มหาเทพบุปผาภักดิ์

ตอนที่ 4 — เผยคมดาบเทพ สยบอสุรกาย

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,053 คำ

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องลอดม่านใบไม้หนาทึบของป่าบุปผา สาดลงบนผืนดินชุ่มชื้นที่ประดับประดาไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ บุปผาภักดิ์ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบกาย ความสงบสุขและบริสุทธิ์ของผืนป่าแห่งนี้ยังคงโอบอุ้มเธอไว้อย่างอ่อนโยน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้นานาชนิดลอยอบอวลในอากาศ ‌เหมือนบทเพลงขับกล่อมจากสรวงสวรรค์

เธอคลี่ยิ้มบางๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน เขย่งปลายเท้าแตะยอดหญ้าอ่อนๆ สัมผัสได้ถึงความสดชื่นที่ส่งผ่านจากผืนดินขึ้นมาถึงปลายนิ้ว ดอกบัวสีม่วงเรืองรองที่เธอเห็นเมื่อวาน บัดนี้กลับส่องประกายเจิดจ้ากว่าเดิม ราวกับมีประกายดาวเจิดจรัสอยู่ภายในกลีบดอก

"อรุณสวัสดิ์นะ เหล่ามวลบุปผา" ​บุปผาภักดิ์เอ่ยทักทายเสียงแผ่วเบา เป็นการทักทายที่ไม่เคยขาดหายไปจากกิจวัตรประจำวันของเธอ

ทันใดนั้น เสียงคำรามกึกก้องก็ดังสะท้อนมาแต่ไกล ทำลายความสงบสุขของป่าลงอย่างสิ้นเชิง เสียงนั้นเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด ดิบเถื่อน และน่าสะพรึงกลัว บุปผาภักดิ์ชะงักนิ่งไปชั่วขณะ ‍ใบหน้าสวยหวานที่เคยเปี่ยมสุข บัดนี้ฉายแววตกตะลึง

"เสียงอะไรกัน" เธอพึมพำ เสียงสั่นเล็กน้อย

ก่อนที่เธอจะได้ตระหนักถึงสถานการณ์ ร่างของอสูรกายขนาดมหึมา ก็ทะยานแหวกพงไพรเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง มันมีรูปร่างคล้ายหมีร้าย แต่มีขนาดใหญ่โตกว่าหมีป่าทั่วไปหลายเท่า ‌ลำตัวปกคลุมด้วยขนสีดำทะมึน ดวงตาแดงก่ำสะท้อนความกระหายเลือด ฟันแหลมคมที่โผล่ออกมาจากปากกว้าง เผยให้เห็นความโหดเหี้ยมที่ซ่อนอยู่

อสูรกายตัวนั้นพุ่งตรงมายังทิศทางที่บุปผาภักดิ์ยืนอยู่ ราวกับมันถูกดึงดูดด้วยบางสิ่งบางอย่าง หรือไม่ก็มองเห็นเธอเป็นเหยื่อรายต่อไป

"อ๊ากกก!" เสียงกรีดร้องของสิ่งมีชีวิตอื่นดังขึ้นมาจากทิศทางที่อสูรกายวิ่งผ่าน เสียงนั้นขาดหายไปอย่างรวดเร็ว ‍ราวกับถูกกลืนกินเข้าไปในความมืดมิด

หัวใจของบุปผาภักดิ์เต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว แต่สัญชาตญาณแห่งการเอาตัวรอดก็กระตุ้นให้เธอต้องเคลื่อนไหว

"ต้องหนี!"

เธอกระโดดหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว ขณะที่กรงเล็บอันแหลมคมของอสูรกายฟาดลงมาบนพื้นหญ้าอย่างจัง เสียงดังสนั่นหวั่นไหว หญ้าและดินกระเด็นกระจายไปทั่ว

อสูรกายไม่ลดละ มันหันกลับมาตะครุบเธออีกครั้ง ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อสำหรับสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมา

"ว้าย!" บุปผาภักดิ์ร้องเสียงหลง ​เธอหมุนตัวหลบหลีกอีกครั้ง คราวนี้เธอต้องวิ่งหนีไปอย่างสุดกำลัง

"อย่าเข้ามานะ!" เธอตะโกนเตือนด้วยความสิ้นหวัง

แต่เสียงตะโกนของเธอกลับเป็นเหมือนเชื้อเพลิงให้แก่อสูรกาย มันคำรามลั่นยิ่งกว่าเดิม และเร่งความเร็วไล่ตามเธอมาติดๆ

บุปผาภักดิ์วิ่งไปตามทางที่คุ้นเคย แต่ในยามวิกฤตเช่นนี้ ป่าบุปผาที่เคยเป็นที่รักกลับกลายเป็นเหมือนเขาวงกตที่อันตราย ต้นไม้สูงใหญ่ขวางกั้นทาง ​กิ่งก้านสาขาที่ยื่นออกมาเหมือนแขนของปีศาจ พยายามจะฉุดรั้งเธอไว้

เธอวิ่งมาถึงริมลำธารใสที่เคยเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ บัดนี้กลับเป็นเหมือนทางตัน

"จะทำอย่างไรดี" เธอหอบหายใจหนัก มองไปรอบตัวเพื่อหาทางออก

อสูรกายใกล้เข้ามาทุกขณะ ดวงตาแดงก่ำของมันจ้องมองมาที่เธออย่างกระหาย

ทันใดนั้นเอง เมื่ออสูรกายกำลังจะกระโจนเข้าใส่นางฟ้าบุปผา แสงสีทองอร่ามก็สว่างวาบขึ้นมาดุจสายฟ้าฟาด!

ภาพของบุปผาภักดิ์ที่กำลังจะตกอยู่ในอันตรายพลันเลือนหายไปชั่วขณะ ​แล้วปรากฏร่างของชายหนุ่มผู้สง่างาม ร่างนั้นยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเธอ ดวงตาคมกริบราวกับดวงดาวส่องประกายแฝงความเมตตา แต่แฝงด้วยอำนาจที่น่าเกรงขาม

เขาผู้นั้นสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับหิมะที่โปรยปรายจากสรวงสวรรค์ ผมยาวสีเงินยวงปลิวไสวไปตามแรงลมที่มองไม่เห็น ใบหน้าหล่อเหลาคมคายหมดจดราวกับสลักเสลามาจากหินอ่อนชั้นเลิศ

"นี่คือ..." บุปผาภักดิ์อุทานอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

ชายหนุ่มผู้นั้นไม่ตอบคำใด เขาเพียงแต่ยกมือขึ้นช้าๆ และในฝ่ามือของเขา พลันปรากฏดาบเล่มหนึ่งขึ้นมา ดาบเล่มนั้นเปล่งประกายสีทองอร่าม ราวกับถูกหลอมขึ้นจากแสงอาทิตย์โดยตรง ปลายดาบชี้ตรงไปยังอสูรกายที่กำลังพุ่งเข้ามา

"อสุรกาย! จงถอยไป!" เสียงของเขาดังก้องกังวาน ทรงพลัง และสั่นสะเทือนไปทั่วป่า

อสูรกายถึงกับผงะด้วยอำนาจที่แผ่ออกมาจากดาบเล่มนั้น มันคำรามตอบด้วยความเดือดดาล แต่แววตาของมันกลับฉายแววหวาดหวั่น

ชายหนุ่มไม่รอช้า เขาสะบัดดาบอย่างรวดเร็ว พลังงานสีทองอร่ามพุ่งออกจากปลายดาบเป็นลำแสงอันเจิดจ้า พุ่งเข้าปะทะกับร่างของอสูรกาย

"ผัวะ!" เสียงดังราวกับภูเขาถล่ม

ลำแสงสีทองสาดส่องไปทั่วผืนป่า ทำลายทุกสิ่งกีดขวางที่ขวางหน้า อสูรกายพยายามป้องกันตัวเองด้วยการยกแขนขึ้นปัดป้อง แต่ก็ไม่อาจต้านทานพลังอันมหาศาลนี้ได้

มันร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด เมื่อลำแสงสีทองเสียบทะลุร่างของมันไป ราวกับมันเป็นเพียงเศษฝุ่น

ร่างของอสูรกายสั่นสะท้านไปทั้งตัว ขนสีดำทะมึนเริ่มไหม้เกรียม แผลฉกรรจ์ปรากฏขึ้นบนร่างของมัน และมีของเหลวสีดำข้นไหลทะลักออกมา

"ไม่นะ! ข้าจะกลับมา!" อสูรกายคำรามด้วยเสียงอันอ่อนแรง ก่อนที่ร่างของมันจะเริ่มสลายไป กลายเป็นกลุ่มควันสีดำที่ลอยฟุ้งขึ้นไปบนท้องฟ้า

เมื่อทุกอย่างสงบลง แสงสีทองอร่ามก็ค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงชายหนุ่มผู้สง่างาม ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าบุปผาภักดิ์ ดาบในมือของเขาก็หายไปเช่นกัน

บุปผาภักดิ์ยืนตะลึง พูดอะไรไม่ออก เธอไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตใดที่ทรงพลังได้ถึงเพียงนี้มาก่อน

ชายหนุ่มหันมามองบุปผาภักดิ์ ดวงตาคู่สวยของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน

"ท่านเป็นใคร" บุปผาภักดิ์เอ่ยถามเสียงเบา

"ข้าคือผู้พิทักษ์ป่าบุปผา" ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลราวกับสายลม

"ท่าน... ท่านช่วยข้าไว้"

"เป็นหน้าที่ของข้า" เขาตอบ พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของบุปผาภักดิ์เต้นแรงขึ้นอีกครั้ง

"แต่... อสูรกายตัวนั้นมาจากไหน" เธอถามด้วยความกังวล

"เป็นอสูรกายที่ถูกส่งมาจากโลกภายนอก ป่าบุปผากำลังตกอยู่ในอันตราย" เขากล่าว สีหน้าเริ่มจริงจัง

"อันตราย?" บุปผาภักดิ์เอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ

"ใช่ โลกภายนอกนั้นเต็มไปด้วยอำนาจมืดและความโลภ ผู้คนมากมายพยายามจะช่วงชิงพลังอันศักดิ์สิทธิ์ของป่าแห่งนี้ไป"

"แล้ว... แล้วท่านจะทำอย่างไรต่อไป"

"ข้าจะปกป้องป่าแห่งนี้ และข้าก็ต้องการความช่วยเหลือจากท่านด้วย"

"ความช่วยเหลือ? จากข้าหรือคะ" บุปผาภักดิ์เอ่ยด้วยความประหลาดใจ

"ใช่ ท่านคือบุปผาภักดิ์ ผู้ถูกเลือกให้มีพลังในการเชื่อมต่อกับป่าแห่งนี้ พลังของท่านจะมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด"

เขาเดินเข้ามาใกล้บุปผาภักดิ์ ชายหนุ่มยื่นมือออกมาข้างหนึ่ง ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับดอกบัวสีม่วงเรืองรองที่อยู่บนต้นแขนของเธอ

ทันใดนั้นเอง ดอกบัวนั้นก็สว่างวาบขึ้นมา! แสงสีม่วงอ่อนๆ แผ่กระจายออกมาจากดอกบัว ราวกับมันกำลังตอบรับการสัมผัสของเขา

"ท่านเห็นไหม" ชายหนุ่มกล่าว "พลังของท่านมีอยู่จริง"

บุปผาภักดิ์มองดูดอกบัวบนแขนของเธอด้วยความตื่นตะลึง เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าตนเองมีพลังพิเศษเช่นนี้

"แต่... ข้าจะช่วยท่านได้อย่างไร" เธอถามด้วยความไม่มั่นใจ

"ท่านต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมพลังของท่าน และเราจะร่วมมือกันเพื่อปกป้องป่าแห่งนี้" เขากล่าวอย่างแน่วแน่

"แล้ว... ท่านชื่ออะไรคะ" บุปผาภักดิ์ถาม

ชายหนุ่มมองบุปผาภักดิ์ด้วยสายตาที่อ่อนโยนเป็นพิเศษ "ข้ามีนามว่า 'นที'"

"นที" บุปผาภักดิ์ทวนคำเบาๆ ชื่อนี้ฟังดูอบอุ่นและทรงพลังในเวลาเดียวกัน

"ได้โปรดมอบความไว้วางใจให้ข้าเถิดบุปผาภักดิ์" นทียื่นมือออกมาอีกครั้ง "เราจะเผชิญหน้ากับอันตรายนี้ไปด้วยกัน"

บุปผาภักดิ์มองดูมือของนที แล้วเงยหน้ามองดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นของเขา ในที่สุด เธอก็ตัดสินใจยื่นมือออกไปจับมือของเขา

"ข้าจะเชื่อใจท่านค่ะ"

เมื่อมือทั้งสองสัมผัสกัน พลังงานประหลาดก็ไหลเวียนไปทั่วร่างของบุปผาภักดิ์ เธอรู้สึกถึงความแข็งแกร่งและความหวังที่ค่อยๆ เติมเต็มเข้ามาในหัวใจ

นทีส่งยิ้มให้เธอ "จากนี้ไป ชีวิตของเจ้าจะเปลี่ยนไปตลอดกาล บุพผาภักดิ์"

ขณะที่ทั้งสองกำลังยืนจับมือกันอยู่นั้น เสียงกวัดแกว่งของกิ่งไม้ก็ดังมาจากเบื้องหลังของบุปผาภักดิ์

"ระวัง!" นทีกระชากแขนบุปผาภักดิ์ให้หลบไปด้านข้าง

ร่างของชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งปรากฏขึ้น เขาสวมชุดเกราะสีดำสนิท ใบหน้าของเขาถูกปกปิดด้วยหน้ากากโลหะที่น่าเกรงขาม เขาถือดาบเล่มหนึ่งที่ดูเก่าแก่และเต็มไปด้วยรอยขีดข่วน

"บังอาจนัก! ผู้ใดกล้าขวางทางข้า!" ชายสวมหน้ากากคำรามด้วยเสียงแหบแห้ง

"เจ้าคือใคร" นทีย้อนถาม เสียงของเขาเย็นชาลง

"ข้าคือเงาแห่งรัตติกาล ผู้ถูกส่งมาเพื่อช่วงชิงพลังแห่งบุปผา" ชายสวมหน้ากากกล่าว

"เจ้าไม่มีวันทำสำเร็จ" นทีตอบอย่างเด็ดเดี่ยว

"เช่นนั้น ก็จงตายเสียเถอะ!" ชายสวมหน้ากากตะโกน พร้อมกับพุ่งเข้าโจมตีบุปผาภักดิ์ด้วยความเร็วสูง

นทีรีบเข้ามาขวางหน้าบุปผาภักดิ์ ดาบในมือของเขากลับมาปรากฏอีกครั้ง ส่องแสงสีทองอร่าม

การต่อสู้ครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางความงามอันบริสุทธิ์ของป่าบุปผา... ภัยร้ายจากภายนอกกำลังคุกคาม และเส้นทางแห่งชะตากรรมของบุปผาภักดิ์กำลังจะถูกลิขิต.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
มหาเทพบุปผาภักดิ์

มหาเทพบุปผาภักดิ์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!