แสงตะวันยามเช้ายังคงทอประกายเรืองรองลอดผ่านช่องหน้าต่างกรุผ้าไหมบางเบาเข้าสู่ท้องพระโรงอันโอ่อ่าโอ่โถง เฉกเช่นทุกวันมรรคา แต่ทว่าวันนี้แสงสีทองอ่อนที่เคยอาบไล้ไปทั่วเสาไม้แกะสลักลวดลายมังกรกลับดูซีดจางลงในความรู้สึกของธีรเดช บรรยากาศภายในท้องพระโรงยามนี้หนักอึ้งและเต็มไปด้วยความตึงเครียดยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ไม่ใช่จากพิธีการอันศักดิ์สิทธิ์ใดๆ แต่เป็นเพราะความขัดแย้งที่แผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว ราวกับมีม่านหมอกพิษที่มองไม่เห็นปกคลุมผู้คนในห้อง
ธีรเดชในคราบองค์จักรพรรดิ ‘หลงจู’ ประทับอยู่บนบัลลังก์ทองคำมังกรคู่ ทอดพระเนตรกลุ่มขุนนางที่ยืนเรียงรายเบื้องล่าง สีหน้าของแต่ละคนไม่ต่างจากหินผาที่ไร้อารมณ์ แต่แววตาที่สบกันไปมานั้นเต็มไปด้วยการประเมินและการรอคอย การประชุมราชกิจในวันนี้ดำเนินมาถึงจุดที่ตึงเครียดที่สุด นั่นคือการพิจารณา ‘โครงการคลองส่งน้ำหลวงต้าถง’ ซึ่งธีรเดชได้ใช้ความรู้จากโลกเดิมและข้อมูลจากระบบช่วยวางแผนอย่างละเอียดถี่ถ้วน
“...ฝ่าบาท กระหม่อมขอทูลคัดค้านด้วยชีวิต!” เสียงกังวานของมหาเสนาบดีซ่ง เจิ้งหลง ดังก้องไปทั่วท้องพระโรง เขาเป็นบุรุษวัยห้าสิบปลาย มีเคราแพะยาวเฟื้อย ดวงตาคมกริบฉายแววไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรง “โครงการนี้ใหญ่หลวงนัก ต้องใช้กำลังคนมหาศาล อีกทั้งงบประมาณที่ระบุไว้ในฎีกา... เป็นตัวเลขที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ต้าถงเลยพ่ะย่ะค่ะ! เกรงว่าจะเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ อีกทั้งยังอาจนำมาซึ่งความวุ่นวายแก่บ้านเมือง หากเรียกเกณฑ์แรงงานมากเกินไป อาจเกิดการลุกฮือจากราษฎรที่อดอยากและเหนื่อยล้า”
“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท! มหาเสนาบดีซ่งพูดถูก” อัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย หลี่ กงหมิน เสริมขึ้น เขามีใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตานั้นแฝงความประสงค์ร้ายอย่างลึกซึ้ง “ในยามที่บ้านเมืองยังไม่สงบดีเช่นนี้ การลงทุนในโครงการที่ไม่แน่ชัดว่าจะให้ผลดีจริงหรือไม่ ย่อมเป็นการกระทำที่เสี่ยงเกินไปพ่ะย่ะค่ะ”
เสียงสนับสนุนมหาเสนาบดีซ่งดังขึ้นเป็นระยะๆ ราวกับคลื่นใต้น้ำที่กำลังโหมซัดเข้าหาบัลลังก์ของธีรเดช ธีรเดชรับรู้ได้ถึงแรงต้านทานอันมหาศาลจากเหล่าขุนนางที่ส่วนใหญ่ผูกติดอยู่กับอำนาจเดิมและผลประโยชน์ส่วนตน แม้เขาจะเตรียมตัวมาอย่างดี แต่การเผชิญหน้ากับอำนาจเก่าที่ฝังรากลึกมานานหลายศตวรรษก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ติ๊ง!
เสียงระบบดังขึ้นในหูของธีรเดช ขณะที่เขายังคงประทับนิ่งอยู่บนบัลลังก์
“ภารกิจหลัก: สร้างรากฐานความมั่นคง – โครงการคลองส่งน้ำหลวง (Grand Canal Project) ความคืบหน้า: 10% (ขั้นนำเสนอ) ความสำเร็จจะเพิ่มบารมีจักรพรรดิ 50 หน่วย และปลดล็อกเทคโนโลยีชลประทานระดับสูง”
“คำแนะนำ: มหาเสนาบดีซ่ง เจิ้งหลง มีผลประโยชน์ผูกพันกับกลุ่มเจ้าของที่ดินรายใหญ่ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งได้รับประโยชน์จากการผูกขาดเส้นทางการค้าทางบก การสร้างคลองจะลดอำนาจและผลประโยชน์ของเขาอย่างมหาศาล”
ธีรเดชเม้มปาก เขารู้ดีว่าข้อคัดค้านของมหาเสนาบดีซ่งนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของงบประมาณหรือความวุ่นวาย แต่เป็นเรื่องของการรักษาอำนาจและผลประโยชน์ของกลุ่มตนเอง ที่ผ่านมาต้าถงประสบปัญหาภัยแล้งในหลายมณฑลภาคกลางและภาคใต้ ขณะที่ภาคเหนือมีน้ำมากแต่การกระจายน้ำไม่ทั่วถึง การสร้างคลองส่งน้ำขนาดใหญ่จะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร ลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และเปิดเส้นทางการค้าใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม แต่แน่นอนว่ามันจะกระทบกระเทือน "ผู้มีอิทธิพล" เดิมที่ผูกขาดเส้นทางการค้าและทรัพยากร
ธีรเดชถอนหายใจในใจครั้งหนึ่ง ก่อนจะปรับสีหน้าให้เรียบเฉย ทอดพระเนตรไปยังมหาเสนาบดีซ่งด้วยสายตาที่ลุ่มลึกยากจะหยั่งถึง
“มหาเสนาบดีซ่งกล่าวถูกต้อง โครงการนี้ใหญ่หลวงนัก และต้องใช้งบประมาณมหาศาล” ธีรเดชตรัสด้วยสุรเสียงที่หนักแน่น ทว่าแฝงด้วยความเยือกเย็น “แต่หากคิดถึงปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นซ้ำซากทุกปี ในแต่ละปีพสกนิกรของเราต้องล้มตายไปเท่าไรจากความอดอยาก? ต้องอพยพย้ายถิ่นฐานกันไปเท่าไรเพื่อหนีความแห้งแล้ง? เงินทองที่ใช้ในการบรรเทาทุกข์ในแต่ละปีนั้นน้อยกว่างบประมาณโครงการนี้เชียวหรือ? และที่สำคัญกว่านั้น... ชีวิตของราษฎรประเมินค่าได้ด้วยเงินทองเช่นนั้นหรือ?”
พระสุรเสียงขององค์จักรพรรดิทำให้ท้องพระโรงเงียบกริบ มหาเสนาบดีซ่งอ้าปากจะโต้แย้ง แต่ธีรเดชไม่เปิดโอกาสให้
“โครงการคลองส่งน้ำหลวงต้าถงนี้ ไม่ใช่แค่การขุดดินสร้างทางน้ำ แต่เป็นการสร้างรากฐานความมั่นคงให้แก่บ้านเมืองไปอีกหลายร้อยปี เป็นการประกันว่าพสกนิกรของเราจะมีน้ำกินน้ำใช้ มีพืชพรรณธัญญาหารบริบูรณ์ ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากภัยแล้งอีกต่อไป” ธีรเดชตรัสเน้นย้ำทุกถ้อยคำ “เมื่อราษฎรอิ่มท้อง บ้านเมืองย่อมสงบสุข ปัญหาการก่อกบฏจากความอดอยากย่อมลดลง นี่มิใช่การลงทุนที่คุ้มค่ากว่าการทุ่มเงินไปกับการปราบปรามกบฏที่เกิดจากความทุกข์ยากหรอกหรือ?”
