ละอองเรืองรองยังคงวนเวียนรอบกายบุปผาภักดิ์ ทอแสงสีทองอ่อนละมุนราวกับม่านหมอกแห่งสวรรค์ ผงเพชรที่เกิดจากกลีบกุหลาบสีทับทิมสุกสกาว ระยิบระยับราวกับดวงดาวนับพันที่ถูกรวบรวมมาประดับประดาไว้บนร่างของเทพบุตร แต่แล้ว แสงสว่างอันเจิดจ้าที่เคยหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับร่างของบุปผาภักดิ์กลับเริ่มกระเพื่อม บิดเบี้ยวราวกับภาพสะท้อนในน้ำที่ถูกคลื่นซัดสาด ความรู้สึกแปลกประหลาดถาโถมเข้ามา ไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นความอึดอัด ราวกับบางสิ่งบางอย่างกำลังถูกบีบคั้นจากภายใน
"เกิดอะไรขึ้น" เสียงของบุปผาภักดิ์แหบพร่าด้วยความประหลาดใจ เขาพยายามเพ่งสมาธิกลับไปที่พลังที่ไหลเวียนอยู่ภายใน แต่ราวกับว่าเส้นทางที่เคยคุ้นเคยกลับถูกบดบังด้วยหมอกหนาทึบ
ณ ใจกลางของป่าบุปผา ที่ซึ่งพลังแห่งธรรมชาติไหลเอ่อท้นจนสัมผัสได้ เสียงกระซิบแผ่วเบาที่เคยเป็นบทเพลงแห่งความสงบสุข บัดนี้กลับดังกระหึ่มราวกับเสียงฟ้าร้องที่คุกคาม กลีบกุหลาบสีทับทิมนับล้านที่เคยแย้มบานอย่างอ่อนโยน บัดนี้กลับบิดเบี้ยว บิดเกลียว ราวกับกำลังกรีดร้องด้วยความทรมาน
นทีที่กำลังเฝ้ามองบุปผาภักดิ์อยู่ไม่ไกลนัก สัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่แผ่ขยายออกมาจากร่างของเทพบุตร เขาเห็นแสงสีทองรอบกายบุปผาภักดิ์เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง และเห็นร่างของบุปผาภักดิ์เผลอเซถอยหลังไปเล็กน้อย
"ท่านบุปผาภักดิ์!" นทีรีบก้าวเข้าไปใกล้ด้วยความเป็นห่วง "เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ"
บุปผาภักดิ์ส่ายหน้าเล็กน้อย ดวงตาของเขาสะท้อนความสับสน "ไม่รู้สิ... พลังภายในของข้า... มันกำลังปั่นป่วน"
ทันใดนั้นเอง ท่ามกลางเสียงลมที่พัดแรงขึ้นเรื่อยๆ และเสียงกระซิบที่ดังขึ้นจนแยกไม่ออกว่าเป็นเสียงอะไร ร่างของบุปผาภักดิ์ก็พลันสว่างวาบขึ้นอย่างรุนแรง แสงสีทองที่เคยอ่อนละมุน บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับเลือดที่กำลังเดือดพล่าน ผงเพชรที่เคยระยิบระยับ บัดนี้กลับเปล่งประกายเจิดจ้าจนยากจะทนมอง
"ไม่จริง!" เสียงของบุปผาภักดิ์แผดก้องด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น "นี่มัน... เป็นไปได้อย่างไร"
ความทรงจำที่หลับใหลมานานนับพันปี ค่อยๆ ผุดขึ้นมา ราวกับภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำอย่างรวดเร็ว ภาพของสงครามอันโหดร้าย ภาพของความสูญเสีย ภาพของเทพบุตรที่ถูกครอบงำด้วยอำนาจมืด ภาพของพลังที่ถูกบิดเบือนจนกลายเป็นหายนะ
"พลังแห่งกุหลาบเลือด..." เสียงของบุปผาภักดิ์แผ่วเบาลง เขาจำได้ถึงตำนานเก่าแก่ที่เคยได้ยินมานานนักหนา ตำนานที่เล่าขานถึงพลังอันมหาศาลของกุหลาบสีทับทิม ที่หากถูกกระตุ้นด้วยความโกรธแค้น หรือความเจ็บปวดรวดร้าวอันสุดขีด จะแปรเปลี่ยนเป็นพลังแห่งการทำลายล้างที่ไม่อาจควบคุมได้
"ท่านบุปผาภักดิ์ ท่านเป็นอะไรไป!" นทีสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของบุปผาภักดิ์ มันไม่ใช่ความอบอุ่น แต่เป็นความร้อนที่แผดเผา ชวนให้รู้สึกหวาดกลัว
บุปผาภักดิ์ยกมือขึ้นกุมศีรษะ เขาพยายามรวบรวมสติ แต่ภาพความทรงจำอันเลวร้ายเหล่านั้นยังคงถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน "ข้า... ข้าจำได้แล้ว... พลังนี้... มันคือพลังแห่งความเจ็บปวดของกุหลาบ... พลังที่ถูกปลุกขึ้นมาด้วย..."
เขามองไปยังนทีด้วยดวงตาที่เริ่มฉายแววของความสิ้นหวัง "ด้วยความขัดแย้งในใจของข้า... ด้วยความรู้สึกที่ข้าเคยพยายามกดเก็บเอาไว้... มันกำลังจะปลดปล่อยออกมา"
ทันใดนั้นเอง ต้นกุหลาบสีทับทิมขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ กับบุปผาภักดิ์ก็เริ่มเปล่งแสงสีแดงฉานออกมาเช่นกัน กลีบดอกที่เคยอ่อนนุ่ม บัดนี้กลับแข็งกระด้างราวกับเหล็กกล้า น้ำค้างที่เกาะอยู่บนกลีบดอก ไม่ใช่น้ำค้างอีกต่อไป แต่เป็นหยดเลือดสีแดงเข้มที่ไหลซึมออกมาอย่างเชื่องช้า
"ไม่นะ!" บุผาภักดิ์พยายามควบคุมพลัง แต่ยิ่งพยายามมากเท่าไหร่ พลังนั้นก็ยิ่งปั่นป่วนมากขึ้นเท่านั้น เขารู้สึกราวกับว่าร่างของเขากำลังจะระเบิดออก
"ท่านต้องใจเย็นๆ นะขอรับ!" นทีพยายามเข้าไปจับแขนของบุปผาภักดิ์ แต่เมื่อปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับผิวของบุปผาภักดิ์ เขาก็รู้สึกราวกับถูกไฟฟ้าช็อต ร่างของเขาผงะถอยหลังไป
"อย่าเข้ามาใกล้ข้า!" บุผาภักดิ์ตะโกนลั่น "พลังนี้... มันอันตรายเกินไป... ข้า... ข้าอาจจะทำร้ายเจ้าได้"
นทีไม่ยอมถอย เขาเห็นแววตาที่เจ็บปวดของบุปผาภักดิ์ "ไม่ขอรับ! ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ข้าจะไม่ทิ้งท่านไปไหน! ท่านเคยบอกข้าว่าท่านจะปกป้องข้าเสมอ! ถึงเวลาแล้วที่ข้าจะต้องปกป้องท่านบ้าง!"
คำพูดของนทีดูเหมือนจะมีผล บุปผาภักดิ์ชะงักไปเล็กน้อย เขามองไปยังนทีด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ความภักดี ความห่วงใย และความหวังที่ส่องประกายอยู่ในดวงตาของมนุษย์ผู้นี้ มันคือสิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับ
"นที..." เสียงของบุปผาภักดิ์อ่อนลง "เจ้าไม่เข้าใจ... พลังนี้... มันคืออดีตของข้า... อดีตที่ข้าพยายามจะลืม... อดีตที่เคยทำให้ข้าเกือบจะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป"
เขาหลับตาลงอีกครั้ง พยายามรวบรวมความทรงจำที่แตกกระจาย ราวกับกำลังต่อจิ๊กซอว์ที่ซับซ้อนเหลือเกิน ภาพของกษัตริย์แห่งเหล่าเทพที่กำลังขัดแย้งกับเทพองค์อื่น ภาพของเหล่าเทพที่ถูกความโลภและความริษยาครอบงำ ภาพของบุปผาภักดิ์ในร่างที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น เขาได้ยินเสียงหัวเราะเยาะเย้ย เสียงร้องไห้ เสียงแห่งความพินาศ
"ตอนนั้น... ข้าอ่อนแอเกินไป..." บุปผาภักดิ์พึมพำ "ข้าปล่อยให้ความโกรธและความเจ็บปวดกลืนกิน... ทำให้ข้ากลายเป็นสิ่งที่ข้าไม่ต้องการจะเป็น..."
แต่แล้ว ภาพหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในความทรงจำอย่างชัดเจน ภาพของดอกกุหลาบสีทับทิมดอกหนึ่งที่กำลังจะเหี่ยวเฉา แต่กลับมีน้ำค้างหยดหนึ่งที่ส่องประกาย ราวกับจะให้กำลังใจ มันไม่ใช่แค่หยดน้ำค้าง แต่เป็นหยดแห่งความหวัง เป็นสัญลักษณ์ของชีวิตที่ยังคงอยู่
"แต่... ถึงแม้ในความมืดมิดที่สุด... ก็ยังมีแสงสว่างเสมอ..." บุปผาภักดิ์ลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาฉายแววของความมุ่งมั่นที่กลับมาอีกครั้ง
"พลังแห่งกุหลาบเลือด... มันไม่ใช่พลังแห่งการทำลายล้างเพียงอย่างเดียว..." เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น "มันคือพลังที่เกิดจากความเจ็บปวด... แต่ก็เป็นพลังที่สามารถนำมาซึ่งการเยียวยาได้เช่นกัน... หากเรารู้จักควบคุมมัน"
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ราวกับจะตอบรับกับพลังที่กำลังปะทุอยู่ภายใน "ข้าจะไม่ยอมให้อดีตกลับมาครอบงำข้าอีกต่อไป! ข้าจะไม่ยอมให้พลังนี้ทำร้ายผู้บริสุทธิ์อีกต่อไป!"
บุปผาภักดิ์ยกแขนทั้งสองข้างขึ้น ช้าๆ แต่เต็มไปด้วยพลัง เขาเริ่มร่ายรำท่ามกลางแสงสีแดงฉานนั้น เป็นท่ารำที่สง่างาม แต่แฝงไปด้วยความรุนแรง ราวกับกำลังต่อสู้กับบางสิ่งบางอย่างที่มองไม่เห็น
"ท่านบุปผาภักดิ์!" นทีอุทาน เมื่อเห็นว่าแสงสีแดงรอบกายบุปผาภักดิ์เริ่มเปลี่ยนสีอีกครั้ง มันไม่ได้แดงฉานจนน่ากลัวอีกต่อไป แต่กลับเป็นสีชมพูอ่อนๆ ที่ค่อยๆ ผสมผสานกับสีทองที่เคยมีอยู่
ผงเพชรที่เคยระยิบระยับราวกับดวงดาว บัดนี้กลับเปล่งประกายอ่อนหวานราวกับแสงจันทร์ที่ส่องต้องละอองน้ำค้าง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของกุหลาบที่เคยจางหายไป บัดนี้กลับอบอวลไปทั่วป่า ราวกับจะเยียวยาบาดแผล
"ข้า... ข้ากำลังหลอมรวมพลัง..." บุปผาภักดิ์กล่าวด้วยความเหนื่อยอ่อน แต่แววตาของเขาเต็มไปด้วยชัยชนะ "พลังแห่งกุหลาบเลือด... และพลังแห่งความหวังของดอกกุหลาบ..."
แต่การต่อสู้ภายในของบุปผาภักดิ์ยังไม่สิ้นสุด เขารู้สึกได้ถึงแรงกระเพื่อมสุดท้ายที่พยายามจะปลดปล่อยตัวเองออกมา มันคือความทรงจำอันเลวร้ายที่สุดที่เคยเกิดขึ้น ความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับบุคคลอันเป็นที่รักที่เขาไม่สามารถปกป้องเอาไว้ได้
"ไม่!" เสียงของบุปผาภักดิ์ดังขึ้นอีกครั้ง เขาหลับตาลงอีกครั้ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
นทีเห็นบุปผาภักดิ์ทรุดตัวลงไปอีกครั้ง เขาอยากจะเข้าไปช่วย แต่ก็กลัวว่าจะทำอะไรผิดพลาดไป
"ท่านบุปผาภักดิ์! ท่านไหวไหมขอรับ!" นทีตะโกนถาม
บุปผาภักดิ์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่พยายามรวบรวมสติทั้งหมดที่มี พยายามที่จะก้าวข้ามเงาแห่งอดีตที่กำลังคุกคามเขาอยู่
"ข้า... ข้าจะผ่านมันไปให้ได้..." เขาพึมพำกับตัวเอง "เพื่อ... เพื่อเจ้า... และเพื่อทุกสิ่งทุกอย่าง..."
แสงสีทองอ่อนๆ เริ่มกลับมาปรากฏรอบกายของบุปผาภักดิ์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่แสงที่เปล่งประกายออกมาจากภายนอก แต่เป็นแสงที่ส่องสว่างออกมาจากภายใน ราวกับว่าหัวใจของเขากำลังเต้นเป็นจังหวะแห่งความสงบสุข
แต่แล้ว ท่ามกลางความสงบสุขที่กำลังจะกลับคืนมานั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากเบื้องลึกของป่า เสียงที่เย็นเยือกและน่าสะพรึงกลัว
"ข้า... จะไม่ปล่อยให้เจ้า... รอดพ้นไปได้ง่ายๆ หรอก... เทพบุปผา..."
นทีและบุปผาภักดิ์หันไปมองตามเสียงนั้น พวกเขามองเห็นเงาร่างหนึ่งที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของป่า เงาร่างนั้นสวมใส่ชุดสีดำสนิท ดวงตาของมันเรืองแสงสีแดงฉานราวกับถ่านไฟที่กำลังลุกโชน
"ใคร...?" นทีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
บุปผาภักดิ์มองไปยังเงาร่างนั้น ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น "เป็นไปไม่ได้... เจ้านี่เอง... ชายผู้อยู่เบื้องหลัง..."
เงาร่างนั้นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นดังราวกับเสียงกะโหลกกระทบกัน "ใช่... ข้าเอง... ผู้ที่รอคอยวันนี้มานานแสนนาน..."
บุปผาภักดิ์กำหมัดแน่น เขาเพิ่งจะผ่านพ้นวิกฤตการณ์ที่สาหัสที่สุดในชีวิตมาหมาดๆ และบัดนี้ ชะตากรรมของเขาก็เหมือนจะพาเขากลับไปสู่ขุมนรกแห่งอดีตอีกครั้ง
"ถึงเวลาแล้ว... ที่ข้าจะชำระแค้น..." เงาร่างนั้นกล่าว ดวงตาของมันจับจ้องไปที่บุปผาภักดิ์อย่างหมายมาด
บุปผาภักดิ์ยืนเผชิญหน้ากับศัตรูที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้พบเจออีกครั้ง เขารู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้... จะเป็นครั้งที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตของเขา... และอาจจะเป็นครั้งสุดท้าย...

มหาเทพบุปผาภักดิ์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก