มหาเทพบุปผาภักดิ์

ตอนที่ 18 — คลื่นพลังบุปผาผลิบาน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,078 คำ

ละอองเรืองรองที่แปรเปลี่ยนจากกลีบกุหลาบสีทับทิม ลอยวนเป็นวงกลมรอบกายบุปผาภักดิ์อย่างอ่อนโยน ผงเพชรเหล่านั้นส่องประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวน้อยใหญ่ที่ถูกรวบรวมมาไว้บนโลกมนุษย์ แสงสีทองอ่อนละมุนที่แผ่ซ่านออกมาจากละอองเหล่านั้น มิได้ก่อเกิดความร้อนระอุ หากแต่ให้ความรู้สึกอบอุ่น นุ่มนวล ดุจอ้อมกอดของมารดาที่โอบอุ้มบุตรน้อย ‌สัมผัสแห่งพลังศักดิ์สิทธิ์ที่มองไม่เห็นกำลังไหลเวียนเข้าสู่ร่างของบุปผาภักดิ์ ชำระล้างทุกอณูของร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการต่อสู้เมื่อครู่

นที ยืนมองภาพเบื้องหน้าด้วยความตะลึงงัน ดวงตาของเขาทอประกายแห่งความพิศวงระคนหวาดหวั่น หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอก ความงามของบุปผาภักดิ์ในยามนี้ เกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ นางคือเทพธิดาที่จุติลงมาจากสรวงสวรรค์อย่างแท้จริง ​แสงสีทองที่ส่องประกายออกมาจากกายของนาง ทำให้ป่าบุปผาที่เคยสงบร่มรื่น บัดนี้กลับสว่างไสวราวกับทุ่งทุ่งดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานภายใต้แสงแห่งรุ่งอรุณอันบริสุทธิ์

“บุปผาภักดิ์… เจ้ากำลังทำอะไรอยู่?” นทีเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าหากเอ่ยดังกว่านี้ ภาพมายาอันงดงามตรงหน้าจะสลายหายไป

บุปผาภักดิ์มิได้ตอบในทันที นางหลับตาพริ้ม ‍ปล่อยให้พลังแห่งธรรมชาติที่กำลังไหลเวียนเข้าสู่ร่างเป็นตัวนำทาง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เป็นสิ่งที่นางคาดไม่ถึงเช่นกัน นางเพียงรู้สึกถึงแรงดึงดูดอันมหาศาลจากละอองเรืองรองเหล่านั้น มันเรียกร้องให้นางเปิดใจ รับเอาพลังอันบริสุทธิ์นี้เข้ามาเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายที่บอบช้ำ

“ข้า… ข้าไม่แน่ใจนัก นที” ‌บุปผาภักดิ์เอ่ยตอบ ดวงตาคู่สวยค่อยๆ ลืมขึ้น มองสบตากับนที “แต่ข้ารู้สึกได้ถึงพลัง… พลังแห่งป่าบุปผานี้ กำลังหล่อเลี้ยงข้า”

กลีบกุหลาบสีทับทิมที่เคยร่วงหล่นอยู่รอบกายบุปผาภักดิ์ บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นละอองเรืองรองคล้ายผงเพชร ‍ค่อยๆ ล่องลอยขึ้นสู่เบื้องบน ราวกับสายใยบางเบาที่เชื่อมโยงผืนดินเข้ากับสรวงสวรรค์ แสงสีทองอ่อนละมุนที่แผ่ซ่านออกมาจากละอองเหล่านั้น มิได้ก่อเกิดความร้อนระอุ หากแต่ให้ความรู้สึกอบอุ่น นุ่มนวล ดุจอ้อมกอดของมารดาที่โอบอุ้มบุตรน้อย ​สัมผัสแห่งพลังศักดิ์สิทธิ์ที่มองไม่เห็นกำลังไหลเวียนเข้าสู่ร่างของบุปผาภักดิ์ ชำระล้างทุกอณูของร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการต่อสู้เมื่อครู่