ธีรเดชทรงทอดพระเนตรไปทั่วท้องพระโรง สบตาขุนนางแต่ละคนอย่างไม่เกรงกลัว
“ส่วนเรื่องกำลังคน ข้าได้ให้กรมโยธาธิการวางแผนไว้แล้ว โดยจะแบ่งการก่อสร้างออกเป็นหลายช่วง ไม่ได้เกณฑ์แรงงานทั้งหมดในคราวเดียว อีกทั้งจะมีการจ่ายค่าแรงที่เป็นธรรม และจัดหาอาหารน้ำดื่มให้เพียงพอ ไม่ใช่การเกณฑ์ทาสมาใช้แรงงานเยี่ยงสัตว์เดรัจฉานอย่างที่บางคนเข้าใจ” ธีรเดชตวัดสายตาไปยังมหาเสนาบดีซ่งอย่างจงใจ มหาเสนาบดีซ่งสะดุ้งเล็กน้อย ทว่ายังคงยืนกรานด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“แต่ถึงกระนั้นพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท งบประมาณก็ยังคงเป็นปัญหาใหญ่หลวง หากใช้เงินทองไปกับคลองส่งน้ำจนหมดคลังหลวงแล้ว หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เราจะเอาเงินที่ไหนมาจัดการพ่ะย่ะค่ะ?” อัครเสนาบดีหลี่เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“นั่นเป็นคำถามที่ดี” ธีรเดชพยักหน้า “เพราะเหตุนี้ ข้าจึงมีพระราชโองการให้ลดงบประมาณรายจ่ายที่ไม่จำเป็นในราชสำนักลงทั้งหมด รวมถึงเงินเบี้ยหวัดของขุนนางบางส่วน และให้สำรวจที่ดินรกร้างว่างเปล่าที่ไม่มีผู้ใดครอบครอง เพื่อนำมาจัดสรรเป็นที่ดินทำกินให้แก่ราษฎรที่เข้าร่วมโครงการสร้างคลองส่งน้ำ เมื่อคลองสร้างเสร็จ พวกเขาก็จะมีที่ทำกินเป็นของตนเอง มีน้ำใช้ และมีรายได้เพิ่มขึ้น”
เสียงฮือฮาเล็กน้อยดังขึ้นในหมู่ขุนนาง ข้อเสนอนี้เป็นการปฏิรูปที่ดินทางอ้อม ซึ่งกระทบกระเทือนกลุ่มเจ้าที่ดินรายใหญ่ไม่น้อย
“ส่วนเงินที่หายไปจากคลังหลวง ข้าได้มีพระราชโองการให้ดำเนินการปฏิรูปการเก็บภาษีใหม่ โดยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีจากพ่อค้าวาณิชที่ร่ำรวย แต่กลับหลีกเลี่ยงภาษีมาโดยตลอด รวมถึงการเก็บภาษีจากเหมืองแร่และป่าไม้ที่เคยถูกผูกขาดโดยบางตระกูลมาอย่างยาวนาน”
คำตรัสนี้ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางท้องพระโรง สีหน้าของขุนนางหลายคนเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด บางคนถึงกับซีดเผือด โดยเฉพาะกลุ่มที่เคยมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับการผูกขาดการค้าและทรัพยากร อัครเสนาบดีหลี่มีสีหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย
ติ๊ง!
“คำเตือน: การปฏิรูปการเก็บภาษีได้กระตุ้นความไม่พอใจอย่างรุนแรงในหมู่ขุนนางผู้มีอำนาจและตระกูลเก่าแก่ที่ผูกขาดผลประโยชน์มานาน พวกเขากำลังรวมตัวกันเพื่อต่อต้านโปรดระมัดระวัง!”
ธีรเดชแอบยิ้มในใจ ระบบยืนยันว่าเขามาถูกทางแล้ว ยิ่งมีแรงต้านมากเท่าไร แสดงว่าการปฏิรูปนั้นยิ่งมีผลกระทบต่อรากเหง้าของปัญหามากเท่านั้น
“ข้าเข้าใจดีว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ย่อมสร้างความไม่พอใจให้กับบางคน” ธีรเดชตรัสด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นลง แต่เปี่ยมด้วยอำนาจ “แต่ในฐานะจักรพรรดิแห่งต้าถง ข้ามีหน้าที่ต้องดูแลพสกนิกรทุกคนให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ใช่แค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หากผู้ใดเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ของบ้านเมือง หากผู้ใดคิดจะขัดขวางการพัฒนาเพื่อความผาสุกของราษฎร ผู้นั้นคือศัตรูของต้าถง และข้าจะไม่ลังเลที่จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด!”
พระสุรเสียงขององค์จักรพรรดิหนักแน่นและดุดันอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ทำให้ขุนนางหลายคนถึงกับตัวสั่นสะท้าน บารมีของจักรพรรดิหลงจูที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงหุ่นเชิด บัดนี้กลับแผ่ออกมาอย่างเต็มเปี่ยม
มหาเสนาบดีซ่งและอัครเสนาบดีหลี่แลกเปลี่ยนสายตากันอย่างรวดเร็ว พวกเขารู้ดีว่าหากดื้อรั้นต่อไป อาจต้องเผชิญกับผลลัพธ์ที่ร้ายแรง
“ฝ่าบาท... กระหม่อมมิได้มีเจตนาจะขัดขวาง เพียงแต่มีความห่วงใยในสถานการณ์ของบ้านเมืองเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ” มหาเสนาบดีซ่งลดเสียงลงและโค้งกายเล็กน้อย “หากฝ่าบาทมีแผนการที่รัดกุมเช่นนี้ กระหม่อมก็จะน้อมรับพระราชโองการพ่ะย่ะค่ะ”
อัครเสนาบดีหลี่และขุนนางคนอื่นๆ ที่เคยคัดค้านก็จำต้องน้อมรับตามกันไป เพราะไม่มีใครกล้าท้าทายพระราชอำนาจที่แผ่ออกมาอย่างชัดเจนเช่นนี้อีกแล้ว
“ดี!” ธีรเดชตรัส “ถ้าเช่นนั้น โครงการคลองส่งน้ำหลวงต้าถงก็ถือเป็นอันอนุมัติ! ให้กรมโยธาธิการ กรมคลัง และกรมปกครอง เตรียมการให้พร้อมภายในหนึ่งเดือน ข้าจะลงไปตรวจราชการด้วยตนเอง!”
หลังจากที่การประชุมราชกิจจบลง ธีรเดชก็รู้สึกโล่งใจไปเปราะหนึ่ง เขาเพิ่งจะได้รับชัยชนะครั้งสำคัญในการประชุมราชกิจเป็นครั้งแรก แม้จะเป็นเพียงการเริ่มต้น แต่ก็แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถยืนหยัดต่อสู้กับอำนาจเก่าได้แล้ว
“หลงกงกง” ธีรเดชเรียกขันทีคนสนิทที่ยืนรออยู่ข้างบัลลังก์ “วันนี้เจ้าจัดการเรื่องเครื่องเสวยให้ดีเป็นพิเศษ ข้าต้องการผ่อนคลายสักหน่อย”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” หลงกงกงรับคำด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เขามีความสุขที่เห็นองค์จักรพรรดิมีอำนาจและบารมีมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อกลับมายังตำหนัก ธีรเดชก็ถอนหายใจยาว พิงกายลงบนเก้าอี้พลางหลับตาลง เขารู้สึกเหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจ การต่อสู้ในท้องพระโรงนั้นใช้พลังงานมหาศาล
ติ๊ง!
“ภารกิจหลัก: สร้างรากฐานความมั่นคง – โครงการคลองส่งน้ำหลวง (Grand Canal Project) ความคืบหน้า: 20% (อนุมัติโครงการ) ได้รับบารมีจักรพรรดิ 50 หน่วย ปลดล็อกเทคโนโลยีชลประทานระดับสูง: ‘ระบบควบคุมน้ำอัจฉริยะ (Smart Water Management System)’”
“คำเตือน: การอนุมัติโครงการคลองส่งน้ำหลวงได้กระตุ้นแผนการลับเบื้องหลัง. ระวังการแทรกซึมจากภายใน.”
ธีรเดชลืมตาขึ้นทันทีเมื่อได้ยินคำเตือนสุดท้ายจากระบบ "แผนการลับเบื้องหลัง? การแทรกซึมจากภายใน?" เขาขมวดคิ้วแน่น
ในขณะนั้นเอง หลงกงกงก็เดินเข้ามาพร้อมกับถาดเครื่องเสวย แต่สีหน้าของเขากลับดูไม่สบายใจนัก
“ฝ่าบาท... กระหม่อมมีเรื่องจะกราบทูลพ่ะย่ะค่ะ” หลงกงกงเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระสับกระส่าย
“มีอะไรหรือ?” ธีรเดชถาม
“เมื่อครู่... คนของกรมโยธาธิการที่กระหม่อมส่งไปช่วยประสานงานเรื่องการสำรวจพื้นที่โครงการคลองส่งน้ำหลวงกลับมารายงานว่า มีขุนนางบางคนกำลังแอบติดต่อกับหัวหน้าโจรป่าทางใต้พ่ะย่ะค่ะ”
ธีรเดชเบิกตากว้าง “เจ้าว่าอะไรนะ? หัวหน้าโจรป่า?”
“พ่ะย่ะค่ะ พวกมันกำลังวางแผนที่จะก่อกวนเส้นทางก่อสร้างคลองในระยะแรก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางที่เพิ่งจะเริ่มดำเนินการสำรวจพ่ะย่ะค่ะ และที่สำคัญกว่านั้น... กระหม่อมได้ยินมาว่า มีขุนนางระดับสูงบางคนแอบนัดพบกับขันทีในตำหนักของฮองเฮา... อาจจะเกี่ยวกับเรื่องนี้พ่ะย่ะค่ะ”
คำพูดของหลงกงกงทำให้เลือดในกายของธีรเดชเย็นยะเยือก เขารู้สึกเหมือนถูกกระหน่ำด้วยคลื่นใต้น้ำที่มองไม่เห็น มันไม่ใช่แค่การเมืองในราชสำนักอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นการสมคบคิดที่ร้ายกาจกว่านั้นมาก ฮองเฮา... คือกุญแจสำคัญที่เชื่อมโยงกับตระกูลหลี่ ตระกูลของอัครเสนาบดีหลี่ กงหมิน!
“คำเตือน: แผนการสมคบคิดกำลังก่อตัวขึ้น ภารกิจเร่งด่วน: ปราบปรามการก่อกวนและเปิดโปงผู้บงการเบื้องหลัง หากล้มเหลว โครงการคลองส่งน้ำหลวงจะถูกขัดขวางอย่างรุนแรง และบารมีจักรพรรดิจะลดลง 100 หน่วย!”
ธีรเดชกำหมัดแน่น เขารู้สึกได้ถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามา เขาเพิ่งจะได้รับชัยชนะในท้องพระโรง แต่ดูเหมือนการต่อสู้ที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และครั้งนี้ศัตรูไม่ใช่แค่ขุนนางที่คัดค้าน แต่เป็นกลุ่มอำนาจมืดที่พร้อมจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อโค่นล้มเขา รวมถึงการใช้โจรป่าและ... ฮองเฮา!
“หลงกงกง...” ธีรเดชเอ่ยเสียงต่ำ สีหน้าเคร่งขรึม “เจ้าไปเรียกจินอี้เว่ยมาพบข้าที่นี่เดี๋ยวนี้!”
ในขณะที่หลงกงกงรีบร้อนเดินออกไป ธีรเดชก็ลุกขึ้นยืนริมหน้าต่าง มองออกไปยังท้องฟ้ายามเย็นที่เริ่มมืดครึ้ม เขาไม่คิดเลยว่าการอนุมัติโครงการที่ตั้งใจจะช่วยเหลือประชาชน จะกลายเป็นการจุดชนวนแผนการร้ายที่ซับซ้อนและอันตรายถึงเพียงนี้ ศัตรูของเขาซ่อนตัวอยู่ในเงามืด และพร้อมที่จะโจมตีเมื่อเขาก้าวเดินไปข้างหน้า
เขาจะรับมือกับแผนการนี้อย่างไร? และใครคือผู้บงการที่แท้จริงที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้... ฮองเฮาหรืออัครเสนาบดีหลี่? หรือมีใครที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น? ท้องพระโรงอันโอ่อ่าที่เคยเป็นสมรภูมิทางความคิด บัดนี้กำลังจะกลายเป็นลานประหารที่ไร้เสียง และเขาในฐานะองค์จักรพรรดิ คือเป้าหมายสูงสุดของหอกดาบที่มองไม่เห็นเหล่านั้น...

บัลลังก์ทะลุมิติพลิกฟ้า
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก