บุญลิขิตรักข้ามภพ

ตอนที่ 23 — เงาอดีตที่รุมเร้าใจ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

42 ตอน · 1,719 คำ

สายลมยามเย็นพัดโชยเอื่อย นำพาความหนาวเย็นจากยอดเขาเข้ามาสู่เรือนไม้สักทองโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางสวนสวย ร่างอรชรของพราวตะวันในชุดผ้าฝ้ายสีครีมอ่อนยืนอยู่ริมระเบียง มองออกไปยังเบื้องหน้าซึ่งเป็นทิวทัศน์ของป่าเขาที่เริ่มถูกปกคลุมด้วยม่านราตรี ดวงตาคู่สวยทอประกายหม่นหมอง เมื่อภาพเหตุการณ์ที่เธอเพิ่งเห็นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังคงฉายชัดอยู่ในห้วงสำนึก

ร่างของท่านชายพงศ์เทพที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวน ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด แววตาที่เคยเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสิ้นหวัง ‌เสียงแส้ที่ฟาดลงบนแผ่นหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงครวญครางที่ถูกกล้ำกลืน และหยดเลือดที่ซึมซับลงบนพื้นดินเย็นเฉียบ... ภาพเหล่านั้นราวกับมีชีวิต พราวตะวันรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวไปถึงขั้วหัวใจ ราวกับว่าความเจ็บปวดนั้นเป็นของเธอเอง

เธอรู้ว่านี่คือภาพอดีตชาติของภูผา ชายหนุ่มที่เธอต้องเข้ามาช่วยปลดเปลื้องกรรม แต่ทำไมภาพที่เห็นถึงได้ชัดเจนและรุนแรงถึงเพียงนี้ ​มันไม่ใช่แค่การมองเห็น แต่เป็นการสัมผัสถึงความรู้สึกทุกอย่างที่ท่านชายพงศ์เทพเคยได้รับ พราวตะวันยกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายที่เต้นระรัวอย่างผิดจังหวะ ความรู้สึกอึดอัดหนักอึ้งเกาะกุมจิตใจจนแทบหายใจไม่ออก

"คุณพราวคะ ได้เวลาอาหารเย็นแล้วค่ะ" เสียงหวานใสของแม่บ้านสาวดังขึ้นจากด้านหลัง พราวตะวันสะดุ้งเล็กน้อย เธอหันกลับไปมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงประตูห้องอย่างสุภาพ

"จ้ะ ‍เดี๋ยวฉันลงไป" พราวตะวันตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เธอยิ้มบางๆ ให้แม่บ้าน ก่อนจะหันกลับมามองทิวทัศน์ยามค่ำคืนอีกครั้ง ความมืดมิดที่ค่อยๆ กลืนกินแสงตะวันไปทีละน้อย ช่างคล้ายกับความรู้สึกในใจของเธอตอนนี้ ‌ที่กำลังถูกเงาแห่งอดีตเข้าครอบงำ

เมื่อลงมาถึงห้องอาหาร ภูผากำลังนั่งรออยู่แล้ว เขาสวมเสื้อผ้าสบายๆ แต่ยังคงดูสง่างาม ดวงตาคมกริบของเขามองมาที่เธอด้วยความห่วงใยเมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวของเธอ

"เป็นอะไรหรือเปล่าพราว ดูคุณไม่ค่อยสบายเลย" ภูผาเอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความกังวล

พราวตะวันส่ายหน้าช้าๆ ‍"เปล่าค่ะ แค่อากาศเย็นๆ เลยรู้สึกหนาวนิดหน่อย" เธอพยายามฉีกยิ้มให้ดูเป็นปกติที่สุด แต่รอยยิ้มนั้นกลับดูฝืนจนภูผาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว

"คุณยังไม่ได้เล่าให้ผมฟังเลย ว่าคุณเห็นอะไรอีกบ้าง" ภูผาเปิดประเด็นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าพราวตะวันยังคงเงียบงันและดูเหม่อลอยตลอดมื้ออาหาร

พราวตะวันวางช้อนลงช้าๆ ​เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความลังเล เธอควรจะเล่าทุกอย่างให้เขาฟังดีไหม? ภาพความเจ็บปวดทรมานนั้นมันรุนแรงเกินกว่าที่เธอจะบรรยายออกมาได้ง่ายๆ

"มัน... มันเป็นภาพที่เจ็บปวดมากค่ะคุณภูผา" เธอเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ฉันเห็นท่านชายพงศ์เทพถูกทรมาน ถูกเฆี่ยนตีอย่างโหดร้าย ​ท่านถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวน ใบหน้าของท่านซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง แต่แววตาของท่านยังคงมีความมุ่งมั่นบางอย่าง... แต่ก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวด"

ภูผาเงียบฟัง เขากำมือแน่นใต้โต๊ะอาหาร ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าเขากำลังรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่พราวตะวันกำลังเล่า

"ใครเป็นคนทำกับท่านคะ" พราวตะวันถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัยและเจ็บแค้นแทน ​"ทำไมถึงได้โหดร้ายถึงขนาดนั้น"

ภูผาหลับตาลงช้าๆ เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความมืดมิดบางอย่าง "ผมคิดว่าผมพอจะเดาได้แล้วว่าใคร"

"ใครคะ" พราวตะวันถามอย่างร้อนใจ

"ท่านเจ้าคุณราชภักดี" ภูผาตอบเสียงเรียบ แต่แววตาของเขาฉายชัดถึงความเกลียดชังที่ยากจะปกปิด "ท่านเจ้าคุณราชภักดีเป็นขุนนางผู้ใหญ่ในสมัยนั้น มีอำนาจบารมีมาก และเป็นคู่แข่งทางการเมืองกับท่านชายพงศ์เทพมาโดยตลอด"

"แต่ทำไมถึงต้องทรมานกันถึงขนาดนั้น" พราวตะวันยังคงไม่เข้าใจ

"เพราะความอิจฉาริษยาและอำนาจครับ" ภูผาถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ท่านเจ้าคุณราชภักดีต้องการกำจัดท่านชายพงศ์เทพให้พ้นทาง เพื่อที่เขาจะได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในราชสำนัก และยังมีความแค้นส่วนตัวบางอย่างที่ผมยังไม่แน่ใจนัก"

พราวตะวันนิ่งเงียบ เธอพยายามประมวลผลข้อมูลที่ได้รับ ภาพความทรมานของท่านชายพงศ์เทพยังคงวนเวียนอยู่ในหัว เธอรู้สึกสงสารเขาจับใจ

"แล้วท่านชายพงศ์เทพ... ท่านรอดมาได้ยังไงคะ" พราวตะวันถาม

"ท่านไม่รอดครับ" ภูผาตอบเสียงเบาหวิว "ท่านสิ้นใจในคุกมืดนั่นแหละครับ ด้วยความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส"

คำตอบของภูผาทำให้พราวตะวันรู้สึกเหมือนถูกค้อนทุบลงกลางอก เธอรู้สึกชาไปทั้งตัว ภาพความเจ็บปวดที่เธอเห็นเมื่อครู่กลับมาฉายชัดอีกครั้ง คราวนี้มันมาพร้อมกับความรู้สึกสิ้นหวังและความตาย

"ไม่จริง..." เธอพึมพำ "ไม่จริงใช่ไหมคะ"

ภูผาส่ายหน้าช้าๆ "ผมเองก็ไม่อยากเชื่อ แต่ภาพที่คุณเห็นมันยืนยันเรื่องราวที่ผมเคยได้ยินมา ท่านชายพงศ์เทพถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ และถูกจับไปทรมานจนตายในคุกมืดนั่นแหละครับ"

พราวตะวันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง เธอหลับตาลง พยายามสงบจิตใจ แต่ภาพความตายของท่านชายพงศ์เทพยังคงตามหลอกหลอน

"แล้ว... แล้วนี่คือเหตุผลที่ทำให้คุณภูผาต้องมาเจอเรื่องร้ายๆ ในชาตินี้ใช่ไหมคะ" พราวตะวันถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด

ภูผาพยักหน้าช้าๆ "ผมคิดว่าอย่างนั้นครับ ความแค้น ความเจ็บปวด และความอยุติธรรมที่ท่านชายพงศ์เทพได้รับ มันคงติดตามมาถึงผมในชาตินี้"

บรรยากาศในห้องอาหารเต็มไปด้วยความเงียบงันและหม่นหมอง พราวตะวันรู้สึกหนักอึ้งในใจ เธอรู้ว่าภารกิจของเธอไม่ใช่แค่การมองเห็นอดีต แต่คือการช่วยปลดเปลื้องกรรมที่หนักหนาสาหัสนี้

"เราต้องหาทางช่วยท่านค่ะคุณภูผา" พราวตะวันกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "เราต้องหาทางปลดปมกรรมนี้ให้ได้"

ภูผามองสบตาเธอ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวังและความสิ้นหวังปะปนกัน "แต่จะทำได้อย่างไรครับพราว ในเมื่อเรื่องราวในอดีตมันจบลงไปแล้ว"

"มันไม่เคยจบลงหรอกค่ะคุณภูผา ตราบใดที่ยังมีความเจ็บปวด ความแค้น และความอยุติธรรมหลงเหลืออยู่ มันก็จะส่งผลกระทบถึงปัจจุบันเสมอ" พราวตะวันกล่าว "เราต้องเข้าใจถึงต้นตอของเรื่องราวทั้งหมดให้ลึกซึ้งกว่านี้ และหาทางแก้ไขมันให้ได้"

คืนนั้น พราวตะวันนอนไม่หลับ ภาพความทรมานและความตายของท่านชายพงศ์เทพยังคงฉายซ้ำไปมาในห้วงความคิด เธอรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านเข้ามาในจิตใจ ราวกับว่าเธอเองก็เป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์นั้น

เธอพลิกตัวไปมาบนเตียง พยายามข่มตาให้หลับ แต่ก็ไร้ผล ท้ายที่สุดเธอก็ลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่ระเบียงห้องอีกครั้ง อากาศยามค่ำคืนหนาวเย็นยะเยือก แต่ก็ไม่เท่าความหนาวเย็นที่เกาะกุมอยู่ในใจของเธอ

"ท่านชายพงศ์เทพ..." เธอพึมพำ "ท่านต้องเจ็บปวดมากแค่ไหนกัน"

ทันใดนั้น ภาพบางอย่างก็แวบเข้ามาในห้วงความคิดของเธออีกครั้ง คราวนี้เป็นภาพของหญิงสาวคนหนึ่ง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ เธอสวมชุดไทยโบราณสีชมพูอ่อน กำลังยืนอยู่หน้าเรือนไม้หลังใหญ่แห่งหนึ่ง ดวงตาของเธอแดงก่ำราวกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก

"แม่หญิงบุหงา..." พราวตะวันพึมพำชื่อที่ผุดขึ้นมาในใจ หญิงสาวผู้นี้คือใคร? และเกี่ยวข้องอะไรกับท่านชายพงศ์เทพ?

ภาพนั้นเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว พราวตะวันพยายามเพ่งสมาธิเพื่อเรียกภาพนั้นกลับมาอีกครั้ง แต่ก็ไร้ผล เธอรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่ภาพเหล่านั้นมักจะมาแบบไม่ทันตั้งตัว และหายไปอย่างรวดเร็ว

เช้าวันรุ่งขึ้น พราวตะวันตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกอ่อนเพลียจากการนอนไม่พอ เธอลงมาที่ห้องอาหาร ภูผากำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่แล้ว

"อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณภูผา" เธอทักทาย

"อรุณสวัสดิ์ครับพราว คุณดูไม่ค่อยสดชื่นเลยนะครับ" ภูผาเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยความห่วงใย

"ฉันนอนไม่ค่อยหลับน่ะค่ะ" พราวตะวันตอบ "เมื่อคืนฉันเห็นภาพบางอย่างอีกแล้วค่ะคุณภูผา"

ภูผาวางหนังสือพิมพ์ลงทันที "คุณเห็นอะไรครับ"

"ฉันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งค่ะ เธอสวมชุดไทยโบราณสีชมพูอ่อน ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ ฉันรู้สึกว่าเธอชื่อ... บุหงา" พราวตะวันเล่า

ภูผานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สีหน้าของเขาดูครุ่นคิด "บุหงา... ผมไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลยครับ"

"ฉันก็ไม่แน่ใจค่ะว่าเธอคือใคร แต่ฉันรู้สึกว่าเธอมีความสำคัญกับเรื่องราวในอดีตชาติของท่านชายพงศ์เทพ" พราวตะวันกล่าว "ฉันรู้สึกว่าเธอเป็นคนที่ท่านชายพงศ์เทพรัก"

ภูผาพยักหน้าช้าๆ "เป็นไปได้ครับ เรื่องราวความรักมักจะซับซ้อนและมีผลกระทบต่อชะตาชีวิตเสมอ"

"ฉันคิดว่าเราควรจะลองสืบค้นเรื่องราวของท่านชายพงศ์เทพให้ละเอียดกว่านี้ค่ะคุณภูผา โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้" พราวตะวันเสนอ

"ผมก็คิดอย่างนั้นครับ" ภูผาเห็นด้วย "ผมจะลองไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจากตำราเก่าๆ ที่บ้าน หรืออาจจะต้องไปที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ"

"ฉันจะช่วยคุณภูผาด้วยค่ะ" พราวตะวันกล่าว "ฉันรู้สึกว่ายิ่งเราเข้าใจอดีตมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งหาทางแก้ไขปัจจุบันได้ง่ายขึ้นเท่านั้น"

หลังจากมื้อเช้า ภูผาก็ออกไปทำงานตามปกติ พราวตะวันใช้เวลาส่วนใหญ่ในการนั่งสมาธิและพยายามเชื่อมโยงกับภาพอดีตที่เธอเห็น เธอต้องการที่จะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดให้ชัดเจนกว่านี้

ในระหว่างที่เธอกำลังนั่งสมาธิอยู่นั้น ภาพบางอย่างก็แวบเข้ามาในห้วงความคิดของเธออีกครั้ง คราวนี้เป็นภาพของท่านชายพงศ์เทพในวัยหนุ่ม ท่านกำลังยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวนแห่งหนึ่ง กำลังพูดคุยกับแม่หญิงบุหงา ใบหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุข

ภาพนั้นทำให้พราวตะวันรู้สึกอบอุ่นในใจ เธอเห็นถึงความรักความผูกพันที่ทั้งสองมีให้กัน แต่แล้วภาพก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว คราวนี้เป็นภาพของท่านเจ้าคุณราชภักดีที่กำลังมองดูทั้งสองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาและความโกรธแค้น

พราวตะวันรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านเข้ามาในจิตใจอีกครั้ง เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมท่านเจ้าคุณราชภักดีถึงได้เกลียดชังท่านชายพงศ์เทพถึงขนาดนั้น มันไม่ใช่แค่เรื่องอำนาจทางการเมือง แต่มันอาจจะเป็นเรื่องของความรักด้วย

"ความรัก... ความแค้น... อำนาจ..." พราวตะวันพึมพำ "เรื่องราวในอดีตมันซับซ้อนกว่าที่ฉันคิดไว้มาก"

เธอรู้ว่าภารกิจของเธอจะไม่ง่าย แต่เธอก็ไม่คิดที่จะยอมแพ้ เธอรู้สึกผูกพันกับภูผาและเรื่องราวในอดีตชาติของเขาอย่างประหลาด ราวกับว่าเธอเองก็เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวทั้งหมดนี้

ในช่วงบ่าย ภูผากลับมาที่บ้านพร้อมกับหนังสือเก่าแก่หลายเล่ม เขาดูตื่นเต้นเล็กน้อย

"ผมเจอข้อมูลบางอย่างแล้วครับพราว" ภูผาบอกเธอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "ผมเจอตำราเก่าแก่ที่บันทึกเรื่องราวของราชสำนักในสมัยนั้น และมีกล่าวถึงท่านชายพงศ์เทพอยู่บ้าง"

พราวตะวันรีบเดินเข้าไปหาเขา เธอหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาดู มันเป็นหนังสือที่เก่าแก่มาก กระดาษเหลืองกรอบตามกาลเวลา

"มีอะไรที่เกี่ยวกับแม่หญิงบุหงาบ้างไหมคะ" พราวตะวันถาม

ภูผาส่ายหน้า "ยังไม่เจอโดยตรงครับ แต่มีกล่าวถึงเรื่องราวความรักระหว่างท่านชายพงศ์เทพกับหญิงสาวผู้หนึ่งที่ไม่ได้มาจากตระกูลสูงศักดิ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดธรรมเนียมในสมัยนั้น"

"นั่นอาจจะเป็นแม่หญิงบุหงาก็ได้ค่ะ" พราวตะวันกล่าวด้วยความหวัง

"เป็นไปได้ครับ" ภูผาเห็นด้วย "และเรื่องราวความรักครั้งนี้เองที่อาจจะเป็นชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้ท่านเจ้าคุณราชภักดีไม่พอใจ"

ทั้งสองนั่งอ่านหนังสือเก่าแก่เหล่านั้นด้วยกัน พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวในอดีตชาติของท่านชายพงศ์เทพ พราวตะวันรู้สึกเหมือนเธอกำลังย้อนเวลากลับไปอยู่ในยุคนั้นจริงๆ

ยิ่งอ่านมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งเข้าใจถึงความซับซ้อนของเรื่องราว ความรักที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคทางชนชั้น ความอิจฉาริษยาที่นำไปสู่ความแค้น และอำนาจที่ทำให้คนตาบอด

"ฉันเห็นภาพอีกแล้วค่ะคุณภูผา" พราวตะวันกล่าวขึ้นมาทันที ดวงตาของเธอเบิกกว้าง

ภูผารีบหันมามองเธอด้วยความสนใจ "คุณเห็นอะไรครับ"

"ฉันเห็นแม่หญิงบุหงากำลังร้องไห้อย่างหนัก เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับชายชราผู้หนึ่งที่ไม่ใช่ท่านชายพงศ์เทพ" พราวตะวันเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เธอถูกพรากจากคนที่เธอรัก และท่านชายพงศ์เทพก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏในเวลาไล่เลี่ยกัน"

ภูผากำมือแน่น "นี่มันเป็นแผนการของท่านเจ้าคุณราชภักดีอย่างแน่นอนครับ เขาต้องการที่จะทำลายทุกอย่างที่ท่านชายพงศ์เทพรัก"

"ใช่ค่ะ" พราวตะวันเห็นด้วย "เขาต้องการให้ท่านชายพงศ์เทพต้องเจ็บปวดทรมานทั้งกายและใจ"

ภาพที่พราวตะวันเห็นนั้นชัดเจนมาก เธอเห็นแม่หญิงบุหงาที่สวมชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ แต่ใบหน้าของเธอซีดเซียวไร้สีเลือด ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลรินไม่หยุด เธอถูกจูงมือไปสู่พิธีแต่งงานที่เธอไม่ต้องการ

"ความเจ็บปวดของแม่หญิงบุหงาก็คงไม่ต่างจากท่านชายพงศ์เทพเลยค่ะ" พราวตะวันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสาร "ทั้งสองต้องพลัดพรากจากกันด้วยฝีมือของคนใจร้าย"

ภูผาเงียบไปครู่หนึ่ง เขากำลังประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดที่ได้รับฟัง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเศร้าและความโกรธแค้น

"ผมรู้สึกถึงความเจ็บปวดนั้นครับพราว" ภูผาพึมพำ "ผมรู้สึกเหมือนหัวใจของผมกำลังถูกบีบคั้น"

พราวตะวันวางมือลงบนแขนของเขาเบาๆ "ฉันรู้ค่ะคุณภูผา แต่เราต้องเข้มแข็งนะคะ เราต้องหาทางแก้ไขเรื่องราวทั้งหมดนี้ให้ได้"

"แต่จะทำได้อย่างไรครับพราว ในเมื่อท่านเจ้าคุณราชภักดีก็ตายไปแล้ว ท่านชายพงศ์เทพก็ตายไปแล้ว" ภูผาถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

"กรรมไม่ได้จบลงแค่ความตายหรอกค่ะคุณภูผา" พราวตะวันกล่าว "ความแค้น ความเจ็บปวด และความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น มันยังคงส่งผลกระทบถึงปัจจุบันเสมอ เราต้องหาทางปลดปล่อยวิญญาณของท่านชายพงศ์เทพและแม่หญิงบุหงาให้เป็นอิสระ และเราก็ต้องทำให้ท่านเจ้าคุณราชภักดีได้รับผลกรรมที่เขาก่อไว้"

ภูผามองสบตาพราวตะวัน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวังอีกครั้ง "คุณคิดว่าเราจะทำได้จริงๆ หรือครับพราว"

"ฉันเชื่อว่าเราทำได้ค่ะคุณภูผา" พราวตะวันตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "บุญลิขิตนำพาให้เรามาพบกัน เพื่อที่จะแก้ไขเรื่องราวในอดีตชาติให้ถูกต้อง และปลดเปลื้องกรรมที่ติดตามคุณมา"

ทั้งสองมองหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างรับรู้ถึงความผูกพันที่ลึกซึ้งที่เชื่อมโยงพวกเขาเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ใช่แค่ความผูกพันในชาตินี้ แต่เป็นความผูกพันที่ข้ามภพข้ามชาติมาอย่างยาวนาน

เงาของอดีตยังคงรุมเร้าใจ แต่แสงแห่งความหวังก็เริ่มฉายส่องเข้ามาในจิตใจของทั้งสอง พวกเขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย และพร้อมที่จะสร้างบุญร่วมกัน เพื่อปลดปมกรรมที่ค้างคา และนำพาสันติสุขกลับคืนมาสู่ทุกดวงวิญญาณที่เกี่ยวข้อง

การเดินทางที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และพราวตะวันก็รู้ดีว่ามันจะเป็นการเดินทางที่ยาวนานและเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่เธอก็พร้อมที่จะก้าวเดินไปพร้อมกับภูผา เพื่อปลดเปลื้องกรรมที่บุญลิขิตได้กำหนดไว้...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บุญลิขิตรักข้ามภพ

บุญลิขิตรักข้ามภพ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!