นที เดินเข้าไปใกล้ยิ่งขึ้น เขาเห็นว่าละอองเรืองรองเหล่านั้นมิได้เพียงลอยอยู่รอบกายบุปผาภักดิ์เท่านั้น แต่บางส่วนกำลังค่อยๆ ซึมซาบเข้าสู่ผิวหนังของนาง ราวกับน้ำที่ซึมซาบลงสู่ผืนดินที่แห้งผาก เกิดเป็นประกายสีทองอ่อนๆ ​วาบขึ้นมาตามผิวของบุปผาภักดิ์

“พลังนี้… มันแข็งแกร่งยิ่งนัก” นทีพึมพำด้วยความประหลาดใจ “ข้าไม่เคยสัมผัสถึงพลังที่บริสุทธิ์เช่นนี้มาก่อนเลย”

“มันคือพลังแห่งชีวิต… พลังแห่งการเยียวยา” บุปผาภักดิ์กล่าว น้ำเสียงของนางเริ่มกลับมามีพลังอีกครั้ง ความเจ็บปวดที่เคยถาโถมเข้ามา ​บัดนี้ค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า “เหมือนกับว่า… กลีบกุหลาบเหล่านั้น มิใช่เพียงสัญลักษณ์แห่งความงาม แต่มันคือแก่นแท้แห่งการเกิดใหม่”

ขณะที่บุปผาภักดิ์กล่าว สายลมแห่งป่าบุปผาเริ่มพัดโชยมาอย่างแผ่วเบา พัดพาเอากลิ่นหอมหวานของดอกไม้นานาพันธุ์ให้ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ดอกไม้น้อยใหญ่รอบกายบุปผาภักดิ์ เริ่มแย้มกลีบออกต้อนรับการมาเยือนของพลังอันศักดิ์สิทธิ์นี้ กลีบกุหลาบสีทับทิมที่ร่วงโรยไปแล้ว บัดนี้กลับผลิบานอีกครั้งอย่างน่าอัศจรรย์ ก่อเกิดเป็นวงล้อมสีแดงสดสะพานงดงามรอบตัวนาง

“มันกำลัง… ผลิบานอีกครั้ง” นทีอุทานด้วยความตื่นเต้น เขาไม่เคยคิดว่าสิ่งใดที่ร่วงหล่นไปแล้ว จะสามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้อีกครั้งอย่างมีชีวิตชีวาเช่นนี้

“ใช่แล้ว” บุปผาภักดิ์พยักหน้า ใบหน้าของนางเปื้อนยิ้มบางๆ “เมื่อความตายมาเยือน… ชีวิตก็มีโอกาสที่จะถือกำเนิดใหม่เสมอ นที”

นางยื่นมือข้างหนึ่งออกไป สัมผัสเบาๆ ที่กลีบกุหลาบสีทับทิมที่เพิ่งจะผลิบานขึ้นมาใหม่ ทันทีที่ปลายนิ้วของนางแตะต้อง กลีบกุหลาบสีแดงสดนั้น ก็พลันเปล่งประกายสีทองอ่อนๆ ออกมาเช่นเดียวกับละอองที่อยู่รอบกาย ราวกับว่าพลังแห่งบุปผานั้น กำลังถ่ายทอดไปสู่ทุกชีวิตที่สัมผัส

“นี่คือ… พลังแห่งบุปผาภักดิ์” บุปผาภักดิ์กล่าว น้ำเสียงของนางแฝงไว้ด้วยความภาคภูมิใจ “พลังที่เชื่อมโยงระหว่างความตายและการเกิดใหม่ การสูญเสียและการฟื้นคืน”

นที ยิ่งมองยิ่งรู้สึกทึ่งในตัวบุปผาภักดิ์ นางคือสิ่งมีชีวิตที่พิเศษอย่างแท้จริง นางมิใช่เพียงมนุษย์ธรรมดาอีกต่อไปแล้ว นางคือผู้ที่สามารถเชื่อมโยงกับพลังอันลึกลับของธรรมชาติได้อย่างลึกซึ้ง

“แล้ว… พลังนี้จะช่วยเราได้อย่างไร?” นทีถาม เขาเริ่มนึกถึงอันตรายที่รอพวกเขาอยู่ในเมืองหลวง ความมืดมิดที่กำลังคุกคาม ผู้คนอันบริสุทธิ์ที่ตกเป็นเหยื่อของอำนาจชั่วร้าย

บุปผาภักดิ์หันมามองนที แววตาของนางฉายประกายแห่งความมุ่งมั่น “พลังนี้… จะช่วยให้ข้าแข็งแกร่งขึ้น นที มันจะช่วยให้ข้าสามารถปกป้องผู้คนจากเงื้อมมือของความมืดได้”

ขณะที่นางกล่าวเช่นนั้น ละอองเรืองรองสีทองที่อยู่รอบกายก็พลันสว่างวาบขึ้นมาอย่างรุนแรง แสงนั้นแผ่กระจายออกไปทั่วป่าบุปผา ทำให้ดอกไม้นานาพันธุ์เบ่งบานสะพรั่งยิ่งกว่าเดิม กลิ่นหอมหวานที่เคยมี บัดนี้กลับยิ่งเข้มข้น จนแทบจะทำให้คนผู้ที่ไม่อาจทนทานต่อพลังแห่งธรรมชาติ ถึงกับมึนงง

“ข้ารู้สึกได้ถึง… การเปลี่ยนแปลง” บุปผาภักดิ์เอ่ย น้ำเสียงของนางเริ่มมีพลังที่น่าเกรงขามขึ้น “เหมือนกับว่า… ข้าได้ปลดปล่อยพลังที่หลับใหลอยู่ภายในตัวข้าออกมา”

นที ขยับเข้ามาใกล้บุปผาภักดิ์มากยิ่งขึ้น เขาเห็นได้ชัดว่าร่างกายของนางกำลังถูกห่อหุ้มไปด้วยแสงสีทองที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ พลังงานที่แผ่ออกมานั้น ทั้งน่าเกรงขามและสง่างามในเวลาเดียวกัน

“ข้า… ข้ารู้สึกได้ถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเจ้า” นทีกล่าว “มันคือพลังที่ยิ่งใหญ่… มหาศาล”

“ใช่แล้ว” บุปผาภักดิ์พยักหน้า “นี่คือพลังที่ข้าได้รับ… จากกลีบกุหลาบสีทับทิม จากผืนป่าบุปผาแห่งนี้ มันคือการมอบชีวิตใหม่ให้แก่ข้า”

ทันใดนั้นเอง เสียงก้องกังวานที่คล้ายกับเสียงระฆังแก้วใส ดังขึ้นมาจากใจกลางของป่าบุปผา เป็นเสียงที่อ่อนโยน แต่แฝงไว้ด้วยพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่

“ยินดีด้วย… บุตรแห่งบุปผา” เสียงนั้นกล่าว “เจ้าได้ปลุกพลังที่แท้จริงของเจ้าขึ้นมาแล้ว… พลังที่จะนำพาแสงสว่างมาสู่โลกใบนี้”

เมื่อเสียงนั้นจบลง ละอองเรืองรองสีทองรอบกายบุปผาภักดิ์ก็พลันลอยรวมตัวกันเป็นเกราะบางๆ สีทองอร่าม ห่อหุ้มร่างกายของนางไว้ราวกับชุดเกราะที่งดงาม ประกายของมันส่องสว่างจนตาพร่ามัว

“นี่คือ… พลังแห่งบุปผาภักดิ์” บุปผาภักดิ์กล่าว นัยน์ตาของนางเปล่งประกายดุจดวงดาว “ข้าพร้อมแล้ว… นที”

นที มองบุปผาภักดิ์ด้วยความภาคภูมิใจ ยามนี้ นางคือเทพบุตรแห่งบุปผาอย่างแท้จริง นางคือความหวังเดียวของเขา ในการต่อสู้กับอำนาจมืดที่กำลังครอบงำเมืองหลวง

“ข้าก็พร้อมเช่นกัน… บุปผาภักดิ์” นทีตอบ เขาหยิบดาบที่ทำจากไม้เนื้อแข็งขึ้นมา เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางครั้งต่อไป

เมื่อบุปผาภักดิ์ยืนขึ้นเต็มความสูง นางรู้สึกได้ถึงพละกำลังที่กลับคืนมาอย่างเต็มเปี่ยม ความเจ็บปวดจากการต่อสู้เมื่อครู่ ได้อันตรธานหายไปสิ้น ราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

“ก่อนที่เราจะไป… ข้าอยากจะบอกอะไรเจ้าสักอย่าง” บุปผาภักดิ์กล่าว น้ำเสียงของนางอ่อนลงเล็กน้อย

“อะไรหรือ?” นทีเอ่ยถาม

“ข้า… ข้าไม่สามารถกลับไปเป็นมนุษย์ธรรมดาได้อีกต่อไปแล้ว” บุปผาภักดิ์กล่าว “ข้าได้สัมผัสกับพลังที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่มนุษย์จะสามารถแบกรับได้… พลังที่เชื่อมโยงกับความเป็นไปของโลก”

นที มองบุปผาภักดิ์ด้วยความเข้าใจ เขาตระหนักดีว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้บุปผาภักดิ์สามารถทำภารกิจของนางให้สำเร็จ

“ไม่เป็นไร… บุปผาภักดิ์” นที กล่าว “ไม่ว่าเจ้าจะเป็นอะไร… เจ้าก็ยังคงเป็นบุปผาภักดิ์ที่ข้า… รู้จัก”

บุปผาภักดิ์ ยิ้มให้นที เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย

“ข้าหวังว่า… เราจะสามารถกลับมาพบกันอีกครั้ง… ที่ป่าแห่งนี้” บุปผาภักดิ์กล่าว

“ข้าก็หวังเช่นนั้น” นที ตอบ

เมื่อทั้งสองกล่าวคำอำลาต่อป่าบุปผาอันศักดิ์สิทธิ์แล้ว บุปผาภักดิ์ก็หันหลังให้กับผืนป่าที่หล่อเลี้ยงนางมาตลอดชีวิต ดวงตาของนางมองตรงไปยังทิศทางของเมืองหลวง แสงสีทองที่สว่างไสวรอบกายของนาง ก่อให้เกิดความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน

“เราไปกันเถอะ… นที” บุปผาภักดิ์กล่าว “ยังมีอีกหลายสิ่ง… ที่รอเราอยู่”

เมื่อบุปผาภักดิ์ก้าวเดินออกจากป่าบุปผา ดอกไม้รอบกายของนางก็พลันแย้มกลีบออกต้อนรับการจากไปของนาง ราวกับจะส่งกำลังใจให้กับการเดินทางอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้

นที เดินตามหลังบุปผาภักดิ์ไปติดๆ หัวใจของเขายังคงเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นและกังวล เขาไม่รู้ว่าข้างหน้าจะพบเจอกับอะไรบ้าง แต่เขารู้เพียงอย่างเดียวว่า… เขาจะอยู่เคียงข้างบุปผาภักดิ์เสมอ

ทั้งสองเดินลัดเลาะออกจากป่าบุปผา ลึกลงไปในความมืดมิดของโลกภายนอก เมืองหลวงอันตรายกำลังรอคอยพวกเขาอยู่… และปริศนาที่ยังไม่คลี่คลายก็กำลังจะเปิดเผยออกมา

การเดินทางสู่เมืองหลวงของบุปผาภักดิ์และนที กำลังจะเริ่มต้นขึ้น… พร้อมกับพลังแห่งบุปผาที่แฝงเร้นอยู่ในตัวของนาง.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
มหาเทพบุปผาภักดิ์

มหาเทพบุปผาภักดิ์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!