โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 935 คำ
ละอองเรืองรองยังคงวนเวียนรอบกายบุปผาภักดิ์ ทอแสงสีทองอ่อนละมุนราวกับม่านหมอกแห่งสวรรค์ ผงเพชรที่เกิดจากกลีบกุหลาบสีทับทิมสุกสกาว ระยิบระยับราวกับดวงดาวนับพันที่ถูกรวบรวมมาประดับประดาไว้บนร่างของเทพบุตร ความงามที่ยากจะหาผู้ใดเทียบเทียมนี้ กำลังจะเผชิญหน้ากับความมืดมิดที่คืบคลานเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว
นทีในร่างมนุษย์ ยืนประจันหน้ากับจอมมารเงา คราแห่งสมรภูมิที่ป่าบุปผาแห่งนี้ กำลังจะถูกย้อมด้วยสีเลือดและความพยาบัต ท่ามกลางกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของดอกไม้นานาพันธุ์ที่บัดนี้กลับถูกกลบด้วยกลิ่นอายแห่งความตายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวจอมมาร
"เจ้าคิดว่าพลังแค่นี้จะหยุดข้าได้หรือ เทพบุตรแห่งบุปผา?" เสียงกระแอมแหบแห้งของจอมมารเงา ดังราวกับเสียงกระซิบของปีศาจร้าย ลำแสงสีดำทะมึนพุ่งออกมาจากฝ่ามือของมัน มุ่งตรงเข้าหาบุปผาภักดิ์อย่างรวดเร็ว
บุปผาภักดิ์ไม่สะทกสะท้าน มือเรียวสวยยกขึ้นอย่างแผ่วเบา กลีบกุหลาบทับทิมนับพันรอบกายเขาหมุนคว้าง เกิดเป็นเกราะพลังงานสีทองสุกปลั่งที่สามารถสลายลำแสงสีดำนั้นให้สลายไปในพริบตา
"พลังของข้า ไม่ได้มีไว้เพื่อสังหาร แต่มีไว้เพื่อปกป้อง" เสียงของบุปผาภักดิ์เย็นชา ทว่าแฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว "และเจ้า กำลังจะถูกกำจัดออกไปจากที่แห่งนี้"
จอมมารเงาหัวเราะก้องอย่างบ้าคลั่ง "ปกป้อง? ฮ่าๆๆ! สิ่งที่เจ้าจะปกป้องนั้น ช่างอ่อนแอเหลือเกิน! มนุษย์อย่างนทีนั่นน่ะหรือ? สิ่งมีชีวิตที่แสนเปราะบาง น่าสมเพช! ข้าจะพิสูจน์ให้เจ้าเห็นว่า ความรักของเจ้า มันช่างไร้ค่าเพียงใด!"
สิ้นเสียง จอมมารเงาก็ร่ายรำอย่างรวดเร็ว ร่างกายของมันบิดเบี้ยวราวกับเงาที่กำลังล่องลอยไปมา ปรากฏเป็นมีดสั้นที่ทำจากพลังงานสีดำแผดแสง มันพุ่งเข้าใส่บุปผาภักดิ์ด้วยความเร็วที่สายตามนุษย์ไม่อาจมองตามได้
บุปผาภักดิ์หลับตาลงชั่วครู่ สัมผัสได้ถึงทุกการเคลื่อนไหวของศัตรู ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น เขาเพียงแค่ก้าวเท้าหลบหลีกอย่างแผ่วเบา แต่กลับสามารถหลบคมมีดสั้นที่เฉียดผ่านกายเขาไปได้อย่างฉิวเฉียด
"เจ้าเก่งกาจกว่าที่ข้าคิด แต่ก็แค่นั้น" จอมมารเงากล่าวอย่างผิดหวังเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนกลยุทธ์ มันดีดตัวขึ้นสูง ปล่อยคลื่นพลังงานสีดำระลอกใหญ่แผ่กระจายออกไปรอบทิศทาง
แรงปะทะมหาศาลทำให้ต้นไม้รอบข้างสั่นสะเทือน ดอกไม้นับร้อยเหี่ยวเฉาลงทันที นทีที่ยืนอยู่ไม่ไกล ต้องรีบใช้แขนป้องหน้าเพื่อป้องกันตนเองจากเศษกิ่งไม้ที่ปลิวว่อน
"เจ้าไม่จำเป็นต้องทนรับพลังของข้า" บุปผาภักดิ์กล่าวพลางยกมือขึ้น กลีบกุหลาบทับทิมรอบกายเขาเริ่มเปล่งประกายเจิดจ้ากว่าเดิม สร้างสนามพลังป้องกันที่แข็งแกร่งขึ้น สามารถต้านทานคลื่นพลังงานสีดำได้อย่างสบาย
"เจ้าคิดว่าข้าจะยอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้หรือ!" จอมมารเงาตะโกนลั่น ความโกรธเกรี้ยวฉายชัดในดวงตาของมัน "ข้าจะเผาทำลายทุกสิ่งที่เจ้าหวงแหน!"
ทันใดนั้น ร่างของจอมมารเงาก็สว่างวาบขึ้น เปลวเพลิงสีดำสนิทพวยพุ่งออกมาจากร่างของมัน เปลวเพลิงที่ไม่ใช่ความร้อน แต่เป็นความเย็นเยือกที่กัดกินทุกสิ่ง ลามเลียไปทั่วพื้นดิน ต้นไม้ ดอกไม้
บุปผาภักดิ์เบิกตากว้าง เขาไม่เคยเห็นพลังทำลายล้างรูปแบบนี้มาก่อน มันไม่ใช่แค่การเผาไหม้ แต่เป็นการกลืนกินพลังชีวิต
"เจ้ามันปีศาจร้าย!" บุปผาภักดิ์คำราม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเดือดดาล เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้เปลวเพลิงนี้ลามไปมากกว่านี้ ไม่เพียงแต่ป่าบุปผาจะถูกทำลาย แต่พลังชีวิตอันบริสุทธิ์ที่หล่อเลี้ยงป่าแห่งนี้ก็จะสูญสิ้นไป
"ข้าคือความมืด! คือความสิ้นหวัง!" จอมมารเงาประกาศก้อง "และข้าจะมอบสิ่งเหล่านี้ให้กับทุกผู้ที่ขวางหน้า!"
บุปผาภักดิ์ตัดสินใจ เขาไม่อาจปล่อยให้ศัตรูได้ใจอีกต่อไป มือเรียวสวยกุมดอกกุหลาบทับทิมดอกหนึ่งไว้แน่น พลังศักดิ์สิทธิ์อันบริสุทธิ์ไหลผ่านปลายนิ้วของเขา กลีบกุหลาบนั้นเปล่งแสงสีทองอร่ามราวกับดวงอาทิตย์ยามเช้า
"จงรับไป!" บุปผาภักดิ์ตะโกน พลังงานสีทองพุ่งออกจากฝ่ามือของเขา กลายเป็นลำแสงอันทรงพลังที่พุ่งเข้าปะทะกับเปลวเพลิงสีดำของจอมมารเงา
เกิดการปะทะกันครั้งใหญ่ แสงสว่างสีทองและเงามืดสีดำฟาดฟันกันอย่างรุนแรง เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วป่าบุปผา พื้นดินสั่นสะเทือนราวกับกำลังจะแยกออก
เปลวเพลิงสีดำเริ่มอ่อนแรงลงเมื่อเจอพลังแห่งแสงสีทองที่บริสุทธิ์กว่า ทว่าจอมมารเงาก็ดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน มันยิ่งระดมพลังทั้งหมดออกมา ผลักดันเปลวเพลิงให้พุ่งเข้าหาบุปผาภักดิ์อย่างไม่ลดละ
นทีที่ยืนดูอยู่ สัมผัสได้ถึงความเหนื่อยล้าของบุปผาภักดิ์ แม้จะแข็งแกร่งเพียงใด เทพบุตรแห่งบุปผาก็ไม่ใช่อมตะ เขามีขีดจำกัด
"ท่านบุปผาภักดิ์!" นทีตะโกนด้วยความเป็นห่วง "ท่านไหวไหม!"
บุปผาภักดิ์หันมามองนทีเพียงเสี้ยววินาที แววตาของเขายังคงมุ่งมั่น "ข้าไหว นที! จงเชื่อมั่นในตัวข้า!"
เขาหันกลับไปเผชิญหน้ากับจอมมารเงาอีกครั้ง ด้วยประกายตาที่ลุกโชนด้วยความเด็ดเดี่ยว เขาตัดสินใจที่จะใช้พลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน พลังที่เขาไม่เคยคิดจะปลดปล่อยออกมา
"พลังแห่งบุปผา... จงเบ่งบาน!" บุปผาภักดิ์หลับตาลง รวบรวมพลังทั้งหมดที่มี เขาปล่อยพลังแห่งชีวิตและธรรมชาติอันบริสุทธิ์ที่หล่อเลี้ยงป่าแห่งนี้ให้ไหลเวียนเข้าสู่ร่างของเขา
รอบกายของบุปผาภักดิ์ เกิดปรากฏการณ์อันน่าอัศจรรย์ ดอกไม้นานาพันธุ์รอบตัวเขาเริ่มเบ่งบานอย่างรวดเร็ว กลีบดอกไม้แผ่กระจายออกเป็นวงกว้าง สีสันสดใสราวกับจานสีของธรรมชาติ
ละอองเรืองรองรอบกายบุปผาภักดิ์ส่องสว่างเจิดจ้ากว่าเดิมหลายเท่า มันรวมตัวกันเป็นรูปทรงคล้ายดอกบัวขนาดใหญ่ ล้อมรอบร่างของบุปผาภักดิ์ไว้
พลังแห่งบุปผาที่เบ่งบานนี้ ปะทะเข้ากับเปลวเพลิงสีดำของจอมมารเงาอย่างรุนแรง เกิดเสียงระเบิดกึกก้อง ลำแสงสีทองสว่างไสวจนยากจะลืมตา
จอมมารเงาตกตะลึงกับพลังที่บุปผาภักดิ์แสดงออกมา มันไม่เคยคาดคิดว่าเทพบุตรแห่งบุปผาจะสามารถปลดปล่อยพลังแห่งธรรมชาติได้รุนแรงถึงเพียงนี้
"เป็นไปไม่ได้!" จอมมารเงาตะโกนอย่างไม่อยากเชื่อ "พลังแห่งชีวิต... มันจะเอาชนะความตายได้อย่างไร!"
"ความตายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวัฏจักร" บุปผาภักดิ์กล่าวเสียงหนักแน่น "แต่ชีวิต... คือนิรันดร์! และพลังแห่งบุปผา คือการยืนยันถึงความยิ่งใหญ่ของชีวิต!"
ลำแสงสีทองจากดอกบัวแห่งพลัง สาดส่องเข้าไปทำลายเปลวเพลิงสีดำของจอมมารเงาอย่างต่อเนื่อง มันค่อยๆ กลืนกินความมืด กลืนกินความแค้นที่จอมมารเงาได้ก่อขึ้น
ใบหน้าของจอมมารเงาเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด พลังแห่งชีวิตกำลังกัดกินพลังแห่งความตายของมัน
"ข้า... จะไม่ยอมแพ้!" จอมมารเงากระซิบเสียงแหบพร่า พยายามรวบรวมพลังที่เหลืออยู่
ทว่า... พลังแห่งบุปผาที่เบ่งบานเต็มที่นั้น ทรงพลังเกินกว่าที่จอมมารเงาจะต้านทานได้
ทันใดนั้นเอง!
ร่างของจอมมารเงาพลันสลายวูบไปในอากาศราวกับหมอกควัน ถูกพลังแห่งบุปผาทำลายจนสิ้นซาก เหลือเพียงความว่างเปล่า และกลิ่นอายแห่งความมืดที่จางหายไป
ป่าบุปผาเงียบสงัดลงอีกครั้ง ท่ามกลางความงามที่กลับคืนมา ต้นไม้ที่เคยเหี่ยวเฉาเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ดอกไม้ที่เคยถูกทำลาย กำลังผลิบานขึ้นมาใหม่
บุปผาภักดิ์ทรุดตัวลง เขาอ่อนแรงจากการใช้พลังมหาศาล ละอองเรืองรองรอบกายเขาเริ่มจางหายไป เผยให้เห็นร่างของเทพบุตรที่เปี่ยมด้วยความสง่างาม
นทีรีบวิ่งเข้าไปหา "ท่านบุปผาภักดิ์! ท่านเป็นอะไรหรือไม่!"
บุปผาภักดิ์หันมายิ้มให้เขาอย่างอ่อนแรง "ข้าสบายดี นที... พลังแห่งบุปผา... ได้ขจัดความมืดมิดออกไปจากที่แห่งนี้แล้ว"
แต่แล้ว... ในขณะที่ความสงบสุขกำลังจะกลับคืนมานั้นเอง เสียงกระซิบอันเยือกเย็นก็ดังขึ้นจากเงามืดที่อยู่เบื้องลึกของป่า
"เจ้าคิดว่า... มันจบแค่นี้หรือ?"
บุปผาภักดิ์และนทีหันขวับไปมอง ท่ามกลางความงุนงง... เงามืดที่เคยสลายไป เมื่อครู่... กลับปรากฏขึ้นอีกครั้ง... แต่คราวนี้... ไม่ใช่จอมมารเงา... หากแต่เป็นเงาที่ใหญ่กว่า... ชั่วร้ายกว่า... และทรงพลังกว่า...
เงาแห่งความมืดมิดที่แฝงตัวมานาน... กำลังปรากฏตัวอย่างแท้จริง...

มหาเทพบุปผาภักดิ์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก