มหาเทพบุปผาภักดิ์

ตอนที่ 20 — เผยบทพิศวง ผลิบานกลีบมรณะ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,128 คำ

ละอองเรืองรองยังคงวนเวียนรอบกายบุปผาภักดิ์ ทอแสงสีทองอ่อนละมุนราวกับม่านหมอกแห่งสวรรค์ ผงเพชรที่เกิดจากกลีบกุหลาบสีทับทิมสุกสกาว ระยิบระยับราวกับดวงดาวนับพันที่ถูกรวบรวมมาประดับประดาไว้บนร่างของเทพบุตรผู้สง่างาม แสงนั้นมิใช่เพียงความงามอันตระการตา แต่ยังโอบอุ้มพลังอันศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลเวียนไปทั่วทั้งป่าบุปผา ซึมซาบเข้าสู่ผืนดิน ต้นไม้ใบหญ้า ‌และสรรพสัตว์ที่อาศัยอยู่ ณ ที่แห่งนี้

บุปผาภักดิ์หลับตาพริ้ม สัมผัสได้ถึงกระแสพลังที่ไหลเวียนเข้าสู่ร่างอันเป็นทิพย์ เขาเคยได้ยินตำนานเล่าขานถึงพลังแห่งกลีบกุหลาบสีทับทิม ว่าเป็นดวงใจของมหาเทพบุปผาผู้สร้างป่าแห่งนี้ขึ้นมา พลังนั้นซ่อนเร้นอยู่ในทุกอณูของกุหลาบเหล่านั้น รอคอยผู้ที่คู่ควรในการปลุกขึ้นมาเพื่อนำพาความสมดุลกลับคืนสู่โลก

แต่บัดนี้ ​พลังนั้นกำลังตอบสนองต่อ "บางสิ่ง" ในตัวเขา บางสิ่งที่เชื่อมโยงเขากับตำนานอันลึกลับของป่าบุปผา

"ท่านเทพ... ท่านเป็นอะไรไปหรือ" เสียงเล็กๆ ของนทีดังขึ้น ขัดจังหวะความสงบนิ่งของบุปผาภักดิ์

นทีคุกเข่าลงข้างๆ ‍พยายามมองใบหน้าของบุปผาภักดิ์ด้วยความเป็นห่วง แสงสีทองที่แผ่ออกมานั้น แม้จะงดงาม แต่ก็แฝงไว้ด้วยพลังที่ดูเหนือการหยั่งถึง จนเขากลัวว่าบุปผาภักดิ์อาจกำลังเผชิญหน้ากับอันตรายบางอย่าง

บุปผาภักดิ์ลืมตาขึ้น ดวงตาสีอำพันของเขาฉายประกายวาววับภายใต้แสงละอองเรืองรอง เขาส่งยิ้มบางๆ ให้นที ‌"ข้าไม่เป็นอะไร นที ข้าเพียงแต่กำลัง... สัมผัสถึงพลังโบราณที่ตื่นขึ้น"

"พลังโบราณ? ที่ว่ากลีบกุหลาบสีทับทิมนั่นหรือขอรับ" นทีถามด้วยความสงสัย

"ใช่แล้ว" บุปผาภักดิ์พยักหน้า "พลังนี้... ‍มิใช่เพียงพลังแห่งการเยียวยาหรือการเติบโตตามที่เคยกล่าวไว้ แต่เป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง... และการตัดสิน"

คำว่า "การตัดสิน" ทำให้นทีรู้สึกใจหายวาบ เขารู้ดีว่าโลกภายนอกป่าบุปผากำลังมืดมนเพียงใด อำนาจมืดกำลังคุกคามทุกสิ่ง และหากพลังนี้คือ ​"การตัดสิน" ก็ย่อมหมายถึงการเผชิญหน้าครั้งใหญ่

"ท่านเทพหมายความว่าอย่างไรขอรับ" นทีเอ่ยถามอย่างกังวล

บุปผาภักดิ์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ละอองเรืองรองยังคงหมุนวนรอบตัวเขา แต่บัดนี้ มันดูราวกับมีชีวิตมากขึ้น ราวกับกำลังตอบรับคำพูดของเขา ​"พลังแห่งมหาเทพบุปผาผู้สร้างสรรค์ป่าแห่งนี้ขึ้นมานั้น มีสองด้านเสมอ นที ด้านหนึ่งคือการมอบชีวิต การเยียวยา และความงดงาม อีกด้านหนึ่ง... คือการชำระล้าง ​การกำจัดสิ่งที่ไม่สมดุล"

"ชำระล้าง? กำจัด?" นทีทวนคำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "หมายความว่า... ท่านกำลังจะ..."

"หากความมืดที่ปกคลุมเมืองหลวงนั้นรุนแรงเกินกว่าจะเยียวยาได้" บุปผาภักดิ์กล่าว พลางกวาดสายตามองไปยังทิศทางที่เขาเชื่อว่าคือเมืองหลวง "พลังนี้อาจจะต้องถูกใช้เพื่อ 'ตัดสิน' ชะตากรรมของมัน"

ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าเหนือป่าบุปผาเริ่มเปลี่ยนสี จากสีฟ้าครามสดใส กลายเป็นสีม่วงเข้มอมแดงราวกับเลือดที่กำลังจะไหลออกมา กลีบกุหลาบสีทับทิมที่อยู่รอบตัวบุปผาภักดิ์เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง พลังอันหนาวเหน็บเริ่มแผ่ซ่านออกมา มิใช่ความหนาวเย็นที่ทำให้ร่างกายชา แต่เป็นความหนาวเย็นที่กัดกินถึงจิตวิญญาณ

"อะไรกันนี่!" นทีอุทาน เขารู้สึกได้ถึงความอันตรายที่คืบคลานเข้ามา ความหวาดกลัวเริ่มเกาะกุมหัวใจ

บุปผาภักดิ์เงยหน้ามองท้องฟ้า ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมยิ่งกว่าทุกครั้ง "นี่คือสัญญาณ... สัญญาณแห่งการตอบสนอง"

ละอองเรืองรองที่เคยอ่อนโยน บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นประกายสีแดงฉาน ราวกับเปลวไฟที่ลุกโชน กลิ่นหอมหวานของกุหลาบแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นฉุนคล้ายโลหะ ผสมปนเปไปกับกลิ่นอายแห่งความตาย

"กลีบกุหลาบสีทับทิม... มันกำลังปลดปล่อยพลังอีกด้านหนึ่งออกมา" บุปผาภักดิ์กล่าวเสียงทุ้ม "พลังแห่งการลงทัณฑ์"

เขาค่อยๆ ยื่นมือออกไปข้างหน้า กลีบกุหลาบสีทับทิมที่ลอยอยู่รอบตัว เริ่มรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนหนาแน่นขึ้น ก่อตัวเป็นรูปร่างคล้ายดาบศักดิ์สิทธิ์ที่ทำจากแสงสีแดงทับทิม ปลายดาบส่องประกายวาววับราวกับจะตัดผ่านทุกสิ่งทุกอย่าง

"ท่านเทพ... ท่านจะทรงใช้พลังนี้จริงหรือขอรับ" นทีถามเสียงสั่น เขาไม่เคยเห็นบุปผาภักดิ์แสดงท่าทีเช่นนี้มาก่อน เทพบุตรผู้เปี่ยมด้วยเมตตา บัดนี้กลับดูราวกับนักรบผู้กำลังจะเข้าสู่สงคราม

"หากทางเลือกอื่นไม่มีอีกแล้ว นที" บุปผาภักดิ์ตอบ ดวงตาของเขายังคงจ้องมองไปยังดาบแสงที่ก่อตัวขึ้น "การปล่อยให้ความมืดกลืนกินทุกสิ่ง นั่นคือหายนะที่ใหญ่หลวงกว่า"

ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นดังขึ้นจากบริเวณขอบป่าบุปผา เสียงนั้นบ่งบอกถึงจำนวนผู้มาเยือนที่ไม่น้อยนัก และพวกเขาก็มาพร้อมกับความมุ่งร้าย

"พวกมันมาแล้ว" บุปผาภักดิ์กล่าว พลางชักดาบแสงที่ก่อตัวขึ้นมาไว้ในมือ "ดูเหมือนว่า... การตัดสินของข้า จะต้องเริ่มต้นเร็วกว่าที่คิด"

เหล่าทหารองครักษ์ที่สวมชุดเกราะสีดำสนิท ประดับด้วยสัญลักษณ์ของตระกูลขุนนางผู้ชั่วร้าย ค่อยๆ เดินเท้าเข้ามาในป่าบุปผา ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความเหี้ยมโหด และดวงตาฉายแววแห่งความกระหายอำนาจ

"บุปผาภักดิ์! เจ้าจะปกป้องป่าแห่งนี้ไปได้อีกนานเท่าใด" เสียงแหบห้าวของผู้บัญชาการดังขึ้น เขาคือแม่ทัพมังกรดำ ผู้รับใช้ขององค์ราชันย์แห่งความมืด "พลังที่เจ้าครอบครองนั้น... มันควรจะเป็นของเรา!"

"พลังแห่งป่าบุปผา ไม่เคยเป็นของสิ่งมีชีวิตที่จิตใจแปดเปื้อนเช่นพวกเจ้า" บุปผาภักดิ์ตอบอย่างเย็นชา ดาบแสงสีแดงทับทิมในมือเปล่งประกายราวกับจะลุกไหม้

"ปากดีนัก!" แม่ทัพมังกรดำหัวเราะเยาะ "เราจะบดขยี้เจ้า และยึดเอาพลังนี้มาเป็นของเราให้จงได้! จงโจมตี!"

เหล่าทหารองครักษ์พากันกรูเข้ามา โดยมีดาบและหอกแหลมคมที่อาบยาพิษส่องประกายภายใต้แสงสีแดงฉานของท้องฟ้า

นทีรีบเข้ามายืนขวางหน้าบุปผาภักดิ์ "ท่านเทพ! ให้ข้าสู้แทน!"

"นที ถอยไป" บุปผาภักดิ์กล่าว "นี่ไม่ใช่การต่อสู้ที่เจ้าจะรับมือได้"

"แต่..."

"ไม่มีแต่!" บุปผาภักดิ์ตวาดเสียงดัง ใบหน้าของเขาดูเคร่งเครียด แต่แฝงไว้ด้วยความห่วงใย "หากเจ้าอยากจะช่วยข้าจริงๆ จงไปรวมพลเหล่าพฤกษาสัตว์ที่แข็งแกร่งที่สุด แล้วเตรียมรับมือกับการโจมตีที่กำลังจะตามมา"

นทีลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อเห็นแววตาอันแน่วแน่ของบุปผาภักดิ์ เขาก็พยักหน้า "ขอรับท่านเทพ! ข้าจะรีบไป!"

ว่าแล้ว นทีก็รีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว เพื่อทำตามคำสั่งของบุปผาภักดิ์

ขณะที่บุปผาภักดิ์ยืนเผชิญหน้ากับกองทัพองครักษ์ ดาบแสงสีแดงทับทิมในมือของเขาก็สั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับกำลังจะระเบิดออกมา

"ถึงเวลาแล้ว" บุปผาภักดิ์กล่าวกับตัวเอง "เวลาที่จะเผยบทพิศวง... และปลดปล่อยกลีบมรณะ"

เขาเงื้อดาบขึ้นเหนือศีรษะ ละอองเรืองรองสีแดงฉานที่เคยวนเวียนอยู่รอบกาย บัดนี้พุ่งตรงเข้าสู่ปลายดาบ ก่อตัวเป็นลำแสงสีแดงเพลิงที่ส่องสว่างเจิดจ้า ทะลวงผ่านม่านหมอกสีม่วงอมแดงของท้องฟ้า

เหล่าทหารองครักษ์ชะงักงันด้วยความตกตะลึง พวกเขาไม่เคยพบเห็นพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้มาก่อน

"นี่มัน... อะไรกัน!" แม่ทัพมังกรดำตะโกนด้วยความหวาดหวั่น

บุปผาภักดิ์สะบัดข้อมือ ดาบแสงสีแดงทับทิมพุ่งออกไปราวกับอสรพิษร้าย มันไม่เพียงแต่พุ่งเข้าใส่เหล่าทหารเท่านั้น แต่ยังปลดปล่อยคลื่นพลังอันมหาศาลที่แผ่กระจายไปทั่วบริเวณ

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น... ไม่ใช่การต่อสู้แบบธรรมดา แต่มันคือการชำระล้างครั้งใหญ่

ลำแสงสีแดงทับทิมนั้นสัมผัสกับร่างของทหารองครักษ์เพียงแผ่วเบา แต่ผลลัพธ์กลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า เปลวเพลิงสีแดงที่ดูดุดันเริ่มกลืนกินร่างของพวกเขาไปอย่างรวดเร็ว เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วป่า ทว่าเสียงเหล่านั้นก็ถูกกลืนหายไปในเปลวเพลิงอันร้อนแรง

ร่างของเหล่าทหารองครักษ์ที่เคยแข็งแกร่ง บัดนี้แหลกสลายกลายเป็นเถ้าธุลีสีดำ ล่องลอยไปตามกระแสลม แต่เถ้าธุลีเหล่านั้นก็ไม่นานก็ถูกกลืนกินด้วยพลังแห่งป่าบุปผา กลายเป็นส่วนหนึ่งของผืนดินที่กำลังจะฟื้นคืนชีพ

แม่ทัพมังกรดำยืนตะลึงอยู่กับที่ เขาไม่เคยคิดว่าพลังของบุปผาภักดิ์จะร้ายกาจถึงเพียงนี้ เขาพยายามจะสั่งให้ทหารที่เหลือโจมตี แต่ทุกคนกลับยืนแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว

"พลังแห่งมหาเทพบุปผา... มิใช่สิ่งที่พวกเจ้าจะต่อกรได้" บุปผาภักดิ์กล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจที่น่าเกรงขาม

เขาหมุนดาบแสงกลับมาในท่าเตรียมพร้อม ดวงตาของเขากำลังจ้องมองไปยังแม่ทัพมังกรดำ ซึ่งเป็นเป้าหมายต่อไป

"ถึงตาเจ้าแล้ว... แม่ทัพมังกรดำ"

เพียงคำพูดนั้นจบลง ลำแสงสีแดงทับทิมอีกสายหนึ่งก็พุ่งตรงเข้าใส่แม่ทัพมังกรดำด้วยความรวดเร็ว

แต่ก่อนที่ลำแสงนั้นจะสัมผัสร่างของเขา แม่ทัพมังกรดำกลับคำรามเสียงดัง "ฮ่าๆๆ! เจ้าคิดว่าแค่นี้จะหยุดข้าได้หรือ! ความมืดที่แท้จริง... มันเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหาก!"

ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าสีแดงฉานก็พลันมืดครึ้มลงอย่างฉับพลัน เงาดำทะมึนขนาดมหึมาปรากฏขึ้นกลางอากาศ เหนือศีรษะของบุปผาภักดิ์

บุปผาภักดิ์เงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ พลังที่แผ่ออกมาจากเงาดำนั้น... ร้ายกาจยิ่งกว่าพลังของเหล่าทหารองครักษ์เสียอีก

"นี่มัน... อะไรกัน" เขาพึมพำ

เงาดำนั้นค่อยๆ คลี่คลายออก เผยให้เห็นรูปทรงที่น่าสะพรึงกลัว... มันคือมังกรดำยักษ์ที่ทอดยาวราวกับภูเขา มีดวงตาแดงฉานส่องประกายไปด้วยความอำมหิต

"ยินดีต้อนรับสู่การเผชิญหน้าครั้งใหม่, เทพบุปผา" เสียงของมังกรดำดังกึกก้องไปทั่วทั้งป่า ราวกับเสียงคำรามจากขุมนรก

บุปผาภักดิ์ยืนแข็งทื่อ เขารู้สึกได้ถึงพลังอันมหาศาลที่ถาโถมเข้ามา พลังนี้... ช่างเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เขาเคยคาดคิดไว้เสียอีก

ความหวังในการชำระล้างกำลังจะเผชิญหน้ากับอำนาจมืดที่แท้จริง... และการต่อสู้ครั้งใหม่ที่เดิมพันด้วยชะตากรรมของป่าบุปผาและโลกมนุษย์ กำลังจะอุบัติขึ้น.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
มหาเทพบุปผาภักดิ์

มหาเทพบุปผาภักดิ์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!