เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆ ปรือขึ้น ธีรเดชสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลของผืนผ้าไหมชั้นดีที่รองรับแผ่นหลัง ไม่ใช่ที่นอนสปริงราคาประหยัดในอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ของเขา กลิ่นหอมจางๆ คล้ายเครื่องหอมโบราณอบอวลอยู่รอบกาย ไม่ใช่กลิ่นข้าวแกงเจือปนกลิ่นอับของห้องเช่าที่คุ้นเคย แสงอรุณรำไรลอดผ่านม่านแพรปักลายมังกรทองเข้ามาตกกระทบผืนพรมหนานุ่มสีแดงสดบนพื้น มันคือแสงสีทองที่แปลกตา ไม่ใช่แสงจากหลอดฟลูออเรสเซนต์หรือจอคอมพิวเตอร์
“นี่มัน…ที่ไหนกัน?” เสียงแหบพร่าหลุดจากลำคอ ธีรเดชพยายามพยุงกายขึ้นนั่ง หัวปวดหนึบเหมือนโดนค้อนทุบซ้ำๆ ภาพตรงหน้าพร่าเลือนจนต้องกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัส ความทรงจำสุดท้ายของเขาคือการนั่งโต้รุ่งปั่นโปรเจกต์มหา’ลัย ท่ามกลางกองหนังสือการตลาดและแก้วกาแฟเย็นชืด ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดดับไป
แต่ตอนนี้…เขากำลังนั่งอยู่บนเตียงไม้สลักลายวิจิตรหรูหราเกินจินตนาการ ผ้าม่านโปร่งแสงสีทองถูกม้วนเก็บอย่างเป็นระเบียบ เผยให้เห็นห้องกว้างขวางที่ประดับประดาด้วยเครื่องเรือนไม้แกะสลักปิดทองอร่ามตา ภาพวาดทิวทัศน์หมึกจีนบนผนัง ตู้เครื่องเคลือบโบราณสูงใหญ่ และแจกันกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินขาวขนาดมหึมา ทุกอย่างบ่งบอกถึงความเก่าแก่และมั่งคั่งอย่างสุดจะพรรณนา
สมองของธีรเดชพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ แต่กลับพบว่ามีข้อมูลบางอย่างที่ไม่คุ้นเคยแทรกซึมเข้ามา มันเป็นความทรงจำของคนอื่น…ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเขา หัวใจของเขาสั่นระรัว ภาพของบุรุษหนุ่มรูปงามในชุดคลุมสีเหลืองทอง มงกุฎหยกทองคำประดับมุกระยิบระยับ และใบหน้าซีดเซียวอ่อนแรงผุดขึ้นมาในห้วงความคิด
“ข้าคือ จ้าวจวิน…ฮ่องเต้แห่งต้าหยาน…” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังก้องอยู่ในหัว ราวกับเสียงสะท้อนจากอดีตที่ห่างไกล
“ฮ่องเต้? อะไรนะ?” ธีรเดชพึมพำกับตัวเอง มือยกขึ้นกุมขมับที่ยังคงปวดหนึบ มันไม่ใช่แค่ปวดหัวธรรมดา แต่มันราวกับมีเข็มเป็นพันเล่มกำลังทิ่มแทงเข้าไปในสมอง พยายามจะยัดเยียดข้อมูลมหาศาลที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน
ทันใดนั้น เสียงอิเล็กทรอนิกส์เย็นชาแต่ชัดเจนก็ดังก้องขึ้นในจิตสำนึกของเขา ราวกับมีใครกำลังพูดอยู่ข้างหูโดยตรง โดยที่ไม่มีใครรอบข้างได้ยิน
[ตรวจพบการถ่ายโอนจิตสำนึกสมบูรณ์แบบ.] [ผูกมัดโฮสต์: ธีรเดช.] [ระบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน เปิดใช้งาน.]
ธีรเดชเบิกตากว้าง เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น ไม่มีเครื่องเสียง ไม่มีลำโพง แล้วเสียงนั่นมาจากไหนกัน?
[ยินดีต้อนรับสู่ระบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน, โฮสต์.] เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มาพร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าอ่อนที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา มีตัวอักษรจีนและตัวเลขปรากฏอยู่เต็มไปหมด ซึ่งมีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็น
“เฮ้ย! อะไรวะเนี่ย? ผีหลอกเหรอ?” ธีรเดชสะดุ้งสุดตัว เขากระถดถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนกับผนังหัวเตียงอย่างแรง
[โปรดอย่าตื่นตระหนก, โฮสต์. ข้าคือระบบช่วยเหลือกอบกู้บัลลังก์ที่ถูกผูกมัดกับจิตสำนึกของท่าน.] ระบบตอบกลับอย่างใจเย็น
ธีรเดชพยายามหายใจเข้าลึกๆ มันเหมือนกับในนิยายแฟนตาซีที่เขาเคยอ่านตอนเด็กไม่มีผิด! เขาทะลุมิติมาอยู่ในร่างของฮ่องเต้! และมีระบบช่วยเหลือด้วย!
“ระบบ…แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? แล้วนี่มันที่ไหน? ฉันเป็นใคร?” คำถามมากมายพรั่งพรูออกมาจากปากเขา
[สถานะปัจจุบันของโฮสต์คือ: จ้าวจวิน, ฮ่องเต้แห่งต้าหยาน, ผู้ปกครององค์ที่เก้าของราชวงศ์จ้าว.] [สถานที่ปัจจุบัน: พระตำหนักจื่อเวย, พระราชวังหลวงต้าหยาน.] [สาเหตุการมาถึง: จิตสำนึกของโฮสต์ถูกดึงข้ามมิติมายังร่างของฮ่องเต้จ้าวจวินที่กำลังจะสิ้นพระชนม์ เนื่องจากการลอบปลงพระชนม์ด้วยยาพิษ.]
ธีรเดชรู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่าเปรี้ยง! ลอบปลงพระชนม์?
“เดี๋ยวนะ! หมายความว่าฉันอยู่ในร่างของคนที่กำลังจะตาย? แล้วไอ้ฮ่องเต้จ้าวจวินนี่เป็นใคร? ทำไมถึงโดนลอบปลงพระชนม์?” เขาถามรัวเร็ว ความตื่นตระหนกผสมกับความอยากรู้พุ่งทะลุปรอท
[ฮ่องเต้จ้าวจวินเป็นฮ่องเต้ที่ถูกกล่าวหาว่าลุ่มหลงในสุรานารี ไร้ซึ่งความสามารถในการปกครอง ปล่อยปละละเลยราชกิจ จนทำให้ขุนนางกังฉินเข้าควบคุมอำนาจและกดขี่ประชาชน.] ระบบอธิบายอย่างไม่รีบร้อน [รัชสมัยของฮ่องเต้จ้าวจวินเป็นยุคที่บ้านเมืองอ่อนแอ ประชาชนอดอยาก บัณฑิตและขุนนางผู้ภักดีถูกกำจัด ส่วนขุนนางกังฉินต่างฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างเปิดเผย.]
“โอ้โห…นี่มันแย่กว่าที่คิด!” ธีรเดชอุทาน นี่มันไม่ใช่แค่ทะลุมิติ แต่เขาทะลุมาเป็น ฮ่องเต้ห่วยแตก ที่กำลังจะโดนโค่นล้ม!
[ภัยคุกคามในปัจจุบัน:] ระบบแสดงข้อมูลขึ้นมาอีก [1. เซียวเหยียน: มหาเสนาบดีและผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ด้วยอำนาจที่สั่งสมมานาน เซียวเหยียนได้ควบคุมราชสำนักทั้งหมด กำลังวางแผนโค่นล้มราชวงศ์จ้าวและสถาปนาตนเองเป็นฮ่องเต้องค์ใหม่.] [2. อดีตฮ่องเต้จ้าวจวิน: ทิ้งไว้ซึ่งชื่อเสียงอันเสื่อมเสีย ความเกลียดชังจากราษฎร และความไร้ซึ่งอำนาจ ทำให้โฮสต์ไม่มีฐานอำนาจใดๆ ในการปกครอง.] [3. การเงินของแผ่นดิน: ท้องพระคลังร่อยหรอ แผ่นดินประสบภัยแล้ง ประชาชนอดอยาก เกิดกบฏประปรายในหัวเมือง.] [4. กำลังทหาร: กองทัพอ่อนแอ ขุนศึกหัวเมืองไม่เชื่อฟังราชสำนักกลาง.]
ธีรเดชอ่านข้อมูลทั้งหมดที่ปรากฏบนหน้าต่างระบบ เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกยัดเยียดบทละครน้ำเน่าฟอร์มยักษ์ที่เต็มไปด้วยความดราม่าและหายนะ “นี่มันไม่ใช่แค่ฮ่องเต้ห่วยแตกแล้ว นี่มันฮ่องเต้ที่กำลังจะ ซวยโคตรๆ เลยต่างหาก! ระบบ! แล้วฉันจะทำอะไรได้บ้าง? ฉันเป็นแค่ไอ้หนุ่มจบใหม่ที่รู้แค่เรื่องการตลาดกับเทคโนโลยีนะ จะไปสู้กับมหาเสนาบดีผู้ทรงอำนาจได้ยังไง?”
[ระบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยโฮสต์กอบกู้บัลลังก์ ปฏิรูปแผ่นดินให้รุ่งเรือง และสร้างราชวงศ์ใหม่ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สากล.] ระบบตอบกลับด้วยน้ำเสียงคงที่ [ระบบจะมอบภารกิจ ความสามารถ และไอเท็มช่วยเหลือแก่โฮสต์ เมื่อโฮสต์ทำภารกิจสำเร็จ จะได้รับแต้มอัปเกรดและรางวัล.]
[ภารกิจเริ่มต้น: เอาชีวิตรอดจากแผนลอบปลงพระชนม์ครั้งต่อไป.] [รางวัล: 50 แต้มอัปเกรด, 1 สุ่มไอเท็ม.] [สถานะภารกิจ: ยังไม่เริ่มต้น.]
“เอาชีวิตรอดจากแผนลอบปลงพระชนม์ครั้งต่อไป? หมายความว่าไง? มันจะมาเมื่อไหร่? ใครจะมา?!” ธีรเดชรีบถาม เขารู้สึกถึงเหงื่อที่ผุดพรายออกมาจากฝ่ามือ
[จากข้อมูลของอดีตฮ่องเต้จ้าวจวิน หลังจากที่ถูกลอบวางยาพิษในอาหารเช้า ร่างกายจะอ่อนแอลงอย่างมาก และในคืนนี้จะมีกลุ่มมือสังหารบุกเข้ามาในพระตำหนักเพื่อปลิดชีพฮ่องเต้.]
“คืนนี้เลยเหรอ?! บ้าไปแล้ว! แล้วตอนนี้ฉันทำอะไรได้บ้าง? มียาแก้พิษไหม? มีอะไรที่ฉันพอจะใช้ป้องกันตัวได้บ้าง?” ธีรเดชถามอย่างร้อนรน เขาพยายามรื้อค้นความทรงจำของจ้าวจวิน แต่กลับพบแต่ความเลือนรางเกี่ยวกับความสำราญและการหลีกหนีราชกิจ มันไม่ช่วยอะไรเลย!
[เนื่องจากสถานะของโฮสต์เริ่มต้นด้วยพลังงานต่ำ ระบบแนะนำให้ตรวจสอบสถานะและทรัพยากรที่มี.] [สถานะฮ่องเต้จ้าวจวิน:] [พละกำลัง: 5/100 (ต่ำกว่ามนุษย์ทั่วไป)] [สติปัญญา: 10/100 (ต่ำกว่ามนุษย์ทั่วไป)] [เสน่ห์: 30/100 (ปานกลาง)] [อำนาจ: 0/100 (ไร้อำนาจ)] [แต้มอัปเกรด: 0] [ไอเท็ม: ไม่มี]
ธีรเดชเห็นสถานะของตัวเองแล้วแทบจะสำลัก นี่มันตัวละครที่อ่อนแอที่สุดเท่าที่เคยเจอมาในเกมหรือนิยายเลยนะ! พละกำลังแค่ 5? สติปัญญา 10? นี่เขาต้องเอาชีวิตรอดจากมือสังหารด้วยร่างกายที่อ่อนแอและสมองที่ยังมึนงงนี่น่ะหรือ?
“ระบบ…ช่วยด้วย! มีอะไรที่ฉันทำได้ทันทีไหม? อย่างน้อยก็ขอให้ฉันมีแรงยืนขึ้นได้ก่อนเถอะ!”
[ระบบขอแนะนำ: ทักษะเริ่มต้น: “กายาฮ่องเต้เหล็กไหล” (ระดับ 1) – เพิ่มพละกำลัง 10 แต้ม และภูมิคุ้มกันโรคเล็กน้อย.] [ต้องการเปิดใช้งานทักษะหรือไม่? ใช้ 10 แต้มอัปเกรด.]
“ฉันไม่มีแต้มอัปเกรดนี่! บ้าจริง!” ธีรเดชสบถอย่างหัวเสีย
[เนื่องจากเป็นสถานการณ์วิกฤต ระบบจะปลดล็อกภารกิจฉุกเฉิน: “พิสูจน์ตนเองขั้นต้น”.] [ภารกิจฉุกเฉิน: ลุกจากเตียงและเดินไปที่ประตู.] [รางวัล: 10 แต้มอัปเกรด.]
“แค่ลุกจากเตียง…เนี่ยนะภารกิจฉุกเฉิน?” ธีรเดชรู้สึกตลกปนขมขื่น เขาพยายามขยับตัว แขนขาของเขายังคงรู้สึกหนักอึ้งและชาดิกราวกับไม่เป็นของตนเอง แต่เขาไม่มีทางเลือก หากไม่ทำอะไรเลย เขาคงได้ตายอีกรอบก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน
เขาพยายามออกแรงพยุงกายขึ้นช้าๆ กล้ามเนื้อทั่วร่างส่งเสียงประท้วงด้วยความเจ็บปวด แต่จิตใจของเขากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เขาจะต้องรอดไปให้ได้! เพื่อกลับสู่โลกเดิม…หรืออย่างน้อยก็เพื่อเปลี่ยนโชคชะตาของฮ่องเต้จ้าวจวินผู้น่าสงสารคนนี้
ด้วยความพยายามอย่างยิ่งยวด ในที่สุดเขาก็สามารถพยุงตัวให้นั่งได้มั่นคงขึ้น เหงื่อไหลซึมตามแผ่นหลัง แต่เขาก็ยังไม่หยุด เขาค่อยๆ หย่อนเท้าลงจากเตียง สัมผัสกับพื้นพรมหนานุ่มที่เยียบเย็น เท้าของเขาแทบจะไม่มีแรงยืน แต่เขาก็กัดฟันกรอด ใช้ความพยายามทั้งหมดที่มี ดันตัวเองให้ยืนขึ้น
ร่างของเขาสั่นคลอนราวกับต้นหลิวต้องลม แต่เขาก็ยืนอยู่ได้สำเร็จ!
[ภารกิจฉุกเฉิน “พิสูจน์ตนเองขั้นต้น” สำเร็จ!] [ได้รับ 10 แต้มอัปเกรด.]
ธีรเดชไม่ได้สนใจข้อความ เขาใช้สองขาที่สั่นเทิ้มก้าวเดินช้าๆ มุ่งหน้าไปยังประตูห้องที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว แต่สำหรับเขาแล้วมันกลับเหมือนการเดินทางข้ามทวีป
หนึ่งก้าว…สองก้าว…สามก้าว…
ในที่สุด เขาก็เอื้อมมือที่สั่นเทาไปถึงบานประตูไม้สลักลายหงส์มังกร เขาแตะลงไปที่พื้นผิวไม้เย็นเยียบ ความรู้สึกโล่งใจเอ่อท้นขึ้นมาในอก
[ต้องการเปิดใช้งานทักษะ “กายาฮ่องเต้เหล็กไหล” (ระดับ 1) หรือไม่? ใช้ 10 แต้มอัปเกรด.]
“เปิดใช้งาน!” ธีรเดชตอบแทบจะทันที
ทันใดนั้นเอง ความร้อนระอุสายหนึ่งก็พลุ่งพล่านขึ้นมาจากใจกลางกายของเขา แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความเจ็บปวดจากการอ่อนล้าและพิษที่ยังคงหลงเหลืออยู่ค่อยๆ บรรเทาลง แรงที่เคยหดหายไปกลับคืนมาทีละน้อย มันไม่ใช่พลังที่แข็งแกร่งอย่างนักรบ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เขารู้สึกว่าควบคุมร่างกายตัวเองได้อีกครั้ง
[สถานะฮ่องเต้จ้าวจวิน:] [พละกำลัง: 15/100 (มนุษย์ทั่วไป)] [สติปัญญา: 10/100 (ต่ำกว่ามนุษย์ทั่วไป)] [เสน่ห์: 30/100 (ปานกลาง)] [อำนาจ: 0/100 (ไร้อำนาจ)] [แต้มอัปเกรด: 0] [ไอเท็ม: ไม่มี]
เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ก็มากพอที่จะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องคลานแล้ว
ทันใดนั้น…เสียงฝีเท้าเบาๆ ก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตู พร้อมกับเสียงกระแอมเบาๆ อย่างมีมารยาท
“ฝ่าบาท…ได้เวลาเสวยพระกระยาหารเช้าแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เสียงแหบแห้งแต่สุภาพดังลอดเข้ามา
ธีรเดชตัวแข็งทื่อ เขาไม่ทันได้คาดคิดว่าจะมีใครมาหาเร็วขนาดนี้ เขาเพิ่งจะรอดจากการวางยาพิษในอาหารเช้าครั้งแรกมาได้ แล้วนี่คืออาหารเช้าครั้งที่สองหรือเปล่า?
นี่มันถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับโลกภายนอกแล้วสินะ…โลกที่เต็มไปด้วยคนที่ไม่รู้ว่าเขาเป็นตัวปลอม และพร้อมจะฆ่าเขาได้ทุกเมื่อ
เขาควรจะทำอย่างไรดี? แสร้งทำเป็นป่วยหนัก? หรือออกไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่เบื้องหลังประตูบานนั้น?
ขณะที่เขากำลังชั่งใจ มือสังหารในคืนนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่เขาต้องคิดถึง แต่ตอนนี้…คนที่อยู่หน้าประตูก็อาจเป็นอันตรายไม่แพ้กัน
เสียงกระแอมดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับความเงียบที่กดดันมากขึ้นเรื่อยๆ ธีรเดชรู้ดีว่าเขาไม่สามารถเลี่ยงได้อีกแล้ว
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสติ และเตรียมตัวสวมบทบาทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา
มือของเขากำแน่นที่ลูกบิดประตู ดวงตาจ้องมองไปยังช่องว่างเล็กๆ ระหว่างบานประตูที่ดูเหมือนจะกั้นเขากับชะตากรรมที่ไม่อาจคาดเดาได้
เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นจังหวะสามที แสดงถึงความไม่พอใจเล็กน้อยที่ฮ่องเต้ยังไม่ตอบรับ
ธีรเดชตัดสินใจ!
เขาค่อยๆ เลื่อนมือลงไปที่สลักประตู และเปิดมันออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างของชายชราในชุดขันทีสีน้ำเงินเข้ม ใบหน้าเหี่ยวย่น แต่ดวงตาเป็นประกายคมกริบ คล้ายจะอ่านความคิดของเขาออก มือที่ถือถาดอาหารเช้าดูสงบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยความไม่ชอบมาพากล
“อรุณสวัสดิ์พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท” ขันทีหลี่กล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มที่คล้ายจะซ่อนความหมายบางอย่างไว้ “วันนี้ฝ่าบาทดู…มีพระวรกายที่แข็งแรงขึ้นกว่าเมื่อวานมากเลยนะพ่ะย่ะค่ะ”
คำพูดของขันทีหลี่ทำให้ธีรเดชรู้สึกหนาววาบไปถึงสันหลัง…หรือว่าขันทีคนนี้รู้เรื่องบางอย่าง? หรือนี่คือคนที่จะมาสานต่อแผนการลอบปลงพระชนม์ในวันนี้?
อาหารเช้าบนถาดที่ขันทีถือมา ดูน่ากิน แต่ก็แฝงไว้ด้วยความอันตรายที่มองไม่เห็น…
เขาควรจะทำอย่างไรดีกับอาหารเช้าตรงหน้า และสายตาที่จับจ้องมาของขันทีผู้สูงวัยคนนี้?

บัลลังก์ทะลุมิติพลิกฟ้า
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก