บุปผาภักดิ์ลืมตาขึ้น สัมผัสได้ถึงไออุ่นที่โอบล้อม ร่างกายของเขาเปล่งประกายสีทองอ่อนจางๆ ราวกับถูกชุบด้วยแสงอรุณ ความรู้สึกสงบสุขที่หาได้ยากยิ่งถาโถมเข้ามา ลำธารเบื้องหน้ายังคงไหลเอื่อย กระจายเสียงแว่วหวานเคล้ากลิ่นบุปผานานาพรรณที่ล่องลอยมากับสายลม แสงแดดยามสายยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างไม่ขาดตอน ทอประกายผ่านม่านใบไม้เขียวขจี ลงมาต้องผิวกายของบุปผาภักดิ์ให้รู้สึกอบอุ่นสบาย
"เจ้าตื่นแล้วหรือ?" เสียงทุ้มนุ่มราวกับสายน้ำกระซิบดังขึ้นจากเบื้องหลัง บุปผาภักดิ์หันไปมอง พบกับเงาร่างสูงใหญ่ของผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางหมู่มวลบุปผา ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของป่าแห่งนี้ ผู้ชายคนนั้นมีเรือนผมสีเข้มที่ยาวสลวย ดวงตาคมกริบแต่ทว่าอ่อนโยน สีหน้าฉายแววเป็นมิตรอย่างแท้จริง
"ท่านคือใคร?" บุปผาภักดิ์เอ่ยถาม เสียงของเขายังคงแหบพร่าเล็กน้อยจากการหลับใหลอันยาวนาน
"ข้าคือผู้พิทักษ์แห่งป่าบุปผา ข้ามีนามว่า นที" ชายผู้นั้นตอบพลางยิ้มบางๆ "ส่วนเจ้า... คือบุปผาภักดิ์ เทพแห่งบุปผาที่ถูกลืมเลือน"
บุปผาภักดิ์ผงะเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อของตนเองจากปากคนแปลกหน้า "ท่านรู้จักข้าได้อย่างไร?"
"ข้ารู้จักเจ้ามานานนับพันปี บุปผาภักดิ์" นทีย่างสามขุมเข้ามาใกล้ "ข้าเฝ้ามองเจ้ามาตลอด ตั้งแต่เจ้ายังเป็นเพียงเมล็ดพันธุ์แห่งพลังที่ถูกผนึกอยู่ในใจกลางป่าแห่งนี้"
คำพูดของนทีทำให้บุปผาภักดิ์รู้สึกแปลกประหลาด เขารู้สึกถึงความเชื่อมโยงบางอย่างกับชายผู้นี้ ราวกับเคยรู้จักกันมานานแสนนาน "พันปี... เหตุใดข้าจึงจำท่านไม่ได้?"
"เพราะเจ้าถูกผนึกเอาไว้ในภวังค์แห่งความฝัน" นทีอธิบาย "พลังของเจ้าถูกซ่อนเร้นจากโลกภายนอก เพื่อปกป้องเจ้าจากอันตรายที่คุกคาม"
"อันตรายใด?" บุปผาภักดิ์ถามด้วยความสงสัย
"อำนาจมืดที่แผ่ขยายไปทั่วอาณาจักรมนุษย์" นทีกล่าว สีหน้าของเขานิ่งเครียดขึ้นเล็กน้อย "พวกมันกำลังตามหาพลังของเจ้า เพื่อนำไปใช้ในทางที่ผิด"
บุปผาภักดิ์นิ่งเงียบ เขาเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวในความทรงจำอันเลือนราง เสียงกระซิบแห่งความมืด กลิ่นอายของความเกลียดชัง ที่เคยคุกคามเขาในยามที่ยังอ่อนแอ "แล้ว... ท่านช่วยข้าได้อย่างไร?"
"ข้าคือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ปกป้องเส้นทางแห่งพลังศักดิ์สิทธิ์ของป่าบุปผา" นทีกล่าว "และข้าก็คือผู้ที่จะช่วยปลุกพลังที่แท้จริงของเจ้าให้ตื่นขึ้น"
ทันใดนั้นเอง แสงสีทองจากตัวบุปผาภักดิ์ก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงกว่าเดิมมาก ลวดลายที่ซับซ้อนปรากฏขึ้นบนผิวหนังของเขา ราวกับกำลังถูกสลักเสลาด้วยเส้นใยแห่งแสง บุปผาภักดิ์รู้สึกถึงกระแสพลังอันมหาศาลที่ไหลเวียนไปทั่วร่าง มันคือพลังที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน ทรงพลัง ละเอียดอ่อน และงดงาม
"นี่คือพลังของเจ้า บุปผาภักดิ์" นทีกล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชม "พลังแห่งการสรรค์สร้างและฟื้นฟู ผูกพันกับทุกชีวิตในป่าแห่งนี้"
บุปผาภักดิ์กำมือแน่น เขาสัมผัสได้ถึงความมีชีวิตชีวาของทุกสิ่งรอบตัว กลิ่นหอมของบุปผาดูเหมือนจะยิ่งเข้มข้นขึ้น เสียงนกน้อยขับขานดังกังวานราวกับกำลังแซ่ซ้องสรรเสริญ
"ข้า... ข้ารู้สึกได้ถึงทุกสรรพสิ่ง" บุปผาภักดิ์เอ่ยด้วยความอัศจรรย์ใจ "ราวกับหัวใจของข้าเชื่อมต่อกับผืนป่าแห่งนี้"
"ถูกต้องแล้ว" นทีพยักหน้า "เจ้าคือหัวใจของป่าบุปผา และป่าบุปผาก็คือส่วนหนึ่งของเจ้า ความผูกพันนี้จะทำให้เจ้าแข็งแกร่งยิ่งขึ้น"
ขณะที่บุปผาภักดิ์กำลังดื่มด่ำกับความรู้สึกอันน่าอัศจรรย์นั้นเอง ภาพนิมิตอันเลือนรางก็ฉายวาบเข้ามาในความคิดของเขา ภาพของเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยความมืดมน เสียงกรีดร้องของผู้บริสุทธิ์ และเงาร่างของบุรุษในชุดดำที่กำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
"เกิดอะไรขึ้น?" บุปผาภักดิ์ถามด้วยความตกใจ
"เจ้ากำลังเห็นภาพจากโลกภายนอก" นทีตอบ "อำนาจมืดกำลังรุกคืบเข้ามา บัดนี้เจ้าตื่นแล้ว เจ้าต้องเตรียมตัวให้พร้อม"
"เตรียมตัว? สำหรับสิ่งใด?"
"สำหรับภารกิจที่จะตามมา" นทีกล่าว "เจ้าต้องเดินทางไปยังเมืองหลวง เพื่อหยุดยั้งอำนาจมืดนั้น"
บุปผาภักดิ์รู้สึกถึงความหวั่นไหว เขาไม่เคยออกไปเผชิญโลกภายนอกมาก่อนตลอดชีวิตที่ผ่านมา ทุกสิ่งทุกอย่างในป่าบุปผาคือบ้านของเขา "แต่... ข้าจะทำได้อย่างไร? ข้ายังไม่เข้าใจพลังของข้าดีพอ"
"ข้าจะสอนเจ้า" นทีตอบอย่างมั่นคง "ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้า และจะนำทางเจ้าไปตลอดเส้นทาง"
นทีเอื้อมมือไปวางบนไหล่ของบุปผาภักดิ์ เขาสัมผัสได้ถึงพลังอันบริสุทธิ์ที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวบุปผาภักดิ์ มันคือความหวัง คือแสงสว่างที่จะส่องนำทางไปสู่ชัยชนะ
"เจ้าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง บุปผาภักดิ์" นทีกล่าว "เราจะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งไปด้วยกัน"
บุปผาภักดิ์มองเข้าไปในดวงตาของนที เขาเห็นความจริงใจและความมุ่งมั่นที่ไม่เคยเห็นจากที่ไหนมาก่อน ความกลัวค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะปกป้องสิ่งที่เขารัก
"ข้าเข้าใจแล้ว" บุปผาภักดิ์กล่าวเสียงหนักแน่น "ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อหยุดยั้งอำนาจมืดนั้น"
ทันใดนั้นเอง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองก็สั่นสะเทือนเล็กน้อย ดอกบุปผานานาชนิดที่อยู่รอบตัวเริ่มผลิดอกบานสะพรั่งอย่างรวดเร็ว แสงสีทองสาดส่องออกมาจากใจกลางป่า ราวกับเป็นสัญญาณเตือน
"มีบางอย่างผิดปกติ" นทีกล่าวพลางขมวดคิ้ว "พลังบางอย่างกำลังคุกคามเข้ามา"
บุปผาภักดิ์รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายอันน่ารังเกียจที่ลอยมาตามสายลม กลิ่นอายแห่งความตายและความเสื่อมทราม มันแตกต่างจากกลิ่นอายของป่าบุปผาอย่างสิ้นเชิง
"นั่นคือ... สิ่งใด?" บุปผาภักดิ์ถาม
"ศัตรู" นทีตอบสั้นๆ "พวกมันมาถึงเร็วกว่าที่ข้าคาดการณ์ไว้"
ร่างของนทีพลันเปลี่ยนเป็นแสงสีเข้มที่พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้บุปผาภักดิ์ยืนอยู่เพียงลำพังท่ามกลางมวลบุปผาที่กำลังสั่นไหว
"รออยู่ที่นี่ บุปผาภักดิ์!" เสียงของนทีดังสะท้อนมา "ข้าจะจัดการพวกมันเอง!"
บุปผาภักดิ์มองตามร่างของนทีที่หายลับไปในหมู่แมกไม้ หัวใจของเขาเต้นระส่ำด้วยความกังวล เขาไม่เคยเห็นการต่อสู้มาก่อน และไม่รู้ว่านทีจะรับมือกับอะไรได้บ้าง
ในขณะเดียวกัน ณ สุดเขตป่าบุปผาที่ติดกับโลกภายนอก ท่ามกลางแสงแดดอันอ่อนโยน ร่างของชายชุดดำหลายร่างปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าของพวกมันถูกปกปิดไว้ด้วยหน้ากากสีดำที่ดูน่าสะพรึงกลัว มือของพวกมันถืออาวุธที่ดูเหมือนจะถูกหลอมขึ้นจากเงามืด
"กลิ่นอายของพลังบริสุทธิ์แรงกล้าอยู่ที่นี่" ชายคนหนึ่งในกลุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "เราต้องตามหามันให้เจอ"
"อย่าเสียเวลา" อีกคนหนึ่งกล่าว "นายท่านสั่งให้เรานำพลังนั้นมาให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม"
พวกมันเริ่มก้าวเท้าเข้าไปในป่าบุปผาอย่างไม่ลังเล ราวกับไม่หวาดหวั่นต่อพลังศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ที่อาจมีอยู่
กลับมาที่บุปผาภักดิ์ เขากำลังยืนอยู่ริมลำธาร สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของป่ารอบตัว ดอกไม้ที่เคยเบ่งบานกลับเริ่มเหี่ยวเฉา ใบไม้ที่เคยเขียวขจีกลับเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอย่างรวดเร็ว
"แย่แล้ว" บุปผาภักดิ์พึมพำ "พลังของพวกมันกำลังทำลายป่าของข้า"
เขาตัดสินใจ เขาไม่สามารถยืนรอเฉยๆ ได้อีกต่อไป แม้จะยังไม่พร้อม แต่เขาก็ต้องทำอะไรสักอย่าง
บุปผาภักดิ์หลับตาลงอีกครั้ง รวบรวมพลังทั้งหมดที่มี เขายกมือขึ้นช้าๆ และเมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีเขียวมรกตที่งดงาม ราวกับสะท้อนแสงของอัญมณีล้ำค่า
"ข้าคือบุปผาภักดิ์ เทพแห่งบุปผา" เขาประกาศก้อง "และป่าแห่งนี้ คือบ้านของข้า!"
ทันใดนั้นเอง กลุ่มบุปผาสีขาวบริสุทธิ์ก็ผุดขึ้นมาจากพื้นดินรอบตัวเขาอย่างรวดเร็ว พวกมันค่อยๆ ลอยขึ้นไปในอากาศ ก่อนจะแผ่กระจายเป็นวงกว้าง ป้องกันร่างของเขาจากภัยคุกคามที่กำลังใกล้เข้ามา
แต่ทว่า... เสียงคำรามอันดุดันก็ดังขึ้นจากเบื้องลึกของป่า เสียงที่บ่งบอกถึงการต่อสู้ที่กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด
บุปผาภักดิ์หันขวับไปยังทิศทางของเสียง ความกังวลเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ เขาจะทำอย่างไรดี? เขาจะสามารถเผชิญหน้ากับศัตรูที่มองไม่เห็นได้หรือไม่? และชะตากรรมของนทีจะเป็นเช่นไร?
ความมืดมิดเริ่มคืบคลานเข้ามาปกคลุมป่าบุปผา ปิดบังแสงแดดยามสายที่เคยอบอุ่น...

มหาเทพบุปผาภักดิ์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก