โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
29 ตอน · 1,069 คำ
แสงแรกอรุณรุ่งสาดส่องผ่านผ้าม่านไหมทอง ปลุกองค์ฮ่องเต้หนุ่มให้ตื่นจากห้วงนิทรา ธีรเดชขยับกายเล็กน้อย รู้สึกถึงความเมื่อยล้าจากการครุ่นคิดมาตลอดค่ำคืน แต่ในดวงตาของเขากลับเปี่ยมด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่น ไม่มีความหวาดหวั่นหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของตนเองและแผ่นดินที่กำลังจะล่มสลาย
"ระบบ เปิดหน้าต่างภารกิจหลัก" ธีรเดชเอ่ยสั่งในใจ เสียงใสของระบบตอบรับทันที
[ภารกิจหลัก: กอบกู้บัลลังก์ที่สั่นคลอน] [สถานะปัจจุบัน: 2/100 (ความมั่นคงของบัลลังก์)] [เป้าหมายย่อยที่ 1: ปฏิรูปการจัดเก็บภาษี (สถานะ: ยังไม่สำเร็จ)] [เป้าหมายย่อยที่ 2: จัดการขุนนางฉ้อฉล (สถานะ: ยังไม่สำเร็จ)] [เป้าหมายย่อยที่ 3: ฟื้นฟูเศรษฐกิจของแคว้น (สถานะ: ยังไม่สำเร็จ)] [เป้าหมายย่อยที่ 4: สร้างกองทัพที่แข็งแกร่ง (สถานะ: ยังไม่สำเร็จ)] [รางวัลเมื่อสำเร็จภารกิจหลัก: พลังอำนาจแห่งฮ่องเต้, อุปกรณ์พิเศษ, คะแนนระบบจำนวนมาก]
ธีรเดชพยักหน้าอย่างครุ่นคิด เป้าหมายแรกที่เขาต้องเร่งดำเนินการคือการปฏิรูปภาษีและจัดการขุนนางฉ้อฉล สองสิ่งนี้เป็นรากฐานสำคัญที่กัดกินความมั่งคั่งของแคว้นและบั่นทอนความเชื่อมั่นของราษฎร
"ระบบ มีข้อมูลเกี่ยวกับระบบภาษีปัจจุบันของแคว้นต้าหลงหรือไม่?"
[มีข้อมูลพ่ะย่ะค่ะ ระบบภาษีของแคว้นต้าหลงซับซ้อนและเอื้อประโยชน์ต่อขุนนางท้องถิ่นเป็นอย่างมาก อัตราภาษีสูงแต่การจัดเก็บไม่โปร่งใส ทำให้เงินส่วนใหญ่รั่วไหลไปสู่กระเป๋าของขุนนางผู้ใหญ่และผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ราษฎรต้องแบกรับภาระหนักหน่วง]
"อย่างที่คิด..." ธีรเดชถอนหายใจ แผนการปฏิรูปของเขาต้องเริ่มต้นจากการรวบอำนาจการจัดเก็บภาษีกลับคืนสู่ส่วนกลาง และลดช่องโหว่การทุจริต
"ระบบ มีเครื่องมือหรือความสามารถใดที่สามารถช่วยในการตรวจสอบการทุจริตได้บ้าง?"
[มีพ่ะย่ะค่ะ ระบบสามารถมอบ 'ดวงตาแห่งความจริง' ให้กับฝ่าบาทได้ชั่วคราว ซึ่งจะช่วยให้ฝ่าบาทสามารถมองเห็นเจตนาแอบแฝงและความจริงที่ซ่อนอยู่ได้ แต่มีข้อจำกัดในการใช้งานและต้องใช้คะแนนระบบ]
"ยังไม่จำเป็นต้องใช้ตอนนี้" ธีรเดชตัดสินใจ "แต่ข้อมูลการจัดเก็บภาษีของแคว้นทั้งหมด ข้าต้องการมันทั้งหมด"
[รับทราบพ่ะย่ะค่ะ ข้อมูลจะถูกส่งเข้าสู่จิตใจของฝ่าบาท]
ทันทีที่ระบบตอบรับ ข้อมูลมหาศาลเกี่ยวกับระบบภาษี กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และรายชื่อขุนนางผู้รับผิดชอบในแต่ละมณฑลก็หลั่งไหลเข้าสู่สมองของธีรเดชอย่างรวดเร็ว เขารับรู้ถึงความซับซ้อนและเล่ห์เหลี่ยมที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตัวเลขและกฎเกณฑ์เหล่านั้น
"ฮ่องเต้เพคะ ได้เวลาทรงเครื่องแล้วเพคะ" เสียงนุ่มนวลของนางกำนัลดังขึ้นจากด้านนอกประตู
ธีรเดชลุกขึ้นยืน จัดการกับความคิดที่พลุกพล่านในหัว เขาต้องแสดงบทบาทของฮ่องเต้ที่อ่อนแอต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อไม่ให้ใครสงสัยในการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น
ในท้องพระโรงเช้าวันนี้ บรรยากาศยังคงอึมครึมเช่นเคย ขุนนางน้อยใหญ่ต่างยืนเข้าแถวตามลำดับขั้น องค์ฮ่องเต้ประทับบนบัลลังก์มังกรด้วยท่าทางสงบนิ่ง ทว่าภายในใจกลับเต็มไปด้วยพายุแห่งการวางแผน
"มีเรื่องใดจะกราบทูลฮ่องเต้บ้าง?" เสียงของขันทีเฒ่าจางกงดังขึ้น กังวานไปทั่วท้องพระโรง
เสนาบดีกรมคลัง หลี่หวน ก้าวออกมาข้างหน้า สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวลจอมปลอม
"กราบทูลฝ่าบาท กระหม่อมมีเรื่องเร่งด่วนจะกราบทูลพ่ะย่ะค่ะ" หลี่หวนโค้งคำนับอย่างนอบน้อม "เนื่องด้วยภัยแล้งที่เกิดขึ้นในหลายมณฑล ประกอบกับการเก็บเกี่ยวที่ไม่เป็นไปตามเป้า ทำให้รายได้ของแคว้นลดลงอย่างมาก กระหม่อมเกรงว่าคลังหลวงจะไม่สามารถรองรับรายจ่ายที่จำเป็นได้พ่ะย่ะค่ะ"
ธีรเดชฟังอย่างสงบ แต่ในใจกลับเย้ยหยัน ข้อมูลที่ระบบส่งมาให้เมื่อครู่แสดงให้เห็นว่ารายได้ของแคว้นไม่ได้ลดลงมากขนาดนั้น แต่กลับมีเงินจำนวนมหาศาลที่ถูกยักยอกไปต่างหาก
"แล้วท่านเสนาบดีมีแนวทางแก้ไขอย่างไร?" ธีรเดชเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
หลี่หวนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สบตากับฮ่องเต้ก่อนจะกล่าวต่อ "กระหม่อมเห็นว่าควรเพิ่มอัตราภาษีจากราษฎรอีกเล็กน้อยพ่ะย่ะค่ะ เพื่อให้คลังหลวงมีเงินเพียงพอต่อการใช้จ่าย และอาจจะต้องพิจารณาลดค่าใช้จ่ายในวังหลวงบางส่วนลงด้วยพ่ะย่ะค่ะ"
ทันทีที่คำพูดของหลี่หวนจบลง เสียงซุบซิบก็ดังขึ้นเบาๆ ในหมู่ขุนนางบางคน แต่ส่วนใหญ่กลับพยักหน้าเห็นด้วย ราวกับว่านี่คือทางออกเดียว
"เพิ่มภาษีจากราษฎรอีกหรือ?" ธีรเดชเอ่ยทวนช้าๆ น้ำเสียงของเขาเริ่มแฝงความเย็นชา "ราษฎรผู้ยากไร้ต้องแบกรับภาระมามากพอแล้วมิใช่หรือ?"
หลี่หวนก้มหน้าลง "แต่หากไม่ทำเช่นนี้ คลังหลวงก็จะว่างเปล่าพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท"
"คลังหลวงว่างเปล่าจริงหรือ?" ธีรเดชถามกลับ ดวงตาคมกริบจ้องมองไปยังหลี่หวน "หรือเป็นเพราะเงินเหล่านั้นไม่ได้เข้าสู่คลังหลวงตั้งแต่แรก?"
คำพูดของฮ่องเต้ทำให้ท้องพระโรงเงียบกริบ หลี่หวนเงยหน้าขึ้นมามองฮ่องเต้ด้วยแววตาตกใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าฮ่องเต้จะกล้าพูดเช่นนี้
"ฝ่าบาททรงหมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?" หลี่หวนถามเสียงสั่น
"ข้าหมายความว่า... ระบบการจัดเก็บภาษีของแคว้นต้าหลงมีปัญหาอย่างร้ายแรง" ธีรเดชเอ่ยเสียงดังฟังชัด "ข้าได้ตรวจสอบข้อมูลมาแล้ว พบว่ามีเงินจำนวนมหาศาลที่ควรจะเข้าสู่คลังหลวง แต่กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย"
ขุนนางหลายคนเริ่มกระสับกระส่าย บางคนเริ่มมองหน้ากันอย่างมีพิรุธ
"ดังนั้น ข้าจึงมีพระราชโองการให้ปฏิรูปการจัดเก็บภาษีใหม่ทั้งหมด" ธีรเดชประกาศกร้าว "นับจากนี้ไป การจัดเก็บภาษีจะถูกรวมศูนย์มายังกรมคลังโดยตรง จะไม่มีการอนุญาตให้ขุนนางท้องถิ่นจัดเก็บภาษีเองอีกต่อไป และจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมาตรวจสอบการจัดเก็บภาษีในทุกมณฑล"
"นอกจากนี้" ธีรเดชกล่าวต่อ "ข้าจะให้เวลาสามวันแก่ขุนนางทุกคนที่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษี ให้เข้ามาสารภาพความผิดและคืนเงินที่ยักยอกไป หากผู้ใดสารภาพและคืนเงินทั้งหมด ข้าจะพิจารณาลดโทษให้ แต่หากผู้ใดปกปิดความผิดและถูกจับได้ในภายหลัง โทษจะหนักเป็นสองเท่า!"
คำประกาศของฮ่องเต้สร้างความตกตะลึงไปทั่วท้องพระโรง ขุนนางหลายคนหน้าซีดเผือด โดยเฉพาะหลี่หวนที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงหน้า
"ฝ่าบาท นี่... นี่มัน..." หลี่หวนพยายามจะคัดค้าน
"นี่คือพระราชโองการ!" ธีรเดชตวาดเสียงกร้าว "ผู้ใดกล้าขัดขวาง ถือว่าไม่จงรักภักดีต่อแคว้นต้าหลง!"
พลังอำนาจที่แผ่ออกมาจากองค์ฮ่องเต้ในยามนี้ ทำให้ขุนนางทุกคนต้องก้มหน้าลง ไม่มีใครกล้าสบตา ธีรเดชรู้ดีว่าการกระทำครั้งนี้จะสร้างแรงกระเพื่อมมหาศาล แต่เขาก็พร้อมที่จะรับมือ
"ระบบ ตรวจสอบปฏิกิริยาของขุนนาง" ธีรเดชสั่งในใจ
[รับทราบพ่ะย่ะค่ะ] [หลี่หวน (เสนาบดีกรมคลัง): ความภักดี -15, ความหวาดกลัว +20, ความแค้น +10] [จ้าวเฉิง (เสนาบดีกรมกลาโหม): ความภักดี +5, ความประหลาดใจ +10, ความระแวง +5] [หวังหย่ง (เสนาบดีกรมโยธา): ความภักดี -10, ความหวาดกลัว +15] [ซุนหมิง (เสนาบดีกรมอาญา): ความภักดี +10, ความชื่นชม +5] [และขุนนางคนอื่นๆ อีกจำนวนมาก...]
ธีรเดชพยักหน้าในใจ การเปลี่ยนแปลงย่อมมีผู้ที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์เสมอ เขารู้ว่าการประกาศครั้งนี้จะทำให้เขาต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มอำนาจเก่า แต่เขาก็ไม่หวั่นเกรง
หลังจากท้องพระโรงเลิก ขุนนางต่างพากันแยกย้ายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หลี่หวนเดินออกจากท้องพระโรงด้วยสีหน้าซีดเผือดราวกับคนไม่มีวิญญาณ เขาไม่คิดว่าฮ่องเต้ที่ดูอ่อนแอและไม่สนใจการเมืองมาตลอด จะกล้าออกมาประกาศเช่นนี้
"ท่านเสนาบดีหลี่" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง หลี่หวนหันไปมอง พบว่าเป็นจ้าวเฉิง เสนาบดีกรมกลาโหม ผู้มีอำนาจทางทหารสูงสุดของแคว้น
"ท่านจ้าวเฉิง" หลี่หวนโค้งคำนับเล็กน้อย
"ฮ่องเต้ทรงเปลี่ยนไปมากทีเดียว" จ้าวเฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงความหมายบางอย่าง "ท่านคิดว่าอย่างไร?"
หลี่หวนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า "กระหม่อมไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ แต่พระราชโองการครั้งนี้... จะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวง"
จ้าวเฉิงพยักหน้าช้าๆ "แน่นอน ย่อมส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวง" เขามองไปยังท้องพระโรงที่ว่างเปล่าด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "ดูเหมือนว่าแคว้นต้าหลงกำลังจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เสียแล้ว"
ขณะเดียวกัน ในตำหนักฮ่องเต้ ธีรเดชกำลังนั่งอ่านรายงานที่ระบบรวบรวมมาให้เกี่ยวกับขุนนางที่มีประวัติการทุจริตอย่างละเอียด รายชื่อยาวเหยียดปรากฏขึ้นบนหน้าต่างระบบ พร้อมกับหลักฐานต่างๆ ที่มัดตัวแน่นหนา
"ระบบ เตรียมรายชื่อขุนนางเหล่านี้ให้พร้อม ข้าจะส่งพวกเขาไปสอบสวนอย่างละเอียด" ธีรเดชกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "และให้จับตาดูความเคลื่อนไหวของหลี่หวนเป็นพิเศษ"
[รับทราบพ่ะย่ะค่ะ]
ธีรเดชรู้ดีว่าการปฏิรูปครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เขาจะต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างรุนแรงจากกลุ่มอำนาจเก่าที่เสียผลประโยชน์ แต่เขาก็พร้อมที่จะใช้ทุกวิถีทางเพื่อกอบกู้แคว้นต้าหลงให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง
"บัลลังก์นี้ ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้มันสั่นคลอนอีกต่อไป" ธีรเดชพึมพำกับตัวเอง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นดุจเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำ เขาคือฮ่องเต้ติดระบบ ผู้ที่จะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินให้เป็นไปตามที่เขาต้องการ

บัลลังก์ทะลุมิติพลิกฟ้า
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก