม่เข้าใจว่าเหตุใดลูกชายของเธอจึงไปหลงเชื่อเรื่องราวเพ้อฝันของอรอินทุ์
"อนาวินทร์ ลูกกำลังทำอะไรอยู่" คุณหญิงพรรณรายเอ่ยถามลูกชายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ "ลูกจะไปเชื่อเรื่องไร้สาระของยัยเด็กคนนั้นได้อย่างไร เรื่องอดีตชาติอะไรนั่นมันไม่มีจริงหรอกนะ"
อนาวินทร์พยายามอธิบายให้มารดาฟัง "คุณแม่ครับ ผมไม่ได้หลงเชื่ออะไรทั้งนั้น ผมแค่รู้สึกว่าสิ่งที่อรอินทุ์พูดมันเป็นความจริง ผมรู้สึกได้ถึงความผูกพันกับเธอ และผมก็เริ่มจำเรื่องราวในอดีตชาติได้บ้างแล้ว"
"จำได้อะไรกัน! ลูกกำลังเพ้อเจ้อไปใหญ่แล้วนะ" คุณหญิงพรรณรายเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้น "ลูกกำลังถูกยัยเด็กคนนั้นหลอกอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้ เธออาจจะหวังอะไรบางอย่างจากลูกก็ได้"
"คุณแม่ครับ! อรอินทุ์ไม่ใช่คนแบบนั้นนะครับ" อนาวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เริ่มไม่พอใจ "เธอเป็นคนดี และเธอไม่ได้หวังอะไรจากผมเลย"
"ลูกกำลังถูกความรักบังตาอยู่หรือเปล่าอนาวินทร์" คุณหญิงพรรณรายเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แต่ก็ยังแฝงไว้ด้วยความไม่สบายใจ "แม่แค่เป็นห่วงลูกนะ ไม่อยากให้ลูกต้องมาเจ็บปวดกับเรื่องไร้สาระแบบนี้"
อนาวินทร์ถอนหายใจเบาๆ เขาพยายามทำความเข้าใจความรู้สึกของมารดา แต่เขาก็ไม่สามารถปฏิเสธความรู้สึกที่เขามีต่ออรอินทุ์ได้
อรอินทุ์เองก็รับรู้ถึงความไม่พอใจของคุณหญิงพรรณราย เธอพยายามทำความเข้าใจและอดทน เธอรู้ดีว่าการจะทำให้ใครสักคนเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็นนั้นเป็นเรื่องยาก
เธอพยายามเข้าหาคุณหญิงพรรณรายอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน เธอไปเยี่ยมคุณหญิงพรรณรายที่บ้านบ่อยครั้ง ช่วยงานบ้าน ทำอาหาร และพูดคุยด้วยความเคารพ แต่คุณหญิงพรรณรายก็ยังคงปฏิเสธที่จะเปิดใจรับเธอ
วันหนึ่ง คุณหญิงพรรณรายจัดงานเลี้ยงต้อนรับแขกคนสำคัญที่บ้าน เธอเชิญอรอินทุ์มาร่วมงานด้วย แต่ก็มีเจตนาแฝงที่จะทำให้เธออับอาย
ในงานเลี้ยง คุณหญิงพรรณรายแนะนำอรอินทุ์ให้แขกคนอื่นๆ รู้จักด้วยน้ำเสียงที่ดูถูกเหยียดหยาม "นี่คือคุณอรอินทุ์ค่ะ เธอเป็นเพื่อนสนิทของอนาวินทร์ เธอมีความสามารถพิเศษในการมองเห็นอดีตชาติ และเธอก็เชื่อว่าอนาวินทร์คือเจ้าชายอัคคีกลับชาติมาเกิด"
แขกคนอื่นๆ มองอรอินทุ์ด้วยความสงสัยและขบขัน บางคนก็ซุบซิบนินทากันอย่างออกนอกหน้า อรอินทุ์รู้สึกอับอายและเจ็บปวด แต่เธอก็พยายามเก็บความรู้สึกไว้ และยิ้มอย่างสุภาพ
อนาวินทร์เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เขารู้สึกโกรธมารดามาก แต่เขาก็พยายามควบคุมอารมณ์ไว้ เขาเดินเข้าไปหาอรอินทุ์ และกุมมือเธอไว้แน่น เพื่อแสดงให้เธอเห็นว่าเขาอยู่เคียงข้างเธอเสมอ
"คุณแม่ครับ ผมว่าเรามาพูดคุยเรื่องอื่นกันดีกว่านะครับ" อนาวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความไม่พอใจ
คุณหญิงพรรณรายหันมามองลูกชายด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ยอมเปลี่ยนเรื่อง อรอินทุ์รู้สึกซาบซึ้งในความห่วงใยของอนาวินทร์ เธอรู้ว่าเขาต้องเผชิญกับความกดดันมากมายจากมารดา แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดอยู่เคียงข้างเธอ
หลังจากงานเลี้ยง อนาวินทร์พาอรอินทุ์กลับบ้าน เขาขอโทษเธอสำหรับสิ่งที่มารดาของเขาทำ
"ผมขอโทษนะครับคุณอรอินทุ์ ที่คุณแม่ของผมพูดจาไม่ดีกับคุณ" อนาวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณอนาวินทร์ ดิฉันเข้าใจคุณแม่ของคุณค่ะ" อรอินทุ์กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ท่านแค่เป็นห่วงคุณ และยังไม่เข้าใจเรื่องราวเหล่านี้"
"แต่ผมก็รู้สึกไม่สบายใจเลยครับ ที่คุณต้องมาเจอเรื่องแบบนี้เพราะผม" อนาวินทร์กล่าว
"คุณอนาวินทร์คะ ดิฉันเลือกที่จะอยู่เคียงข้างคุณเองค่ะ ดิฉันเชื่อในบุญลิขิตของเรา และดิฉันก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งทุกอย่างที่รออยู่เบื้องหน้า" อรอินทุ์กล่าวด้วยความเชื่อมั่น
อนาวินทร์มองอรอินทุ์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความซาบซึ้งใจ เขารู้สึกโชคดีที่มีเธออยู่เคียงข้างเขา
บททดสอบแห่งศรัทธาไม่ได้มีเพียงแค่จากคุณหญิงพรรณรายเท่านั้น แต่ยังมาจากเพื่อนร่วมงานและคนรู้จักของอนาวินทร์ด้วย บางคนมองเขาด้วยความสงสัย บางคนก็ซุบซิบนินทาว่าเขาถูกอรอินทุ์หลอกให้เชื่อเรื่องไร้สาระ
อนาวินทร์รู้สึกกดดันและเหนื่อยล้า แต่เขาก็พยายามอดทนและยืนหยัดในสิ่งที่เขาเชื่อ เขาใช้เวลาอยู่กับอรอินทุ์มากขึ้น และพยายามทำความเข้าใจเรื่องราวในอดีตชาติให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
อรอินทุ์ยังคงชวนอนาวินทร์ไปทำบุญและนั่งสมาธิอย่างสม่ำเสมอ การทำบุญและการนั่งสมาธิช่วยให้จิตใจของอนาวินทร์สงบ และช่วยให้เขาปลดปล่อยความรู้สึกกดดันต่างๆ ได้
วันหนึ่ง อนาวินทร์ตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับมารดาของเขาอีกครั้ง เขาไปที่บ้านของคุณหญิงพรรณราย และพูดคุยกับเธออย่างจริงจัง
"คุณแม่ครับ ผมอยากให้คุณแม่ลองเปิดใจรับฟังผมอีกครั้งนะครับ" อนาวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "ผมรู้ว่าคุณแม่เป็นห่วงผม แต่ผมก็อยากให้คุณแม่เชื่อใจผมบ้าง"
คุณหญิงพรรณรายมองลูกชายด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เธอเห็นความมุ่งมั่นในดวงตาของเขา และรู้สึกได้ถึงความจริงใจของเขา
"แม่ไม่เข้าใจเลยอนาวินทร์ ว่าทำไมลูกถึงไปเชื่อเรื่องไร้สาระแบบนี้" คุณหญิงพรรณรายเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
"คุณแม่ครับ เรื่องราวเหล่านี้มันไม่ใช่เรื่องไร้สาระนะครับ มันคือความจริงที่ผมกำลังเผชิญอยู่ และผมก็รู้สึกได้ถึงความผูกพันกับอรอินทุ์อย่างลึกซึ้ง" อนาวินทร์กล่าว "ผมอยากให้คุณแม่ลองเปิดใจรับเธอเข้ามาในชีวิตของเราบ้างนะครับ เธอเป็นคนดีจริงๆ ครับ"
คุณหญิงพรรณรายนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เธอพยายามทำความเข้าใจความรู้สึกของลูกชาย และพยายามเปิดใจรับฟังเขา
"ถ้าลูกยืนยันแบบนั้น... แม่ก็จะลองดู" คุณหญิงพรรณรายเอ่ยในที่สุด "แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้น ลูกต้องรับผิดชอบเองนะ"
อนาวินทร์ยิ้มอย่างดีใจ "ขอบคุณครับคุณแม่ ขอบคุณมากจริงๆ ครับ"
หลังจากนั้น คุณหญิงพรรณรายก็เริ่มเปิดใจรับอรอินทุ์เข้ามาในชีวิตของเธอมากขึ้น เธอไม่ได้แสดงความไม่พอใจหรือดูถูกเหยียดหยามอรอินทุ์อีกต่อไป และบางครั้งเธอก็เริ่มพูดคุยกับอรอินทุ์เกี่ยวกับเรื่องราวทั่วไป
อรอินทุ์รู้สึกดีใจที่เห็นคุณหญิงพรรณรายเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เธอรู้ว่าการจะทำให้คุณหญิงพรรณรายเชื่อในเรื่องบุญลิขิตรักข้ามภพนั้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา แต่เธอก็เชื่อว่าสักวันหนึ่งคุณหญิงพรรณรายจะเข้าใจ
บททดสอบแห่งศรัทธาได้ผ่านพ้นไปแล้ว และความรักของอรอินทุ์กับอนาวินทร์ก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม พวกเขารู้แล้วว่าไม่ว่าจะมีอุปสรรคใดๆ เข้ามาในชีวิต พวกเขาก็จะอยู่เคียงข้างกันเสมอ และจะร่วมกันสร้างบุญกุศลเพื่อปลดปมกรรมและพบเจอความสุขที่แท้จริง

บุญลิขิตรักข้ามภพ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก