ละอองเรืองรองยังคงวนเวียนรอบกายบุปผาภักดิ์ ทอแสงสีทองอ่อนละมุนราวกับม่านหมอกแห่งสวรรค์ ผงเพชรที่เกิดจากกลีบกุหลาบสีทับทิมสุกสกาว ระยิบระยับราวกับดวงดาวนับพันที่ถูกรวบรวมมาประดับประดาไว้บนร่างของเทพบุตร ทว่าในครั้งนี้ แสงเรืองรองนั้นมิได้สว่างไสวด้วยความปีติยินดี หากแต่แฝงไว้ด้วยความเศร้าสร้อยที่ไม่อาจปกปิดได้
บุปผาภักดิ์ทรุดกายลงบนพื้นหญ้าที่นุ่มละมุน ราวกับว่าพละกำลังทั้งหมดได้ถูกสูบออกไปจากกาย ร่างสูงโปร่งที่เคยสง่างาม บัดนี้กลับดูบอบช้ำ เส้นผมสีดำสนิทที่เคยเป็นประกายดุจปีกกา กลับดูหมองหม่นลง ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววความมั่นใจ บัดนี้กลับมีริ้วรอยแห่งความเหนื่อยล้าและสิ้นหวังฉายชัด
"ข้า... ข้าทำผิดพลาดไปแล้ว..." เสียงกระซิบแหบพร่าหลุดออกมาจากริมฝีปากบาง
นทีที่ยืนอยู่ไม่ห่าง รีบพุ่งเข้าไปประคองร่างของเทพบุตร เข่าของบุปผาภักดิ์อ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงพื้น หากแต่มือแกร่งของนทีก็คว้าเอาไว้ได้ทัน
"ท่านเทพบุตร! เกิดอันใดขึ้น?" นทีถามด้วยความเป็นห่วง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
บุปผาภักดิ์เงยหน้าขึ้นมองนที ดวงตาของเขาฉายแววเจ็บปวดอย่างสุดจะพรรณนา "ข้า... ข้าได้ปลุกสิ่งที่ไม่ควรถูกปลุกขึ้นมา"
"หมายความว่าอย่างไรหรือท่าน?" นทีถามต่อ แม้จะรู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่ผิดปกติรอบกายของบุปผาภักดิ์
"พลังแห่งบุปผา... พลังที่ข้าปกป้องมานับพันปี... บัดนี้กำลังถูกกัดกินจากภายใน" บุปผาภักดิ์กล่าว เสียงของเขาสั่นเครือ "ข้าผิดเอง... ที่ประมาท... ที่หลงเชื่อคำลวง"
นทีเบิกตากว้าง "คำลวง? ท่านหมายถึงใคร?"
"คนที่ข้าคิดว่าเป็นมิตร... ผู้ที่เข้ามาเสนอความช่วยเหลือ... ผู้นั้นคือคนที่ปลุกปีศาจร้ายในใจของข้า" บุปผาภักดิ์หลับตาลง พยายามรวบรวมสติ "ปีศาจที่กระหายในอำนาจ... ความมืด... ที่แทรกซึมเข้ามาในป่าบุปผาของเรา"
"แล้ว... แล้วเราจะทำอย่างไรได้บ้าง?" นทีถามอย่างร้อนรน เขารู้ดีว่าหากพลังแห่งบุปผาเสื่อมทลายลง โลกมนุษย์ก็จะตกอยู่ในอันตรายเช่นกัน
"ไม่มีทางแล้ว..." บุปผาภักดิ์ส่ายหน้าช้าๆ "พลังแห่งบุปผา... กำลังจะดับสูญไปพร้อมกับข้า"
"ไม่จริง! ท่านจะยอมแพ้ไม่ได้!" นทีตะโกนเสียงดัง "ท่านคือบุปผาภักดิ์! เทพบุตรผู้ยิ่งใหญ่! ท่านต้องมีวิธีสิ!"
บุปผาภักดิ์ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองนที แววตาของเขาอ่อนลงเล็กน้อย "นที... เจ้าคือมนุษย์คนเดียวที่ข้าไว้วางใจ... เจ้าคือความหวังเดียวของข้า"
"ขอเพียงท่านบอก ข้าจะทำทุกอย่าง!" นทีตอบรับอย่างหนักแน่น
"หากข้าดับสูญไป... พลังแห่งบุปผาจะตกอยู่ในอันตราย... อำนาจมืดจะเข้าครอบงำ..." บุปผาภักดิ์เว้นช่วงหายใจ "แต่ยังมี... โอกาสสุดท้าย"
"โอกาสสุดท้ายคืออะไรหรือท่าน?"
"คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์... ที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องลึกของเมืองหลวง" บุปผาภักดิ์กล่าว "มันคือตำราโบราณที่บันทึกวิธีต่อกรกับอำนาจมืด... และวิธีฟื้นฟูพลังแห่งบุปผา"
นทีนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เมืองหลวง... ที่เต็มไปด้วยอันตรายและอำนาจมืด "แต่... เมืองหลวงอันตรายเกินไป... ข้าจะเอาชนะเหล่านั้นได้อย่างไร"
"เจ้าไม่ได้ไปคนเดียว" บุปผาภักดิ์กล่าว พลางพยายามลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล "ข้าจะไปกับเจ้า"
"ท่าน! ท่านกำลังอ่อนแอ! ท่านจะไปได้อย่างไร!" นทีคัดค้านทันที
"ข้าจะอ่อนแอ... แต่ข้ายังมีพลังที่เหลืออยู่" บุปผาภักดิ์พยักหน้า "พลังแห่งบุปผา... แม้จะอ่อนแรงลง... แต่ก็ยังไม่มอดดับสนิท"
"แต่... หากท่านต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่ทำร้ายท่าน... ท่านจะรับมืออย่างไร?" นทีถามด้วยความกังวล
"ข้าจะใช้พลังที่เหลืออยู่... เพื่อปกป้องเจ้า" บุปผาภักดิ์กล่าว ดวงตาของเขามีประกายบางอย่างฉายขึ้นมา "และหากเป็นไปได้... ข้าจะใช้โอกาสนี้... เพื่อเผชิญหน้ากับมัน"
"เผชิญหน้ากับใครหรือท่าน?"
"คนที่ข้าเคยไว้ใจ... แต่กลับทรยศข้า" บุปผาภักดิ์กล่าวเสียงเย็น "เขาคือคนเดียวที่รู้ถึงจุดอ่อนของพลังแห่งบุปผา... และเป็นคนเดียวที่สามารถทำลายมันได้"
"ท่านหมายถึง... ท่านลวง..." นทีเอ่ยชื่อนั้นออกมาอย่างแผ่วเบา
บุปผาภักดิ์พยักหน้า "ใช่... เขาคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด"
"แล้ว... คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่ไหนในเมืองหลวง?" นทีถามต่อ
"คัมภีร์นั้น... ถูกซ่อนอยู่ในหอสมุดหลวง... ท่ามกลางหนังสือโบราณนับล้านเล่ม" บุปผาภักดิ์อธิบาย "แต่การจะเข้าถึงมันได้... ต้องผ่านการทดสอบมากมาย... และต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์คัมภีร์"
"ใครคือผู้พิทักษ์คัมภีร์?"
"เป็นวิญญาณบรรพชน... ผู้ที่เคยปกป้องคัมภีร์นี้มาหลายชั่วอายุคน" บุปผาภักดิ์กล่าว "และพวกเขา... จะไม่ยอมให้ผู้ใดที่จิตใจไม่บริสุทธิ์... หรือมีเจตนาร้าย... เข้าถึงคัมภีร์ได้"
"แล้วท่านกับข้า... จิตใจบริสุทธิ์หรือไม่?" นทีถาม
บุปผาภักดิ์มองหน้านที "เจ้า... ข้าเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของเจ้า... แต่สำหรับข้า..." เขากล่าวอย่างครุ่นคิด "ข้า... มีภาระหนักอึ้ง... มีความผิดพลาด... และมีความโกรธแค้น... ซ่อนอยู่ในใจ"
"แต่ท่านกำลังจะไปเพื่อไถ่โทษ! เพื่อปกป้องโลก! นั่นคือจิตใจที่บริสุทธิ์แล้ว!" นทีพยายามให้กำลังใจ
"หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น" บุปผาภักดิ์ถอนหายใจ "เราต้องรีบไป... เวลาเหลือน้อยเต็มที"
เมื่อพูดจบ ลำแสงสีทองอ่อนที่เคยห้อมล้อมบุปผาภักดิ์ก็เริ่มหรี่ลง ความเจ็บปวดปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน
"ท่านเทพบุตร! ท่านไม่เป็นไรนะ!" นทีรีบถาม
"ข้า... ยังไหว" บุปผาภักดิ์ฝืนยิ้ม "แต่ข้าต้องการพลังจากเจ้า... นที"
"พลังของข้า? ข้ามีเพียงพลังของมนุษย์ธรรมดา..."
"ไม่... เจ้ามีมากกว่านั้น" บุปผาภักดิ์สบตากับนที "เจ้ามีความกล้าหาญ... ความมุ่งมั่น... และความรัก... ที่จะปกป้องผู้คน"
"แล้ว... ข้าจะช่วยท่านได้อย่างไร?"
"เมื่อเราเข้าไปในเมืองหลวง... เจ้าต้องเป็นเหมือนเงาของข้า... คอยสังเกตการณ์... และช่วยเหลือข้าในยามคับขัน" บุปผาภักดิ์กล่าว "และที่สำคัญที่สุด... เจ้าต้องคอยเตือนสติข้า... หากข้าเผลอไผล... หรือถูกครอบงำด้วยอารมณ์"
"ข้าจะทำอย่างเต็มที่!" นทีสาบาน
บุปผาภักดิ์พยักหน้า เขาสัมผัสเบาๆ ที่หน้าผากของนที "ข้าจะถ่ายทอดพลังบางส่วน... ให้เจ้า... เพื่อให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้น... และสามารถมองเห็นสิ่งที่ข้ามองไม่เห็น"
ทันใดนั้น แสงสีทองอ่อนก็ไหลทะลักจากบุปผาภักดิ์ไปสู่หน้าผากของนที นทีรู้สึกถึงกระแสพลังอันอบอุ่นไหลเวียนไปทั่วร่าง ความรู้สึกเหนื่อยล้าของเขาหายไป แทนที่ด้วยความกระปรี้กระเปร่าและความรู้สึกที่เฉียบคมขึ้น
"ข้า... รู้สึกถึงพลังบางอย่าง..." นทีกล่าวอย่างทึ่งๆ
"นั่นคือพลังส่วนหนึ่งของข้า... ที่ผูกติดอยู่กับเจ้า" บุปผาภักดิ์กล่าว "มันจะช่วยให้เจ้า... แข็งแกร่งขึ้น... และมองเห็นถึงพลังงานที่ซ่อนเร้น"
"แล้ว... เราจะไปเมืองหลวงกันอย่างไร?" นทีถาม
"ข้ามีวิธี" บุปผาภักดิ์กล่าว พลางชี้ไปยังต้นไม้โบราณต้นหนึ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางป่า "ต้นไม้แห่งพรมแดน... มันสามารถพาเราไปยังที่ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว"
บุปผาภักดิ์เดินตรงไปยังต้นไม้แห่งพรมแดน เขายกมือขึ้นสัมผัสกับเปลือกไม้ที่ขรุขระ แสงสีทองอ่อนเปล่งประกายออกมาจากฝ่ามือของเขา
"พร้อมนะ... นที?" บุปผาภักดิ์หันมาถาม
นทีพยักหน้าอย่างมั่นใจ เขามั่นใจในตัวบุปผาภักดิ์ และมั่นใจในความตั้งใจของตนเอง
"พร้อมแล้วท่านเทพบุตร!"
ทันใดนั้น ลำต้นของต้นไม้แห่งพรมแดนก็ส่องสว่างขึ้นราวกับดวงดาวนับพัน ดวงตาของบุปผาภักดิ์และนทีพร่ามัวไปชั่วขณะ ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดลง...
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทั้งสองก็พบว่าตัวเองมายืนอยู่ ณ กลางเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย เสียงอึกทึกของผู้คนดังเซ็งแซ่ แสงไฟจากตะเกียงและคบเพลิงสว่างไสวไปทั่วทุกหนแห่ง ทว่าเบื้องหลังความเจริญรุ่งเรืองนั้น... นทีสัมผัสได้ถึงเงาของอำนาจมืดที่แฝงตัวอยู่...
ความท้าทายครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น... และบุปผาภักดิ์... เทพบุตรผู้กำลังจะดับสูญ... จะสามารถกอบกู้พลังแห่งบุปผา... และปกป้องโลกได้หรือไม่... นที... มนุษย์ธรรมดา... จะสามารถเป็นกำลังสำคัญของเขาได้หรือไม่... และใครคือ "คนทรยศ" ที่บุปผาภักดิ์กล่าวถึง... คำตอบทั้งหมด... กำลังจะถูกเปิดเผย... ในอีกไม่ช้า...

มหาเทพบุปผาภักดิ์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก